Test: ProPower : 1050

Test: ProPower : 1050

การุณชาติ  พุกกะเวส

12

 

เมื่อเอ่ยถึงเครื่องกรองไฟ ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ก็ยังมีนักเล่นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ระหว่างกลุ่มที่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องกรองไฟ กับอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องกรองไฟ..

ความจริงมันมีตัวแปรอยู่ไม่กี่ตัวที่จะบ่งชี้ว่าเราควรหรือไม่ควรใช้เครื่องกรองไฟ เช่น ถ้าบ้านคุณอยู่ท่ามกลางกลุ่มโรงงานหรือร้านรวงที่ประกอบกิจการการตัด / เชื่อมโลหะต่างๆ, คุณอยู่บ้านหลังสุดท้ายของซอย, แถวที่คุณอยู่ที่ปัญหาเรื่องไฟตกหรือไฟเกิน ฯลฯ ยังมีอีกหลายปัจจัย แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่ในข่ายแค่ 3 ข้อนี้  คุณก็สมควรหาเครื่องกรองไฟมาใช้สักตัว..

อันนี้ไม่นับการแพร่ขยะทางไฟฟ้าอย่าง EMI / RFI จากเครื่องไฟฟ้าต่างๆ ที่นับวันจะมีมากขึ้น แสดงถึงการหาตัวกรองไฟมาใช้ให้กับซิสเต็มเครื่องเสียงสุดโปรดไม่ใช่เรื่องไร้สาระใดๆ

ตอนนี้หากตีความว่าการกรองไฟมีความจำเป็น บรรดามือใหม่ก็จะมีคำถามว่าเลือกใช้แบบใด ยี่ห้ออะไรดี ฯลฯ ซึ่งในท้องตลาดมีให้เลือกมากมาย นำเสนอระบบการกรองไฟที่ต่างกันไปตามสูตรลับของทีมวิศวกร แต่ทั้งหมดล้วนมือเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้กระแสไฟขาออกมีความบริสุทธิ์ที่สุด

วันนี้ผมมีตัวกรองไฟยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีความพิเศษไม่เหมือนตัวกรองไฟอื่นๆ ที่คุณเคยได้ยินมาแน่นอน นั่นคือ มีแบตเตอรี่ในตัวเพื่อจ่ายไฟสำรองยามเกิดสภาวะฉุกเฉินได้…หลายคนเมื่อได้ยินคำว่ามีแบตเตอรี่อาจจะคิดว่า เอ..นี่มันแบบเดียวกับเครื่องสำรองไฟ UPS ในคอมพิวเตอร์หรือไม่?

คำตอบคือ ต่างกันเลยครับ UPS ที่ใช้หลักการเมื่อกระแสไฟปกติ ก็จะไม่ได้ทำอะไรมากนัก ขึ้นกับเกรดของเครื่องว่าเป็น True Online หรือ Pure Sine Wave ถ้าแบบธรรมดา ตัวละ 3,000 บาท การกรองต่างๆ หรือการจ่ายกระแสจะจ่ายค่าผิดพลาดค่อนข้างเยอะคือ +/- 10% โดยประมาณ เมื่อไฟดับจะสวิตช์มาใช้พลังจากแบตเตอรี่ที่จ่ายแบบมีค่าผิดพลาดต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับงานเครื่องเสียง จึงไม่ควรนำมาใช้งานร่วมกับชุดเครื่องเสียง ยกเว้นแค่พวกโปรเจ็คเตอร์เท่านั้น

