Test: Yamaha BD-A1010

BD-A1010

เครื่องเล่นสารพัดแผ่น 3D BD จาก Yamaha

อ.ธนากร จันทรานี

Yamaha-bda1010-listeningpost

 

Yamaha BD-A1010 ที่นำมาลองเล่นครั้งนี้ เป็นเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์เจนเนอเรชั่นที่สองที่วางจำหน่ายตามหลังเครื่องเจนเนอเรชั่นแรก BD-A1000 มาติดๆ เมื่อปลายปี 2011 ได้รับการออกแบบเพื่อใช้งานร่วมระบบกับเอวีรีซีฟเวอร์ซีรี่ส์ Aventage ของ Yamaha นอกเหนือจากคุณสมบัติการเล่นBONUSVIEW และแผ่นบลูเรย์ระบบภาพแบบ 2D และแบบ 3D ได้แล้ว BD-A1010 ยังสามารถเล่นแผ่น SACD และแผ่น DVD-Audio ได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดนใจของนักเล่นผู้ชื่นชอบคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์มาก บรรจุหน่วยประมวลผลที่โปรแกรมให้สามารถถอดรหัสเสียงดิจิตอลความละเอียดสูงได้ครบถ้วนทุกระบบ และมีจุดส่งออกเสียงอะนาลอกสเตอริโอแบบดาวน์มิกซ์ 2 แชนแนลทำหน้าที่รวมเสียงทุกแชนแนลที่ได้จากการเล่นแผ่นระบบเสียงมัลติแชนแนล ให้เป็นระบบเสียงทูแชนแนลด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อส่งออกไปขยายด้วยซิสเต็มเสียงทูแชนแนล และจุดส่งออกเสียงอะนาลอกแบบ 7.1 แชนแนลสำหรับส่งไปเข้าจุดรับเข้าเสียงอะนาลอกแบบมัลติแชนแนลของเอวีรีซีพเอเวอร์ ทำให้ สามารถใช้งานเป็นเครื่องเล่นสารพัดแผ่นที่ต่อร่วมระบบกับซิสเต็มเสียงอะนาลอกแบบทูแชนแนลและมัลติแชนแนลที่มีอยู่เดิมนอกเหนือจากการใช้งานเป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ตที่ส่งข้อมูลสดเสียงดิจิตอลและภาพดิจิตอลผ่านสาย HDMI ไปให้เอชดีเอวีรีซีฟเวอร์

รูปลักษณ์

                ด้านหน้าของ BD-A1010 ได้รับการดีไซน์เป็นสองระดับ ส่วนครึ่งบนมีระดับต่ำกว่าเป็นแผ่นพลาสติกใสเรียบมันปิดทับเต็มความกว้างด้านหน้า ส่วนครึ่งล่างเป็นอลูมิเนียมเคลือบสีดำด้านลายเสี้ยนละเอียดมีลักษณะนูนขึ้นสูงกว่าส่วนครึ่งบนเล็กน้อยคาดเต็มความกว้างด้านหน้าเช่นกัน ตรงกลางส่วนครึ่งบนเป็นแผงแสดงแอลอีดีสีขาว ตรงกลางส่วนครึ่งล่างที่อยู่ใต้แผงแสดงพอดีเป็นช่องเลื่อนถาดบรรจุแผ่นตรงกลางส่วนฝาปิดช่องเลื่อนถาดมีโลโก้ Blu-ray สีขาว ครึ่งบนด้านหน้าซ้ายมีโลโก้ YAMAHA สีขาวขนาดประมาณครึ่งเซ็นติเมตรตามด้วยตัวอักษรขนาดเล็กสีเดียวกันระบุชนิดอุปกรณ์และรุ่น ด้านล่างมีสวิตช์กด Power ON/STANBY ถัดลงไปตรงส่วนครึ่งล่างมีจุดเชื่อมต่อแบบ USB และโลโก้ Blu-ray 3D สีขาว ด้านขวาส่วนครึ่งบนมีตัวอักษร AVENTAGE สีขวา และมีสวิตช์กด PURE DIRECT วางอยู่ถัดลงไปทางด้านใต้ ขอบบนของส่วนหน้ากากมีโลโก้สีขวาแสดงคุณสมบัติต่างๆ ของเครื่องเล่น ส่วนครึ่งล่างมีสวิตช์กดเลื่อนถาดและควบคุมการเล่นจัดวางเรียงกันทางแนวระนาบ

yamaha-aventage-bd-a1010-blu-ray-player_02

จุดต่อสัญญาณด้านหลัง

            จุดต่อสัญญาณด้านหลังจัดแยกออกเป็นสามส่วน ส่วนที่อยู่ด้านซ้ายบนมีจุดต่อ RS-232C และจุดรับเข้าส่งออกสัญญาณรีโมทคอนโทรล ด้านล่างซ้ายมีจุดต่อ LAN, HDMI และ USB ส่วนที่อยู่ตรงกลางด้านซ้ายเป็นจุดส่งออกเสียงอะนาลอกแลลมัลติแชนแนล, จุดส่งออกเสียงอะนาลอกทูแชนแนลแบบดาวน์มิกซ์ , จุดส่งออกภาพอะนาลอกแบบคอมโพสิตและคอมโพเนนต์วิดีโอ และจุดส่งออกเสียงดิจิตอลแบบโคแอคเชียลและแบบ อ็อปติคอล ด้านขวามือมีช่องพัดลมระบายอากาศและซอคเก็ตเสียบเพาเวอร์คอร์ดอยู่ด้านขวาสุด

วิธีประเมินคุณภาพของภาพ

วิธีประเมินคุณภาพของภาพที่ได้จาก Yamaha BD-1010 ทำสองขั้นตอนคือขั้นตอนแรกประเมินประสิทธิภาพการอัพสเกล 480p เป็น1080p ของหน่วยประมวลผลภาพดิจิตอลของ BD-1010 ขณะเล่นแผ่นดีวีดีวิดีโอ และขั้นตอนที่สองประเมินประสิทธิภาพการถ่ายโอนขบวนข้อมูลสดภาพดิจิตอล 1080p ขณะเล่นคลิปภาพ 1080p จากแผ่นบลูเรย์ทดสอบ และประสิทธิภาพการอัพสเกลจาก 720p เป็น1080p ของหน่วยประมวลผลภาพของ BD-1010 ขณะเล่นคลิปภาพ 720p จากแผ่นบลูเรย์ทดสอบ

คุณภาพของภาพอัพสเกลจากแผ่นดีวีดีวิดีโอ

วิธีประเมินคุณภาพหน่วยประมวลผลภาพดิจิตอลของ Yamaha BD-1010 ใช้แผ่นดีวีดีวิดีโอ ทดสอบชุด Digital Video Essential ของ Joe Kane Production เซ็ตเมนูเครื่องเล่นเลือก Resolution ที่ 1080p แล้วเล่นคลิปภาพที่มีฉากแพนกล้องไปตามยอดอาคารสูงในมหานครนิวยอร์ค เพื่อให้หน่วยประมวลผลภาพของ BD-A1010 อัพสเกลภาพความละเอียดมาตรฐาน 480p ในแผ่นดีวีดีวิดีโอเป็นภาพความละเอียดสูง 1080p ส่งผ่านสาย HDMI Kimber Kable HD29 ไปเข้าทีวีมอนิเตอร์ Samsung LED Backligth LCD TV

