Test: PIONEER SC-LX57 9.2 ch Direct Energy HD AVR

Test: PIONEER SC-LX57 9.2 ch Direct Energy HD AVR

นิตพินัย

IB_S_BASIC_COPYRIGHT =

 

คุณสมบัติ

  • ภาคขยายกำลังระบบ Direct Energy HD กำลังขับแชนแนลละ 190 วัตต์ที่ 6 โอห์ม ทั้ง 9 แชนแนล
  • รับอินพุท HDMI ได้ถึง 9 ชุด และเอาท์พุท 3 ชุด
  • รองรับ 4K UltraHD Passthrough and upscaling รวมถึง 3D/ARC
  • ช่อง HDMI หน้าเครื่องรองรับ MHL
  • รองรับไฟล์ WAV, MP3, AAC, WMA, FLAC, AIFF, Apple lossless ทางช่อง USB และ LAN รองรับ DSD ทางช่อง USB, 192 kHz/ 24 bit Playback
  • เชื่อมต่อ iPod/iPhone ทางช่อง USB โดยตรงไม่ต้องใช้ Dock
  • ระบบ iControlAV2013 ควบคุมฟังก์ชั่นสำคัญของ A/V receiver ผ่านอุปกรณ์ Smartphone และ Tablet ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
  • รองรับ Apple’s Airplay audio streaming
  • ระบบลด jitter PQLS ที่ทำงานร่วมกับ Pioneer Blu-ray Player ทำงานทั้งในโหมด 2 ch, multi-surround และ bit-stream
  • Hi-bit DAC 192 kHz/ 32 bit SABRE ทุกแชนแนล
  • ระบบ MCACC/Advanced (9-band) พร้อมระบบ Fullband phase control
  • Advance Sound Retriver/Sound Retriver AIR
  • มีวงจร Audio Upscale ขยายความละเอียดระบบ 2 แชนแนลให้สูงถึง 32 bit/ 192 kHz
  • ระบบ Standing Wave Control และ Symmetric EQ
  • มีช่องต่อ Pre-out ครบทุกแชนแนลรวมถึงช่อง Subwoofer สองชุดด้วย
  • Internet Radio/Vtuner/DLNA 1.5 Certify/AV Navigator/ Window 7, 8 Certified
  • Assign คู่หน้าให้ต่อ bi-amp ได้
  • อินพุทดิจิตอล optical และ coaxial อย่างละสองชุด
  • รองรับเซอราวด์ Dolby Digital, Dolby Digital EX, Dolby Digital Plus, Dolby Prologic IIx, z, Dolby true HD, DTS-HD Master Audio, DTS-High Resolutioin, DTS-ES/ 96/ 24, DTS-Express พร้อมโหมดเซอราวด์ 11 โหมด และ headphone surround อีกหนึ่งโหมด
  • THX Select 2 Plus Certified
  • ขั้วลำโพง binding post ขนาดใหญ่, เต้ารับไฟ AC IEC ถอดสายได้
  • โหมด Virtual Surround back ช่วยเพิ่มบรรยากาศของการบันทึกมาในระบบ 6.1 แชนแนล กับการ SETUP ลำโพงในระบบ 5.1 แชนแนล
  • ระบบภาพมี Pure Cinema, Stream Smoother, Advanced Video Adjust และ HDMI standby Input Switching, HD Digital Film Direct 24
  • HTC Connect เชื่อมต่อกับ HTC Smart phone เพื่อ stream เพลง wireless ได้โดยไม่ต้องใช้ App เพิ่ม

 

PIONEER SC-LX57 มีขนาด 435 x 185 x 441 มม. (WxHxD) ใช้กำลังไฟ 330 วัตต์ (0.1 วัตต์ standby) น้ำหนัก 15.2 กิโลกรัม

 sc-lx57_ga_b@130328@l

 