ส่วนเครื่องกรองไฟที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ เมื่อกระแสไฟเอซีเข้ามาจะแปลงเป็น DC ก่อน จากนั้นจะแปลงกลับไปเป็นไฟ AC ปกติก่อนจ่ายออกไป จุดนี้ทำให้คลื่นรบกวนหรือขยะต่างๆ ที่กำจัดออกไปโดยสิ้นเชิง ทำให้คุณได้กระแสไฟที่มีความสะอาดอย่างที่สุด เมื่อกระแสไฟมีความบริสุทธิ์สูง เครื่องเสียงที่ได้รับไฟที่สะอาดก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากเท่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้เมื่อยามเครื่องที่ใช้มีความต้องการใช้พลังงานเต็มที่ ไฟเอซีปกติอาจไม่เพียงพอ หรือไฟตก ตัวเครื่องรับรู้ และจะสั่งงานให้แบตเตอรี่จ่ายไฟเข้าไปเสริมในระบบ เพื่อให้กระแสไฟจ่ายอย่างเพียงพอที่ค่า 230 โวลต์ Pure Sine Wave เสมอ แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมแล้วสำหรับเครื่องเสียง

หรือเมื่อไฟฟ้าเกิดดับ เครื่องจะสวิตช์ไปใช้พลังในแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้นานในสเปคระบุ 15 นาที ซึ่งเพียงพอกับการที่คุณจะลุกไปปิดเครื่องทั้งระบบ

หรือทีเด็ดที่สำคัญก็คือ เมื่อกระแสไฟเกิดดับลงแล้วเมื่อติดขึ้นมาทันทีด้วยค่า 300 โวลต์ คุณไม่มีทางปิดเครื่องได้ทัน เครื่องมีโอกาสพังสูงมาก แต่กับเครื่องกรองตัวนี้ระบบจะรับไฟเข้ามาแล้วผ่านการแปลง ก่อนจะจ่ายไฟออกที่ค่า 230 โวลต์เสมอ จึงไม่มีการเกิดไฟกระชากจนเครื่องพังแน่นอน

คุณสมบัติอันยอดเยี่ยม 2-3 ข้อข้างต้น ทำให้หลายคนตื่นเต้น อยากจะรู้แล้วว่าเป็นยี่ห้ออะไร คำตอบคือ ProPower ครับ รายละเอียดเพิ่มเติม www.ppowerus.com ครับ

ProPower ไลน์อัพมี 4 ซีรี่ย์ เริ่มจาก PS Series มี 1 รุ่น / PT Series มี 1 รุ่น / PP Series มี 2 รุ่น / ProPower Series มี 4 รุ่น เริ่มต้นจากรุ่นเล็กสุดคือ  ProPower : 490 / ProPower : 1050 / ProPower : 2000 โดยมี ProPower : 3000 เป็นรุ่นสูงสุด

ส่วนที่ผมได้รับมาในครั้งนี้คือซีรี่ย์ใหญ่สุด และเป็น ProPower : 1050 ซึ่งต่างกันที่กำลังวัตต์ที่จ่ายออก และเลย์เอ้าท์แผงหลัง ซึ่งรุ่น ProPower : 2000 และ ProPower : 3000 เป็นเครื่องใช้กำลังสูงมาก จึงใช้เบ้าเสียบสายไฟเข้าแบบ 20 แอมป์ ส่วน ProPower : 1050 ใช้ขั้วต่อ 15 แอมป์ สามารถใช้สายไฟทั่วไปได้ง่ายกว่า แต่การจะเลือกรุ่นไหนก็อยู่ที่การกินไฟทั้งหมดของซิสเต็มคุณเป็นสำคัญละครับ ยิ่งถ้าอนาคตจะขยายซิสเต็มใช้หลายๆ เครื่อง แต่ละเครื่องกินไฟมากๆ ควรเล่นเป็นรุ่น ProPower : 3000 ไปเลยจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนอีก ได้เวลาทำความรู้จักกับเครื่องกรองไฟที่ไม่ธรรมดาเครื่องนี้กันครับ

