Test: SONY 55X9000C

Test: SONY 55X9000C

SS” 4k 3D Ultra HDTV

นิตพินัย

sony_xbr55x900c_55_4k_smart_1118258

Andriod TV รุ่นล่าสุดจาก SONY ความละเอียด 4k พร้อมวงจร Motion Flow XR800 Hz และระบบสีเทคโนโลยี Triluminous ให้เฉดสีกว้างตัวเครื่องยาวมาก

คุณสมบัติ

– ขนาดจอ 55 นิ้ว ความละเอียด UltraHDTV (3840 x 2160p) 8 ล้านพิกเซล

– รองรับ 3D ระบบ Passive มีระบบแปลง 2D เป็น 3D

– ระบบปฎิบัติการ AndriodTV (Lollipop) ช่วยเพิ่มความฉลาดของทีวีในการใช้งาน เพลิดเพลินกับเนื้อหา, Apps และการเชื่อมต่อต่างๆ อย่างสะดวกง่ายดาย

– ระบบการลดการกระตุก/สั่นไหวของภาพ Motion Flow XR800 Hz ช่วยให้ภาพดูต่อเนื่องไร้การกระตุก

– ระบบวงจรประมวลผลภาพ 4k X-Reality Pro พร้อม 4k Resalution Upscaler เพื่อเพิ่มรายละเอียดคมชัดจากแหล่งโปรแกรมต้นทางให้ได้สูงที่สุด

– Chip ประมวลผลภาพใหม่ x1 ปรับปรุง Contrast, Colour และClarity

– ออกแบบบางมากเพียง 4.9 มม. (ส่วนทีบางที่สุด) และ Floating Style ดุจเครื่องรับโทรทัศน์ลอยเด่นจากพื้นวางและอุปกรณ์ระบบข้าง

– เทคโนโลยี Triluminous Display ให้สีสันสมจริง สามารถแสดงเฉดสีได้กว้างกว่าทีวี LED ปกติ

– ป้องกันทีวีจากความชื่น ฝุ่นละออง ฟ้าผ่าและไฟกระชากด้วย X- Protection Pro

– รองรับ Google Cast , Voice Search 2 Play Store Apps

– ระบบเสียง 2.2 ch (7.5+7.5+7.5+7.5 วัตต์) ยิ่งเสียงลงระบบ Bass Reflex ตัวขับ (20 x 100 mm)x 2 และ 60 mm x 2 พร้อมระบบเสียง S-Force Front Surround

– รองรับระบบเสียง DTS, Dolby Digital, PCM, ช่องติดหูฟัง, S-Master Digital Amp, Advanced Auto Volume

– ระบบไฟส่องหลัง LED Edge with Frame Dimming และ Dynamic Backlight Control

– ช่องอินพุท HDMI ถึง 4 ชุด(รองรับMHL), ช่องคอมโปเนนท์วิดีโอหนังชุด, Digital Audio Output หนึ่งชุด, HDMI PC อินพุทหนึ่งชุด, USB 3 ชุด

– Buil tin Wi-Fi/Wi-Fi Direct/Internet EPG/Miracast/One-Touch Mirroring/TV Side View/Home Networking

– ระบบ Frame Blinking, 24p True Cinema, Autowide

-Touchpad Remote Control

55x9000C มีขนาด 1232 x 712 x 39 มม ไม่รวมขาตั้งและ 1232 x 774 x 257 รวมขาตั้งน้ำหนัก 18.4 กิโลกรัมไม่รวมขาตั้งและ 19.7 กิโลกรัมขาตั้ง

