Test : TOSHIBA 47L2450VT

Test : TOSHIBA 47L2450VT

47” LED Digital TV DVB-T2

นิตพินัย

47L2450VT

        รองรับ Digital TV ใหม่จาก กสทช พร้อม CEVO engine/Active Motion 200

 คุณสมบัติ

  • ขนาดจอ 47 นิ้ว 16 : 9 ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล FULL HD
  • ระบบไฟส่องหลัง Direct LED, มุมมอง 176 องศา
  • ระบบควบคุมไฟส่องหลัง Intelligent Backlight Control
  • วงจรประมวลผลภาพ CEVO engine/10 bit video processing
  • ระบบช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพเคลื่อนไหว AMR+200
  • รองรับ Digital Tuner (DVB-T2)
  • ระบบ Auto Clean & Auto Signal Booster
  • Game Mode, Football Mode
  • USB Movie
  • 3D Colour management
  • Cinema Mode
  • Picture/Spectrum analyzer
  • มี Picture mode ให้เลือกหลายโหมด เช่น Intelligent Auto View/Dynamic/Standard/mild/Movie/Eco Mode/Game/PC/Football
  • ระบบเสียง Dolby Digital/Dolby Digital Plus กำลังขับ 10 + 10 วัตต์
  • ระบบ Auto Distortion Control/Dynamic Range Control/Clear Voice
  • อินพุทคอมโพสิตวิดีโอ, HDMI, USB 2.0 อย่างละหนึ่งชุด
  • 3D y/c comb filter (PAL & NTSC)

 

47L2450VT มีขนาด 1071 x 623 x 78 (W x H x D) มม. ไม่รวมขาตั้ง และ 1071 x 656 x 217 มม. รวมขาตั้ง น้ำหนัก 11.5 กิโลกรัม ไม่รวมขาตั้ง และ 13.0 กิโลกรัม เมื่อรวมขาตั้ง ใช้กำลังไฟ 117 วัตต์ (0.4 วัตต์ ในโหมด Standby)

spd_20140529141425_b

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

TOSHIBA 47L2450VT จัดเป็น LCD TV ที่ใช้ไฟ backlight ชนิด LED ในระดับราคาไม่สูงนัก ในระดับ entry level คือมือใหม่หัดเล่นจอใหญ่อะไรประมาณนั้น แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นซีรี่ส์มาตรฐาน 47L2450VT ได้จัดฟังก์ชั่นในการใช้งาน ระบบเทคโนโลยีที่ใช้ไม่น้อยหน้าผู้อื่นในระดับราคาค่าตัวที่ใกล้เคียงกันเลยทีเดียว มันสามารถรับดิจิตอลทีวีที่เพิ่งออกอากาศในบ้านเราในระบบ DVB-T2 ได้โดยตรง มีระบบประมวลผลภาพคุณภาพสูง CEVO engine ปรับปรุงคุณภาพของโปรแกรมอินพุททั้งในด้าน Contrast และ Colour รวมถึง motion ให้ดีที่สุด ระบบ Intelligent Auto View ที่จะทำการวิเคราะห์สัญญาณอินพุท และสภาพแสงโดยรอบในการปรับแต่งคุณภาพให้ดีที่สุดมีระบบเพิ่มเฟรมภาพ Active Motion Rate AMR200+ ที่ช่วยปรับปรุงด้านภาพเคลื่อนไหวให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น และฟังก์ชั่น Auto Clean & Auto Signal Booster ที่จะช่วยลดสัญญาณรบกวนและปรับการรับสัญญาณภาพให้มีความคมชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังใช้วงจรประมวลผลภาพความละเอียด 10 bit ระบบแยกสีชนิด 3D ทั้ง PAL และ NTSC พร้อมเมนูภาษาไทยให้ใช้งานกันอีกด้วย

ด้านระบบเสียงถือว่ามีดีพอตัวเหมือนกันคือ กำลังขับข้างละ 10 วัตต์ x 2, รองรับระบบ Dolby Digital, Dolby Digital Plus มีระบบ Power Bass Booster, Audio distortion Control, Dynamic Range Control รวมถึงมี Sound Mode ให้เลือก 3 แบบคือ Dynamic, Natural และ Clear Voice มันรองรับระบบสเตอริโอ NICAM1, B/G, D/K และ German สเตอริโอได้ครบครัน