ประวัติย่อ ProPower
Mr.Zaki Yeh ผู้ก่อตั้ง ProPower ได้ทุ่มเทให้กับอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นเวลานานกว่า 30 ปี เขาคือผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงและตระหนักดีว่า “คุณภาพไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในการส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียง” ใน ปี 2006 ProPower ได้ร่วมมือกับทีมวิจัยทั่วโลกในการนำเทคโนโลยี IET (Impedance Eliminating Technology) ด้วยการใช้แบตเตอรี่สำรอง และหม้อแปลง Toroidal เข้ามาช่วย เพื่อที่จะทำให้กระแสไฟฟ้าที่จ่ายออกไป มีความสะอาดปราศจากความเพี้ยน มีแรงดันไฟฟ้าคงที่มากที่สุด เพื่อให้เครื่องเสียงที่ต่อผ่าน ProPower ได้แสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

01

คุณสมบัติพิเศษ ProPower : 1050

จ่ายกระแส 1500 VA / 1050 วัตต์ต่อเนื่อง

– จ่ายกระแสไฟแบบ Pure Sine Wave

– จ่ายกระแส 1500 วัตต์ในช่วงสั้นๆ

–  จ่ายกระแส 3,150 วัตต์ในช่วงพีคสูงสุด

– มีกำลังสำรองที่ดี 12.5 แอมป์, 18 แอมป์ในช่วงสั้นๆ และ 36 แอมป์ในช่วงพีคสูงสุด

– มีเต้ารับ Hubble 8 ช่อง (มีเสียงเตือนเมื่อต้องจ่ายไฟมากจนเกิดความสามารถของเครื่อง)

– มีจอแสดงผลบอกสถานะต่างๆ เช่น Load ที่ใช้, กระแสไฟขาเข้า, กระแสไฟขาออก, ค่าความถี่ของไฟที่เข้ามา, พลังงานของแบตเตอรี่ ฯลฯ

– จ่ายไฟสำรองได้นาน 15 นาที

– มีขั้วต่อ F-Type (coax), Phone line, RJ 45 สำหรับต่อผ่านเข้ามาผ่านระบบกรองในตัวก่อนจ่ายออกไป

 

02

ลักษณะทั่วไป ProPower : 1050

          ProPower : 1050 ใช้แพ็คเกจกล่องกระดาษ เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับตัว ProPower : 1050 อยู่ภายใน

ตัวเครื่อง แบ่งเป็น 2 ชั้นบน-ล่าง ด้านบนใช้แผงหน้าอะลูมิเนียม ด้านซ้ายมือขอบล่างเป็นยี่ห้อและรุ่น สกรีนตัวอักษรสีดำ ถัดมาเกือบกึ่งกลางเป็นปุ่มกดทรงกลม 2 ปุ่มเรียงแนวตั้ง ปุ่มบนทำหน้าที่เปิด / ปิดเครื่อง ปุ่มล่าง ทำหน้าที่เลือกโหมดการดูค่าพารามิเตอร์บนหน้าจอ ถัดมาเป็นดวงไฟแสดงสถานการณ์ทำงาน 3 ดวง แสดงสถานะของ Alarm / Output / Utility Power กึ่งกลางเป็นจอแสดงผล 2 บรรทัด ใช้ไฟสีฟ้า ขวามือขอบล่างสกรีนว่า Reference Grade AC Regenerator With Auxillary Battery

ด้านล่างเป็นพลาสติกเจาะรูพรุนแนวยาวเต็มพื้นที่เพื่อระบายความร้อน

ด้านหลังเป็นช่องเสียบ Phone line RJ11 เข้า และออก, RJ 45 เข้า และออกเรียงแนวตั้ง, เต้ารับ Hubble 8 ช่อง เรียงแนวตั้ง ตามด้วยขั้วต่อ F-Type (coax) 4 อัน (เข้า 2 ออก 2) ด้านล่างเป็นกระบอกฟิวส์ และเบ้าเสียบสายไฟ IEC 15 แอมป์ ถัดไปทางขวาเป็นช่องระบายอากาศ ขวาสุดด้านบนเป็นช่อง USB สำหรับแสดงผลบนจอคอมพ์ และช่อง RS-232 สำหรับเชื่อมคำสั่งการทำงาน

