Test: Yamaha RX-V675 Network AV Receiver

Test: Yamaha RX-V675  Network AV Receiver

พิพัฒน์ คคะนาท

RX-V675

กับเครื่องที่เป็นหัวใจของระบบภาพและเสียงในชุด Home Theatre System อย่าง AV Receiver นั้น ชื่อของ Yamaha ก็ออกจะเป็นทางเลือกแรกๆ ของผู้นิยมการเล่นในรูปแบบดังกล่าว ทั้งในระดับมือใหม่หรือ Entry Level ตลอดจนกลุ่ม Videophile ที่มักจะเลือกใช้เครื่องตระกูลสูงๆ ของค่ายนี้เช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะให้คุณภาพออกมาได้อย่างน่าประทับใจแล้ว Yamaha นับเป็นอีกค่ายหนึ่งที่มีพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากการค้นคว้าและพัฒนาขจองทีมวิศวกรอีกมากกว่ามาก

จนเป็นที่กล่าวกันว่าพัฒนาการทางด้าน DSPหรือ Digital Surround Processor นั้น Yamaha นับเป็นค่ายหนึ่งที่มีความโดดเด่นเชิงนี้ระดับแถวหน้าของวงการนั่นเทียว

อย่างไรก็ตาม, สำหรับผมแล้ว แม้จะได้สัมผัสกับเอวี รีซีฟเวอร์ ของค่ายนี้อยู่เนืองๆ แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นการสัมผัสผ่านแบบพอจะผ่านหู ผ่านตา ผ่านมือบ้างมากกว่า โดยเฉพาะกับช่วงสองสามปีให้หลังนี่ ดูเหมือนจะไม่มีเครื่องเล่นระบบภาพและเสียงของค่ายนี้ผ่านเข้ามาในห้องลองเลย กลับได้เล่นเครื่อง 2-แชนเนล ของเขามากกว่า ซึ่งทุกครั้งที่ต้องลาจากกันเสียงในแบบ Stereo Sound จะทิ้งความประทับใจเอาไว้ให้ถวิลถึงอยู่ไม่วาย หลังสุดหากจำไม่ผิดเป็นช่วงต้นปีที่ได้ Model A-S700 อินทีเกรทเต็ด แอมป์ มาอยู่ด้วยกันพักใหญ่ๆ ยังจำน้ำเสียงที่ Yamaha บ่งบอกว่าเป็น Natural Sound ได้จนบัดนี้

แต่เมื่อไม่นานวันที่ผ่านพ้น น้องนุ่งส่งเสียงมาทางอากาศแบบไร้สาย บอกว่ามีเอวี รีซีฟเวอร์ อยู่ที่สำนักงานเครื่องหนึ่ง พี่จะลองเอาไปเล่นดูไหม ไม่ได้ทันจะคิดถามดอกนะครับว่าเป็นเครื่องของใคร เพราะได้หลุดปากออกไปในทันทีที่ฟังได้ความ ว่าเอาซี ส่งมาให้พี่ได้เลย

นั้นแหละครับ รุ่งขึ้นจึงได้เห็นว่ากล่องที่น้องนุ่งแบกมาให้ถึงห้องนั้น คือ Yamaha RX-V675

 yamrxv675nr,36570-1200px

Model RX-V675

กำเนิดมาเพื่อป้องกันแชมป์?

RX-V75 Series คือพัฒนาการต่อมาของ RX-V73 Series ที่กล่าวได้ว่าเป็นเอวี รีซีฟเวอร์ ซีรี่ส์หนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของ Yamaha โดยเฉพาะกับ Model RX-V673 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Best AV Receiver 2012 ของนิตยสาร What Hi-Fi? Sound & Vision แห่งสหราชอาณาจักร ในสาขา Best Home Cinema Amplifier ของกลุ่มราคา 350 – 700 ปอนด์ ที่ว่ากันว่าเมื่อเทียบเครื่องต่อเครื่องกันแบบ Performance-per-Pound Value แล้ว มันให้ประสิทธิภาพออกมาได้เหนือคู่แข่งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยทีเดียว

และ Model RX-V675 ก็คือเครื่องที่ออกมาแทนที่โดยได้มีการคาดหมายกัน ว่าปีนี้จะสามารถป้องกันตำแหน่งเครื่องยอดเยี่ยมของกลุ่มเอาไว้ได้หรือเปล่า

