Test: SOKEN BD-234

Test: SOKEN BD-234

กล่องรับดิจิตอลทีวี ภาคพื้นดิน

นิตพินัย

 DSC_1799

 

เครื่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล DVB-TZ2 รุ่นใหม่จาก SOKEN ให้เอาท์พุท 1080p เมนูไทย ช่อง USB หน้าเครื่อง

คุณสมบัติ

  • เป็นกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน DVB-T2 ที่สามารถใช้ในบ้านเราได้ (น้องดูดี)
  • รองรับการถอดรหัสภาพ MPEG-2, MPEG-4 AVC/H.264
  • ช่อง HDMI เอาท์พุท resolution 576i, 720p, 1080i และ 1080p
  • บันทึกรายการล่วงหน้าลง HDD ภายนอกได้
  • มีระบบเมนูภาษาไทย
  • แถมสาย HDMI มาให้พร้อม
  • PAL-NTSC auto-conversion System
  • Electronic Program Guid (EPG)
  • ช่อง USB 2.0 ที่ด้านหน้าเครื่องรองรับ MP3, BMP, JPG, MKU,AVI, MIG, DAT, TS
  • กล่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด
  • ใช้กำลังไฟน้อยมากคือต่ำกว่า 1 วัตต์ในโหมด standby
  • รองรับระบบเสียง Dolby Digital
  • ผ่านมาตรฐานจาก กสทช.

 

DB-234 มีขนาด 130x10x32 มม. น้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม ใช้แรงดันไฟฟ้า 5 VDC/1.2 Amp ใช้กำลังไฟฟ้า น้อยกว่า 8 วัตต์ (น้อยกว่า 1 วัตต์ ในโหมด standby)

 1418029153-162476-o

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

DVB เป็นมาตรฐานการส่งสัญญาณโทรทัศน์แบบดิจิตอล ถ้าผ่านระบบดาวเทียมก็จะลงท้ายด้วย S (Satellite) เช่น DVB-S ที่ล่าสุดคือ DVB-S2 ถ้าส่งผ่านระบบการออกอากาศภาคพื้นดินจะต่อท้ายด้วย T (Terrestrial) เช่น DVB-T และที่ทาง กสทช.นำมาใช้ในบ้านเราคือมาตรฐาน DVB-T2 ที่เป็นตัวล่าสุดที่เริ่มใช้งานกันในต่างประเทศเมื่อปี 2554 นี้เอง (DVB Blue Book A122) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรับสัญญาณอ่อนๆ ได้ดีกว่ารุ่น DVB-T เดิมอยู่ถึง 6-7 dB รวมถึงส่ง datarate ได้สูงกว่าด้วย

ทั้ง DVB-T และ DVB-T2 จะใช้เทคนิคการผสมสัญญาณแบบ OFDM (orthogonal frequency division multiplex) ที่จะซอยย่อยคลื่นความถี่สูง เป็นความถี่ย่อยจำนวนมาก (อย่างมีรูปแบบ) เพื่อให้มีความทนทานต่อสัญญาณรบกวนในการส่งสัญญาณ สำหรับคลื่นความถี่ที่ทาง กสทช. กำหนดให้ใช้ในบ้านเราเพื่อส่งสัญญาณดิจิตอลทีวีภาคพื้นดินจะอยู่ในช่วงระหว่าง 594 ถึง 626 MHz และวิธีการลดรูปข้อมูลเป็นระบบ MPEG2 หรือ MPEG4 AVC (H.264) ออกอากาศทั้งระบบความคมชัดมาตรฐาน (Standard Definition:SD) ความละเอียด 576i และระบบความคมชัดสูง (High Definition : HD) ความละเอียด 1080i/50/60 Hz

DSC_1809

        ส่วนหมายเลขช่องทีวีดิจิตอลที่กำหนดโดย กสทช. ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาจะเป็นดังนี้

ช่อง 1 ททบ.5                    ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 2 สทท. 11 (NBT)      ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 3 Thai PBS             ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 4 Thai PBS (ช่องเด็ก) ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 13 ช่อง 3 แฟมิลี           ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 14 MCOT KIDS Family      ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 15 โลก้า (ทีวีพูล)           ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 16 TNN24              ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 17 THV (ทีวีพูล)        ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 18 นิวทีวี (เดลินิวส์)        ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 19 สปริงนิวส์               ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 20 ไบรท์ทีวี                 ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 21 วอยซ์ทีวี                 ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 22 เนชั่นทีวี                 ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 23 WORKPOINT CREATIVE TV          ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 24 ทรูโฟร์ยู (True4u)  ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 25 GMM 25 (แกรมมี่) ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 26 NOW (เนชั่น)        ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 27 ช่อง 8 (RS)           ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 28 ช่อง 3                   ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 29 โมโนกรุ๊ป               ความคมชัดระบบ SD

ช่อง 30 อสมท.                   ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 31 GMM ONE (แกรมมี่) ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 32 ไทยรัฐทีวี                ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 33 ช่อง 3                   ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 34 อมรินทร์ทีวี             ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 35 ช่อง7                    ความคมชัดระบบ HD

ช่อง 36 PPTV                 ความคมชัดระบบ HD

 DSC_1786

        ซึ่งช่องรายการส่วนใหญ่จะดำเนินการออกอากาศกันไปแล้วเกือบทั้งหมดบางช่องที่ยังไม่ออกอากาศอาจจะมีสัญญาณทดสอบ เช่น Color bars ขึ้นเอาไว้ (สัญญาณ Color bars บางช่อง/ บางช่วง ด้านล่างจะมีสัญญาณ PLUGE สามารถเอาไว้ปรับค่าความสว่างหรือ brightness ของจอภาพได้เพราะสังเกตว่าดิจิตอลทีวีส่วนใหญ่จะต้องเพิ่มค่า brightness ที่จอภาพขึ้นมาอีกพอสมควร) ส่วนถ้าใครอยู่ในพื้นที่ ที่ยังไม่สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินได้จะต้องดูผ่านระบบดาวเทียมหรือเคเบิ้ลซึ่งทางกสทช.มีกฎ MUST CARRY ที่จะต้องนำช่องสัญญาณดิจิตอลใหม่ๆ เหล่านี้ไปออกอากาศขนานกันไปอยู่แล้ว แต่ความคมชัดของช่อง HD จะถูกเปลี่ยนลงมาเป็น SD เพื่อประหยัดแถบความถี่ (band width) และบิตเรตในการส่ง ทำให้สังเกตได้ว่าในช่วงนี้รายการจากทีวีดาวเทียมคุณภาพจะ drop ลงไปพอสมควรโดยเฉพาะเวลาภาพเคลื่อนไหว เพราะเกิดการแย่ง bitrate กันใช้งาน ถ้าภาพนิ่งๆ พอทน ถ้าเคลื่อนไหวเมื่อไหร่เป็นเรื่องทันทีโดยเฉพาะถ้าทีวีมีขนาดจอค่อนข้างใหญ่ (ซึ่งเป็นปกติของยุคนี้อยู่แล้ว) และระยะดูไม่ไกลจากจอภาพเท่าไรนัก ดังนั้นถ้าคิดอยากจะดูคุณภาพสุดๆ จะต้องหาโอกาสรับชมผ่านทางการออกอากาศภาคพื้นดินตรงๆ เท่านั้น โดยเฉพาะกับช่อง HD ที่ออกอากาศในปัจจุบันแทบทุกช่องจะให้ภาพที่คมชัดสวยงามมาก แทบจะกลับไปดูช่อง SD ไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะรายการที่ถ่ายทำในสตูดิโอ ข่าวภาคค่ำ ฯลฯ ส่วนถ้าเป็นภาพยนตร์ต่างๆ ภาพอาจจะดูด้อยลงมาอีกเล็กน้อยทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโปรแกรมต้นฉบับที่นำมาออกอากาศด้วย

ถ้าเราเกิดอยากจะดูดิจิตอลทีวีภาคพื้นดินใหม่นี้ โดยไม่ผ่านการนำไปทวนการออกอากาศซ้ำ (Re-broadcasting) ในระบบดาวเทียมหรือเคเบิ้ลทีวีที่ลดทอนคุณภาพของต้นฉบับลงไป ทางแรกคือเราจะต้องหาซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่มีภาคจูนเนอร์ดิจิตอลระบบ DVB-T2 นี้ กับอีกทางเลือกหนึ่งคือหาซื้อกล่องรับสัญญาณ DVB-T2 SET TOP BOX แล้วนำไปต่อพ่วงเข้ากับจอภาพเดิมที่มีอยู่ ซึ่งโดยหลักการแล้วการรับชมผ่านภาคจูนเนอร์ดิจิตอลภายในเครื่องรับโทรทัศน์กับดูผ่านกล่อง DVB-T2 STB ภายนอก ควรจะต้องให้คุณภาพของภาพ และเสียงที่ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นในเรื่องของประสิทธิภาพของความไวในการรับสัญญาณที่อาจจะแตกต่างกันไประหว่างยี่ห้อ (DB234 ที่นำมาทดสอบนี้มีความไวของภาคจูนเนอร์ที่ -78.5 dBM ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งน้อยหรือยิ่งเป็นลบมากเท่าไรยิ่งสามารถรับสัญญาณอ่อนๆ ได้ดีขึ้นเท่านั้น ถ้าสเปคฯ เหล่านี้ไม่ได้โกหก) แต่ก่อนจะลองเทียบกัน ควรจะต้องตรวจสอบสัญญาณจากสายอากาศให้มีระดับความแรงที่ดีพอสมควรก่อนเพราะถ้าระดับสัญญาณต่ำเกินไปอาจจะทำให้คุณสมบัติบางประการของภาพเช่นความอิ่มตัวของสี ผิดเพี้ยนไปได้

SOKEN DB-234 เป็นกล่อง DVB-T2 STB รุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายประการนอกเหนือจากรับสัญญาณดิจิตอลทีวี ได้ตามมาตรฐานที่กสทช. กำหนดแล้วมันยังสามารถบันทึกรายการลงบน HDD ภายนอกที่นำมาต่อร่วมได้ทั้งในระบบ HD และ SD (PVR โหมด) รวมถึงมีระบบ OSD เมนูภาษาไทยให้ใช้งานได้อย่างสะดวก

ตัวกล่องของ DB-234 มีขนาดเล็ก ด้านหน้ามีช่อง USB และไฟแสดงสถานะว่ากำลังบันทึก และไฟ POWER/STANDBY ไม่มีไฟแสดงหมายเลขช่อง (ถ้าผู้เขียนเป็นผู้มีอำนาจใน กสทช. จะกำหนดให้กล่อง SET TOP BOX ทุกแบบที่วางจำหน่ายในบ้านเราต้องมีไฟแสดงหมายเลขช่อง และปุ่ม เปลี่ยนช่องที่ตัวเครื่องด้วยหลายเหตุผล อย่างน้อยกรณีรีโมทเกิดหาย, เสีย ปัจจุบันทันด่วนขึ้นมา ต้นทุนคงเพิ่มขึ้นมาอีกไม่กี่สตางค์) ด้านหลังมีช่องเสียบสายอากาศเข้า/ออก, ขั้ว HDMI, ขั้วอะนาลอกวิดีโอคอมโพสิต และสัญญาณออดิโอซ้าย/ขวา และช่องเสียบไฟ เลี้ยง DC5V 1.5A จาก Adaptor ที่แถมให้มาต่างหาก

เมื่อกดปุ่ม เมนูที่รีโมท เครื่องแสดงเมนูหลักขึ้นที่จอภาพประกอบด้วยการติดตั้ง, แก้ไขช่องรายการ, การตั้งค่าระบบ, เครื่องเล่นมีเดีย และเครื่องมือ

เมื่อกดปุ่ม INFO จะแสดงข้อมูลที่สำคัญบทจอภาพ เช่น ความแรงสัญญาณ, คุณภาพสัญญาณ, ความถี่และระดับการโค้ดของสัญญาณอินพุท, ช่องรายการ, PID เป็นต้น และสามารถเปลี่ยนช่องรายการขณะที่แสดงผลข้อมูลดังกล่าวได้นับว่าสะดวกมากเมื่อต้องการเปรียบเทียบระดับความแรงของสัญญาณของแต่ละช่อง เช่น ในขณะปรับแต่งสายอากาศ

เมื่อต่อสายอากาศเข้าที่กล่อง รวมถึงต่อสาย HDMI เข้าทีวีหรือ AVR เรียบร้อย แล้วเมื่อเริ่มจ่ายไฟเข้าเครื่องจะพบว่า DB-234 ทำการ Bootup ได้รวดเร็วมาก มันทำการค้นหาช่องรายการให้อัตโนมัติ ถ้าใช้สายอากาศแบบ Active ให้เข้าไปในเมนูการติดตั้ง และเปิดไฟเลี้ยงเป็น ‘ON’ ก่อนในส่วนของการปรับตั้งภาพให้เข้าไปที่เมนูการตั้งค่าระบบ ผู้เขียนตั้งค่าระบบทีวีเอาไว้ที่ 1080p – 50 และสัดส่วนจอภาพ AUTO การปรับแต่งจอภาพใช้ค่ามาตรฐานที่มาจากโรงงาน ส่วนที่ทีวีจะตั้งค่า brightness ให้สูงกว่าที่เคยใช้งานกับเครื่องเล่นบลูเรย์อยู่บ้างคือ เพิ่มขึ้นจาก 50 เป็น 56 โดยตรวจสอบจากสัญญาณทดสอบที่ส่งออกอากาศมาจากช่องต่างๆ ในบางช่วง ซึ่งอาจจะมีแปรผันกันบ้างในแต่ละช่อง/ แต่ละรายการ ซึ่งอาจจะต้องปรับแต่งตามต้องการกันเองอีกที

ผู้เขียนลองเลือกดูรายการ HD บางช่อง เช่น ไทยรัฐทีวี (32), Thai PBS HD (3), ช่อง 3HD และ MCOT HD โดยรวมมันให้ภาพที่สวยงามคมชัดดีมาก สีสันอิ่มแน่น ภาพดูใสเปิดมีพลัง โดยเฉพาะรายการที่ถ่ายทำกันใน studio ที่มีโอกาสได้ใช้ทรัพยากรทางเทคนิคของระบบ HD ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องประนีประนอม ส่วนรายการที่ไปถ่ายทำนอกสถานที่ถึงแม้จะใช้กล้อง HD (1080i) ในการบันทึกแต่คุณภาพสังเกตออกว่าจะดู Drop ลงไปเล็กน้อย รวมถึงโปรแกรมที่เป็นภาพยนตร์ที่ต้องผ่านเครื่อง Telecine หรือ Film scanner ที่คุณภาพจะขึ้นอยู่กับเครื่องมือ และผู้ใช้งานอีกส่วนหนึ่งด้วย ภาพเคลื่อนไหวในระบบ HD ของ DVB-T2 ดูดีมากมี motion artifact น้อย และกล่อง Soken DB-234 เมื่อตั้งเอาท์พุทเป็น 1080p มันสามารถสร้างภาพ progressive จากต้นฉบับ interlace ออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์มาก แต่ถ้าใครมี video scaler หรือจอภาพที่แน่ใจว่ามีวงจรประมวลผลที่ดีกว่าก็ให้ตั้งเอาท์พุทภาพจาก DB-234 เป็น Auto เพื่อส่งสัญญาณ 1080i (HD) และ 576i (SD) ออกไปให้วงจรประมวลผลภาพ ที่จอภาพหรือ SCALER แปลงเป็น progressive ให้ตามต้องการ

การใช้รีโมทควบคุมการทำงานโดยรวมถือว่าดีมาก ยกเว้นบางจังหวะบางช่วงเวลาเปลี่ยนช่องรายการจะติดอาการหน่วงๆ บ้างบางครั้ง หรือต้องเล็งรีโมทไปที่กล่องตรงๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นที่ sensor รับส่งสัญญาณ หรือการทำงานของ firmware เครื่อง แต่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ถือว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแต่อย่างไร

การบันทึกสัญญาณลง HDD หรือ Flashdrive สามารถจัดเก็บไฟล์ได้ทั้ง FAT32 และ NTFS รวมถึงมันสามารถตั้งเวลาบันทึกโปรแกรมล่วงหน้าได้อย่างสะดวก ฟังก์ชั่น time shift ที่สามารถรับชมรายการพร้อมทั้งเดินหน้า ย้อนหลังได้ทันที

1418295323-IMG1345JPG-o

        โดยรวมถือว่า DB-234 ทำงานได้ดีมาก การใช้งานสะดวกด้วยรีโมทคอนโทรลควบคุมทุกฟังก์ชั่นของเครื่องทั้งหมด (ห้ามทำรีโมทหาย!) มันให้คุณภาพการรับสัญญาณดิจิตอลทีวีที่ดีมากภาพสวยเต็มไปด้วยรายละเอียด (และไม่ต้องพะวงเรื่องสัญญาณเฟดเวลาฝนตก เช่น จาน ku band ทั่วไป) การสแกนหาช่องรวดเร็วมาก มีฟังก์ชั่นอื่นๆ ให้ใช้งานมากมายที่เป็นประโยชน์ เช่น โหมด PVR ที่สามารถตั้งบันทึกโปรแกรมรายการล่วงหน้าลง HDD ภายนอกได้อย่างสะดวกนอกจากนี้ตัวกล่องรับยังมีขนาดเล็กกะทัดรัดหาที่วางสะดวกไม่เกะกะภายในกล่องมีสาย HDMI แถมมาให้พร้อม ถือว่า DB-234 DVB-T2 set top box ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างสูงครับ