ด้านบน และด้านข้างเรียบง่ายไม่มีอะไร ด้านล่างมีขายกลอย 4 ตัว

 04

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง ProPower : 1050

แหล่งโปรแกรม ; Panasonic : DMP-BDT330 (โมดิฟาย)

เอ/วี รีซีฟเวอร์ ; Pioneer : VSX-LX70 (โมดิฟาย)

เพาเวอร์แอมป์ ; Accuphase PX-600

ลำโพง ; Amphion : Argon 3L / Argon 5C / Argon 1

โปรเจ็คเตอร์ ; Sony : VPL-VW300ES (SXRD), JVC : DLA-RS10

จอรับภาพ ; Stewart : Grayhawk RS (Reference Screen) 92 นิ้ว

แอคทีฟซับวูฟเฟอร์ ; Velodyne : CT-150

สายสัญญาณ ; Kimber Kable : Hero

สายลำโพง ; Supra : Ply3.4 (Double Run)

สายภาพ HDMI ; AudioQuest : Diamond (DBS 72V) (HDMI), Monster Cable : isf2000HD

สายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ ; Monster Cable : M1000SW

สายไฟเอซี ; อะแดปเตอร์ IEC 15A>C7 Voo Doo Cable, JPS : In Wall (หัว / ท้าย Wattgate Economy), Kimber Kable : PK10 + Wattgate : 5266 evo / 320 evo, Shunyata Research : King Cobra CX, Hovland : Mainline (Marinco / Furutech), AudioQuest : NRG-2 (Hubble 8565E / Shurter : 4781), Halu Cable (Pass & Semour / Shurter : 4781)

ระบบไฟ ; ฟิวส์ Power House : Platinum 20 A, Furutech : TF-15A, SB (Sound Box) : 3.15A / 6.3A ปลั๊ก Wattgate : 381, ฝาครอบเต้ารับ FIM : 308-1, ตัวกรองไฟ ProPower : 1050, PAC : Super idos, Perfect Power : Super DC Filter

อุปกรณ์เสริม ; ชั้นวาง Target : TT5, Solid Tech : Hybrid 3 ตัว, XAV #111, Master Stand Base : 2217, ขาตั้ง Target Audio : ST50, JM Labs : Utopia, ที่รองสาย Cable Elevator, Shunyata : Dark Field, Shunyata : Dark Field Mini, Cardas : Multi Blocks, Cardas : Notched Myrtlewood Blocks ที่รองเครื่อง / ทิปโท Ayre : Myrtlewood Blocks,  Michael Tender Feet, JJ : Screw Cone ที่ทับเครื่อง ก้อนอิทธิเจ, VPI : HW dB-5, XAV : EMX-9, XAV : EMX-5 อื่นๆ Cardas : RCA Cap, Cardas : S-Video Cap, Omni Mount : PMD2

อุปกรณ์ควบคุมสภาพอะคูสติก ; แผ่นซับเสียงสูตร RPG, XAV : G-Sap เบอร์ 1, เบอร์ 2, XAV : Trap + XAV : Base Trap, จิ๊กซอว์ PRS, Room Tune : Michael Green Audio + Echo Tune

05

การติดตั้งและการเซ็ทอัพ ProPower : 1050

ProPower : 1050 ไม่เหมาะกับการใส่ไว้ในตู้ เนื่องจากมีความลึกค่อนข้างมาก และต้องการการระบายอากาศที่ดี ส่วนการใช้ชั้นวางยังต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่ให้แน่นอนก่อนว่าชั้นวางรองรับได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงสายไฟเอซีที่จะต้องมาเสียบเข้าท้ายเครื่อง ยิ่งถ้าคุณเสียบเต็มพิกัด 8 เส้นทำให้สายไฟเอซีมีโอกาสเตะ และพันกันได้ (คุณภาพเสียงจะลดลง) จึงควรหาจุดที่ตัว ProPower : 1050 จะวางไว้ตำแหน่งใดที่เหมาะสมที่สุด ที่สายไฟเอซีแต่ละเครื่องจะเสียบถึง และไม่พาดพันกัน