1436192985

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

Sony 55x9000c เป็น UltraHDTV รุ่นใหม่ที่มีขนาดจอ 55 นิ้ว รองรับการแสดงผลภาพ 3D แบบ Passive ที่มีการกระพริบของภาพน้อย ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (3840 x 2160p) มีเทคโนโลยี Motion flow XR 800 Hz ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่อง ลดการกระตุกของภาพ ใช้วงจรประมวลผลภาพจาก Chip ประมวลผลภาพใหม่ X1 ปรับปรุงในเรื่องของแสงและเงา, คุณภาพของเม็ดสีและรายละเอียดความคมชัดด้วยระบบ 4k X-Reality Pro แสดงเฉดสีกว้างสมจริงด้วยระบบ Tri Luminous Display พร้อมวงจรแปลงภาพ 2D ให้เป็น 3D ได้

55x9000c เป็น AndriodTV ที่พัฒนาโดย Google ให้เป็นระบบปฎิบัติการสำหรับ SmartTV Platform ที่มีความฉลาด รวดเร็วในการใช้งานด้านมัลติมีเดียต่างๆ รวมทั้งระบบ Networking โดยระบบปฎิบัติการ Andriod ที่ใช้ใน 55x9000c จะเป็นตัวใหม่ล่าสุด 5.0.2 หรือ lollipop ที่มี Apps ต่างๆ อย่างมากมายทั้ง Google Play ที่เหมือนเป็นศูนย์รวมแอปพลิเคชั่นหลากหลายชนิด Google Cast ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพจาก Smartphone หรือจาก Applications ต่างๆ ขึ้นสู่หน้าจอทีวีด้วยความสะดวก เพียงกดที่ปุ่ม cast ภาพจะถูกนำขึ้นหน้าจอทันที Voice Search ช่วยใช้เสียงในการค้นหารายการต่างๆ รองรับได้ถึง 42 ภาษารวมถึงภาษาไทย นอกจากนี้ยังรองรับอินเทอร์เน็ตทีวีและ Social Apps ได้หลายตัว เช่น Youtube, Facebook, Twitter, Web browser ฯลฯ ภายในมีหน่วยความจำติดตั้งมาให้ถึง 16GB สำหรับดาว์โหลด Apps บางตัวเล่นเกมส์เอาไว้ใช้งาน (พื้นที่ของหน่วยความจำส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งเอาไปใช้ในระบบปฎิบัติการด้วยประมาณ 2 GB)

มันถูกออกแบบมาอย่างสวยงามมากและตัวขอบส่วนที่มีความบางที่สุดจะบางเพียง 39 มิลลิเมตร! ประมาณความหนาของกระจก 2 บานเท่านั้นเอง ขาตั้งขนาดเล็กที่ติดตั้งแล้วดูเสมือนว่าตัวทีวีได้ลอยอยู่เหนือโต๊ะวางดูโดดเด่นมากเวลาใช้งาน

อินพุท HDMI อยู่ด้านข้างมีให้มาถึง 4 ชุด รองรับ HML3 (เฉพาะ HDMI2) และรับอินพุทฟอร์แมทได้สูงสุดถึง 2160p@60 Hz (yuu 4:2:0) รวมถึง 2100P@ 24 Hz และรับ HDMI PC อินพุทฟอร์แมทได้สูงสุดถึง 3840 x 2160 @ 30Hz มีช่องคอมโปเนนท์วิดีโออินพุทหนึ่งชุด ช่องคอมโพสิตวิดีโออินพุทสองชุด ช่องออดิโอเอ้าท์พุท ช่อง USB 3 ชุด ช่องเสียบหูฟัง ช่องต่อสาย LAN ช่อง RF อินพุท (รองรับDVB-T2ในหน้าเราได้)

โหมดภาพที่มี Preset จากโรงงานมาให้เลือกใช้มากมายนับสิบโหมดรวมถึงโหมดปรับแต่งภาพเอง (Custom) ตัวอย่างเช่น Vivid, Standard, Photo-Vivid, Photo-Standard, Photo-Original, Cinema 1, Cinema2, Game, Sport, Animation เป็นต้น

