Test: Panasonic PT-LB360 LCD Projector

Test: Panasonic PT-LB360 LCD Projector

 พิพัฒน์ คคะนาท

Panasonic PT-LB360 (2)

ปัจจุบันเครื่องฉายภาพ หรือโปรเจ็คเตอร์ นับเป็นอุปกรณ์สำคัญทั้งต่อแวดวงธุรกิจ และวงการสื่อเพื่อความบันเทิงอันหลากหลาย ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี้ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งในแง่เพื่อการทำงานอย่างเป็นสำคัญ ตลอดจนเพื่อความผ่อนคลายในยามพักผ่อน ที่สามารถให้ภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์กว่าการแสดงผลภาพจากสื่อทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นจากจอภาพแบบมอนิเตอร์ หรือแผงจอภาพของโทรทัศน์แบบต่างๆ ก็ตาม

โดยเฉพาะในแง่เพื่อความบันเทิงนั้น โปรเจ็คเตอร์หรือเครื่องฉายภาพสามารถรังสรรค์ภาพออกมาให้รับรู้ได้ถึงอรรถรสของความสุนทรีย์ได้อย่างเต็มตา เหนือกว่าการรับชมจากทีวีทั่วๆ ไปมากนัก

และจากการที่ปัจจุบันเครื่องฉายภาพมีราคาไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้แล้ว ในระยะหลังๆ ผู้นิยมเล่นระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre จึงนิยมใช้เครื่องฉายกับจอภาพ หรือ Projector & Screen แทนการใช้โทรทัศน์แบบเดิมๆ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงว่าเครื่องฉายภาพที่มีจำหน่ายทุกวันนี้ แม้ว่าจะถูกออกแบบมาเพื่อนำไปใช้งานแบบ Presentation ก็สามารถให้รายละเอียดภาพออกมาได้ดีพอ จึงแทนที่จะซื้อหาเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบ Home Theatre โดยเฉพาะซึ่งส่วนใหญ่มีราคาค่อนข้างสูง ก็เลือกเครื่องที่เป็นแบบพกพา หรือ Portable Projector สำหรับการนำเสนองาน มาใช้เพื่อการที่ว่านี้แทน

Panasonic PT-LB360 (8)

            ทั้งนี้นอกจากจะมีราคาไม่สูงแล้ว ประสิทธิภาพการทำงานในห้องที่ไม่มีมืดสนิทนั้น ยังทำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะส่วนใหญ่เครื่องพวกนี้จะได้ชื่อว่าเป็นเครื่อง ‘สู้แสง’ อยู่แล้ว ด้วยในการนำไปใช้เพื่อการนำเสนองานนั้น มักจะใช้ในห้องที่มีสภาพแสงทั่วๆ ไปเป็นหลักนั่นเอง

และจะว่าไป, ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะนำเครื่องฉายภาพไปเล่น ไปใช้ในห้องประเภท Living Room หรือห้องนั่งเล่นมากกว่า ด้วยไม่สามารถหาห้องหรือทำห้องให้มืดสนิทแบบในโรงภาพยนตร์จริงๆ ภายในบ้านได้ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่จำกัดนั่นเอง

ซึ่งเงื่อนไขจำกัดประการแรกของผู้คนส่วนใหญ่ที่มักจะเหมือนๆ กันก็คือ มาคิดเรื่องนี้ (คือเรื่องเล่นระบบ Home Theatre) ก็เมื่อลงหลักปักฐานแบบมีบ้านมีครอบครัวที่อยู่ตัวมั่นคงพอแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้คือแรกที่มีบ้านนั้นก็มิได้คิดเผื่อมีห้องเฉพาะไว้เพื่อการนี้แต่อย่างใดนั่นเอง

จึงเมื่อจะเริ่มต้นเล่น เริ่มต้นมีซิสเต็ม ก็ต้องเริ่มกับห้องเดิมๆ ที่มีในบ้านมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนั่นเอง

และส่วนใหญ่ก็จะไปลงตัวเอาที่ห้องนั่งเล่นอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Living Room นั่นแหละครับ