ส่วนการเซ็ทอัพ ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อาจจะต้องลองเทียบว่าช่องใดให้คุณภาพเสียงดีที่สุดถ้าซีเรียสมากๆ

03

ผลการลองชม ProPower : 1050

          ProPower : 1050 ที่ได้รับมาเป็นเครื่องที่ใช้งานมาพร้อมสรรพสำหรับการทดสอบ ช่วยย่นเวลาการเบิร์นอินไปได้เยอะเลยทีเดียว

ก่อนอื่นเรามาดูตารางเทียบความต่างของแต่ละรุ่นกันก่อนครับ

Features ProPower : 1050 ProPower : 2000 ProPower : 3000
จำนวนวัตต์ต่อเนื่อง 1,050 watts 1,400 watts 2,100 watts
วัตต์สวิงชั่วครู่ 1,500 watts 2,100 watts 3,200 watts
วัตต์สูงสุดที่จ่ายได้ 3,150 watts 4,200 watts 6,300 watts
กระแสปกติ 12.5 amps RMS 16.6 amps RMS 25 amps RMS
จ่ายกระแสชั่วครู่ 18 amps 25 amps 37 amps
จ่ายกระแสพีคสูงสุด 36 amps 50 amps 75 amps
จำนวนเต้ารับ 8 Hubbell NEMS 5-15 outlets / 10 Hubbell 5-15R outlets / 6 Hubbell 5-15/20R outlets, 2 Hubbell L5-20R locking outlets
battery back-up 2 hour 2 hour 2 hour
ชนิดสายไฟเอซี 15 amp 20 amp 30 amp power cord with L5-30P plug and wall receptacle included
(Must have 30 amp circuit with #10AWG wiring from electrical panel

ทั้ง 3 รุ่นนอกจากเลย์เอ้าท์แผงหลัง และเบ้าเสียบสายไฟเอซีที่เป็น 15 แอมป์ใน ProPower : 1050 กับ 20 แอมป์ใน ProPower : 2000 และProPower : 3000 ที่แจ้งไปแล้ว จากตารางความแตกต่างที่เห็นชัดเจนก็คือ ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ ซึ่งคุณดูสเปคตัวเลขแต่ละรุ่นได้เลย ทั้งหมดได้รับการคำนวณมาจากโรงงานแล้วอย่างดีนั่นเอง ถ้าไม่มั่นใจเรื่องการกินไฟของเครื่องที่ใช้ในเว็ปไซด์ www.ppowerus.comมีโปรแกรมคำนวณอัตราการกินไฟไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้เห็นคำตอบที่ชัดเจนขึ้นว่าจะใช้รุ่นไหนดี

ได้เวลาเริ่มดูหนังกันแล้ว ขั้นแรกลองเสียบเฉพาะโปรเจ็คเตอร์เท่านั้น

Titanic เลือกดูแบบ 2D (Blu-ray แผ่นฝรั่งเศส, AVC MPEG-4) ภาพสวย สีดำดำสนิทไม่เป็นสีเทา มิติตื้นลึกดี ไฮไลต์ดีวัตถุมันวาวได้ดี

Cars (Blu-ray แผ่นญี่ปุ่น, AVC MPEG-4) ดูกับทุกอุปกรณ์พบว่า คราวนี้ภาพดูจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น สีเปลี่ยนไปในทางบวก อิ่มฉ่ำ มีความลุ่มลึกมากขึ้น วัตถุดูมีความเป็นโลหะขึ้น..แค่นี้ก็คุ้มมากแล้ว

หนังบางเรื่องที่ผลิตมาไม่ตรงมาตรฐาน ปกติดูแล้วจะเห็นว่าโมชั่นมีการกระตุกชัดเจน พอต่อผ่าน ProPower : 1050 ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา จากที่แทบดูไม่ได้ กลายเป็นดูได้กันเลย!! แล้วถ้าใช้กับแผ่นที่โมชั่นดีอยู่แล้ว ทั้งหมดก็จะยิ่งไหลลื่นสมูทจนเสมือนจริงอย่างที่สุดแน่นอนครับ