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

SC-LX57 เป็น เอ/วี เซอราวด์แอมปลิไฟเออร์ รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายอย่างที่ PIONEER จัดมาให้อย่างเต็มๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าคู่ปรับในระดับใกล้เคียงกันได้หนาวๆ ร้อนๆ กันบ้าง เช่น ใช้ภาคขยายกำลังแบบ CLASS D ประสิทธิภาพสูงกำลังขับสูงทั้ง 9 แชนแนล! ที่ PIONEER เรียกว่า Direct Energy HD ให้กำลังขับสูงถึงแชนแนลละ 190 วัตต์ ที่ 6 โอห์ม (1 kHz) รองรับอิมพีแดนซ์ของลำโพงได้ต่ำถึง 4 โอห์ม น้ำหนักตัวกว่า 15 กิโลกรัม (ภาคขยาย CLASS D จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าภาคขยาย CLASS AB ที่ใช้กันอยู่ปกติประมาณ 30-40% ดังนั้นถ้าเทียบน้ำหนักตัวของ A/V AMP CLASS AB จะต้องมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัมถึงจะได้กำลังขับใกล้เคียงกันกับ SC-LX57) มันใช้ DAC คุณภาพสูงระดับออดิโอไฟล์เกรดจาก ESS SABRE 32 Ultra Audio DAC กับทุกแชนแนลซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า DAC ของ ESS SABRE 32 bit นี้ถูกนำไปใช้ในเครื่องเสียงระดับ Hi-End อยู่หลายรุ่นด้วยกันมันยังได้รับการทดสอบด้านคุณภาพจาก THX และได้รับ THX SELECT 2 PLUS Certified ที่จะต้องได้รับการทดสอบอย่างเข้มงวดทั้งด้านเทคนิคและการรับฟังเสียง มีวงจร Audio Scaler ที่สามารถ up-sampling สัญญาณจากไฟล์เพลง, CD สองแชนแนลไปเป็นความละเอียดสูงระดับ 32 bit/ 192 kHz ได้ทันที มันยังมีวงจรประมวลผลภาพด้าน 4K อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการ upscaling สัญญาณวิดีโอจาก SD/HD ขึ้นเป็นสัญญาณความละเอียดระดับ 4K Ultra HDTV ใหม่ได้ มีระบบ Ultra HD pass through/Switching ที่สมบูรณ์เมื่อแอบเปิดฝาเครื่องออกมาดูยังเห็น SC-LX57 ใช้ chip ประมวลผลภาพคุณภาพสูงอย่าง ‘Qdeo’ (88DE2750) ติดตั้งอยู่ภายในซึ่งจะทำหน้าที่ปรับปรุงคุณภาพของภาพ, ปรับแต่งภาพ (video adjustment) อย่างละเอียด เป็นวงจร de-interlacer และ Upscaler รวมถึงมีภาค video noise reducer และ detail enhancement คุณภาพสูงติดตั้งอยู่ภายในด้วย พูดมาถึงแค่นี้คงจะพอมองเห็นว่า PIONEER ทุ่มเทใส่ใจกับคุณภาพภายใน SC-LX57 มากเพียงใด

นอกจากนี้ SC-LX57 ยังสามารถรับอินพุท HDMI ได้มากมายถึง 9 ชุด! แทบไม่ต้องพูดถึงเลยว่าโปรแกรมอินพุทต่างๆ ในระบบคุณจะหาช่องเสียบที่ SC-LX57 ไม่ได้ โดยทุกอินพุทจะสามารถรองรับฟอร์แมท 4K Ultra HD Pass through และ Upscaling ได้ทั้งหมดโดยมีอินพุท HDMI หน้าเครื่องที่รองรับ MHL (Mobile High-Definition Link) จาก Smartphone Andriod รุ่นใหม่ๆ ผ่านไปเข้าจอภาพได้โดยตรงด้วย resolution สูงสุด 1080p รวมถึงรองรับ ARC และ 3D ได้อีกด้วย ส่วน HDMI เอาท์พุทมี 3 ชุด เป็นของ MULTI ZONE หนึ่งชุด ช่องดิจิตอล Coaxial และ Optical อีกอย่างละสองอินพุท (กำหนดได้) เอาท์พุท optical หนึ่งชุดมีช่อง pre-out ให้มาครบทั้ง 9 แชนแนล และ subwoofer สองชุด ช่องเสียบสาย AC อยู่ด้านบนสุดขวามือ ด้านหลังเครื่องเป็น IEC 2 ขา สามารถใช้กับสายไฟ 3 ขา มาตรฐานทั่วๆ ไปได้

SC-LX57 สามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงในฟอร์แมทต่างๆ ได้มากมายรวมถึง DSD (ที่ใช้เป็นฟอร์แมทของ Super Audio CD) เล่นไฟล์ความละเอียดสูง 192 kHz/ 24 bit ได้ไม่ว่าจะเป็น WAV, FLAC, AIFF, APPLE lossles รวมถึง MP3, AAC, WMA ทั้งทาง LAN และ USB (ไฟล์ DSD จะต้องเล่นผ่าน USB เท่านั้นเพราะ transfer rate สูงมาก) มันยังมีระบบ Sound Retriver ช่วยปรับปรุงคุณภาพจากไฟล์เพลงที่ถูกบีดอัดมาในรูปแบบต่างๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมากทั้งในด้านการตอบสนองความถี่ และช่วงกว้างของไดนามิก และยังมี Sound Retriver AIR ที่จะทำงานกับสัญญาณออดิโอที่ถูก Stream ผ่านทางบลูทูธที่อาจจะมีการสูญเสียไปในระหว่างการส่งสัญญาณเพื่อชดเชยปรับปรุงให้มีคุณภาพเข้าใกล้เคียงกับต้นฉบับที่ถูกส่งมา (Bluetooth Adaptor เป็นอุปกรณ์แยกจำหน่ายต่างหาก)

Pioneer-SC-LX-57_Marvel

     ตัวชิปประมวลผลเสียง (Audio Digtal Signal Processor) เป็นของ Texas Instrument Aureus ขนาด 32 บิท เบอร์ TMS320DA 808 จำนวนสองตัวใช้ Hi-bit DAC จาก ESS SABRE 32 bit/192 kHz ทุกแชนแนล, ADC ความละเอียด 24 bit/192 kHz (สำหรับอินพุท
อะนาลอก) มีโหมดเสียง THX, Virtual Depth, Virtual Surround back, Virtual Height/wide รวมถึง stream direct และ X-curve ให้เลือกใช้ สามารถปรับค่าความลาดชั่น (Slope) ได้ละเอียด 0.5 dB/ Octave พร้อมมัลติแชนแนล Autolevel Control

มันยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจซึ่งติดตั้งอยู่ในกลุ่มสินค้า A/V รุ่นสูงๆ ของค่ายนี้มาตลอดในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา คือระบบลดความไม่แน่นอนของฐานเวลา (jitter) ลงที่เรียกว่า PQLS โดยถ้าต่อร่วมกับต้นทางที่มีระบบนี้ เช่น เครื่องเล่นบลูเรย์ของ PIONEER รุ่น BDP-LX55, BDP-450 มันจะช่วยลด jitter ลงได้ทุกฟอร์แมททั้งระบบ bitstream, มัลติแชนแนล และ 2 แชนแนล (ระบบ PQLS รุ่นแรกๆ จะไม่ทำงานกับ bitstream แต่รุ่นปัจจุบันรองรับได้ทั้งหมด) มันทำงานโดยกำหนดเอาอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งในระบบ เช่น A/V receiver เป็นตัวจ่าย clock เพียงตัวเดียว (Master) และอุปกรณ์ตัวที่เหลือ (เช่นเครื่องเล่นบลูเรย์) จะอาศัย clock จากตัวแม่ (Master) มา lock แทนที่ต่างฝ่ายต่างอิงกับ clock ของตนเอง (ฟังแล้วเหมือนเรื่องการเมืองจัง!) ทำให้ jitter โดยรวมของระบบลดลง ด้านงานอาชีพใช้กันมานานแล้วมักจะเรียกว่าระบบ Master-slave sync

ระบบ Full band Phase Control จะช่วยลดความแตกต่างของเวลา หรือเฟสที่ใช้ในการเดินทางจากลำโพง (รวมถึง network-filter ในลำโพงทั้งหมด) มาถึงจุดนั่งฟังที่ความถี่ต่างๆ โดยเฉพาะในย่านเสียงทุ้ม และกลางให้เหลือน้อยที่สุด (ลด group delay ลง) เพิ่มความเที่ยงตรงของเฟสในแต่ละแชนแนลให้ดีขึ้นซึ่งจะมีผลต่อการรับฟังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในย่านเสียงทุ้มที่มีความต่อเนื่องกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกว่าตอนที่ไม่ใช้เป็นอย่างมาก

ระบบปรับตั้งเสียงอัตโนมัติ (Room Acoustic Calibration) มีมาครบทั้ง Full Band Phase Control, Advanced MCACC (9 band EQ) และ Standing Wave Control (3 band Parametric EQ) พร้อม SET UP ไมโครโฟน

เครื่องยังรองรับโปรโตคอลการเชื่อมต่อ DLNA 1.5 ที่สามารถเล่นไฟล์ภาพ/เสียงที่เก็บอยู่บน PC หรือ Laptop/Tablet ของคุณที่เชื่อมโยงอยู่ในบ้านด้วยระบบ LAN รวมถึงอุปกรณ์ Media Server อื่นๆ ที่ใช้โปรโตคอล DLNA 1.0 และ DLNA 1.5 ได้

ระบบแนะนำการติดตั้ง AV Navigator ให้ความละเอียดในการแนะนำการติดตั้งค่อนข้างดีมากยิ่งถ้าต่อ receiver เข้าระบบ LAN ด้วยแล้ว จะทำให้ AV Navigator ช่วยแนะนำในการติดตั้ง SETUP เครื่องได้อย่างสะดวก ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการไล่ขั้นตอนที่ค่อนข้างจะมากอยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ต้องทำบ่อยๆ แค่ช่วงติดตั้งในตอนเริ่มต้นในการใช้งานหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่ต่อร่วมด้วยเท่านั้น

ภาคขยายกำลังคุณภาพสูง Direct Energy HD Class D ให้กำลังขับสูงต่อเนื่องแชนแนลละ 140 วัตต์ที่ 8 โอห์ม (190 วัตต์ที่ 6 โอห์ม, 1 kHz) ใช้ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ส่งผลให้เครื่องมีน้ำหนักกว่า 15 กิโลกรัม ภายในแยกภาคจ่ายไฟอิสระ โดยภาคขยายจะเป็นชนิด Linear (ใช้ตัวเก็บประจุ filter หลัก 15,000 µF/71V สองตัว) ส่วนภาคประมวลผลสัญญาณดิจิตอลจะเป็น switchmode ภาคที่เกี่ยวกับสัญญาณอะนาลอกจะเป็นชนิด Linear พร้อมวงจรควบคุมไฟแยกส่วน (local Regulator) มีฟิวส์ป้องกันกระแสเกินสำหรับแต่ละภาคอย่างละเอียดร่วมสิบตัว หม้อแปลง สำหรับภาคขยายมีขนาดค่อนข้างใหญ่มากเพราะต้องจ่ายกำลังให้กับภาคขยายทั้งหมดถึง 9 แชนแนล

ในการทดสอบต้นทางเป็น OPPO BDP-103 (up ภาคจ่ายไฟจาก perfectpower) BDP-95, กล่อง Truevisicn HD สาย HDMI ที่เข้า SC-LX57 ของ DH Labs 1.4 ระบบไฟต่อผ่าน HD-X one/Dc filter สองตัวแยกระบบภาพกับระบบเสียง โดยลองทั้งภาคขยายกำลังภายใน SC-LX57 กับลำโพงคู่หน้า (4Ω) ต่อเป็น Bi-amp รวมถึงช่อง Preout ออกมาใช้กับภาคขยายภายนอก เพื่อทดสอบการทำงานของภาค pre/processor ในการทดสอบจะใช้โหมด Auto Surround เป็นหลัก ยกเว้นเวลาดูแผ่นแสดงสดบางแผ่นจะใช้โหมด Stream Direct ที่จะลดขั้นตอนการประมวลผลดิจิตอลที่ไม่จำเป็นหลายส่วนออกไปช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงของสัญญาณต้นทางขึ้นมาได้ ถึงแม้แผ่นภาพยนตร์จะให้เสียง Soundtrack ที่ฟังออกยากกว่า การฟังเพลงในระบบมัลติแชนแนลที่บันทึกมาดีๆ ซึ่งเมื่อเลือกไปเป็นโหมด Direct แล้ว จะสังเกตถึงย่านปลายเสียงแหลมจะฟังดูเปิดสะอาดกว่ารวมถึงมันให้บรรยากาศรายละเอียดทิศทางของเสียงที่บันทึกมาได้ดีกว่าอยู่เล็กน้อย ส่วนโหมด Direct จะแตกต่างจากโหมด PURE DIRECT ตรงที่โหมด DIRECT จะยังใส่ระบบ MCACC Calibration กับ Phase Control ส่วนโหมด PURE DIRECT จะตัดการชดเชยนี้ออกไป ส่วน ALC (Auto Level Control) จะทำการปรับระดับความดังของอินพุทต่างๆ ให้มีระดับความดังที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

fffff

     เมนูหลัก (Home Menu) จะประกอบด้วย 6 หัวข้อหลักคือ Advanced MCACC, MCACC Data Check, Data Management, System Setup, Network Information และ Operation mode sctup

การตั้งค่าเครื่องทั่วๆ ไปจะอยู่ใน System Setup ซึ่งแบ่งออกเป็น Manual Speaker Setup, Input Setup, OSD Language, Networked Setup, HDMI Setup, Other Setup (Auto powerdown), Volume Setup, Remote Control mode Setup, Flicker reduction Setup, Extension Setup) และ MHL Setup