นั้น, เป็นเรื่องที่ว่ากันที่เมืองนอกเมืองนาแถบยุโรปโน่น ส่วนทางนี้ของเรามาดูกันดีกว่าว่า Model RX-V675 สามารถ ‘ให้อะไร’ ออกมาได้แค่ไหน โดยที่ก่อนอื่นก็ต้องแกะกล่องออกมาดูกันเป็นปฐม ว่าภายในกล่องนั้นนอกจากเครื่องแล้ว มีอะไรพ่วงมาด้วย

จากแถบกาวที่ผนึกปิดกล่อง บอกให้ทราบอยู่ในทีว่าเครื่องที่ได้มานี้เป็นเครื่องใหม่ 100% อย่างแน่นอน เพราะไม่มีร่องรอยบ่งบอกการเปิดออกก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ขณะที่ใจหนึ่งให้รู้สึกยินดีกับการได้เปิด ‘ซิง’ อีกใจกลับให้รู้สึกว่าต้องใช้เวลาอยู่กันนานแน่ๆ เพราะกว่าจะ Burn-In ให้เครื่องเข้าที่เข้าทางนั้น น่าจะไม่น้อยกว่าครึ่งค่อนเดือน เผลอๆ อาจจะผ่านเลยเดือนด้วยซ้ำไปหากไม่มีเวลามาเปิดเล่น (แบบทิ้งๆ ขว้างๆ) วันละสามสี่ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

เปิดฝากล่องออกมาเห็นโฟมกันกระแทกหุ้มตัวถังเครื่องเอาไว้อย่างแน่นหนา ตัวเครื่องมีแผ่นโฟมบางแบบกันรอยหุ้มเอาไว้อีกชั้น แลดูเรียบร้อยดี ที่ฝาด้านบนเครื่องมีอุปกรณ์ประกอบที่จำเป็นให้ไว้อย่างครบครัน กอปรไปด้วย รีโมท คอนดทรล พร้อมแบ็ตเตอรีย์แบบ 3A จำนวนสองก้อน สายอากาศทั้งของ AM และ FM ให้มาครบ ชุดเซ็ท-อัพระบบเสียงแบบ YPAO Microphone ซึ่งเป็นระบบปรับแต่งแบบอัตโนมัติที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะอีกประการของค่ายนี้เขา โดยระบบ YPAO: Yamaha Parametric Room Acoustic Optimizer จะช่วยให้การปรับสมดุลเสียงระหว่างลำโพง และตำแหน่งวางในห้อง มีความสัมพันธ์กันอย่างสมดุล ลงตัว ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในห้องนั้นๆ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที นอกจากให้ปรับแต่งได้โดยอัตโนมัติแบบ Auto Setup แล้ว ระบบนี้ยังสามารถปรับแต่งได้โดยละเอียดแบบ Manual Setup เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง และพบว่าให้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก

โดยมีข้อแนะนำในการใช้งานระบบนี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเริ่มต้นทำการปรับแต่งด้วยระบบ Auto ก่อน ซึ่งระบบอัตโนมัตินี้จะช่วยให้ได้ความแม่นยำในเรื่องของไดนามิคเสียงแต่ละช่วง ตลอดจนความสัมพันธ์ในการปรับสมดุลกับสภาพอะคูสติคในห้องนั้นๆ แต่ข้อด้อยของระบบอัตโนมัตินี้จะอยู่ที่การเซ็ทลำโพง ทั้งในแง่ของการเซ็ทขนาดและระยะห่าง ซึ่งเมื่อนำการปรับแต่งแบบ Manual เข้ามาช่วยเสริมอีกครั้ง จะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพออกมาดีกว่าการปรับแต่งแบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว

นอกจากนั้นแล้ว ในกล่องยังมีคู่มือ Easy Set-Up Guide กับ Safety Brochure และคู่มือการใช้งานที่มาในรูปแบบ CD-ROM อีกอย่างละชิ้น

หลังแกะตัวเครื่องออกมาจากแผ่นโฟมกันรอยแล้ว ภาพรวมที่เป็นหน้าตาของ Yamaha RX-V675 ภายใต้โครงสร้างสีดำที่เห็นนั้น บ่งบอกความเรียบ หรู ดูดีอย่างมาก แผงหน้าปัดแบ่งออกเป็นสองตอน บนกับล่าง ตอนบนปิดทับด้วยอะครีย์ลิคทำหน้าที่เป็นจอดิสเพลย์ ตอนล่างเป็นโลหะแบบกัดเสี้ยนโดยมีปุ่มปรับและช่องเสียบต่อเท่าที่จำเป็นให้ สะดุดตาก็ตรงลูกบิดทรงกลมทางด้านขวาซึ่งทำหน้าที่เป็น Volume Control โดยตอนบนที่เห็นเป็นปุ่มกด 4 ปุ่ม นั้นคือโหมด Scene สำหรับเลือกขณะใช้งานกับโพรแกรมจาก BD/DVD, TV, Net และ Radio ส่วนปุ่มเล็กๆ แถวล่างนั้นสำหรับเลือก Input, Tone Control, Program, Straight พร้อมช่องเสียง Video Aux อีกสามรูปแบบ ทางด้านซ้ายสุดขงแผงหน้าปัดตอนล่างเป็นช่องเสียบ Headphone