หน่วยประมวลผลภาพของ BD-A1010 สามารถสร้างภาพ 1080p ส่งป้อนตรงให้ทีวีมอนิเตอร์แสดงภาพสีออกมาได้สวยสดเป็นธรรมชาติ และคมชัดเจนมาก ขอบภาพแนวเฉียงของตัวอาคารสูงในมหานครนิวยอร์ค ขณะถูกแพนกล้องผ่านช้าๆ มองไม่เห็นรอยหยักและอาการสั่นกระตุกเลยแม้แต่น้อย ได้ภาพที่นิ่งสนิทมั่นคง ความลดหลั่นของระดับแสงขาวและการไล่ระดับเฉดสีสร้างได้กลมกลืนดีมาก ไม่ปรากฏอาการฟอลต์คอนทัวร์ และคัลเลอร์แบนดิ้งให้เห็นเลย ภาพส่วนสีดำดำสนิทมองไม่มีนอยส์ปรากฏ ภาพเคลื่อนไหวที่ระดับความเร็วต่างๆ มีความต่อเนื่องกลมกลืนไม่สั่นไหวทั้งทางแนวดิ่งและแนวระนาบ

คุณภาพของภาพ 2D ที่เล่นจากแผ่นบลูเรย์

ใช้แผ่นบลูเรย์ทดสอบชุด DVE HD BASICS ของ Joe Kane Production สำหรับประเมินคุณภาพของภาพ 720p และ1080p ที่ได้จาก Yamaha BD-A1010 ขณะเล่นคลิปภาพความละเอียด 1080p และ 720p จากแผ่นบลูเรย์ DVE HD BASICS โดย Yamaha BD-A1010 แล้วส่งขบวนข้อมูลสดภาพดิจิตอลผ่านสาย HDMI Kimber Kable HD29 ไปเข้าทีวีมอนิเตอร์ Samsung LED Backligth LCD TV สร้างภาพออกมาได้คมชัดเจนดีมาก ได้มิติภาพด้านลึก และความเข้มข้นอิ่มตัวของสีสูงกว่าตอนเล่นแผ่นดีวีดีมากพอสมควร ขอบภาพแนวเฉียงของภาพนิ่งตัวอาคารสูงในมหานครนิวยอร์ค ขณะถูกแพนกล้องผ่านช้าๆ ก็ไม่มีรอยหยัก การสั่นกระตุก และภาพตัวอาคารตึกนิ่งสนิทมั่นคง ภาพเคลื่อนไหวที่ระดับความเร็วต่างๆ นุ่มนวล ไม่สั่นกระตุกทางแนวดิ่งและแนวระนาบ ได้สีเข้มข้น และสดเป็นธรรมชาติ มากขึ้น การไล่ระดับแสงขาวและระดับเฉดสีทำได้กลมกลืนไม่ปรากฏอาการฟอลต์คอนทัวร์ และคัลเลอร์แบนดิ้งปรากฏเช่นกัน

YAMAHA-BD-A1010-BLU-RAY-R

 

วิธีประเมินคุณภาพเสียง

Yamaha BD-1010 เป็นเครื่องเล่นแผ่นแสงเอนกประสงค์เพื่อความบันเทิงทางภาพและเสียงในบ้านระดับออดิโอไฟล์ สามารถเล่นสื่อเสียงชนิดแผ่นแสงได้ครบทุกชนิด เช่น แผ่นซีดีเพลง , ซุปเปอร์ออดิโอซีดี (เอสเอซีดี), ดีวีดีออดิโอ และ ดีวีดีวิดีโอ โดยบรรจุชิปประมวลผลเสียงดิจิตอลที่เขียนโปรแกรมให้ถอดรหัสเสียงดิจิตอลทุกแบบทุกระดับความละเอียดที่บันทึกอยู่แผ่นเหล่านี้บรรจุไว้ภายในเครื่องเล่นอย่างครบถ้วน จึงสามารถใช้งานเป็นแหล่งสัญญาณเพื่อการดูหนังและฟังเพลงในบ้านได้เต็มรูปแบบ เช่นใช้งานเป็น เครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ อ่านข้อมูลส่วนเสียงจากแผ่น ถอดรหัสแล้วแปลงเสียงดิจิตอลเป็นอะนาลอกส่งออกทาง จุดส่งออกเสียงอะนาลอกสเตอริโอแบบดาวน์มิกซ์ (MIXED 2CH) หรือจุดส่งออกเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนล ไปขยายที่ชุดขยายเสียงสเตอริโอหรือชุดขยายเสียงมัลติแชนแนล ของเอวีรีซีฟเวอร์ที่ต่อร่วมระบบ และใช้งานเป็น ยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ต อ่านข้อมูลเสียงจากแผ่น แล้วส่งออกขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลผ่านสาย HDMI ไปประมวลผล โดยเอวีรีซีฟเวอร์ที่ต่อร่วมระบบอยู่ภายนอก การประเมินคุณภาพของ Yamaha BD-1010 จึงทำสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ และ ครั้งที่สองเมื่อทำหน้าที่เป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ต

คุณภาพเสียงเมื่อใช้งานเป็นเครื่องเล่นทูแชนแนล

          ใช้ Yamaha BD-1010 ทำหน้าที่เล่น, ประมวลผลถอดรหัสและแปลงเสียงดิจิตอลเป็นอะนาลอก ส่งผ่านสายเชื่อมต่อเสียงอะนาลอก Kimber Kable Select KS-1021 ไปข้าจุดรับเข้า CD ของอินทีเกรทแอมป์ Creek 5350SE ขยายส่งออกผ่านสาย TaraLabs RSC Master Generation 2 ไปขับลำโพงตั้งพื้น Triangle Celius 202

ขั้นตอนแรก ใช้แผ่นซีดีออดิโอไฟล์ของ Chesky Records อัลบั้ม Chesky Records Jazz Sampler & Audiophile Test Compact Disc เล่นเพลง The Song Is You เพื่อประเมินคุณภาพเสียงทุ้ม ไดนามิกจังหวะและความเร้าใจ เพลงนี้เป็นเพลงบรรเลง ด้วยเครื่องดนตรีอคูสติกล้วน 5 ชิ้น ในจังหวะสวิง ที่มีท่วงทำนองสนุกสนานเร้าใจ โดยนักดนตรีฝีมือขั้นเทพ Bucky Pizzarelli (กีตาร์โปร่ง 1), John Pizzarelli (กีตาร์โปร่ง 2), Johny Frigo(ไวโอลิน), Michael Moore(ดับเบิ้ลเบส) และ Butch Miles (กลองชุด) อินโทรด้วยเสียงหวดกลองสแนร์, ทอมทอมและเหยียบกระเดื่องคิ๊กดรัมอย่างแรงพร้อมกันหนึ่งตัวโน้ตดังออกมาจากมุมในสุดด้านซ้าย ตามด้วยเสียงคิ๊กดรัมสลับกลองสแนร์ แล้วเสริมด้วยเสียงกีตาร์โปร่ง ชิ้นแรกดังจากหน้าขวาสุด(เลยลำโพงขวาไปเล็กน้อย) ชิ้นที่สองดังจากหน้าซ้ายสุด (เลยลำโพงซ้ายไปเล็กน้อย) มีเสียงดับเบิ้ลเบสให้จังหวะด้วยท่วงทำนองเร็วดังจากกลางซ้ายและเสียงไวโอลินสร้างท่วงทำนองหลักดังจากกลางซ้ายของสเตอริโออิมเมจ

Yamaha BD-A1010 อ่านข้อมูลจากแผ่น ประมวลผลถอดรหัส แปลงเป็นเสียงอะนาลอกสเตอริโอ ส่งไปให้อินทีเกรทแอมป์ Creek 5350SE ขยายขับลำโพงตั้งพื้น Triangle Celius 202 สร้างเสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองจังหวะสวิงของเพลง The Song Is You ออกมาได้คึกคัก สนุกสนานเร้าใจมาก เสียงหวดกลองทอมทอมพร้อมเหยียบกระเดื่องคิ๊กดรัมดังเสริมกับโทนเสียงทุ้มกลางของดับเบิ้ลเบส ได้พลังหนักแน่น นุ่มลึก กลองสแนร์ขณะสร้างจังหวะสลับกับคิ๊กดรัมได้ยินรายละเอียดเสียงแตกๆ ชัดเจน กีตาร์โปร่งสองชิ้นที่สร้างเสียงสะกิดสะเกาแจมไปกับเสียงหวานสดใสของไวโอลินที่สีอย่างรวดเร็ว โน้มน้าวให้รู้สึกร่าเริง แจ่มใส คึกคัก สนุกสนาน เสียงนิ้วดีดรัวสายดับเบิ้ลเบสให้จังหวะอย่างรวดเร็ว อิ่มแน่น ได้โฟกัส กระชับ ฉับไว เสียงแต๊ก แต๊ก แต๊ก ขณะแส้โลหะเคาะกลองสแนร์พร้อมเหยียบกระเดื่องไฮแฮ๊ตสร้างจังหวะร่วมไปกับดับเบิ้ลเบส ได้รายละเอียดเสียงสดใส เร้าใจเพิ่มความคึกคักสนุกสนานให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ช่วงโซโล่กีตาร์โปร่งชิ้นที่ 1 ขณะมีดับเบิ้ลเบสและชุดกลองให้จังหวะ สร้างตัวโน้ตเสียงกลางได้ อิ่มแน่น ฉับไว กีตาร์โปร่งชิ้นที่ 2 ที่สร้างท่วงทำนองเสริมตามเบาๆ ได้ยินชัดเจน เสียงนิ้วดีดสายไวโอลินที่สร้างออกมาแจมบางครั้งโดดเด่น เสียงหวดกลองและรัวไม้กลองเคาะฉาบอย่างรวดเร็วปิดท้ายโซโล่ไวโอลินช่วงสุดท้าย สร้างเสียงอิ่มแน่นแหลมละเอียดสดใส Yamaha BD-A1010 ถ่ายทอดท่วงทำนองเพลงนี้ออกมาได้ในระดับดี เข้มข้น สนุกสนานเร้าใจพาเส้นสายกระตุกเผลอสวิงตามจังหวะไปอย่างไม่รู้สึกตัว

          ขั้นตอนที่สองใช้แผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีแบบไฮบริดอัลบั้ม The World Greatest Audiophile Vocal Recordings ของ Chesky Records เนื่องจากแผ่นนี้บันทึกเสียงทั้งแบบมัลติแชนแนลและทูแชนแนลจึงต้องเซ็ตอัพที่เมนูเสียงของ Yamaha BD-A1010 ให้เลือกเล่นที่ชั้นข้อมูลเอสเอซีดี ทูแชนแนล (SACD Output > SACD Priority > 2- channel) เสียก่อน แล้วเล่นเพลง Isn’t She Lovely เพื่อประเมินคุณภาพเสียงร้องชาย รายละเอียดเสียงแหลม และสเตอริโออิมเมจ

เพลง Isn’t She Lovely อินโทรด้วยเสียงผิวปากของ Livingston Taylor มีเสียงกีตาร์ที่ 1 ที่อยู่ทางขวามือสร้างท่วงทำนองตาม เมื่อเริ่มเสียงร้องท่อนแรกมีกีตาร์อีกตัวหนึ่ง (กีตาร์ที่ 2 )สร้างเสียงออกมาเสริมจากทางด้านซ้ายบางช่วง และมีเสียงให้จังหวะจากดับเบิ้ลเบส ช่วงเสียงร้องท่อนที่สองมีเสียงกลองคองก้าให้จังหวะเสริมขึ้นมาจากส่วนลึกทางด้านหลังสุด ช่วงพักเสียงร้องกีตาร์ที่ 2 สร้างท่วงทำนองโดยมีกีตาร์ที่ 1 และกีตาร์ที่ 3 ของ Livingston Taylor สร้างเสียงเสริมออกมาบางช่วง มีกลองคองก้าและดับเบิ้ลเบสให้จังหวะ และบางครั้งมีเสียงเคาะแทมบูลีนเสริมออกมาเบาๆ ช่วงเสียงร้องท่อนสุดท้ายเป็นการร้องซ้ำเนื้อร้องท่อนแรกเมื่อร้องจบ Livingston Taylor จะร้องซ้ำประโยคสุดท้าย Isn’t she lovely made from love? อีกครั้งแล้วฮัมและตามด้วยเสียงผิวปากเป็นท่วงทำนองเพลงท่อนหนึ่งแล้วแผ่วเบาหายไป

เครื่องเล่นบลูเรย์แบบยูนิเวอร์แซล Yamaha BD-A1010 สามารถอ่านข้อมูลเพลง Isn’t she lovely จากแผ่นออกมาถอดรหัสแล้วแปลงเป็นเสียงอะนาลอกสเตอริโอ ส่งให้อินทีเกรทแอมป์ ขยายขับลำโพง สร้างเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้องออกมาได้สด ชัดเจนสมจริงมาก ตำแหน่งเสียงร้องและเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นถูกจัดวางอยู่ภายในสเตอริโออิมเมจได้อย่างเหมาะสมเป็นลำดับชั้นทางด้านลึกและมีความกว้างอยู่ระหว่างตำแหน่งลำโพงทั้งสอง เสียงผิวปากโทนเสียงกลางสูงของ Livingston Taylor อิ่มหวานสดใสได้ยินดังออกมาจากตรงกลางระหว่างลำโพงซ้ายขวาพอดี ท่วงทำนองที่สร้างคลอตามเสียงผิวปากโดยกีตาร์ที่ 1 โดดเด่นชัดเจนกังวานสดใส ดังออกจากตำแหน่งลำโพงขวาพอดีที่ระดับความลึกเท่ากับตำแหน่งเสียงผิวปาก เสียงร้องบาริโทนของ Livingston Taylor ที่ครอบคลุมตลอดแถบความถี่เสียงกลางได้ยินบุคลิกเสียงที่บางครั้งแหบห้าวเล็กน้อยได้ชัดเจน อ่อนหวานและนุ่มนวล เสียงกีตาร์ที่ 2 ที่สร้างเสริมออกมาบางครั้งในช่วงเสียงร้องและสร้างท่วงทำนองในช่วงพักเสียงร้องกังวานสดใส ดังจากตำแหน่งลำโพงซ้ายที่ระดับความลึกเท่ากับกีตาร์ที่ 1 เสียงให้จังหวะของดับเบิ้ลเบสที่ดังออกมาจากตำแหน่งด้านหลังของเสียงร้อง เยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย อบอุ่น กระชับ ได้โฟกัสชัดเจน เสียงกลองคองก้าที่เริ่มให้จังหวะตั้งแต่ช่วงเสียงร้องท่อนที่สองดังจากส่วนลึกทางด้านหลังตำแหน่งเสียงร้องได้โทนเสียงกลางล่างที่กระชับโดดเด่นชัดเจน เสียงเคาะแทมบูลีนเบาๆ ที่เริ่มได้ยินตั้งแต่ช่วงพักเสียงร้องถึงแผ่วเบาแต่ได้ยินรายละเอียดเสียงกระพรวน แหลมสดใสแพรวพราวชัดเจน ดังจากตำแหน่งระหว่างดับเบิ้ลเบสกับกลองคองก้าเยื้องออกไปด้านซ้ายเล็กน้อย