มันสามารถอ่านไฟล์ภาพ/เสียงได้ถึง 28
ฟอร์แมทจาก HDD ภายนอกหรือ USB Flash Drive ทางช่อง USB 2.0 มี EPG นานถึง 8 วัน, Program Timer, Continous Timer (60/120/180 นาที) เพื่อใช้จำกัดการรับชมเช่นกับเด็ก, เยาวชนบุตรหลานของท่านเพื่อลดอาการล้าสายตา เป็นต้น

อินพุทมันรับสัญญาณ HDMI และคอมโพสิตวิดีโอได้อย่างละหนึ่งชุด ซึ่งถ้าใครใช้ AVR เป็นศูนย์กลาง Switching อินพุทโปรแกรมหลายๆ แหล่งก็คงไม่มีปัญหาอะไรแต่ถ้าไม่มีอาจจะซื้อเป็นกล่อง HDMI Swithing เช่น เข้า 3 ออก 1 เอาไว้ใช้งานราคาแค่ไม่ถึงพันบาทเป็นต้น

47L2450VT ออกแบบค่อนข้างสวยงาม ขอบจอภาพมีขนาดเล็ก ตัวเครื่องโค้งมนทางด้านบน มีปุ่มควบคุมอยู่ด้านซ้ายมือคือปุ่ม Power ปุ่มปรับระดับเสียงและโหมดขึ้นลงกับปุ่มเลือกโปรแกรมอินพุท โดยด้านบนเหนือปุ่มเหล่านี้จะเป็นที่ตั้งของ USB Port ส่วนด้านหลังเยื้องไปทางขวามือจะเป็นคอนเน็คเตอร์อินพุท ซึ่งประกอบด้วยช่องเสียบสายอากาศ, ช่องอินพุท A/V และช่องอินพุท HDMI อย่างละหนึ่งชุด

เมื่อกดปุ่มเมนูที่รีโมทเครื่องจะแสดงเมนูหลักขึ้นมาที่หน้าจอ ซึ่งประกอบด้วย ‘ภาพ’ ใช้ปรับแต่งเกี่ยวกับระบบภาพ, สภาพแวดล้อม, ระบบวิเคราะห์ภาพ ฯลฯ ‘เสียง’ ใช้ตั้งค่าเกี่ยวกับทางด้านเสียงทั้งหมด, ‘โปรแกรมใช้งาน’ ใช้ตั้งเวลาเปิด/ปิด/รายการ และ Media Player ‘รายการโปรด’ เป็นการใช้งาน Teletext, การตั้งค่าการแสดงผล, ประเภทอินพุท, โหมดประหยัดพลังงาน ฯลฯ และ ‘การตั้งค่า’ ใช้เลือกภาษาเมนู, การค้นหาสถานีอัตโนมัติ, การปรับตั้ง ATV/DTV แบบแมนนวล, การตั้งค่า เป็นต้น

การติดตั้งช่อง TUNER ทั้ง ATV (Analog TV) และ DTV (Digital TV) หลังจากเสียบสายอากาศเข้าที่หลังเครื่องเรียบร้อยแล้วให้เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า เลื่อนลงมาที่ค้นหาสถานีอัตโนมัติเมื่อกด OK จะมีให้เลือกว่าจะค้นหาสถานี ATV/DTV ในคราวเดียวกันเลยหรือจะแยกค้นหา (SCAN) เฉพาะช่อง ATV หรือ DTV ก็ได้ โดยผู้เขียนลองเลือกให้เครื่องทำการค้นหา หรือ SCAN อัตโนมัติเฉพาะช่องสัญญาณ DTV พบว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 นาที ถึงจะทำการ SCAN เสร็จ และพบจำนวนช่องประมาณ 36 ช่อง ซึ่งนับว่าใช้เวลาค่อนข้างรวดเร็ว ความไวในการรับสัญญาณ DTV ดีมาก แต่รูปแสดงความแรงของสัญญาณดูจะเล็กไปบ้างคือเป็นรูปแสดงความแรงของสัญญาณเป็นขีดๆ อยู่ 5 ขีด (ระดับ) คล้ายๆ ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถ้าแยกออกมาเป็นความแรงของสัญญาณ (Signal Strenge) กับคุณภาพของสัญญาณ (BER : Bit Eerror Rate) คล้ายๆ กับกล่องรับสัญญาณ DTV ภายนอกก็อาจจะช่วยให้สามารถปรับแต่งหาทิศทางของตำแหน่งสายอากาศได้ดียิ่งขึ้น

140425032110_404755_l2450_4

        ส่วนเมนูปรับแต่งภาพมีพารามิเตอร์ให้เลือกปรับแต่งได้ตามสมควร ถึงแม้จะไม่สามารถปรับแต่งได้ละเอียดยิบเหมือนกับเครื่องซีรี่ส์สูงๆ แต่ก็มีให้ปรับแต่งภาพพื้นฐานได้ครบครัน และเน้นที่การใช้งานต่อไม่ซับซ้อนรวมถึงมีโหมดภาพสำเร็จรูปให้เลือกใช้อีกหลายโหมด ซึ่งในการทดสอบจะใช้โหมด standard แต่นำมาปรับแต่งค่าต่างๆ อีกบางส่วน ด้านอัตราส่วนภาพที่ตั้งมาจากโรงงานคือ 16 : 9 แต่มีโหมดอัตราส่วนภาพอื่นๆ ให้เลือกใช้อีก เช่น 4 : 3, Super Like (ยืดภาพ 4 : 3 ออกทางแนวนอนให้เต็มจอภาพ), Cinema (ยืดภาพให้เต็มจอในทุกทิศทาง) และ Native ซึ่งถ้าเราใช้โปรแกรมต้นทางเป็นฟอร์แมท 1080i หรือ 1080p ควรจะต้องตั้งอัตราส่วนภาพที่โหมดนี้ ซึ่งจะแสดงผลพิกเซลภาพทุกพิกเซลตรงกับต้นฉบับอันจะทำให้รายละเอียดของภาพชัดเจนที่สุด การปรับอัตราส่วนภาพ (Picture Size) ทำได้โดยกดปุ่ม Quick ที่รีโมท และเลื่อนลูกศรลงมาที่ Picture Size กดปุ่ม OK แล้วทำการเลือกขนาดภาพที่ต้องการ

ในการทดสอบต้นทางเป็น OPPO BDP-103 (Upgrade ภาคจ่ายไฟจาก Perfectpower) สาย HDMI DHlab 1.4 วัดอุณหภูมิสี/ความสว่างด้วย MINOLTA Color analyzer แผ่นทดสอบ Blu-ray Qtec, HQV, S&M, AVSHD ปรับแต่งภาพที่ 47L2450 เอาไว้ตามนี้ (เป็นค่าที่ตั้งสำหรับระบบที่ทำการทดสอบ และจะแปรผันจากทีวีแต่ละเครื่อง, เครื่องเล่นต้นทาง, ระบบไฟ, สภาพแวดล้อม แสงสีภายในห้อง) ใช้โหมดภาพ Standard, Contrast 74, brighness 50, color 50, tint + 1, sharpness – 26, backlight 25 (ห้องค่อนข้างมืด) 50 – 60 (ห้องทั่วๆ ไป), ขนาดภาพ (Picture Size) Native (อินพุท 1080i/p), Active backlight Control ‘on’, Contrast Booster ‘off’, Color temperatune matural, Auto Clean ‘on’

47L2450 ให้ภาพของ Digital TV ที่ดูสวยงามมาก มันรับสัญญาณได้ค่อนข้างไวมาก ขนาดใช้เพียงสายอากาศภายในยัง SCAN หาได้ครบเกือบทุกช่อง ในการทดสอบใช้ Auto Signal Booster ‘on’ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสัญญาณที่ต่ำๆ การเปลี่ยนช่องทีวีดิจิตอลอาจจะต้องรอสัก 2 วินาที ก่อนสัญญาณของช่องใหม่จะปรากฏบนจอภาพ เพราะต้องใช้เวลาในการ decode/buffering ต่างๆ ไม่เหมือนในระบบอะนาลอกทีวีที่จะปรากฏภาพขึ้นแทบจะทันทีที่เปลี่ยนช่องใหม่ ถ้าต้องการดูช่องโปรแกรมต่างๆ ทำได้โดยกดปุ่ม List ที่จะแสดงหมายเลขช่องรวมถึงชื่อของช่องรายการนั้นขึ้นมา ภาพจากช่อง HD แทบทุกช่องโดยเฉพาะรายการที่ผลิตในสตูดิโอให้ภาพที่ชัดเจนเต็มไปด้วยรายละเอียด สีสันอิ่มแน่น ภาพเคลื่อนไหวโดยรวมถือว่า OK มาก ยกเว้นบางครั้งอาจจะพบการกระตุกของภาพบ้างเล็กน้อย ถ้าภาพเคลื่อนไหวค่อนข้างเร็ว ถ้าดูช่องรายการ HD อย่าลืมตั้งค่าขนาดภาพ (Picture Size หรือ aspect ratio) เป็น native ด้วยเพราะจะได้ความคมชัดเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย รวมถึงความเพี้ยนของภาพเคลื่อนไหวจะน้อยลงด้วย เมื่อเปลี่ยนไปรับช่อง SD (4 : 3) เครื่องจะเปลี่ยนขนาดภาพไปเป็น Wide หรือ 4 : 3 ตามที่เราเคยตั้งไว้ให้โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาเป็นโหมด native ให้เอง เมื่อเราเปลี่ยนไปดูรายการช่อง HD (ตั้งในตอนแรกทีเดียวโดยเครื่องจะจำเอาไว้เอง)

ถ้าดูในห้องที่มีแสงน้อย (ค่อนข้างมืด หรือมืด) ไม่ควรปรับไฟส่องหลัง หรือ backlight เอาไว้สูงเกินไป นอกจากจะทำให้ล้าสายตาเวลาชมนานๆ แล้วยังมีผลทำให้ความดำของภาพดูไม่ดำสนิท แต่ถ้าเปิดไฟดูจะไม่เป็นประเด็น แต่อย่างไรก็ดี 47L2450 สามารถให้ความดำของภาพอยู่ในระดับที่น่าพอใจมากทีเดียว รวมถึง sharpness ที่ค่าเดิมอาจจะดูสูงเกินไปบ้าง กับโปรแกรมต้นทางดีๆ อย่าง Blu-ray หรือทีวีดิจิตอลช่อง HD ที่รับจากสายอากาศ ภาคพื้นดิน (ที่ต้องเน้นภาคพื้นดินเพราะว่าช่องทีวีดิจิตอลเหล่านี้ที่ถูกนำไปออกอากาศใหม่ผ่านทางระบบดาวเทียม หรือเคเบิ้ลทีวีคุณภาพจะสู้ต้นฉบับเดิมที่แพร่ภาพทางภาคพื้นดินไม่ได้เลยแม้แต่น้อย) ควรจะลด sharpness ลงมาบ้าง เช่น ในการทดสอบลดลงมาเหลือประมาณ – 26 ถึง – 20 พบว่าใช้งานได้ดีกับแผ่น DVD, Blu-ray คุณภาพสูงทั่วๆ ไป รวมถึงทีวีดิจิตอลช่อง HD ทั้งหลายด้วย ภาพโดยรวมมีความสดใสสะอาด (เปิด Auto clean เอาไว้ตลอดการทดสอบ) สัญญาณรบกวนในภาพต่ำ ภาพโดยรวมดูเปิดมีพลัง มันให้ความสว่างได้ค่อนข้างสูงมาก เช่น ถ้าใช้ในห้องที่มีแสงสว่างสามารถจะเพิ่ม backlight ขึ้นไปได้อีก แต่ถ้าห้องไม่สว่างมากให้ลดลงมาเท่าที่พอใช้งาน

ด้านภาพเคลื่อนไหวโดยรวม 47L2450 ทำได้ดีโดยเฉลี่ย ถ้าใช้ Cinema Mode (on) มันสามารถตรวจจับ 3/2 pulldown film mode ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในการใช้งานปกติควรจะเปิดเอาไว้ ส่วนโปรแกรมแสดงสดที่บันทึกมาเป็น interlace มันทำงานได้ดีมาก ภาพเคลื่อนไหวดูราบรื่นสบายตาดีมาก แทบไม่พบรอยหยัก jaggies เกิดขึ้นมาเลย รายละเอียดของภาพเคลื่อนไหวดีมาก ถ้าภาพไม่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วมากจนเกินไป

140425032105_404755_l2450_2

        ระบบการทำงานของเครื่องโดยทั่วไปถือว่าใช้งานได้เป็นอย่างดี ระบบปรับตั้ง OSD ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายคล่องตัว น้ำหนักเครื่องเบา ทำให้เคลื่อนย้ายตำแหน่งได้สะดวก การควบคุมจากรีโมทคอนโทรลทำได้รวดเร็วมีการหน่วงระหว่างเมนูต่างๆ น้อยมาก ส่วน HDMI อินพุทที่มีมาเพียงชุดเดียว ถ้ามีแหล่งโปรแกรมหลายชุดจะต้องต่อรวมกับ AV Receiver โดยอาศัย AVR เป็นตัว Switching ให้ หรือแยกซื้อ HDMI Switcher มาใช้งานร่วมด้วย ราคาก็ไม่แพงมาก ต้องถือว่า 47L2450 เป็น LCD TV ที่ใช้ระบบ Direct LED backlighting ที่ราคาค่าตัวคุ้มค่าน่าสนใจมากที่สุดตัวหนึ่งทีเดียว