ดังนั้นการเล่นระบบภาพให้ได้อรรถรสในห้องประเภทนี้โดยที่ตัดเรื่องทีวีทิ้งไป ก็หนีไม่พ้นต้องพึ่งโปรเจ็คเตอร์หรือเครื่องฉายภาพประเภท ‘สู้แสง’ เป็นหลักครับ

 Panasonic PT-LB360 (9)

(3-in-1) Projector:

Panasonic PT-BL360

หากพิจารณาจากโครงสร้าง ภาพลักษณ์ และคุณสมบัติทางด้านเทคนิค หรือ Specification ของเครื่องฉายภาพจากพานาโซนิครุ่นนี้แล้ว อาจจะสรุปสั้นๆ ได้ว่าเป็นเครื่องที่ได้รวมความโดดเด่นสามประการของโปรเจ็คเตอร์ เข้ามาไว้อยู่ในเครื่องเดียวได้อย่างลงตัว

ความโดดเด่นแรกปฏิเสธไม่ได้เลยกับโครงสร้างและภาพลักษณ์ที่แรกเห็น นั้นก็คือการที่เครื่องฉายภาพเครื่องนี้มีขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้นอกจากจะสามารถหยิบยกไปใช้งานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกแล้ว ยังนำมาซึ่งความโดดเด่น ประการที่สอง คือ ช่วยให้การติดตั้งเพื่อใช้งานได้อย่างคล่องตัว และง่ายดายแบบ Plug & Play ด้วย

และความโดดเด่นสุดท้าย คือจากที่ได้เห็นคุณสมบัติของตัวเครื่องด้วยค่าตัวเลขอ้างอิงต่างๆ อาทิ ความสามารถในการให้ค่าความสว่าง (Brightness) ได้มากถึง 3,700 ANSI Lumens ให้ค่าความคมชัด (Contrast Ratio) ได้ด้วยอัตราที่สูงถึง 10,000:1 ตลอดจนการใช้หลอดส่องสว่าง (Lamp) ที่มีคุณภาพสูงด้วยอายุการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 8,000 ชั่วโมง เหล่านั้น, ต้องบอกว่าเป็นเครื่องที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างน่าทึ่งไม่น้อยเลย

ครับ, คือจากเพียงแค่ดูโครงสร้างภาพลักษณ์ ประกอบเข้ากับคุณสมบัติบางประการ ก็พอจะให้คำจัดความเครื่องฉายภาพเครื่องนี้เป็นเงาๆ ดังที่จ่าหัวเอาไว้ว่า 3-in-1 Projector ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

Panasonic PT-LB360 ยังคัดสรรอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยคุณสมบัติสำคัญอีกประการ คือล้วนแล้วแต่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดทั้งสิ้น นอกจากหลอดส่องสว่างที่ใช้งานได้นานถึง 8,000 ชั่วโมง (เมื่อใช้โหมดการทำงาน Eco 2) แล้ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็ล้วนมีอายุการใช้งานสูงเกินค่าเฉลี่ยทั้งสิ้น เช่น แผ่นกรองอากาศ (Filter) ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 5,000 ชั่วโมง เป็นต้น เหล่านั้นนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอีกทางหนึ่งด้วย

โดยเครื่องสามารถให้เลือกใช้โหมดส่องสว่างได้สามโหมดด้วยกัน ซึ่งแต่ละโหมดการทำงานจะทำให้อายุการใช้งานของหลอดแตกต่างกันไป โดยโหมด Normal อายุการใช้งานของหลอดจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ชั่วโมง ในโหมด Eco 1 อายุการใช้งานของหลอดจะนานขึ้นเป็น 6,000 ชั่วโมง และสุดท้ายคือโหมด Eco 2 นั้น จะให้อายุการใช้งานของหลอดได้นานถึง 8,000 ชั่วโมง ดังที่ได้กล่าวข้างต้น ซึ่งหลอดที่ใช้นี้เป็นแบบ UHM Lamp ที่มีกำลังส่องสว่าง 230 วัตต์