ส่วนพารามิเตอร์ที่ต้องมีการปรับแต่งกันค่อนข้างบ่อยจะแยกอยู่ที่ Audio Parameter ที่รีโมทซึ่งเมื่อกดปุ่มจะมีฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เลือกวนกันไป เช่น Delay, Tone, Bass, Treble, Sound Retriver, DNR, Dialog Enhancement, DRC, Digital Filter, Audio Scaler, Hi-bit 32, Upsampling (X1, X2, X4), PQLS ฯลฯ ค่า Audio Scaler (A scale) เมื่อเลือก Auto ค่าการปรับตั้ง Hi-bit 32, Upsampling และ Digital filter (D filter) จะถูกปรับไปยังค่าที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ให้สอดคล้องกับอัตราการแซมปลิ้งหรือจำนวนบิตของแหล่งสัญญาณอินพุทในขณะนั้น แต่ถ้าต้องการปรับแต่งเองให้เลือกตั้ง A Scale ไปที่โหมด Manual ก่อน ส่วนค่า delay หรือการปรับการซิงโครไนซ์หรือ Lipsync ของภาพและเสียง จะปรับเป็นเวลาในหน่วย mS (สูงสุด 800 mS) ไม่ได้ระบุเป็นเฟรมภาพเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าแต่ก็สามารถปรับกลับไปมาได้เช่นถ้าใครใช้เครื่อง AVR ที่ระบุ delay เป็นจำนวนเฟรมภาพ ต้องการจะเปลี่ยนให้เป็นเวลาสมบูรณ์ (เช่น หน่วย mS) ให้คำนวณเอาคือในระบบ PAL จะมี 25 ภาพ (frame) ต่อวินาที ดังนั้นใน 1 เฟรมภาพจะใช้เวลา 1/25 วินาที หรือ ประมาณ 40 mS (มิลลิวินาที) ในระบบ Progressive ถ้าเป็น interlace ให้หารสอง จะเหลือประมาณ 20 ms ส่วนในระบบ NTSC จะมี 30 ภาพ/วินาที ดังนั้น 1 เฟรมภาพจะใช้เวลา 1/30 เท่ากับ 33.33 mS ให้พยายามปรับจูนจนกระทั่งภาพกับเสียงตรงกันให้มากที่สุด เครื่องเล่น Blu-ray รุ่นสูงๆ รวมถึงท่านที่ใช้ Video Scaler ภายนอกมักจะมี delay เฟรมภาพภายในอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อประมวลผลภาพอีก 2-4 เฟรมโดยเฉลี่ยบางครั้งก็มี delay จาก frame store เป็น buffer ที่เครื่องรับโทรทัศน์/ projector อีก ลองหาแผ่นภาพยนตร์ที่บันทึกได้มาตรฐานในการปรับแต่งแล้วค่อยปรับแต่งเพิ่มเติมกับบางโปรแกรมและควรจะ Check โปรแกรม 1080p/24 Hz กับ 1080p/60 Hz เทียบกันดูเพราะบ่อยครั้งที่ค่า delay ของฟอร์แมทภาพทั้งสองนี้จะแตกต่างกัน (ปกติฟอร์แมท 1080p/ 24 Hz มักจะมี delay ในระบบที่ต่ำกว่าเล็กน้อย) อยู่ไปใช้โปรแกรมที่ออกอากาศผ่านดาวเทียม/ Cable TV มาปรับ delay เป็นอันขาดเพราะมักจะคลาดเคลื่อนจากต้นทาง และระบบการจ่ายสัญญาณอยู่เสมอ ปกติผู้เขียนจะใช้แผ่น DVE และปรับแต่งโดยใช้สัญญาณทดสอบ A/V Timing ซึ่งจะดูได้ค่อนข้างง่าย

เมื่อ SETUP และทำ Auto Calibration พร้อม Full band Phase Control แล้วควรปล่อยให้ SC-LX57 burn-in อยู่บ้างสัก 50 ชั่วโมง ซึ่งก่อนช่วงเวลานั้น เสียงกลาง-แหลม อาจจะฟังเดินหน้าบ้างไม่ต้องตกใจ สมดุลเสียงจะกลับมาหลัง burn-in ซึ่งเมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว SC-LX57 ให้คุณภาพเสียงโดยรวมที่ยอดเยี่ยมมาก มันให้การแยกแยะชิ้นของ effects ที่บันทึกมาได้ชัดเจนมันให้พลังเสียงแรงปะทะที่รวดเร็วดุดันมาก เสียงทุ้มกระชับเก็บตัวดี ระบบ Full band Phase Control ยังคงทำงานได้ผลดีมากเช่นเดิมเหมือนกับรุ่นก่อนๆ หน้าที่เคยทดสอบมา มันจะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของย่านเสียงทุ้มตั้งแต่ octave ล่างสุด (20-40 Hz) ไปจนถึงย่าน uppermidbass (ในช่วง 100-200 Hz) ให้เป็นเนื้อเดียวกัน (group delay ลดลง) ชนิดฟังออกได้ไม่ยาก หลังจากปรับด้วย Advanced MCACC แล้ว ถ้ากับบางสภาพห้องเสียงต่ำฟังดูล้ำหน้าไปให้ลดระดับจาก subwoofer ลงมาสักเล็กน้อย 1-2 dB ย่านเสียงกลาง แหลม ฟังสะอาดเปิดเผยรายละเอียดได้ดีมากวงจร Hi-bit 32 และ Upsampling ทำงานได้ดีเยี่ยม มันสามารถเพิ่มคุณภาพจากแผ่น CD หลายต่อหลายแผ่นที่นำมาทดสอบให้ดีขึ้นกว่าตอนที่ไม่ใช้อย่างรู้สึกได้ชัดเมื่อผ่านภาค Audio Scaler (ปกติจะตั้งเป็น Auto) มันให้เนื้อเสียงโดยรวมฟังดูแน่นขึ้นเสียงโดยรวมฟังเป็นตัวเป็นตนขึ้น เสียงแหลมด้านปลายๆ ลดความสากเสี้ยนลง ถ้าใครเป็นเจ้าของ SC-LX57 (หรือ SC-LX77, SC-LX87) อย่าลืมหาโอกาสใช้งานฟังก์ชั่นนี้ดูให้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในระบบสองแชนแนล และควรใช้โหมด stream direct/pure direct เข้ามาร่วมด้วยถ้าลำโพงคู่หน้าที่ใช้เป็นชนิดตั้งพื้นคุณภาพดีด้วยล่ะจะเข้าทางเลย ส่วนด้านจุดตัดความถี่ (x-over frequency) ในรุ่น SC-LX57 นี้ยังคล้ายกับซีรี่ส์เดิมคือตั้งได้จาก 50 Hz, 80 Hz, 100 Hz, 150 Hz และ 200 Hz ซึ่งน่าจะซอยย่อยออกไปมากกว่านี้ก็จะดีโดยเฉพาะในช่วง 50 ถึง 80 Hz น่าจะเพิ่มจุดตัดในช่วง 60 Hz และ 70 Hz ขึ้นมาอีกสักสองจุด เพราะกับลำโพงตั้งพื้นบางคู่จุดตัดที่ 80 Hz จะสูงเกินไปในขณะที่จุดตัดที่ 50 Hz ก็อาจจะต่ำเกินไปบ้าง เช่น ลำโพงคู่หน้ากับ sub ที่ใช้อยู่จะตั้งที่ 70 Hz จะลงตัวที่สุดทั้งการฟังเพลง และรับชมภาพยนตร์

เมื่อทดสอบกับ Soundtrack ภาพยนตร์ SC-LX57 ให้การแยกแยะแชนแนลต่างๆ ได้ เด็ดขาดสุดยอดมาก ทิศทางชิ้นเอฟเฟกต์ต่างๆ ฟังชัดเจนมากไม่สับสนแผ่น Blu-ray HUGO, PROMETHEUS ให้การแยก Layer ของ Sound effects ในแต่ละชั้นได้ชัดเจนกระจ่างมาก มันสามารถสร้างมิติเสียงสภาพโอบล้อมได้อย่างสุดยอด เสมือนถูกกลืนเข้าไปเป็นเหตุการณ์มันเหมาะกับแนวภาพยนตร์แทบทุกประเภทโดยเฉพาะแนว Action, SCI-FI, Adventure, Musical ฯลฯ ภาคขยาย Class D ภายใน SC-LX57 ให้กำลังสำรองที่สูงเอาเรื่องทีเดียว สามารถขับลำโพงที่มีอิมพิแดนซ์ต่ำ 6 โอห์ม ได้เป็นอย่างดี (ถึงแม้ spec จะระบุให้ใช้กับลำโพงที่มีอิมพีแดนซ์ต่ำได้ถึง 4 โอห์ม แต่เท่าที่ลองดูถ้าเปิดด้วยระดับความดังสูงๆ มันจะดึงกระแสจากภาคจ่ายไฟมากเกินไปเสียงต่ำจะเริ่มบวมเบลอ ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้กับลำโพงอินพีแดนซ์ 6 โอห์มขึ้นไปจะลงตัวมากกว่ายกเว้นว่าจะเปิดด้วยระดับความดังไม่สูงมากหรือลำโพง 4 โอห์ม นั้นมีความไวค่อนข้างสูง) มันให้หัวโน้ตที่ค่อนข้างกระชับ เป็นตัวเป็นตน ตอบสนองต่อการสำรองสัญญาณอินพุทได้สูง และฉับพลันมากรวมถึงมีความเป็นดนตรีสูงเมื่อนำมาฟังเพลงทั้งในโหมดแชนแนล และมัลติแชนแนลเซอราวด์ นอกจากนี้มันยังสามารถ assign ให้ต่อ Bi-amp ที่คู่หน้าได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักเสียงขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง และลดการตีรวนของเสียงในย่านกลาง-แหลมกับย่านเสียงทุ้มลงได้ (ลด Inter- Modulation distortion) แต่ตัวลำโพงจะต้องต่อ Bi-wire หรือ Bi-amp ได้ด้วย และจะต้องลองทดสอบก่อนให้แน่ใจว่าการต่อแบบ Bi-amp กับลำโพงในระบบเราให้คุณภาพที่เพิ่มขึ้นกว่าการต่อแบบ Single amp ที่ชัดเจน