และที่แผงหน้าปัดตอนบนซึ่งเป็นจอดิสเพลย์แล้ว ที่ตอนล่างมีปุ่มเล็กๆ เรียงเอาไว้สำหรับเลือกใช้งานต่างๆ อาทิ ปุ่มควบคุม Zone เนื่องเพราะเครื่องนี้ให้ใช้งานได้ 2-Zone ปุ่ม Memory ปุ่มเลือก AM/FM พร้อมปุ่ม Tuning และ Preset เป็นต้น

ส่วนที่แผงหลังของเครื่องนั้นเรียงรายเอาไว้ด้วยช่องเสียบต่อต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ โดยที่สายไฟ AC เป็นแบบที่ติดมากับตัวเครื่อง ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้เอง

ฝาด้านบนตัวถังเซาะร่องเอาไว้เกือบเต็มพื้นที่ เพื่อให้การระบายอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

81PKN4roIUL._SL1500_

Model RX-V675

กับคุณสมบัติทั่วไป

Yamaha RX-V675 จัดอยู่ในลำดับรุ่นรองท็อปของซีรี่ส์ที่มีด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น เป็นเอวี รีซีฟเวอร์ ระบบ 7.2-แชนเนล (มี Sub-Woofer Pre-out ให้สองชุด สำหรับส่งสัญญาณความถี่ต่ำไปยัง Active Sub-Woofer ได้สองตู้) โดยให้กำลังขับแชนเนลละ 90 วัตต์, ที่โหลด 8 โอห์ม เท่าๆ กันทุกแชนเนล ภาควิดีโอนั้นรองรับการ Up-Scaling ภาพได้ถึงระดับ 4K Ultra-Hi Definition ผ่านทางพอร์ท HDMI ขณะเดียวกันก็สามารถรองรับสัญญาณภาพ 4K โดยตรงในแบบ 4K Pass-Through ได้ด้วย

โดยมีพอร์ท HDMI Input ให้ถึง 6 ชุด ซึ่งห้าชุดอยู่ทางแผงด้านหลังของเครื่อง และอีกหนึ่งชุดอยู่ที่แผงหน้าปัด นอกจากนั้น ยังสามารถรองรับระบบภาพแบบ 3D โดยที่ HDMI Output ที่มีให้หนึ่งชุดนั้น เป็นแบบที่ใช้เทคโนโลยี ARC: Audio Return Channel ช่วยให้ลดการเชื่อมต่อสายระหว่างแอมป์กับทีวีไปได้ในตัว

ทางด้านระบบภาพนั้น นอกจากรองรับ 3D แล้ว ยังให้การทำงานได้กับระบบ Deep Colour (30/36-bit), x.v.Colour, 24Hz Refresh Rate พร้อมฟังค์ชัน Lip Sync Compensate ที่มีให้เลือกทั้งแบบอัตโนมัติ (Auto Lip-Sync) และตั้งค่าหน่วงเวลาได้ในช่วง 0 – 500 มิลลิวินาที

โดยภาค DAC นั้นใช้ชิพ-เซ็ทคุณภาพสูงของ Burr-Brown แบบ 192kHz/24-bit แยกเป็นอิสระสำหรับแต่ละแชนเนล พร้อมผนวกวงจร Low Jitter PLL: Phase Lock Loop และฟังค์ชัน Pure Direct เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ทั้งในแง่ของรายละเอียดและอิเมจที่เที่ยงตรงตามต้นฉบับอย่างแท้จริง

และหากเทียบ HDMI Input กับซีรี่ส์ก่อนหน้าแล้ว เครื่องรุ่นนี้ยังโดดเด่นกว่าอย่างมีนัยะสำคัญด้วยการที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน คือ MHL: Mobile Hi-definition Link ที่ให้นำเอาภาพและเสียงซึ่งเก็บเอาไว้ในสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android มาใช้งานได้โดยตรง ซึ่งนับเป็นการเอื้อความสะดวก และให้การทำงานได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือไปจากการเป็นเครื่องที่มีพื้นฐานการออกแบบอย่าง iPod Friendly อยู่แล้ว