ต่อมานำเครื่องบูลเรย์มาต่อเพิ่มเข้าไป พบว่า ใช้หนังเรื่องเดิมๆ Cars / Titanic ยิ่งให้ภาพที่ดีขึ้นไปอีกขั้น มีความอิ่มฉ่ำของเม็ดสี ไฮไลต์ดีขึ้น ฯลฯ

Need For Speed (Blu-ray แผ่นไทย, AVC MPEG-4) ภาพดูใส สัญญาณรบกวนต่ำ โมชั่นราบรื่นดี พลังภาพสว่างกว่าเดิม สีอิ่มขึ้น ไฮไลต์ชัดขึ้น ฉ่ำไม่แห้ง ซึ่งไม่ต้องหาสาเหตุให้วุ่นวาย แค่เครื่องเล่นบูลเรย์ได้รับกระแสไฟที่สะอาดอย่างที่สุด ชิพประมวลผลจึงทำงานอย่างราบรื่น ไม่ต้องมากรองขยะต่างๆ เพราะวงจรภาคจ่ายไฟในเครื่องระดับไม่เกินแสน คงไม่มีภาคจ่ายไฟที่ดีมากพอ เมื่อกระแสไฟไม่สะอาด ภาคต่างๆ จึงทำงานอย่างมึนๆ แน่นอน

Into The Wood (Blu-ray แผ่นไทย, AVC MPEG-4) สีสันอิ่มเอิบ ไล่ที่มืดได้ดีมากๆ โมชั่นลื่นไหล มิติทรวดทรงหลุดลอยมีมิติ

Clash of Titan (Steelbook Blu-ray แผ่นฝรั่งเศส, AVC MPEG-4) สีอิ่ม น้ำหนักสีดี ไฮไลต์ดี ให้รายละเอียดในที่มืดได้ดี ไม่กลืนกันหรือมีการบีบอัดสัญญาณ โมชั่นราบรื่น

Initial D (Blu-ray แผ่น, AVC MPEG-4) ภาพมีพลังขึ้นพอสมควร สีสันอิ่มขึ้น โมชั่นลื่นไหลอีกระดับ การไล่เฉดสีในฉากมืดทำได้กระจ่างขึ้นจากเดิมมองดูใบไม้เป็นสีดำๆ แต่คราวนี้ยังมองเห็นเป็นสีเขียวอยู่บ้าง!!

The Matrix (Blu-ray แผ่นอังกฤษ, AVC MPEG-4) มีความคมชัดดีมาก รายละเอียดในที่มืดไล่ระดับได้ดี ไฮไลต์ยอดเยี่ยมแยกวัตถุผิวมันกับผิวด้านได้ดี

นี่แค่คิดว่าซื้อ ProPower : 1050 มาทำหน้าที่ตัวจ่ายไฟสำรองชั้นดี สำหรับรักษาโปรเจ็คเตอร์ตัวเทพเวลาที่ไฟเกิดดับ เพื่อช่วยรักษาหลอดไม่ให้ขาดก่อนเวลาที่เหมาะสม ไฟที่ยังจ่ายอยู่ (มีมิเตอร์บอก % ของแบตด้วย) ทำให้พัดลมทำงานต่อ ความร้อนในหลอดจึงถูกระบายความร้อนที่สูงลิบออกไปได้ก่อนจะปิดตัวลง โดยที่ได้ผลลัพธ์ช่วยให้คุณภาพของภาพดีขึ้นชัดเจนก็คุ้มค่าเหลือหลายครับ

 

ผลการลองฟัง ProPower : 1050

เครื่องพร้อมใช้งานแล้ว เบื้องต้นเสียบแค่บูลเรย์ก่อน

Need for Speed (Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) ถ่ายทอดเสียงอิ่ม มีน้ำหนักขึ้น แพนทิศทางแม่นยำขึ้น ให้โฟกัสดีขึ้นอีกหน่อย