อัตราส่วนภาพมีให้เลือกใช้งานมากมายหลายรูปแบบอาทิ Auto wide, Full, Normal, Wide Zoom, Zoom, Caption,14:9, PC : Full 1, 2, 4:3 และโหมด Native (Full Pixel)โหมดNative (1:1 Pixel Mapping) เวลาจะใช้งานให้ไปที่ Screen Setup และตั้งค่า Display Area เป็น Full Pixel ก่อน (เฉพาะอินพุท 1080i/p,2160p)

การปรับภาพ (Picture Adjusttment) สามารถเข้าไปปรับได้สองทางคือผ่าน SET UP เมนู (รูปฝันเฟือง) เข้าไปปรับและกดปุ่ม Options ทีวีโมทจะปรากฏเมนูลัดเลือกเข้าไปปรับภาพได้เหมือนกันซึ่งดูจะสะดวกกว่า

ในการปรับภาพเมื่อเลือกเข้าไปที่หน้า Picture Adjustments จะปรากฏเมนูย่อยที่ปรับแต่งภาพพื้นฐานปรากฎขึ้นมาได้แก่ Picture Mode, Auto Picture Mode, Brightness (ซึ่ง SONY หมายถึงค่าความสว่างของระดับไฟส่องหลังหรือ Backlight ส่วนค่า Brightness ที่ปกติจะเป็นการปรับค่าความดำของภาพจริงๆ นั้น SONY ได้ชื่อเรียกที่ถูกต้องเป็นทางการครั้งแรกในเครื่องรับโทรทัศน์ตอนซูเมอร์คือ Black Level ซึ่งต้องของชมเชย SONY มาอย่างแรง ที่กล้าเปลี่ยนไปใช้คำพูดทีถูกต้องกันเสียที) Light Sensor, Color และ Advanced Setting

ดังนั้นถ้าเราต้องการจะปรับแต่งภาพให้ละเอียดนอกเหนือจากค่าพื้นฐานในเมนูปรับภาพหลักแล้วเราจะต้องเข้าไปที Advanced Setting ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปจะปรากฏเมนูภาพอย่างละเอียดให้ปรับแต่งเพิ่มเติมโดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดที่เรียงกันอยู่ทางด้านซ้ายมือส่วนทางด้านขวาก็จะเป็นเมนูย่อยของเมนูหลักทั้ง 4 ที่อยู่ด้านซ้ายมือนั้นเอง เมนูหลักจะปรับภาพเพิ่มเติมทั้ง 4 ระบบ จะแบ่งเป็น Brightness มี Sub Menu ย่อยคือ Brightness (หรือ Backlight), Contrast, \Gamma, Black Level (หรือ brightness ในเครื่องทีวีทั่วๆ ไป), Black adjest และ Adv.Contrast Enhancer เมนูที่สองคือ Color มีเมนูย่อยคือ Color, Hue, Color Temperature, Adv. Color Temperature, Color Space และ Live Color เมนูต่อไปจะตั้งค่าเกี่ยวกับความคมชัดหรือ Clarity มีเมนูย่อยคือ Sharpness, Reality Creation, Resolution, Mastered in 4K, Random Noise Reduction และ Digital Noise Reduction และเมนูภาพอีกตัวคือการปรับแต่งด้านภาพเคลื่อนไหวหรือ Motion ซึ่งประกอบด้วยเมนูย่อยคือ Motion flow, Smoothness, Clearress และ Filmmode

SEL-asset-473927_source

                ในส่วนของ Google play ที่เป็นจุดเด่นของระบบปฎิบัติการ Andriod จะเป็นศูนย์รวมความบันเทิงมากมายจากเข้า Internet เมื่อเข้าไปที่หน้าหลักของ Google play จะมีหมวดหมู่ให้เลือกอยู่ด้านซ้ายมือ เช่น Entertainment Apps, Music Apps, TV Remote Games, Game Pads, Apps, Games และ Setting โดย Apps ส่วนใหญ่จะต้องสร้าง Account ก่อนแล้วใช้งานได้ทันที