และขณะทำงานนั้น โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ยังให้การทำงานที่ค่อนข้างเงียบด้วย โดยวัดค่าความดังจากพัดลมระบายความร้อนขณะทำงานได้เพียง 28-dB เท่านั้นเอง (ขณะเปิดการทำงานหลอดไฟส่องสว่างที่โหมด Eco 2 หรือวัดได้ที่ความดังระดับ 37-dB ที่โหมดการทำงานแบบ Normal) ทำให้ไม่ไปรบกวนสมาชิขณะกำลังชมภาพบนจอแต่อย่างใด แม้ในช่วงที่เงียบเสียงขณะเดินเรื่อง หรือระหว่างการนำเสนองานก็ตาม

นอกจากนั้นแล้วในการนำเสนองานซึ่งมักจะต้องกระทำในห้องที่มีสภาพแสงสว่างทั่วๆ ไป อันเป็นปกตินั้น โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษ คือ Daylight View Lite ที่ช่วยให้ได้ความคมชัดของภาพสูงขึ้น เห็นรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อนำไปใช้งานในเชิง Home Theatre ในห้องที่ไม่ได้มืดสนิทแบบโรงภาพยนตร์ จะช่วยให้การรับชมภาพได้อรรถรสเพิ่มมากขึ้นไปในตัว

Panasonic PT-LB360 (3)

            เกี่ยวกับการติดตั้งนั้น โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อความสะดวกในการติดตั้งให้ง่ายดายยิ่ง โดยเฉพาะกับระบบแก้ไขมุมภาพแบบสี่เหลี่ยมคางหมู หรือ Keystone Correction นั้น เป็นแบบ 4-แกน หรือปรับได้ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน ซึ่งช่วยให้การเซ็ท-อัพทำได้รวดเร็วกว่าเครื่องระดับเดียวกัน ที่ส่วนใหญ่มักจะให้แก้ไขได้เฉพาะแนวตั้ง (Vertical Keystone Correction) เท่านั้น โดยในแนวตั้งนั้นเครื่องนี้สามารถปรับแต่งแก้ไขได้ในช่วง +/- 30 องศา ขณะที่การแก้ไขในแนวนอนนั้นทำได้ในช่วง +/- 15 องศา

และเมื่อกอปรกับเลนส์ที่ใช้เป็นแบบสามารถซูมภาพได้ในอัตราส่วน 1.2:1 หรือ 1.2 เท่า ยิ่งช่วยให้ระยะการจัดวางเครื่องกับจอภาพสามารถทำได้อย่างสะดวก โดยกับสัดส่วนภาพ หรือ Aspect Ratio แบบ 4:3 นั้น มีระยะ Throw Ratio อยู่ในช่วง 1.48-1.78:1 โดยเครื่องสามารถให้ขนาดของภาพได้ตั้งแต่ 30 นิ้ว ถึง 300 นิ้ว (วัดในแนวทแยง) ด้วยระยะห่างของเครื่องกับจอภาพในตำแหน่งของเลนส์ Wide ที่ 3.1 ฟุต และที่ 31.6 ฟุต หรือที่ตำแหน่ง Tele ของเลนส์ที่ระยะห่าง 3.7 ฟุต และที่ระยะ 37.9 ฟุต ตามลำดับ

สำหรับกับสัดส่วนภาพแบบ Wide Screen หรือ Aspect Ratio 16:9 นั้น กับภาพขนาด 30 มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับเครื่องที่ 1.0 เมตร (ที่ตำแหน่งเลนส์ Wide) หรือที่ระยะ 1.2 เมตร (ที่ตำแหน่งเลนส์ Tele) และให้ภาพขนาด 300 นิ้ว โดยมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับเครื่องที่ 9.9 เมตร (ที่ตำแหน่งเลนส์ Wide) หรือที่ระยะ 11.9 เมตร (ที่ตำแหน่งเลนส์ Tele)

โดยลักษณะโครงสร้างของเครื่องนั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อการติดตั้งได้อย่างคล่องตัวทั้งแบบ Ceiling/Floor และ Front/Rear หรือให้ตั้งวางได้ทั้งบนแท่น หรือติดเข้ากับเพดาน และให้การทำงานฉายภาพได้ทั้งทางด้านหน้า และด้านหลัง ของจอภาพได้ตามต้องการ