(ที่จริงน่าจะเรียกว่า Apple Friendly มากกว่า เพราะรองรับทั้ง iPod, iPhone และ iPad ถ้วนหน้า โดยในการนำอุปกรณ์ตระกูลไอที่ว่านั้นทั้งสามแบบมาใช้ร่วมผ่านทางพอร์ท USB ของเครื่อนั้น จะเป็นการประจุไฟเข้าอุปกรณ์ทั้งสามไอไปด้วยโดยอัตโนมัติ หรือแม้แต่ขณะปิดเครื่องเอวี รีซีฟเวอร์ หากยังเสียบสาย AC เอาไว้กับปลั๊กไฟบ้าน การประจุไฟเข้าเครื่องก็ยังดำเนินการต่อไป รวมทั้งเมื่อนำอุปกรณ์ทั้งสามไอมาเป็น Source รายชื่อเพลงที่กำลังเล่น หากบันทึกเป็นภาษาอังกฤษก็จะแสดงให้เห็นบนแผงดิสเพลย์ของเครื่องด้วย)

ในการทำงานกับไฟล์เสียงแบบรายละเอียดสูง หรือ Hi-Resolution นั้น สามารถรองรับได้กับไฟล์สกุล FLAC และ WAV ที่สูงถึงระดับ 192kHz/24-bit

ส่วนการเชื่อมต่อกับแจ็คพื้นฐานแบบต่างๆ นั้น เครื่องมีออินพุทและเอาท์พุทแบบต่างๆ มาให้อย่างครบครัน กอปรไปด้วย Trigger Out, DC Out, Network สำหรับเสียบสาย LAN, Audio In L/R สองชุด, AV In (มีให้พร้อมทั้งแบบ Composite, Component, Optical, Coaxial), AV Out และ Monitor Out

และนอกจากจะเอื้อความสะดวกในการเล่นแบบ Plug & Play ผ่านทางพอร์ท USB ซึ่งติดตั้งอยู่บนแผงหน้าปัด โดยรองรับ iPod touch, iPod nano และ iPhone กับ iPad ทุกเจเนอเรชัน รวมทั้ง USB Device แล้ว เอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ยังรองรับการทำงานในแบบเน็ทเวอร์คที่ช่วยให้การเข้าถึงเครือข่ายความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต เรดิโอ อาทิ vTuner, Napster, Apple AirPlay ที่สามารถพรีเซ็ทเพื่อการตั้งรับคลื่นความถี่ต่างๆ ได้ถึง 40 ช่องสถานี รวมทั้งยังให้การทำงานร่วมมกับอุปกรณ์ไร้สายในเครือข่าย DLNA: Digital Living Network Alliance ได้อย่างสะดวก

สำหรับขั้นตอนการใช้งานนั้น สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันจาก Yamaha AV Controller App ซึ่งมีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อการใช้สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต ควบคุมการทำงานในฟังค์ชันต่างๆ ของเครื่องได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และดูจะคล่องตัวเอามากๆ ด้วย

ในส่วนของระบบเสียงเซอราวด์นั้น นอกจากรองรับมาตรฐานสูงสุดทั้งของ Dolby และ DTS คือ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio แล้ว เครื่องยังผนวกฟังค์ชันบรรยากาศเสียงรายรอบที่เป็นรูปแบบเฉพาะของ Yamaha เองเอาไว้อย่างครบครัน ทั้ง Cinema DSP 3D ตลอดจน DSP Program แบบต่างๆ ให้เลือกได้มากถึง 17 รูปแบบ พร้อมฟังค์ชัน Dialogue Level Adjustment, Dialogue Lift ที่ช่วยให้การรับฟังเสียงสนทนาของตัวละครมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีฟังค์ชัน Virtual Presence Speaker ที่เสมือนการเพิ่มลำโพงขึ้นมาโดยที่มิพักต้องเพิ่มลำโพงจริงแต่อย่างใด ซึ่งช่วยให้ได้อรรถรสของบรรยากาศเสียงและความบันเทิงเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการใช้งานร่วมกับ Cinema DSP 3D

Yamaha RX-V675 รองรับการต่อใช้งานแบบ Bi-Amplification เพื่อการขับลำโพงที่ใช้งานใน Zone 2 โดยเฉพาะ กล่าวคือ โดยปกติแล้วเครื่องจะให้การทำงานในระบบ 7-แชนเนล (ส่วนจะจุดหนึ่ง หรือจุดสอง ขึ้นอยู่กับแอ็คทีฟว์ ซับวูฟเฟอร์ ซึ่งไม่ได้นับรวมแชนเนลหลักที่มีในเครื่อง) เมื่อใดก็ตามที่กดใช้งาน Zone 2 พร้อมๆ กัน ระบบเสียงที่อยู่ในห้องที่เป็นโซนหลักจะลดการทำงานลงมาเป็นระบบ 5-แชนเนล โดยที่กำลังขับของสองแชนเนลหลัง คือ Surround Back L/R นั้น จะถูกตัดออกไปขับลำโพงซ้าย/ขวา (L/R) ที่ติดตั้งเอาไว้ใน Zone 2 แทน จึงหากต้องการให้โซนหลักทำงานเต็มระบบ 7-แชนเนล ในเวลาที่เปิดใช้งานเสียงที่ Zone 2 ด้วย ก็ต้องเพิ่ม Analogue Stereo Amp. ขึ้นมาอีกเครื่อง ซึ่ง Yamaha RX-V675 เครื่องนี้เปิดโอกาสให้สามารถทำได้อย่างสะดวก

และเครื่องมีอุปกรณ์ประกอบเพื่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ซึ่งแยกขายต่างหาก 2 ชิ้นด้วยกัน คือ Model YWA-10 Wi-Fi Adaptor สำหรับใช้งานร่วมกับพีซี, อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์จัดเก็บหน่วยความจำขนาดใหญ่อย่าง NAS: Network-Attached Storage และอีกชิ้นคือ Model YBA-11 Bluetooth Wireless Adaptor สำหรับใช้งานร่วมกับพีซี, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

ครับ, ทั้งหมดนั้นคือคุณสมบัติโดยรวมของ Yamaha RX-V675 ที่นำมากล่าวถึงพอเป็นสังเขป

 RX-V675_Hookup Zone 2_Blu-ray_Cable_Sat

Model RX-V675

ลองเล่นและคุณภาพ

ดังที่ได้บอกแต่แรกนั่นแหละครับ เครื่องที่ได้มาลองนี้เป็นเครื่องใหม่แบบ ‘เปิดซิง’ จริงๆ จึงต้องใช้เวลาในการ Burn-In นานมาก ถึงตอนนี้จำไม่ได้ล่ะครับ ว่านานสักเท่าไร แต่หากดูจากวันที่การบนประดิทินที่ได้เครื่องมา ก็นับว่าข้ามเดือนไปแล้วล่ะกัน

อย่างไรก็ตาม, ระหว่างที่เปิดให้เครื่องทำงานในความหมายที่กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งเป็นแบบที่ใครบางคนแถวนี้ชอบพูดกับเครื่อง กับลำโพง ที่กำลังอยู่ระหว่างการวอร์ม อัพ เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เข้าที่เข้าทางว่าเปิดฟังแบบเปิดทิ้ง เปิดขว้างนั้น ผมกลับได้ใช้เวลาทำความเข้าใจหรือศึกษาการทำงานของเครื่องจากคู่มือการใช้ หรือ Owner Manual ได้ค่อนข้างละเอียด เพียงแต่ออกจะขลุกขลักบ้างตรงที่เป็นการเปิดอ่านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องเพราะมาในรูปของ CD-ROM ดังที่บอกไว้ข้างต้น

คือมันไม่สะดวกเหมือนเปิดอ่านที่สามารถพลิกหน้าย้อนไปย้อนมาได้เหมือนกับคู่มือที่มีลักษณะเป็นเล่ม ด้วยมันมีการอ้างอิงถึงกันตลอด เป็นต้นว่าเมื่อถึงตรงนี้ให้เปิดไปดูรายละเอียดที่หน้าโน้น, อะไรทำนองนั้น แต่สุดท้ายแล้วหลายๆ วัน ผ่านไป นานเข้าจนเมื่อได้ทำความรู้จักกันแบบพอจะใช้งานใช้การกันได้แล้ว เครื่องก็ดูเหมือนพร้อมจะทำงานด้วยอยู่ในทีเช่นเดียวกัน