ส่วน Google Cast ก็จะมีการทำงานที่คล้ายๆ กับ Miracast ที่สามารถส่งภาพจากอุปกรณ์ Tablet/SmartPhone ขึ้นจอทีวีได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน Network Access Point ใดๆ ในบ้านคุณทำได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านระบบ Wi-Fi (Direct) ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์กับทีวีโดยตรง

ระบบ 3D เป็นระบบ Passive ที่กลายมาเป็นมาตรฐานของทีวี 3D ในปัจจุบันเพราะแว่นตา Polarizing Filter มีราคาถูกไม่ต้องมีวงจรอิเล็กทรอนิคส์และแบตเตอรี่ ให้ภาพ 3D ที่ค่อนข้างสว่างมีการกระพริบน้อยถึงจะลดทอนความคมชัดของภาพทางแนวตั้งลงมาบ้างก็ตามแต่ก็ไม่เป็นประเด็นสำหรับจอภาพความละเอียดสูงมาก Ultra HD แว่นตา 3D แบบ Passive จะมีน้ำหนักเบาสวมใส่สบายไม่ล้าสายตาง่ายเวลาชมนานๆ

ระบบเสียงออกแบบมาอย่างดีแยกวูฟเฟอร์ยังเสียงลงล่างมีวงจรปรับปรุงคุณภาพเสียง DSEE ระบบลำโพง Bass Reflex Box 2.2 Ch. S-Force Front Surround รองรับระบบเสียง DTS, Dolby Digital ครบครัน พร้อมช่องเสียบหูฟัง

การเชื่อมต่อเครือข่ายทำได้สะดวกง่ายดาย ไม่ว่าจะต่อสาย LAN เข้าที่หลังตัวเครื่องหรือใช้ระบบ Wireless เพราะติดตั้ง Wi-Fi มาในตัวเรียบร้อยเท่าที่ลองดูรัศมีการรับส่งสัญญาณดีมาก การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว รองรับการแชร์ไฟล์ภาพ/เสียงของอุปกรณ์มัลติมีเดียผ่านเครือข่ายในห้องคุณได้ทันทีรวมถึงระบบ Google Cast ส่งภาพจาก Smartphone/ Tablet ไปที่จอได้โดยตรง รวมถึงใช้เป็น Full Web Browser ท่องเว็บต่างๆ เสมือนมีคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์จอใหญ่ในเครื่องเดียวกัน

ในการทดสอบต้นทางจาก Oppo BDP103 และ BDP-105D (Upgrade ภาคจ่ายไฟจาก Perfect Power) ADSL TOTC 10 mbps วัดอุณหภูมิสีความสว่าง Grey Scale ด้วย Minolta Color Analoger ลองทั้งสัญญาณ 1080i, 1080p และ 2160p ที่ Upscale จาก 105D แผ่นทดสอบ Blu-ray Qtec, HQV, SRM, DUE, AVSHD ฯลฯ ปรับแต่งภาพจาก 55X9000C ดังนี้ (เป็นค่าที่ตั้งเอาไว้อ้างอิงสำหรับระบบที่ทดสอบและจะแปรผันไปจากทีวีแต่ละเครื่อง, ต้นทาง/สายนำสัญญาณ/ระบบไฟ/สภาพแวดล้อมแสงสีภายในห้องรวมทั้งความชอบส่วนตัวของผู้ทดสอบเองด้วย) Picture Mode Custom, Auto Picture Mode Off, Brightness 6 (ห้องค่อนข้างมืด) 15-20 (ห้องมีแสงทั่วๆ ไป), Light Sensor Off, Color 60 ถึง 62, Contrast 88, Gamma 0, Black Level 50, Black Adjust Off, ADV. Contrast Enchancer Off, Hue 0, Color Temperature Warm, Color Space SRGB/BT.709, Live Color Off, Sharpness20, Reality Creation Off, Mastered in 4K Off, Random/Digital NR Off, Motionflow Custom, Smoothness Max, Clearness 1, Filmode Off (On กับ Cable TV, Off Air TV) Screen เมนูตั้งค่า Widemode Full, Auto Wide On, 4:3 Default Off, Auto Display Area Off, Dis[lay Area Full Pixel (อันนี้สำคัญโดยเฉพาะต้นทางเป็น 1080i/P, 2160P)