ขั้นตอนที่สาม ใช้แผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีแบบไฮบริดอัลบั้ม The World Greatest Audiophile Vocal Recordings ของ Chesky Records เช่นเดิม เล่นเพลง Spanish Harem เพื่อประเมินคุณภาพเสียงร้องหญิง รายละเอียดเสียงดับเบิ้ลเบสและมาราก้าส์

เพลง Spanish Harem มีเนื้อร้องสองท่อนหลังช่วงพักเสียงร้องช่วงสุดท้ายของเพลงเป็นการร้องซ้ำเนื้อเพลงท่อนที่สอง อินโทรด้วยดับเบิ้ลเบสดังจากตำแหน่งหลังเสียงร้องและเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง….. ตึง ตึ๊ง ตึ่ง….. ตึง ตึ๊ง ตึ่ง…..ตึง ตึ๊ง ตึ่ง แล้วตามด้วยเสียงร้องของ Rebecca ท่อนแรกเริ่มจาก There is a rose in Spanish Harlem…..มีเพียงดับเบิ้ลเบสให้จังหวะด้วยท่วงทำนองเดียวกับช่วงอินโทร ไปสิ้นสุดที่ But soft and sweet and dreamin’ ก่อนเสียงร้องท่อนที่สองนำด้วยเปียโน ตัวโน้ต เสียงกลางต่ำสองตัวโน้ต ดังจากหน้าตำแหน่งเสียงร้องตามด้วยเสียงร้อง There is a rose in Spanish Harlem … มี เปียโนคลอตามเบาๆ ดับเบิ้ลเบสให้จังหวะ เมื่อจบประโยคสุดท้าย I’m going to pick that rose and watch her as she grows in my garden มีเสียงไวโอลินที่1 สีรับสองตัวโน้ตดังออกมาจากลำโพงขวาแล้วสร้าง ท่วงทำนองช่วงพักเสียงร้อง มีเสียงมาราก้าส์ดังเบาๆ จากด้านหลังเสียงร้องเยื้องไปทางขวาเล็กน้อยที่ระดับความลึกประมาณสามเท่าของระยะห่างระหว่างเสียงร้องกับดับเบิ้ลเบสและเสียงสีไวโอลินที่ 2 ดังจากตำแหน่งลำโพงซ้าย ไวโอลินทั้งสองชิ้น บางครั้งเล่นพร้อมกันด้วยตัวโน้ตเดียวกัน บางครั้งสลับรับช่วงกัน มีมาราก้าส์สร้างท่วงทำนองร่วมกับดับเบิ้ลเบส เปียโนสร้างท่วงทำนองเสริมออกมาบางช่วงและ Rebecca เกากีตาร์โปร่งสร้างท่วงทำนองด้วยตัวโน้ตตัวเดียว ตึ๊งตึ๊ง…ตึ๊งตึ๊งตึ๊งตึ๊ง…ตึ๊งตึ๊ง…ตึ๊งตึ๊งตึ๊งตึ๊ง ออกมาเสริมบางช่วงช่วงร้องซ้ำเนื้อร้องท่อนที่สองที่เป็นช่วงสุดท้ายของเพลง มีไวโอลินที่ 1และไวโอลินที่ 2 สร้างเสียงออกมาเสริมเสียงร้องบางครั้ง มาราก้าส์และดับเบิ้ลเบสให้จังหวะ เปียโนและกีตาร์โปร่งสร้างเสียงเสริมบางช่วง หลังร้องซ้ำประโยคสุดท้าย I’m going to pick that rose and watch her as she grows in my garden หนึ่งครั้งมาราก้าส์และเปียโนสร้างท่วงทำนองต่อช่วงสั้นๆ ปิดท้ายด้วยเสียงไวโอลินที่ 1 และ 2 สีสร้างตัวโน้ตเสียงยาวพร้อมกันที่ค่อยแผ่วเบาลงจนเงียบหายไป

Yamaha BD-A1010 สร้างท่างทำนองและเสียงร้องของ Rebecca ออกมาได้อิ่มหวานโรแมนติคมาก ได้ยินเสียงแหลมที่เกิดจากลมลอดไรฟันชัดเจน เครื่องดนตรีทุกชิ้นได้บุคลิกเสียงถูกต้อง เสียงไวโอลินที่ 1 และไวโอลินที่ 2 อิ่มหวานสดใส รายละเอียดเสียงดับเบิ้ลเบสดังกระหึ่มอิ่มแน่น นุ่มนวล รายละเอียดเสียงเขย่ามาราก้าส์เบาๆ ได้ยินสดใสชัดเจน

ขั้นตอนที่สี่ ใช้แผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีอัลบั้ม Vivaldi the Four Seasons ของ TELARC เลือกเล่นมูฟเมนตร์แรก Allegro ของบทเพลง La Primavera (Spring) บทเพลงแรกในชุดเพลงคอนแชร์โตสำหรับไวโอลินลำดับที่ 8(Opus.8) ชื่อ Le Quarttro Stagioni (The Four Seasons)ของนักประพันธ์เพลงชื่อดังชาวอิตาลี Antonio Vivaldi ที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี ไวโอลิน วิโอลาร์ พิณ กีตาร์ยุคบาโร๊ค เชลโล ดับเบิ้ลเบส และฮาร์พซิคอร์ด สร้างท่วงทำนองให้เกิดจินตนาการถึงบรรยากาศช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ใช้เพลงนี้ประเมินคุณภาพเสียงไวโอลิน ความอ่อนพลิ้วลื่นไหลและความเป็นดนตรี

มูฟเมนตร์ Allegro ของบทเพลง La Primavera บรรเลงด้วยท่วงทำนองค่อนข้างเร็วสนุกสนาน มีชีวิตชีวา โน้มน้าวให้เกิดอารมณ์ร่าเริง แจ่มใส เบิกบานใจ ความยาวประมาณสองนาทีครึ่ง แบ่งรูปแบบการสร้างท่วงทำนองออกได้หกช่วง สามช่วงแรกไวโอลิน วิโอลา พิณ ฮาร์พซิคอร์ดสร้างท่วงทำนองเพลงเต้นรำจำลองบรรยากาศของเสียงนกและแมลง บินวนเวียน จับคู่เต้นรำ กระโดดโลดเต้น ส่งเสียงพูดคุยกัน ส่งเสียงร้องเพลง ช่วงที่สี่ และช่วงที่ห้า สร้างท่วงทำนองปลุกเร้าใจให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นทีละน้อยจนถึงมากที่สุดช่วงไคลแมคซ์ที่เชลโล่และดับเบิ้ลเบสสีช่วงสั้นๆ สร้างโทนเสียงทุ้มหนักแน่นกระหึ่มก้องจำลองเสียงบรรยากาศขณะลมพายุพัดโหมกระหน่ำมีเสียงฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ช่วงที่หก ใช้ชุดเครื่องสายสีสร้างท่วงทำนองให้รับรู้ว่าพายุฝนได้ผ่านพ้นไปบรรยากาศกลับเข้าสู่ความเงียบสงบและเสียง นก ที่เริ่มกลับมาส่งเสียงร้องเริงร่า สนุกสนาน ชื่นบานเหมือนสามช่วงแรกแล้วแผ่วเบาเงียบหายไป

ข้อมูลที่ BD-A1010 อ่านจากแผ่นประมวลผลถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกสเตอริโอ ส่งให้อินทีเกรทแอมป์ขยายขับลำโพงนั้นสามารถจำลองสร้างเสียงบรรยากาศต้นฤดูใบไม้ผลิออกมาได้ความสด สมจริงของเสียงอยู่ในระดับดี โน้มน้าวให้รู้สึกสดชื่น แจ่มใส สนุกสนานร่าเริง เกิดจินตนาการ ได้ยินเสียงฝูงนกส่งเสียงร้อง เจื่อยแจ้ว กระโดดโลดเต้น ร่าเริงสนุกสนานเบิกบานใจ บางช่วงได้ยินเสียงนกจับกลุ่มพูดคุยกันส่งเสียงดัง เสียงลมพัดผ่านใบไม้ที่ค่อยทวีกำลังแรงขึ้น เสียงพายุโหมกระหน่ำที่จำลองด้วยเสียงสีดับเบิ้ลเบสโทนทุ้มต่ำทำได้สมจริงมาก ถ่ายทอดรายละเอียด, บุคลิกเสียงเครื่องสาย และความเป็นดนตรี ของเพลงนี้ออกมาได้ในระดับดี โน้มน้าวให้เกิดจินตนาการบรรยากาศต้นฤดูใบไม้ผลิได้อย่างสมจริงจนรู้สึกเหมือนอยู่ร่วมในบรรยากาศอันสุดแสนจะสดชื่นเหล่านั้นด้วย ฟังแล้วรู้สึกสบายและผ่อนคลายมาก

image-C-10aeea75-64415399

คุณภาพเสียงเมื่อใช้งานเป็นเครื่องเล่นมัลติแชนแนล

                การใช้งาน Yamaha BD-1010 เป็นเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซล เพื่อต่อร่วมกับซิสเต็มเสียง 7.1 แชนแนล คงต้องเปลืองงบค่าสายเสียงเชื่อมต่อเสียงอะนาลอกสักหน่อยเพราะถ้าต้องการดูหนังและฟังเพลงมัลติแชนแนลให้ได้คุณภาพเสียงสูงสุดกลมกลืนกันทุกแชนแนลแล้วคงต้องใช้สายคุณภาพสูงแบรนด์เดียวกันรุ่นเดียวกันทั้งหมดถึงสี่แพ๊ค ซึ่งราคาค่าสายใช้ซื้อเอวีรีซีฟเวอร์ ะดับกลางได้เครื่องนึงเลยทีเดียว ถ้าท่านผู้อ่านมีเอวีรีซีฟเวอร์คุณภาพสูงที่มีจุดรับเข้าเสียงอะนาลอก 5.1แชนแนลหรือ 7.1 แชนแนลอยู่แล้วก็คงจะคุ้มค่ากับการเสียเงินค่าสายหน่อย เพราะถึงซื้อเอวีรีซีฟเวอร์ใหม่มาใช้ก็อาจได้คุณภาพเสียงไม่ดีเท่าเครื่องที่มีอยู่เดิม แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่านผู้อ่านเอง

การลองเล่นครั้งนี้ผู้เขียนใช้ Yamaha BD-A1010 ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่น เล่นแผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีระบบเสียง 5.0 แชนแนล, แผ่นบลูเรย์คอนเสิร์ตระบบเสียง 7.1 แชนแนลความละเอียด 96 kHz/24 bit และแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ระบบเสียง 7.1 แชนแนล ประมวลผลถอดรหัสและแปลงกลับเป็นเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลโดยหน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลของ BD-A1010 แล้วส่งออกทางจุดส่งออกเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลผ่านสายเชื่อมต่อเสียงอะนาลอก IXOS103 ไปเข้าจุดรับเข้าเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลของเอวีรีซีฟเวอร์คู่ขาYamaha RX-A3010 ที่ดีไซน์ขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับ BD-A1010 โดยตรง ให้ทำหน้าที่ขยายเสียงอะนาลอกทุกแชนแนลส่งออกไปขับลำโพง โดยสองแชนแนลหน้าผ่านสายลำโพง Kimber Kable 8TC ที่ใช้สองเส้นต่อร่วมกันเป็นไบไวร์ ไปเข้าลำโพงหน้าซ้ายขวาแบบตั้งพื้น Triangle Celius 202 แชนแนลเซ็นเตอร์ผ่านสายลำโพง Kimber Kable 12TC ไปเข้าลำโพงเซ็นเตอร์ Triangle Sexton 202 และ สี่แชนแนลเซอราวด์ผ่านสายลำโพง MONITOR DAS ของเยอรมันรุ่น Cobra Silver 3 Mix ไปเข้าลำโพงแชนแนลเซอราวด์และเซอราวด์แบ๊คที่ใช้ลำโพงตั้งพื้น Klipsch RF-3 สองคู่ จุดส่งออกซับวูฟเฟอร์ส่งผ่านสาย Monster Cable M1000 MkIII ไปเข้า ซับวูฟเฟอร์ B&W ASW600

เมื่อเล่นเพลงระบบเสียง 5.0 แชนแนล

ใช้แผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีระบบเสียง 5.0 แชนแนล อัลบั้ม The Film Music of Gerry Goldsmith ของ TELARC คอลเลคชั่นเพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์ยอดนิยมบทประพันธ์ของ Gerry Goldsmith บรรเลงโดยวง London Symphony Orchestra กำกับวงโดย Gerry Goldsmith เนื่องจากแผ่นนี้บันทึกเสียงทั้งแบบมัลติแชนแนลและทูแชนแนลจึงต้องเซ็ตอัพที่เมนูเสียงของ Yamaha BD-A1010 ให้เลือกเล่นที่ชั้นข้อมูลเอสเอซีดี มัลติแชนแนล (SACD Output > SACD Priority > multi- channel ) เสียก่อน แล้วเล่นเพลงที่ 2 ซึ่งเป็นเพลงเมดเลย์บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์สี่เรื่องต่อเนื่องกันไปคือ The Sand Pebbles, Chinatown , Air Force One, A Patch of Blue และ Poltergeist เพื่อประเมินคุณภาพเสียงบรรยากาศและความเป็นดนตรี