และก็ยังคงวัตรปฏิบัติเช่นเดิมของผม ที่เมื่อใดก็ตามยามได้เครื่อง ได้ลำโพง สำหรับใช้งานได้ทั้งเพื่อการดูหนังและฟังเพลง มาลองเล่น ผมจะใช้เครื่องหรือลำโพงนั้นๆ เพื่อการฟังเพลงก่อน เพราะมีความเชื่อเป็นพื้นฐาน ว่าไม่ว่าเครื่องหรือลำโพงใดก็ตาม หากสามารถทำงานกับเสียงดนตรีออกมาได้ดีแล้วล่ะก้อ มักจะไม่ผิดหวังในยามที่นำมาใช้ดูหนัง ซึ่งผิดกับหลายๆ เครื่อง หรือชุดลำโพงหลายๆ ชุด ที่ยามได้ฟังเวลา Demo’ ในแบบ Multi-Channel มันเหล่านั้นสามารถที่ให้สุ้มเสียงในการเล่นโฮมเธียเตอร์ ออกมาได้อย่างน่าสนใจ กลับไร้ซึ่งความรื่นรมย์อันชวนให้สุนทรีย์ในยามที่นำไปใช้ฟังดนตรีแบบ 2-Ch Stereo อย่างสิ้นเชิง

จึงเมื่อเครื่องออกจะสะดวกในการมีพอร์ท USB ที่ด้านหน้าให้ ผมก็ใช้เพลงที่มีเก็บเอาไว้ใน USB Device หรือที่เรียกกันติดปากว่า Thumb Drive นั่นแหละครับมาลองเป็นปฐม ด้วยระยะหลังๆ ออกไปไหนมาไหน มักจะมีเครื่องที่ให้เล่นได้กับอุปกรณ์จัดเก็บหน่วยความจำแบบนี้ให้ลองแยะไปหมด ก็เลยจัดเก็บบางอัลบั้มที่เป็น ‘แผ่นสามัญประจำห้อง’ เอาไว้ในอุปกรณ์ดังกล่าว เพราะสามารถหยิบฉวยมาใช้งานได้สะดวกมากนั่นเอง เพราะหน่วยความจำขนาด 8GB ชิ้นหนึง เก็บเพลงใยรูปของไฟล์ FLAC ได้มากกว่าสิบอัลบั้ม ซึ่งแค่นี้ก็เกินพอแล้วล่ะครับสำหรับการนำออกไปใช้งานข้างนอกแบบฉาบฉวยได้อย่างเอาเรื่องเอาราว

นำมาพูดคุยเป็นน้ำจิ้มสักสามสี่แผ่นนะครับ ก็มีอาทิ อัลบั้ม The Way We Were จากเสียงร้องของ Umi Ushida กับ Upright Piano หนึ่งหลัง และ Acoustic Guitar อีกสองตัว อีกสองอัลบั้ม คือ HCSF: Hot Club of San Francisco กับอัลบั้ม The Essence of Viennese Music ซึ่งชุดหลังนี่เป็นอัลบั้มคลาสสิคที่ตัดตอนมาให้ฟังอย่างหลากหลาย กับสุดท้ายเป็นอัลบั้มชุดบันทึกการแสดงสดของ Bob James ที่ชื่อ All Around The Town ซึ่งเป็นอัลบั้มบันทึกการแสงของ Bob James ที่ตระเวนไปเล่นดนตรีร่วมกับผองเพื่อนตามคอนเสอร์ท ฮอลล์ ต่างๆ ถึงสามแห่งในมหานครนิวยอร์ค คือ The Bottom Line, Town Hall และ Carnegie Hall ในช่วงปลายปี ค.ศ.1979

ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นงานดนตรีอะคูสติคทั้งสิ้น ในขณะที่อีกอัลบั้มแม้จะมีอิเล็คทริคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ก็จะให้บรรยากาศทางด้าน Live Music ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากแผ่นแรกที่มีเพียงเสียงร้องกับเครื่องดนตรีสามชิ้น และได้มีการบันทึกในสติวดิโออย่างเป็นธรรมชาติมาก ด้วยการใช้ไมโครโฟนเพียงสองชุด ชดหนึ่งสำหรับเสียงร้อง กับอีกชุดสำหรับเสียงดนตรีนั้น Yamaha RX-V675 เครื่องนี้ให้การทำงานออกมาได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว น่าทึ่งในแง่ที่แม้จะว่าการใช้งานหลักๆ นั้นจะเป็นเครื่องสำหรับระบบเสียงมัลติ-แชนเนล แต่ความเป็นดนตรีที่สูงด้วยธรรมชาติของเสียงที่เครื่องให้ออกมานั้น บ่งบอกให้รู้ว่า Yamaha หาได้ทอดทิ้งความโดดเด่นที่มีมาแต่อ้อนแต่ออกไปแม้แต่น้อย ยังคงให้ความสำคัญกับระบบเสียงสเตรีโอที่เป็น Natural Sound เอาไว้เต็มตัว