Into The Wood (Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) เสียงกระดิ่งในเรื่องมีความใสดีมาก ก่อนจะจางหายไปอย่างเป็นระลอก

Initial D (Blu-ray แผ่นฮ่องกง, LPCM 5.1) บรรยากาศโอบล้อมดีมาก แพนทิศสุดยอดแม่นยำราวกับลากเส้นไว้ ไดนามิกรุนแรง มิติสูงต่ำถูกต้อง ปลายแหลมใสกระจ่างดี ไม่บาดหู เสียงกลางชัดเจน สะอาด เสียงต่ำหนักแน่นทรงพลัง

Clash of Titan (Steelbook Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) บรรยากาศโอบล้อมดี การแพนทิศทางถูกต้อง ไดนามิกรุนแรง เวทีเสียงกว้างขวาง

ต่อลองเอา Parasound : JC2 ซึ่งทำหน้าที่แค่ By Pass ซึ่งหลายคนก็ไม่คิดว่าจะมีผล แต่เมื่อลองฟัง ผมพบว่าเสียงนั้นน้ำหนักเบสที่แน่นขึ้น แพนทิศทางแม่นยำมากขึ้น เวทีเสียงถูกต้องขึ้น Battleship (Blu-ray แผ่นอเมริกา, dts MSTR 5.1)

การต่อทุกเครื่องเข้า ProPower : 1050 คุณเองไม่ต้องกังวลถึง ProPower : 1050 จะรับไม่ไหวหรือทำงานเกินพิกัด การเอาเครื่องใหม่เข้ามาเสียบ ให้ปรับโหมดหน้าจอไปแสดงค่า Load ก่อนเปิดเครื่องสังเกตตัวเลขเดิมไว้ เมื่อเปิดเครื่องที่ต่อใหม่ สังเกตตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งนี่สามารถบ่งบอกได้ว่าแต่ละเครื่องกินไฟมากน้อยเพียงใดได้อีกทาง ถ้าลืมดูก็ยังสบายใจ เมื่อต่อเครื่องที่กินไฟรวมเกินพิกัด เครื่อง ProPower : 1050 จะมีเสียงเตือนให้ทราบ และถ้ารุนแรงมากก็จะตัดการทำงาน

อย่างในซิสเต็มผม ต่อโปรเจ็คเตอร์ พบว่าค่า Load = 31% ต่อ Blu-ray ไม่กินเพิ่ม ต่อเอ / วี รีซีฟเวอร์เข้าไป ค่า Load =35% ก็เพิ่มอีกเล็กน้อยเท่านั้น สุดท้ายต่อเพาเวอร์แอมป์ ค่า Load ทั้งหมด = 40% เท่านั้นเอง ถือว่าไม่เกินเลยกำลังการจ่ายไฟของเครื่อง นี่ถ้าเพิ่มเอาแอคทีฟซับวูฟเฟอร์, เครื่องเล่นซีดี ฯลฯ อาจจะเพิ่มอีก 5% ก็ยังอยู่วิสัยที่รับได้ หรือเพาเวอร์แอมป์อีกสักตัว ค่า Load =50-55% ก็ไม่เป็นภาระของเครื่อง ProPower : 1050 แต่ประการใด

Baraka (Blu-ray แผ่นอเมริกา, dts MSTR 5.1) เสียงลมพัดเบาๆ บนยอดเขา ถ่ายทอดอย่างเป็นธรรมชาติ เบสมหึมากว่าเดิม สวิงเสียงได้กว้างขึ้น

The Matrix (Blu-ray แผ่นอังกฤษ, True HD 5.1) ไดนามิกรุนแรงแพนทิศดี บรรยากาศโอบล้อมพรั่งพรู การแพนทิศทางในแต่ละฉากถูกต้องดีมาก รายละเอียดแผ่วเบาดี ได้ยินง่ายดาย