หน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลของ Yamaha BD-A1010 สามารถถอดรหัส ซาวด์แทร็คภาพยนตร์ระบบเสียงมัลติแชนแนลที่บันทึกใน แผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดีแล้วแปลงกลับเป็นเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลส่งออกทางจุดส่งออกเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลผ่านสายเชื่อมต่อเสียงอะนาลอก ไปเข้าจุดรับเข้าเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนลของเอวีรีซีฟเวอร์คู่ขาYamaha RX-A3010 ขยายขับลำโพงสร้างเสียงออกมาได้ เสียงบรรยากาศกว้างขวางมาก สด สมจริง เหมือนนั่งฟังอยู่ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ยังไงยังงั้นเลย เสียงท่วงทำนองเพลงประกอบภาพยนตร์ The Sand Pebbles ที่นำด้วยเสียงเป่าทรอมโบนและทูบ้าตามเครื่องเป่าทองเหลืองทุกชิ้น แล้วเครื่องทองเหลืองและเครื่องเป่าไม้ทุกชิ้นเป่าประโคมเสียงดังประสานกันออกมา ปิดท้ายด้วยเสียงกลองทิมปานี ดังหนักแน่น สร้างท่วงทำนองเช่นนี้ซ้ำกันไปสองครั้ง แล้ว เครื่องดนตรีทุกชิ้นรวมทั้ง ฉาบขนาดใหญ่และกลองทิมปานี ประโคมดังออกมาพร้อมกันแล้วเงียบหายไปปล่อยให้ โอโบโซโล่สร้างท่วงทำนองอ่อนพลิ้วและอ่อนหวานโดยมีกล๊อคเคนสพีลเคาะตัวโน้ตเสียงแหลมสดใสกังวาน เพิ่มความหวานตามไปเป็นระยะๆ แล้วแผ่วเบาหายไป ฟังแล้วรู้สึกสบายผ่อนคลายมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ Chinatown ที่เริ่มด้วยเสียงคลาริเน็ตเป่าอย่างแผ่วเบาและอ่อนพลิ้ว สร้างความรู้สึกที่อ่อนหวานนุ่มนวล เสียงเครื่องเคาะโลหะกล็อคเคนสพีลดังเสริมออกมาเป็นระยะๆ ดังแหลมสดใส กังวาน เสียงชุดเครื่องสายสีรับอย่างแผ่วเบาตอกย้ำเพิ่มความอ่อนพลิ้วและนุ่มนวลอ่อนหวานให้มากยิ่งขึ้น เสียงสีชุดเครื่องสายที่ค่อยๆ ทวีความดังมากขึ้นได้ความรู้สึกที่อบอุ่น นุ่มนวล เสียงชุดเครื่องเป่าทองเหลืองหลายระดับโทนเสียงเป่าประโคมพร้อมกัน แล้วมีเสียงสีชุดเครื่องสายหลายชิ้นในระดับเสียงที่ดังมากปิดท้ายตอกย้ำเพิ่มความรู้สึกเร้าใจให้มากยิ่งขึ้น ก่อนเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองช้าด้วยเสียงโซโล่เครื่องเป่าทองเหลืองอย่างแผ่วเบาและมีเสียงชุดเครื่องสายสีคลอตามอย่างแผ่วเบาเช่นกันโดยมีเสียง แหลมสดใส กังวาน ของกล็อคเคนสพีลดังเสริมออกมาเป็นระยะๆ สร้างความหวานและอบอุ่น นุ่มนวลมาก ปิดท้ายเพลง ด้วยเสียงสีเครื่องสายที่ดังขึ้นแล้วค่อยแผ่วเบาจางหายไป ฟังแล้วรู้สึก สบาย ผ่อนคลายมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ Air Force One ที่ผู้รักภาพยนตร์แอ็คชั่นทุกท่านรู้จักดี อินโทรด้วยชุดเครื่องเป่าทองเหลืองดังประสานพร้อมกัน หวานสดใส ก้องกังวาน เสียงตีกลองสแนร์จำนวนมากพร้อมกันให้จังหวะตามไปเป็นระยะๆ ประสานเสียงกันได้หนักแน่น กระหึ่มก้องเป็นท่วงทำนองเพลงมาร์ช ปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม คึกคัก ฮึกเหิม ทำให้เลือดรักชาติเริ่มเดือดขึ้นมาปุดๆ จนรู้สึกว่าร้อนผ่าวขึ้นมาถึงทรวงอกเลยทีเดียว เสียงสีชุดเครื่องสายที่อบอุ่น นุ่มนวลรับช่วงต่อในระดับเสียงที่ดัง โดยยังคงมีการให้จังหวะในท่วงทำนองเช่นเดิมยิ่งโน้มน้าวเพิ่มความปลุกเร้าให้ซึมซับซาบซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก ช่วงท้ายของเสียงชุดเครื่องสายที่ค่อยแผ่วเบาหายไป พร้อมเสียงกลองสแนร์ ตามด้วยเสียงชุดเครื่องเป่าทองเหลืองรับช่วงต่อจากแผ่วเบา แล้วค่อยทวีความดังมากขึ้น ปิดท้ายด้วยเสียงตีฉาบขนาดใหญ่สร้างเสียงดังสนั่น โดยยังมีเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองเบาๆ ดังต่อไปสักครู่พร้อมเสียงกลองสแนร์ให้จังหวะที่ค่อยๆ แผ่วเบาหายไปพร้อมกันในช่วงท้าย สร้างความรู้สึกให้สบายและผ่อนคลายมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ A Patch of Blue ที่เริ่มด้วยเสียงเครื่องเคาะสลับกับฮาร์พเบาๆ ตามด้วยเสียงเดี่ยวไวโอลินคลอตามเบาๆ แล้วสีด้วยโทนเสียงที่สูงขึ้นและดังขึ้น มีการบรรเลงเครื่องดนตรีหลายชิ้นในระดับดังพร้อมกันขึ้นระยะหนึ่งแล้วเงียบไปโดยปิดท้ายด้วยเสียงเดี่ยวไวโอลินที่ค่อยๆ แผ่วเบาจางหายไปปิดท้ายนั้น BD-A1010 สร้างเสียงเดี่ยวไวโอลินออกมาได้อ่อนหวาน เสียงเครื่องเคาะแหลมสดใส เสียงฮาร์พอบอุ่นนุ่มนวล ได้อารมณ์ที่สุดแสนจะโรแมนติกมาก

 

เมื่อเล่นเพลงระบบเสียง 7.1 แชนแนล

                ใช้แผ่นบลูเรย์ 2007 DTS-HD Master Audio Presentation Disc เลือกเล่นส่วน Music Clips เพลงที่ 5 Omar Hakim Listen Up! ที่ใช้สาธิตระบบเสียง DTS-HD Master Audio 7.1 ch ความละเอียด 96kHz/24bit เป็นคลิปการแสดงสดของวงดนตรีแจ๊ส Omar Hakim ความยาวประมาณ 7 นาที

หน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลของ Yamaha BD-A1010 ถอดรหัส Yamaha ข้อมูลเสียง 7.1 แชนแนลความละเอียด 96kHz/24bit จากแผ่นบลูเรย์สาธิตระบบเสียง DTS-HD Master Audio แปลงกลับเป็นเสียงอะนาลอกส่งออกทางจุดส่งออกเสียงอะนาลอกมัลติแชนแนล ไปให้หน่วยขยายเสียง 7.1 แชนแนลที่บรรจุอยู่ใน Yamaha RX-A3010 ขยายขับลำโพงสร้างเสียงเครื่องดนตรีที่บรรเลงเพลงแจ๊สออกมาได้ชัดเจนเป็นธรรมชาติมาก สร้างเสียงบรรยากาศแสดงขอบเขตเวทีเสียงได้กว้างกว่าตอนฟังระบบเสียง 5.1 แชนแนลพอสมควร เสียงตีไม้กลองกระทบกันช่วงอินโทร สิบครั้งได้โฟกัสคมชัดก้องกังวาน เสียงกีตาร์รับช่วงต่อหวานสดใส เสียงเบสเข้าจังหวะกับคิ๊กดรัม แน่น กระชับ มีพลัง เสียงโซโล่ไล่ลำดับเสียงกลองชุดระหว่างกลองทอมทอม กลองสแนร์ คิ๊กดรัม ไฮแฮ๊ตและฉาบ ปล่อยพลังออกมาได้เต็มที่ ไม่ถูกบีบอัดไดนามิกได้ยินบุคลิกเสียงของกลองแต่ละชนิดถูกต้อง ชัดเจน เป็นธรรมชาติ รับรู้ได้ถึงความตึงหนังกลอง เสียงไฮแฮ๊ตแหลมละเอียด สดใส เสียงเฉียบพลันที่เกิดจากไม้กลองเคาะฉาบสุดแรง แหลมสดใสเป็นประกายปลายเสียงทอดยาว เสียงเปียโนหวานสดใส เสียงเป่าหีบเพลงปากเบาๆ นุ่มนวล อ่อนพลิ้วลื่นไหล หวานสดใส รับรู้ได้ถึงตำแหน่งเสียงที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในตามที่เห็นในภาพบนจอ ปลุกเร้าให้ เกิดความรู้สึกที่คึกคัก สนุกสนาน มีชีวิตวีวามาก

เมื่อเล่นบลูเรย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นระบบเสียง 7.1 ch

ใช้แผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ War ของ Lionsgate Home Entertainment ใช้ซาวด์แทร็คระบบเสียง LPCM 7.1 แชนแนล ไตเติ้ลแรกที่ผู้ผลิตพิถีพิถันการมิกซ์เสียงเป็นพิเศษเพื่อให้แสดงคุณสมบัติของระบบเสียง 7.1 แชนแนลออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงสร้างมิติสนามเสียงทุกฉากให้ผู้ชมสัมผัสได้เป็นบริเวณกว้างรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงเอฟเฟกต์ที่มีการแพนเสียงถ่ายโอนให้กันระหว่างแชนแนลอย่างรวดเร็วสร้างความรู้สึกให้ได้ยินเสียงเคลื่อนตัวกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างมาก

หน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลของ Yamaha BD-A1010 ถอดรหัสซาวด์แทร็คระบบเสียง LPCM 7.1 แชนแนลของแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ War แปลงเป็นเสียงอะนาลอกส่งออกไปให้หน่วยปรี-เพาเวอร์แอมป์ 7.1 แชนแนลของ Yamaha RX-A3010 ขยายขับลำโพงชุดโฮมเธียเตอร์สร้างเสียงออกมาได้สด สมจริง เป็นธรรมชาติ ปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วมไปกับภาพเหตุการณ์ในฉากต่างๆ สร้างความ ตื่นเต้น เร้าใจ ความไพเราะของเสียงดนตรีแบล็คกราวด์ประกอบภาพยนตร์ในแต่ละฉากทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายได้อรรถรสขณะชมภาพยนตร์สูงมาก เสียงพูดของตัวละครทุกตัวได้ยินบุคลิกเสียงเฉพาะตัวคมชัดเจนทุกฉาก รายละเอียด เสียงแหลม เช่นเสียงกระจกที่ถูกแรงอัดของระเบิดแตกกระจายและหล่นกระทบกันบนพื้นแชปเตอร์ที่ 13 เมื่อโร๊ค กดรีโมทให้ระเบิดทำงาน ขณะยานากาว่ากับสมุนมือขวากำลังเดินลงบันไดออกจากออฟฟิศจะไปขึ้นรถ เสียงกระจกแตกกระจายหล่นไปกระทบพื้นครอบคลุมกินบริเวณกว้างออกไปทุกทิศทาง เสียงปลอกกระสุนทองเหลืองจากปืนออโตเมติกที่โร๊คยิงต่อสู้กับลูกสมุนยากูซ่าในแชปเตอร์เดียวกันหล่นกระทบพื้น ได้ยินแหลมสดใสก้องกังวาน ความกลมกลืนของเสียงโฉบเฉี่ยวมอเตอร์ไซด์ขณะโจอี้ ที และพรรคพวก ขี่ไล่ตามโร๊คในแชปเตอร์ที่ 8 ถ่ายโอนให้กันสร้างเสียงออกมาจากลำโพงแชนแนลต่างๆ ได้ยินดังจากกึ่งกลางด้านหน้าเฉียงไปทางด้านหลังซ้าย ด้านหลังขวา กลมกลืนเป็นเสียงมอเตอร์ไซด์คันเดียวกัน เสียงมอเตอร์ไซด์พรรคพวกของโจอี้ที่ถูกแก๊งค์ยากูซ่าใช้ไม้ฟืนที่กำลังติดไฟตีล้มพุ่งแฉลบได้ยินเสียงดังลื่นไถลจากด้านหน้าเคลื่อนไกลออกไปทางด้านข้างระหว่างลำโพงหน้าซ้ายกับเซอราวด์ซ้าย ได้ยินทิศทางเสียงแม่นยำตรงตำแหน่งภาพมาก เสียงบรรยากาศภายในดิสโก้เท็คที่กว้างขวางอัดเต็มแน่นไปด้วยบรรดานักเที่ยวชายและหญิงที่กำลังโชว์ลีลา แด๊นซ์กันอย่างสุดเหวี่ยง สุดมัน สนุกสนานกันเต็มที่อยู่ บริเวณชั้นล่าง Club Zero ของแก็งค์ยากูซ่า ในแชปเตอร์ที่ 2 เครื่องเล่นบลูเรย์ Yamaha BD-A1010 สร้างเสียงบรรยากาศออกมาได้กว้างขวาง สมจริงมากจนรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในนั้นด้วย ตั้งแต่วินาทีแรกที่โร๊คเดินผ่านประตูเข้าไป เสียงเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอิเลคทรอนิคส์ให้จังหวะด้วยเสียงเบสที่หนักแน่นและเสียงแหลมที่สดใสปลุกเร้าใจให้รู้สึกคึกคักสนุกสนาน ตามไปด้วย พลังเสียงเอฟเฟกต์ที่สร้างขณะ ระเบิดเวลาที่โร๊คผูกไว้กับคอสุนัขของพวกยากูซ่าเกิดระเบิดขึ้นในแชปเตอร์ที่ 2 ฉากโร๊คบุกไปฆ่าพวกยากูซ่าในคลับซีโร่พลังเสียงระเบิดดังหนักแน่นจนพื้นสะเทือน พลังเสียงระเบิดที่โร๊คกดปุ่มควบคุมให้ระเบิดขึ้นขณะยานากาว่ากับสมุนมือขวากำลังเดินลงบันไดออกจากออฟฟิซจะไปขึ้นรถในแชปเตอร์ที่ 13 ดังหนักแน่นสร้างแรงอัดอากาศออกมาจนพื้นห้องสั่นสะเทือนก้องกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

คุณภาพเสียงเมื่อใช้งานเป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ต

เมื่อต่อร่วมระบบ Yamaha BD-A1010 กับ HD AV Receiver เพื่อถ่ายโอนขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลส่งออกจากเครื่องเล่นผ่านสาย HDMI ไปให้เอวีรีซีฟเวอร์ทำหน้าที่ประมวลผลถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกแทนเครื่องเล่น สิ่งกำหนดคุณภาพเสียงสูงสุดที่ได้จากซิสเต็มจะเปลี่ยนจากคุณภาพของเครื่องเล่นไปเป็นคุณภาพของเอวีรีซีฟเวอร์แทน จุดประสงค์หลักในการออกแบบเครื่องเล่นบลูเรย์ซีรี่ส์ Aventage รุ่น BD-A1010 คือเพื่อใช้งานเป็นทรานสปอร์ต ต่อร่วมระบบกับเอวีรีซีฟเวอร์ซีรี่ส์เดียวกันที่Yamaha พัฒนาขึ้นมารองรับสามรุ่นได้แก่ RX-A1010, RX-A2010 และ RX-A3010 ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเมื่อใช้เอวีรีซีฟเวอร์ทั้งสามรุ่นนี้ประมวลผลถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกย่อมได้คุณภาพเสียงดีกว่าการทำหน้าที่เหล่านี้โดยเครื่องเล่น BD-A1010

การประเมินคุณภาพเสียงที่ได้จากการใช้ BD-A1010 ทำหน้าที่เป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ต ใช้วิธีต่อร่วมระบบกับ Yamaha 3D HD AV Receiver RX-A3010 ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของซีรี่ส์ Aventage ผ่านทางสาย HDMI ของ Kimber Kable รุ่น HD 29 โดยใช้สายลำโพงและชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ชุดเดิม แล้วประเมินคุณภาพเสียงที่ได้จากการเล่นแผ่นเพลงทูแชนแนล/ มัลติแชนแนลและแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นชุดเดิมเพื่อเปรียบเทียบกับตอนใช้งาน BD-A1010 เป็นเครื่องเล่น ผลที่ได้คือขณะถ่ายโอนขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลไปประมวลผลถอดรหัสโดย Yamaha 3D HD AV Receiver RX-A3010 จะได้คุณภาพเสียงโดยรวมสูงกว่าพอสมควร ทั้งคุณสมบัติเสียงด้านไดนามิค, ไดนามิคคอนทราสต์, โฟกัส, รายละเอียด, ความถูกต้องของบุคลิกเสียงเครื่องดนตรี และความเป็นดนตรี ถ้าใช้คุณภาพเสียงที่ได้จากการประมวลผลเสียงของ RX-A3010 เป็นตัวอ้างอิงที่ระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพเสียงที่ได้จากการประมวลผลโดยประมวลผลเสียงของ BD-A1010 จะอยู่ที่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ (อ่านบทความ “บทสรุปหลังเล่น HD AV Receiver Yamaha Aventage RX-A3010 ” ได้ใน What-Hi-Fi? ฉบับเดือนกันยายนครับ)

yamaha-aventage-bd-a1010-blu-ray-player_01

บทสรุปหลังเล่น

BD-A1010 เป็นความพยายามอีกก้าวหนึ่งของ Yamaha ที่จะยกระดับคุณภาพของแหล่งสัญญาณภาพ/เสียงของซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ ซีรี่ส์ Aventage ให้มีคุณภาพระดับไฮเอนด์ที่ราคาระดับกลาง BD-A1010 สามารถแสดงประสิทธิภาพด้านภาพและเสียงออกมาได้สูงสุดเมื่อใช้งานเป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ตที่ต่อร่วมกับเอวีรีซีฟเวอร์ซีรี่ส์เดียวกันซึ่ง Yamaha ออกแบบไว้รองรับถึงสามรุ่นที่มีระดับราคาระหว่างสี่หมื่นบาทต้นๆ ไปจนถึงเจ็ดหมื่นบาทต้นๆ มีประสิทธิภาพในการประมวลผลภาพและเสียงดิจิตอลใกล้เคียงกันแตกต่างเพียงอัตรากำลังออกเสียงเท่านั้น เมื่อใช้งานเป็นเครื่องเล่นเสียงทูแชนแนลและมัลติแชนแนล หน่วยประมวลผลภาพดิจิตอลที่บรรจุอยู่ภายในมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีสามารถอัพสเกลและถ่ายโอนภาพดิจิตอลแผ่นดีวีดีวิดีโอและบลูเรย์ส่งให้ทีวีมอนิเตอร์แสดงภาพระดับ ฟูลเอชดีออกมาได้คมชัดเจน มีสีอิ่มสดเป็นธรรมชาติ มิติภาพด้านความลึกก็สร้างออกมาได้ในระดับดีเช่นกัน คุณสมบัติของหน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลอยู่ในระดับดี ถึงแม้จะเป็นรองหน่วยประมวลผลเสียงดิจิตอลของเอวีรีซีฟเวอร์ซีรี่ส์ Aventage อยู่บ้าง แต่ก็สามารถสร้างคุณภาพเสียงโดยรวมออกมาได้ในระดับดี ใช้เป็นแหล่งสัญญาณเพื่อการดูหนังฟังเพลงได้โดยไม่เสียอรรถรสแต่อย่างใด เมื่อเปรียบเทียบกับราคาค่าตัวราวสองหมื่นบาทนิดๆ ถือว่าเป็นเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ที่น่าจะเป็นตัวเลือกในระดับต้นๆ เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณบริษัทสยามดนตรียามาฮ่าจำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์เครื่องเล่นบลูเรย์แบบยูนิเวอร์แซล มาลองเล่นครั้งนี้

อุปกรณ์ร่วมระบบขณะ BD-A1010 ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นทูแชนแนล

  • เครื่องเล่นบลูเรย์      : Yamaha BD-A1010 Universal BD Player
  • อินทีเกรทแอมป์       : Creek 5350SE
  • เอซีเพาเวอร์คอร์ด  Kimber Kable PK10 Gold x2
  • ลำโพง                      : Triangle Celius 202 Floor Standing Loudspeaker
  • สายลำโพง              : TaraLabs RSC Master Generation 2
  • สายเสียงอะนาลอก: Kimber Kable Select KS-1021

 

อุปกรณ์ร่วมระบบขณะ BD-A1010 ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นมัลติแชนแนล

  • เครื่องเล่นบลูเรย์     : Yamaha BD-A1010 Universal BD Player
  • เอวีรีซีฟเวอร์            : 3D AV Receiver Yamaha RX-A3010
  • เอซีเพาเวอร์คอร์ด  Kimber Kable PK10 Gold x2
  • ลำโพง:

แชนแนลหน้าซ้ายขวา      :Triangle Celius 202 Floor Standing Loudspeaker

เซ็นเตอร์                            :Triangle Sexton 202

เซอราวด์                           :Klipsch RF-3

เซอราวด์แบ๊ค                    :Klipsch RF-3

สับวูฟเฟอร์                         :B&W ASW600

  • สายลำโพง :

แชนแนลหน้าซ้ายขวา      :Kimber Kable 8TCx2 per chane for bi-wire connection

เซ็นเตอร์                              :Kimber Kable 12TC

เซอราวด์                             :MONITOR DAS HI FI KABLE Cobra Silver 3 MIX

  • สายซับวูฟเฟอร์      : Monster Cable M1000 MkIII
  • สายเสียงอะนาลอก: IXOS103 x8

 

 

อุปกรณ์ร่วมระบบขณะ BD-A1010 ทำหน้าที่เป็นยูนิเวอร์แซลบลูเรย์ทรานสปอร์ต

  • เครื่องเล่นบลูเรย์    :Yamaha BD-A1010 Universal BD Player
  • เอวีรีซีฟเวอร์           :3D AV Receiver Yamaha RX-A3010
  • เอซีเพาเวอร์คอร์ด :Kimber Kable PK10 Gold x2
  • ลำโพง:

แชนแนลหน้าซ้ายขวา   :Triangle Celius 202 Floor Standing Loudspeaker

เซ็นเตอร์                         :Triangle Sexton 202

เซอราวด์                         :Klipsch RF-3

เซอราวด์แบ๊ค                 :Klipsch RF-3

สับวูฟเฟอร์                     :B&W ASW600

  • สายลำโพง :

แชนแนลหน้าซ้ายขวา :Kimber Kable 8TCx2 per chane for bi-wire connection

เซ็นเตอร์                       :Kimber Kable 12TC

เซอราวด์                      :MONITOR DAS HI FI KABLE Cobra Silver 3 MIX

  • สายซับวูฟเฟอร์: Monster Cable M1000 MkIII
  • สาย HDMI      :Kimber Kable High Speed HDMI HD29