และอีกสองอัลบั้มต่อมาก็สามารถยืนยันคำกล่าวข้างต้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น HCSF ซึ่งงานเพลงแต่ละแทร็คเป็นการผสมผสานกันระหว่างเครื่องดนตรีอะคูสติคจำพวกเครื่องสาย กับพวกเครื่องเป่าลม และเครื่องทองเหลือง ที่ให้การทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนยิ่ง ภายใต้ตัวโน้ตที่โลดแล่นอย่างคลุกเคล้ากันไประหว่าง Swing, Folk และ Blues ตลอดแผ่น เป็นอีกอัลบั้มที่บอกให้รู้ได้ ว่าการทำงานในระบบเสียงสเตริโอของเครื่องนั้น ให้น้ำสียงที่มีความเป็นธรรมชาติสูงทีเดียว ส่วนอัลบั้มเพลงที่มีกลิ่นอายของเวียนนาอันอบอวลนั้น เครื่องก็สามารถพาเข้าถึงความสุนทรีย์ของแต่ละตัวโน้ตได้อย่างน่าฟังและชวนเพลนยิ่งนัก

จากเสียงที่บันทึกในสติวโอมาถึงเสียงจากการบันทึกแบบ Live Music Recording ที่มีกระบวนการไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่ามากนั้น เมื่อนำมาเล่นกลับกลับมิได้รู้สึกถึงความหยาบกร้าน สากเสี้ยน ที่แฝงเอาไว้ในน้ำเสียงแต่อย่างใด กลับให้อรรถรสเสมอด้วยพาให้คนฟัง (ก็ผมนั่นแหละ) เข้าไปอยู่ในบรรยากาศของโถงแสดงดนตรีนั้นได้อย่างแทบไม่รู้สึกแปลกแยกแต่อ่างใด เพราะแค่เริ่มแทร็คแรกกับเพลง Touchdown ไปไม่กี่มากน้อย ก็แทบอยากจะลุกขึ้นเป่าปาก ปรบมือ กระทืบเท้าร่วมไปกะใครๆ เขาในฮอลล์นั้นๆ ด้วยนั่นเอง

กล่าวโดยรวมแล้ว เครื่องให้การทำงานกับเสียงเพลง เสียงดนตรี ออกมาได้อย่างน่าฟัง ให้ความเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีโดยรวมได้ดีทีเดียว ซึ่งหลังจากที่ได้ต่อเข้าเป็นซิสเต็มเต็มระบบ 7.1 แล้ว ฟังเพลงจากหลากหลายอัลบั้มผ่านเครื่องเล่นแผ่นบลู-เรย์ คุณภาพเสียงทางด้านดนตรีที่เครื่องให้ออกมาต้องถือว่าสอบผ่านได้แบบสบายๆ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวประมาณสองหมื่นกลางๆ กับการที่เครื่องให้การทำงานได้อย่างหลากหลายแล้ว น้ำเสียงที่สามารถให้ออกมาได้แบบนี้รับได้สบายมากครับ

ทางด้านการทำงานในระบบ Multi-Channel นั้น การเซ็ท-อัพก็มิได้ยุ่งยากแต่อย่างใด เนื่องเพราะระบบปรับแต่งเสียงให้ดีที่สุดภายในห้องนั้นๆ หรือ YPAO: Yamaha Parametric Room Acoustic Optimizer ที่มาพร้อมชุดไมโครโฟน ได้ช่วยให้การนี้ลุล่วงไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญคือให้ผลในการใช้งานและทำงานจริง อีกทั้งยังเสียเวลาไม่มาก ก็สามารถได้ระบบเสียงที่ลงตัวกับสภาพห้องในเวลาอันรวดเร็ว

Zone 2 Hookup Options

เช่นเดียวกับเอวี รีซีฟเวอร์ รุ่นที่ผ่านๆ มาของ Yamaha ที่ได้ผนวก DSP Modes เข้ามาไว้ในเครื่องหลากหลายรูปแบบ ทำให้การเล่นเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะแต่ละโหมดล้วนแล้วแต่ให้การทำงานที่มีประสิทธิภาพ สัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างแท้จริง เชื่อว่าจะทำให้ใครหลายๆ คนชื่นชอบอย่างมาก เพราะแม้จะเป็นเอฟเฟกต์เสียงที่แตกต่างกันไป แต่ยังคงพื้นฐานอันเป็นธรรมชาติของเสียงเอาไว้แบบให้รับรู้ได้ มิใช่ใส่เอฟเฟกต์เข้ามาแล้วทำให้เสียงผิดเพี้ยนไปจากพื้นฐานเสียงเดิมแต่อย่างใด และการใช้งาน DSP Modes นี้ หากดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Yamaha AV Controller มาใช้ผ่านทางแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน จะพบว่าให้ความคล่องตัวสูงมาก เพราะสามารถเข้าถึงทุกๆ ความต้องการใช้งาน หรือเล่น ได้อย่างรวดเร็วมากนั่นเอง คือสะดวกกว่าการใช้งานผ่านรีโมท คอนโทรล มากนัก ไม่เพียงเท่านั้น การใช้แอพพลิเคชั่นควบคุมการทำงานของเครื่อง ยังช่วยให้เข้าถึงการเลือก Source ต่างๆ บนหน้าจอได้สะดวกและง่ายดายกว่ามากอีกด้วย

ทางด้านการให้บรรยากาศเสียงรายรอบนั้น Yamaha RX-V675 สามารถขยายสนามเสียงออกได้กว้างอย่างน่าทึ่ง รวมไปถึงการให้ทิศทางเสียงที่ถูกต้อง แม่ยำ และชัดเจน เป็นบรรยากาศเสียงที่มีความเสมือนจริงสูงมาก

อย่างไรก็ตาม, ภาพรวมของเสียงที่เอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ให้ออกมาก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์พร้อมอย่างไร้ที่ติ เนื่องเพราะหากลงไปในรายละเอียดของเสียงจากภาพยนตร์แนวดราม่า ที่ความโดดเด่นอยู่ตรงบทสนทนาที่เป็นการโต้ตอบไปมา หรือจากภาพยนตร์ในแนวแอ็คชั่นที่มักจะเน้นเสียงกระแทก กระทั้น เสียงที่กระชับฉับไว ในบางช่วงบางตอนเครื่องอาจจะทำออกมาได้ไม่รวดเร็วนัก รวมไปถึงเสียงพูดคุยโต้ตอบที่อาจจะขาดความเสถียรไปบ้าง แต่นั้นก็เป็นเมื่อดูและฟังแบบที่ลงไปในรายละเอียดอย่างที่กล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นรูปแบบของการดูและฟังในลักษณะการทำงานควบคู่ไปด้วยมากกว่า หาใช่การใช้งานเครื่องเพื่อความเพลิดเพลินแต่อย่างใด

เพราะหากพิจารณาในแง่ของความบันเทิงที่เครื่องให้มาเพื่อความผ่อนคลายแล้ว มันหาได้มีอะไรที่ต้องติติงแต่อย่างใด โดยเฉพาะกับราคาขนาดนี้

 rxv775blicgbf_f

สรุป

กล่าวทางด้านกายภาพและภาพลักษณ์ของเครื่องแล้ว Yamaha RX-V675 นับป็นเอวี รีซีฟเวอร์ ที่ผ่านการออกแบบและประกอบกันขึ้นมาเป็นอย่างดี ตัวถังเครื่องที่มีความประณีต เรียบร้อย อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่มั่นคงแข็งแรงดีมาก

สำหรับการใช้งานแล้ว หากใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นเอวี คอนโทรลเลอร์ จะพบว่าเอความสะดวกและคล่องตัวมากกว่าการใช้รีโมท คอนโทรล มากมายนัก ด้วยการแสดงผลบนหน้าจอไม่ว่าจะเป็นกับแท็บเล็ต หรือแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน จะช่วยให้เข้าถึงความต้องการใช้งานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ภาพรวมของเสียงทั้งในแง่เพื่อการดูหนังแบบมัลติแชนเนล ตลอดจนการฟังเพลงด้วยระบบสอง-แชนเนล สเตรีโอ เครื่องมีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างน่าชื่นชม โดยสามารถให้คุณภาพเสียงออกมาได้เป็นที่น่าพึงพอใจไม่น้อย

และไม่น่าจะผิดหวัง, หากคุณตัดสินใจจะลงทุนกับเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Yamaha RX-V675 ราคา 24,000.-บาท

ขอขอบคุณบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด โทร.02.215.2626-39 ผู้แทนจำหน่ายที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