ด้านระบบภาพ SC-LX57 มีวงจรประมวลผลภาพระดับท็อปอย่าง Marvell ‘Qdeo’ อยู่ภายในดังนั้นจึงไม่ต้องพะวงเรื่องของภาพ Processing สัญญาณภาพไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ de-interlace, up-scaling, noise redvction, detail enhancement และการปรับแต่งภาพ picture adjustment ที่มันทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเครื่องเล่น Blu-ray ของคุณเป็นรุ่นไม่สูงมาก ใช้ chip ประมวลผลภาพตัวเดียวไม่ได้แยก chip ประมวลผลภาพพิเศษ (เช่น PIONEER BDP-160) คุณสามารถปล่อยให้ SC-LX57 ทำหน้าที่ประมวลผลภาพได้ทันที รวมถึงต้นทาง เช่น กล่อง SET-TOP-BOX, Cable TV Box ต่างๆ ที่มีเอาท์พุท HDMI ให้ต่อผ่าน SC-LX57 ทำหน้าที่ประมวลผลภาพ ก่อนเข้าจอภาพจะได้คุณภาพที่ดีขึ้นกว่าการต่อตรงเข้าจอภาพไม่น้อยเลยทีเดียวยกเว้นว่าวงจรประมวลผลที่จอภาพของคุณจะมีคุณภาพระดับเดียวกับ ‘Qdeo’ ซึ่งก็คงจะมีไม่มากนัก

image.php

     ด้านการใช้งานเครื่องทั่วๆ ไป ถือว่าทำงานได้อย่างดีเยี่ยม การปรับแต่งค่าด้านภาพและเสียงเพิ่มเติมทำได้โดยสะดวกด้วยปุ่ม Audio Parameters และ Video Parameters ที่รีโมทคอนโทรลภาค Input Switching สามารถ lock กับสัญญาณอินพุทฟอร์แมทต่างๆ ได้รวดเร็วไร้เสียงรบกวน การเปลี่ยนระดับโวลลุ่มคอนโทรลจากรีโมทให้ความรู้สึกต่อเนื่องอะนาลอกดีมาก ไม่พบปัญหาใดๆ ในการใช้งานในระบบ network เพื่อ share ไฟล์จากอุปกรณ์ PC/Tablet ต่างๆ ผ่านตัว SC-LX57 เอง

โดยรวมต้องถือว่างานนี้ PIONEER จัดหนักให้อีกแล้ว SC-LX57 เป็น A/V Network Receiver ที่มีประสิทธิภาพสูงมากไม่ว่าจะมองในแง่มุมใด มันมีฟังก์ชั่น/ ลูกเล่นต่างๆ มากมายเกินพอในการใช้งานกับระบบโฮมเธียเตอร์ชั้นดีในอนาคตต่อไปอีกหลายปี มีความคล่องตัวในการใช้งานสูง รูปลักษณ์สวยงามให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม นับเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่แนะนำให้ไปทดลองดูด้วยตนเองได้เลยครับ