 ทริคในการเล่น ProPower : 1050

พยายามต่อทุกเครื่องในระบบเข้ากับ ProPower : 1050 (ไม่ต้องกลัวว่าจะต่อเครื่องกินไฟมากเกิน-เครื่องจะร้องเตือนเอง) อาจจะลองสลับดูว่าชอบช่องใดมากที่สุด การเลือกใช้สายไฟเอซีคุณภาพสูงมาใช้ ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ยิ่งอัพเกรดคุณภาพเสียงมากขึ้นเท่านั้น ควรเลือกหน้าตัดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลองคิดดูครับ ต่อเต็มระบบ 8 เครื่อง กินไฟขนาดไหน จะใช้สายไฟเอซีเส้นเล็ก ๆ มาต่อมันจะไปได้ความอย่างไรครับ…

 06

บทสรุป ProPower : 1050

ถ้าเปรียบให้เข้าใจง่ายๆ ผมว่า ProPower : 1050 นี่เปรียบเป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวได้เลย สามารถกำจัดสัญญาณรบกวนมาทางสายไฟเอซีได้สมบูรณ์แบบ เนื่องจากจะเปลี่ยนกระแสไฟ AC ที่เข้ามาไปเป็น DC แล้วจึงแปลงกลับมาเป็นไฟ AC อีกครั้ง แล้วจ่ายออกด้วยแรงดัน 230 โวลต์ Pure Sine Wave คงที่เสมอ เครื่องจะได้รับกระแสไฟที่สะอาดที่สุด การทำงานก็ถูกต้องยิ่งขึ้นไม่สับสนกับสัญญาณขยะที่ปะปนเข้ามา

นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่สำรองที่ทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟในยามที่ไฟตก หรือจ่ายให้กับเครื่องที่กินกระแสไฟสูง ทำให้แรงดันไฟนั้นมีความคงที่สม่ำเสมอ เพียงแค่นี้ก็ได้เปรียบมากๆ แล้ว มั่นใจได้ว่าเครื่องเสียงจะได้กระแสไฟเต็มอิ่มที่สุด หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ก็เหมือนรถก็คือ รถไฮบริดนั่นเอง เวลาขับปกติใช้กำลังจากเครื่องยนต์ พอต้องการกำลังในการเร่งแซงเมื่อเหยียบคันเร่งเต็มที่ กล่อง ECU จะสั่งให้กำลังจากแบตเตอรี่ส่งจะช่วยมาเสริมการขับเคลื่อน จึงได้พละกำลังมากขึ้น ทำให้ปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง

ตัวเครื่องเรียบง่าย มีจอแสดงผลที่บอกสถานะต่างๆ ให้ทราบ ฯลฯ ทำให้เสริมสมรรถนะความน่าใช้งานที่ดีขึ้น ทั้งหมดทำให้คุณมีโรงไฟฟ้าส่วนตัวสำหรับจ่ายให้เครื่องเสียงแสนรัก เพื่อดึงสมรรถนะสูงสุดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน…คุณจะลังเลอยู่ทำไมละครับ แนะนำโดยเฉพาะซิสเต็มที่มีโปรเจ็คเตอร์เป็นเครื่องฉายภาพครับ ทั้งปลอดภัย ทั้งทนทานขึ้น ที่สำคัญ “ภาพ” ดีขึ้นชัดเจนที่สุดครับ

 

 

<<<<<What Audio-Video?>>>>
– รูปลักษณ์ 4.5 ดาว

– สมรรถนะ 5 ดาว

– คุณภาพภาพ 5 ดาว
– คุณภาพเสียง 4.5 ดาว
– ความคุ้มค่า 4.5 ดาว
– คะแนนโดยรวม 4.5 ดาว

 

หมายเหตุ : ราคาตั้ง บาท ขอขอบคุณบริษัท ยูโรวิชั่น จำกัด โทร. 0-2969-3751-3 ที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมสายมาทดสอบ