Test: SONY XBA-H2

Test: SONY XBA-H2

(มหึมา ฟังเพลิน)

ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

K0000569299 

            ปัจจุบันหูฟังแบบแยงรูหู (IN EAR) ถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเล็กจิ๋วกะทัดรัด พกพาง่าย สวมใส่แล้วไม่ดูเก้งก้าง, ตลก เป็นเป้าสายตาชาวบ้าน แต่ข้อเสียของหูฟัง IN EAR (ต่อไปเรียก IE) ก็คือ เสียงทุ้มมักหน่อมแน้ม ไม่อิ่ม, แน่น, ลึก, มหึมา เรียกว่ายังห่างชั้นกับหูฟังแบบครอบใบหู (ที่ใหญ่เกะกะ, เป็นเป้าสายตา, ตกยุค) หูฟัง IE ถ้าจะให้ได้ทุ้มดีๆ มักมีขนาดอ้วนขึ้นมาก เหนือสิ่งอื่นใด ชักจะดับหูจนเจ็บและมีราคาพุ่งโด่ง ขณะที่ SONY XBA-H2 ราคาก็ไม่ต่ำนัก แต่ก็ไม่แพงลิบลิ่ว (หลายๆ หมื่นบาท!)

SONY XBA-H2 เป็นหูฟังแบบ IE ที่พัฒนาไล่จากตระกูล XBA-2 แล้วก้มา XBA-20 ล่าสุดคือ XBA-H2 โดยตัวกำเนิดเสียงหลักใช้เทคโนโลยี XBA ที่ใช้ ลิ้นเป็นตัวสั่นกำเนิดเสียง อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กจิ๋ว (เรียก Balanced Amature) แทนที่จะเป็นแบบ กรวยขยับเข้า-ออก สั่นกำเนิดเสียงดุจลำโพงจิ๋ว (DYNAMIC) ระบบ XBA ช่วยลดขนาดของตัวกำเนิดเสียงลงได้ 2 – 3 เท่า ขณะที่มีประสิทธิภาพดีกว่า

20141213112143318

คุณสมบัติของ XBA-H2

  • ใช้ตัวกำเนิดเสียง XBA ที่ให้เสียงครอบคลุมตลอดช่วงความถี่เสียง (FULL RANGE) 1 ตัว
  • เสริมด้วยตัวกำเนิดเสียงลำโพงจิ๋ว ไดอะเฟรมขนาด 13.5 มม. ทำจาก Liguid Crystal Polymer ช่วยเสริมเสียงทุ้ม จึงเรียกว่าเป็น XBA Hybrid (H)
  • สายมีหัวเสียงดึงออกได้ เปลี่ยนได้
  • ให้สายมา 2 ชุด ชุดแรกปกติ, ชุด 2 มีรีโมท และไมโครโฟน สำหรับเสียบกับสมาร์ทโฟน ควบคุมได้ หัวแจ็คเป็นสเตอริโอมินิชุบทอง
  • หัวครอบส่วนแยงรูหู ถอดเปลี่ยนขนาดได้
  • ระบบท่อเบสแบบวงรีออกท่อ (ดูรูป)
  • กระเป๋าใส่อย่างดี มีช่องใส่อุปกรณ์ 2 ช่อง

5539562

สเปคจากโรงงาน

ระบบ                                       ปิดกัน Hybrid

ตัวกำเนิดเสียง                         Hybrid 2 ทาง

XBA 1 ตัว FULL RANGE

DYNAMIC ขนาด 13.5 มม. เบส

ความไว                                    106 dB/mW

รับกำลังขับได้                          100 mW

ความต้านทาน                         40 โอห์ม (ที่ 1 kHz)

ความถี่เสียงตอบสนอง            4 – 25,000 Hz

สาย                                         OFC (ถอดได้, Y-Type) ขนาดประมาณ 1.2 ม.

หัวเสียบตัวผู้                            รูปตัว L ชุบทองสเตอริโอมินิ

ไมโครโฟน                                แบบคอนเดนเซอร์

ความถี่ตอบสนอง                    20 – 20,000 Hz

สัญญาณขาออก                     – 40 dB (0 dB = 1 V/ Pa)

ราคา XBA-H2                       ประมาณ 7,600 บาท

7aa0e0eca58a7ca1

ผลการทดสอบ

ผมใช้เครื่องเล่น MP3 พกพาของ SONY ICD-LX30 ที่ใช้อ้างอิงคุณภาพไว้ใจได้ เสียงค่อนข้างเป็นกลางที่สุด ไม่มีปุ่มช่วยตกแต่งเสียงใดๆ ใช้ถ่าย AAA 2 ก้อน คุณภาพเสียงจะดีกว่าพวกใช้ถ่านชาร์จในตัว ผมแยกสายสั้นๆ 3 – 4 เส้นภายในให้แตะกันน้อยที่สุด (เสียงกระจ่างขึ้นเล็กน้อย) LX-30 นี้ สามารถนำการ์ดความจำ SD มาเสียบฟังได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวแปลง SD/USB ที่จะทำให้เสียงลดทอนคุณภาพลง SD การ์ดเพลงผมใช้ 2 GB ของ Sandisk ที่บันทึกจากเครื่องเล่น CD T+A D10 (เครื่องหลอดล้วน ราคา 370,000 บาท) โดยใช้เครื่องบันทึกลงการ์ดโดยเฉพาะระดับอาชีพของ DENON PROFESSIONAL (ราคา 75,000 บาท) บันทึก MP3 แบบ 1 : 1 ความละเอียดสูงสุด 320 kbps บันทึกพิถีพิถันสุดๆ ในตัว DENON ก็แยกสายภายในที่พัน, มัดด้วยกัน ก็คลี่แยกห่าง สายแพก็หักโค้งไม่หักงอศอก ฟังทดสอบทิศทางเส้นฟิวส์ภายใน (ประมาณ 5 ตัว) เสียงจากการ์ดได้ประมาณ 95% เทียบกับจากแผ่น CD โดยตรง (ถ้าใช้ PC, โน้ตบุ๊ก บันทึกอย่างเก่งก็ได้ 60 – 70% ของแผ่น) ดังนั้น ฟังจากการ์ดนี้จึงเทียบได้กับเกือบเท่ากับฟังจาก CD เครื่องละ 370,000 บาท!

ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า หูฟังแบบ IN EAR เวลาฟังควรลองหมุนตัวหูฟัง, ขยับไปมา ให้ได้มิติเสียงโฟกัส, เป็นตัวตน, สุ้มเสียงคราง, ชัดดีที่สุด ก่อนฟังเสมอ (มีผลพอฟังออกได้)

ผมใช้สายชุดปกติ ที่ไม่มีรีโมท/ไมโครโฟน XBA-H2 ที่นำมาทดสอบ เป็นของใหม่แกะกล่อง ผมลงทุนซื้อมาทดสอบเอง ไม่ได้ยืมบริษัทฯ มาแต่อย่างใด

หมายเหตุ จริงๆ ตั้งใจจะทดสอบรุ่น XBA-H1 เพราะเป็นรุ่นเล็กสุดโครงสร้างเหมือน H2 แต่ตัวทุ้มเล็กกว่า ไดอะเฟรมแค่ประมาณ 9 มม. อีกทั้งราคาต่ำกว่าพอควร คือ ประมาณ 4,600 บาท แต่ฟังแล้ว เอา SONY ICD LX-30 ไปเสียบฟังที่ศูนย์ SONY (ที่เดอะมอลล์บางกะปิ) ปรากฏว่า ทุกเสียงดังเสมอกันกอดกันเป็นก้อนกระจุกไม่แยกแยะเป็นชิ้นเป็นอันอย่าง H2 และ H3 (เก้าพันกว่าบาท) ก็เป็นเหมือนกัน มี H2 ที่เข้าท่ากว่าเพื่อน จึงตัดสินใจซื้อ H2 มาทดสอบ

เพลงที่ฟัง บันทึกจากหลายๆ แผ่น CD ที่ผมไว้ใช้ทดสอบอ้างอิงประจำ เช่น

  • แผ่นระนาดเอก (ไทลำภู)
  • แผ่น RHYTHM BASKET, A Tasket, A Tisket, A Child’s ของ Brent Lewis
  • แผ่น The Greatest Alto Female Vol.1 (Top Music)
  • แผ่นเพลงไทย ริมน้ำคืนหนึ่ง, Inspiration (ปกเขียว/ดำ)
  • แผ่นไวโอลีนคลาสสิกของ ผศ.ดร.โกวิทย์
  • แผ่นบันทึกการแสดงสดของ ดนู ฮุนตระกูล
  • แผ่นเพลงไทยอีก 4 – 5 แผ่น

10518671_680203318714965_8947564625950351583_o

ผลทดสอบ

XBA-H2 กินวัตต์ค่อนข้างต่ำ ปกติ (ในที่เงียบ) เร่งแค่ 9 – 10 (หูฟังบางตัว 12 – 16 หรือ 17 – 20 ก็มี) บาทีการที่มันมีความไวสูงมากอย่างนี้ก็อาจเป็นข้อยุ่งยาก เพราะพอเราหรี่โวลลุ่มที่เครื่องเล่นลง ก็ค่อยไปนิด เร่งขยับอีกนิด ก้ดังไปหน่อย (ปัญหาคล้ายตอนทดสอบหูฟัง IN EAR ของ SHURE SE 826 ในเล่มที่แล้ว) ก็ไม่ว่ากัน กินวัตต์น้อยย่อมมีลูกถอยได้ดีกว่า (ตัวเล่น SONY ICE LX-30 เร่งได้ค่อนข้างดัง กว่าเครื่องพกพาจิ๋วทั่วไป)

XBA-H2 ให้เสียงออกไปทางเป็นกลางๆ แต่ค่อนไปทางสดหน่อยๆ ไม่ถึงกับสดจนสว่างจ้า ระยิบระยับ (Bright หรือ Sparkle) ยังติดกลิ่นอายอบอุ่นนิดๆ (นิดเดียว)

ให้เสียงทุ้มที่อิ่ม แน่นพองามไม่ถึงกับแน่นเข้มเปรี๊ยะ ที่แน่ๆ ทุ้มหนัก มหึมา อย่างเสียงตีกลองใหญ่ จะตูมๆ เหมือนกำลังฟังจากลำโพงภายนอก 12 นิ้ว 3 ทางวางพื้นกันเลย แถมทุ้มก็ไม่เบลอ หรือยานคราง กระชับพองามทีเดียว หน้ากลองก็ตึงพองามไม่ถึงกับเปรี๊ยะ ให้เสียงตีกระทบพอได้ ใครหูเบสฟัง XBA-H2 รับรองว่าสะใจหายห่วง

อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาจรู้สึกว่า เป็น ONE NOTE BASS ไปบ้าง คือ เหมือนเล่นเบสอยู่ที่โน้ตเดียว เสียงเดียว, โด่งๆ ตลอด

เหมือนกับว่าขาดตัวเชื่อมระหว่างเบสล่างกับเบสกลางๆ แถมเบสต้นก็ดูจางๆ ไปบ้าง ทำให้เสียงร้องบางครั้งความอวบอิ่มของเสียงลงท้อง (กลางต่ำ) เสียงร้องทั้งผู้หญิง และผู้ชายจึงอ่อนความอุ่น (Warmth) แบบลุ่มลึกไปบ้าง (อ่อนโรแมนติกไปนิด) เสียงร้องจึงออกเร่งรีบ ตื่นตัว ขาดความอ้อยสร้อย อ้อยอิ่ง ผ่อนคลายไปบ้าง ดูจริงจังไปหน่อย อย่างไรก็ตาม เสียงร้องก็จีบปากจีบคอ สอดใส่อารมณ์ได้ดีทีเดียว (แม้จะอ่อนลีลาเล็กน้อย) ชัดถ้อยชัดคำดีมาก พูดง่ายๆ ว่า ฟังได้ชัดเจนขึ้น ชวนติดตามได้ดี

ที่ปลายแหลมแถวๆ 12 kHz ดูเหมือนเสียงแหลมที่ตรงนี้จะถูกยกขึ้นมาเล็กน้อยเป็นช่วงแคบๆ (แคบมาก) ช่วยเพิ่มความคมชัดให้แก่เสียงกลางด้านสูงได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เสียงผิวดีขึ้น เสียงต่างๆ โฟกัสคมขึ้น หูที่อิงเสียงธรรมชาติ (FLAT) จริงๆ อาจต้องทำใจบ้าง แต่หูชาวบ้านจะชอบ และใช่เลย โดยเฉพาะคอลูกทุ่ง, เพลง DANCE, หรือการฟังในสภาพแวดล้อมที่จอแจ หนวกหู อาการยกปลายแหลมแคบๆ แบบนี้ จะเป็นตัวช่วย มากกว่าตัวป่วนทันที

XBA-H2 ให้เวทีเสียงกว้างสุดๆ และอยู่นอกศรีษะ ห่างออกไปด้านหน้า ไม่อัดแน่นในหัว เวทีด้านลึกอาจไม่เท่า SHURE SE-826 (ที่แพงกว่า 5 เท่า!) แต่ก็ไม่แย่ไปกว่าหูฟัง IN EAR ดีๆ ทั่วๆ ไป อีกทั้งบางเพลง ให้เสียงลอยสูงขึ้นไปด้านหน้าได้ด้วย (RHYTHM BASKET เพลง 10)

xba-h2

สรุป

ถ้าคุณไม่ใช่นักฟังหูเลี่ยมทอง ระดับซุปเปอร์ไฮเอนด์ เมื่อคุณได้ฟัง SONY XBA-H2 คุณจะไม่เรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้แล้ว มันจะเติมเต็มให้คุณได้ฟังอย่าง อิ่มอารมณ์ แบบมันส์ไม่เลิก ดูหนัง การันตี อิ่ม มหึมา มันส์ แน่นอน ฟังชัดดีด้วย แต่ถ้าคุณหูซุปเปอร์ไฮเอนด์ก็คงต้องควักกระเป๋า 35,000 บาท ให้กับ SHURE SE-826

 

ของแถม (ไม่อ่านไม่ได้)

วันต่อมา ผมเอาเครื่องเล่น SONY ICD LX-30 กับ XBA-H2 ไปนั่งฟังที่สนามหญ้าที่สวน (ขออภัยด้วยครับจำชื่อไม่ได้) ที่ติดกับศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยม เชื่อไหมครับ พอผมเอาเครื่องเล่น LX-30 วางที่พื้นหญ้าห่างออกไปฟุตกว่ามิติเสียงเป็นตัวตนขึ้น, โฟกัสขึ้น ลำดับชิ้นดนตรีตื้น-ลึกดีขึ้น (ผมถอดรองเท้าเป็นเท้าเปล่าแตะพื้นทั้ง 2 เท้า) ทำให้เสียงทุ้ม, กลาง, แหลม สอดรับกันได้ดีขึ้น พอย้อนกลับมาวางบนตัก เสียงตื้น, บวมฟุ้งขึ้นมาทันที!

เช่นเดียวกัน ถ้ายังใส่ถุงเท้า นั่งฟังบนพื้นหญ้า เสียงจะทึบ, เบลอกว่า ถอดถุงเท้าเอาเท้าเปล่าแตะพื้นหญ้า (เครื่องอยู่บนตัก) แต่ถ้าวางเครื่องบนพื้นหญ้า ยิ่งดีขึ้น แต่ยังไงก็ดีกว่า นั่งฟังที่บ้านบนเตียงนอน

ขนาดถอดถุงเท้าแต่เอาเท้าแตะพื้นหญ้าข้างเดียว อีกข้างนั่งขัดสมาธิไม่แตะพื้น เสียงก็โฟกัสสู้ แตะพื้น 2 ข้างไม่ได้

ในกรณีขาแตะพื้นหญ้า (ดิน) เสียงดีขึ้นเพราะเราระบายประจุไฟฟ้าของตัวเราลงดิน (EARTHING) ฝรั่งเขียนตำราเป็นเล่มเกี่ยวกับสุขภาพที่ดีขึ้นจากการลงดินนี้ ส่วนเอาเครื่องวางบนพื้นก็เป็นการลงดินเช่นกัน