เมื่อกดปุ่ม Home ที่รีโมทจอจะแสดงเมนูหลักขึ้นมาแถวบนเป็นอินพุททั้งหมดแถวรองลงมาเป็น Apps ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนทีวี ถัดลงมาเป็น Game และล่างสุดเป็น Setting, Information และ Guide & Manual ก่อนจะใช้งานถ้าใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi จะต้องเข้าไปที่ Setting ไปที่ Network & Accessories และใส่ค่า Password ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนไฟส่องสว่างที่เรืองแสงอยู่ใต้จอตรงกลางสามารถจะปิดได้ถ้าดูในห้องที่ค่อยข้างมืดโดยให้ไปตั้งค่าที่ Illumination LED

55X9000C ให้พลังของภาพที่มีความสว่างสูงมากถ้าตั้งค่า Brightness (Backlight) ให้อยู่ในช่วงกลางๆ มันให้ภาพที่เป็น Pop Up มาก ภาพดูเต็มไปด้วยรายละเอียด ในการทดสอบใช้ Sharpness เพียงไม่เกิน 20 เท่านั้น และไม่ควรจะตั้งให้สูงมากเกินไปเพราะทั้งจอภาพรุ่นใหม่ๆ คุณภาพสูงและโปรแกรมต้นทางคุณภาพสูงอย่างบลู-เรย์ในปัจจุบันมักจะบันทึกมาให้รายละเอียดความคมชัดกันสูงมากอยู่แล้ว ถ้าเพิ่ม Sharpness เกินความจำเป็นมันจะก่อให้เกิดความเพี้ยนของภาพหลายประการเป็นเงาตามตัวขึ้นมา (ที่ BDP-105D ไม่ใช้ Edge และ Detail Enhancement ใดๆ ส่วน Darbee ใช้โหมด Hi-Def ตั้งค่า Level ประมาณ 74-78) คุณภาพความอิ่มตัวของเม็ดสีดีมากแต่ค่า Color หรือ Saturation ที่ Preset มาจากโรงงานอาจจะต่ำไปเล็กน้อยเมื่อนำมา Calibrate ใหม่กับต้นทางที่ใช้ประจำค่า Color จะอยู่ประมาณ 60 ด้าน Color Space ผู้เขียนตั้งเอาไว้ที่ BT.709 เพราะ Work ได้ดีกับโปรแกรม HD ที่ถูกจัดทำโดยใช้มาตรฐาน BT.709 ในปัจจุบันส่วนใหญ่ถ้าต้องการเฉดสีที่กว้างอาจจะลองตั้งเป็น Wide/BT.2020 ซึ่งเฉดสีที่กว้างมากเกินไปกับบางโปรแกรมอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติมากนัก เอาไว้รอจนกว่าจะมีโปรแกรม Ultra HD ที่ถูกจัดทำขึ้นมาโดยใช้มาตรฐาน BT.2020 ก่อนดีกว่า เพราะโปรแกรม HD ในปัจจุบันแทบทั้งหมดจะอิงกับ BT.709 std. (ถึงแม้ภาพยนตร์ที่ใช้กล้องดิจิตอลถ่ายทำในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาและเป็นที่รู้จักกันว่ามันให้เฉดสีได้กว้างมากพิเศษเพื่อนำไปใช้กับโรงภาพยนตร์ดิจิตอลที่อิง Color Space ตาม DCI-P3 แต่ท้ายสุดมันก็จะต้องถูก Convert มาเป็น BT.709 Color Space std. เพื่อใช้กับงานคอนซูเมอร์เพื่อบันทึกลง Blu-ray หรือ DVD หรือเพื่อการออกอากาศในระบบ HDTV ทั่วๆ ไป)

ในส่วนภาพเคลื่อนไหวถือว่ามันทำคะแนนได้สูงมาก Moving Resolution อ่านได้สูงเกิน 750 เส้น ภาพมีการกระตุกน้อยมาก ภาพดูไหลลื่น (ตั้ง Motion Flow ตามค่าที่ให้ไว้) รวมถึงถ้า On Film Mode มันสามารถจะตรวจจับและ De-interlace Film Cadence รูปแบบต่างๆ จากต้นทางได้รวดเร็วและแม่นยำรวมถึงโหมด 3/2, 2/2 (รุ่นก่อนๆ Sony มักจะพลาดโหมดนี้ประจำแต่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ในรุ่นใหม่ๆ นี้แล้ว) รวมถึงมันยังจัดการกับโปรแกรม Video ได้อย่างยอดเยี่ยมภาพเคลื่อนไหวของมุมกล้องแสดงสดในระนาบต่างๆ ดูคมชัดไร้รอยขั้นบันได (Jaggies) ให้รบกวนสายตารวมถึงวงจร 4K Upscaler ภายในทำงานได้ดีมาก ความเพี้ยนในรูปดิจิตอลต่างๆ เช่น Mosquito Noise, Upscaling Artifacts ต่างๆ ต่ำมากแทบไม่สังเกตเห็นได้เลย

อย่างไรก็ดีการใช้ระบบ Backlight แบบ Edge จึงอาจจะมีแสงรั่วไหลตามบริเวณขอบๆ จออยู่บ้างแต่ไม่มากนักและจะสังเกตได้เมื่อดูในห้องที่ค่อนข้างมืดมากเท่านั้น ถ้าห้องทั่วๆ ไปไม่ถือว่าเป็นประเด็นในการใช้งานแต่อย่างไร ซึ่งการลด Brightness (หรือ Backlight) ที่เครื่องลงมาพอจะช่วยลดปัญหานี้ได้บ้างโดยเฉพาะห้องที่มีแสงน้อย

KD-55X9000C_Hero-1200

            การทำงานของเครื่องโดยรวมถือว่าดีมากระบบปฏิบัติการ Android ทำงานได้รวดเร็ว การเปิดเครื่องเพื่อ Boot Up ในตอนแรกใช้เวลาน้อยกว่าที่คิดไว้ ปุ่ม Options รีโมทช่วยเป็นทางลัดเข้าเมนูที่ใช้งานบ่อยๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น Picture Adjustment, Sound Adjustment, Widemode (Aspect Ratio), 3D, Headphone Volume เป็นต้น, มี Apps และ Contains จาก Internet ให้ใช้งานมากมาย ภาพจาก Youtube ดูดีมากมีรายละเอียดสูง การกระตุกของภาพน้อย และมี Black Artifacts ต่ำ การ Switch Stream ทำได้รวดเร็ว

ภาพ 3D ดูดีมาก มันให้ความสว่างได้สูง ภาพหลุดลอยเป็น 3 มิติ มี Crosstalk หรือการรั่วข้ามตาซ้าย-ขวาต่ำ แต่พยายามนั่งในช่วงกลางๆ จอจะดูดีที่สุด แว่นตาระบบ Passive ใส่สบายดูได้นานโดยไม่ล้าสายตา

โดยรวมถือว่า Sony 55X9000C เป็น Android UHDTV ที่มีคุณภาพสูงมาก มันให้ภาพที่เปิดสว่างเต็มไปด้วยพลัง (Contrast Ratio สูงมาก) สีสันอิ่มแน่นโทนสีเที่ยงตรง รายละเอียดของภาพดีมาก มีความสามารถด้าน Network, มัลติมีเดียครบครันมี Contain, Apps จาก Internet ให้เลือกชมเลือกใช้ได้มากมายภาพเคลื่อนไหวดูดี ออกแบบได้หรูหรา เหมาะสมที่จะเป็นจอคุณภาพสูงในระบบโฮมเธียเตอร์ชั้นดีของคุฯตัวต่อไปได้อย่างแน่นอน