Panasonic PT-LB360 ยังได้ผนวกคุณสมบัติเด่นต่างๆ เข้าไว้ในตัวอีกมากกว่ามาก อาทิ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ว่าเป็นเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด แบบพกพา สามารถนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกแบบ Plug & Play เพราะนอกจากจะผนวกลำโพงแบบ Active ที่มีกำลังขับ 10 วัตต์ ในตัวซึ่งสามารถให้ความดังเสียงได้อย่างเกินพอในห้องทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีพอร์ท USB สำหรับ Memory Viewer ที่เพียงแค่นำ Flash Drive มาเสียบเข้าที่พอร์ททางด้านหลังเครื่อง ก็สามารถใช้งานชมภาพและฟังเสียงได้ทันที โดยที่มิพักต้องต่ออุปกรณ์อะไรเพิ่มให้วุ่นวาย

โดยฟังก์ชั่น Memory Viewer นี้ เหมาะสำหรับการนำเสนองานได้ทั้งในส่วนของภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ไฟล์ภาพนั้นรองรับไฟล์สกุลหลักๆ ในตัว อาทิ jpeg, tiff, bmp, png, gif ที่มี Resolution สูงสุดที่ระดับ 1,280 x 800 พิกเซล รวมทั้งรองรับไฟล์ pdf ด้วย และสามารถสั่งการให้เล่นภาพได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งในลักษณะ Slide Show ส่วนไฟล์วิดีโอนั้นรองรับ avi โดย Video Format รองรับสูงสุดที่ระดับ 1,280 x 720, 30 fps และจำกัดขนาดของไฟล์เอาไว้ไม่เกิน 2 GB หรือจำนวนไฟล์/โฟลเดอร์เอาไว้ที่ไม่เกิน 500 ไฟล์/โฟลเดอร์

ทางด้านขั้วต่อหรือช่องรับสัญญาณแบบต่างๆ นั้น เครื่องนี้มีให้อย่างครบครันที่แผงหลังของเครื่อง ประกอบไปด้วย HDMI In (รองรับ HDCP: High-Bandwidth Digital Content Protection และรองรับคุณสมบัติทางด้าน Deep Colour ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการสร้างสีขึ้นมาใหม่ โดยการปรับปรุงจากสีที่เป็นแบบ 8-bit RGB ธรรมดา หรือ YCbCr ไปเป็นสีแบบ 10-bit/12-bit/16-bit และใช้กระบวนการพิเศษในการขัดเกลาสี เพื่อให้ได้ภาพที่มีสีสันอันเสมือนจริงเพิ่มมากขึ้น แลดูเนียนตายิ่งขึ้น)

นอกจากนั้นยังมีช่องเสียบต่อ Computer 1 In, Computer 2 In ที่เป็นแบบ D-sub HD 15-pin ทั้งคู่, Video In แบบ Composite, Audio In (RCA-L/R), Audio In/Out แบบ Mini-Jack 3.5 mm., ช่องเสียบ Serial In แบบ D-sub 9-pin, ช่องเสียบสาย LAN, พอร์ท USB-A สำหรับ Memory Viewer และพอร์ท USB แบบ Type-B สำหรับ USB Display โดยเฉพาะ

ซึ่งเพียงนำอุปกรณ์มาต่อเข้าก็สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่มิพักต้องติดตั้งซอฟต์แวร์แต่ประการใดทั้งสิ้น

Panasonic PT-LB360 ใช้แผง LCD ขนาด 16 มิลลิเมตร (0.63 นิ้ว) แยกการทำงานเป็นแบบ 3-แผง (R/G/B) ให้ความละเอียดภาพที่ระดับ 1,024 x 768 (x 3) พิกเซล สามารถแสดงเฉดสีแบบ Full Colour ได้มากถึง 16,777,216 สี โครงสร้างเครื่องขึ้นรูปด้วยพลาสติกสังเคราะห์ (PC) เกรดสูง มิติเครื่อง (กว้าง x สูง x ลึก) 335 x 96 x 252 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม (โดยประมาณ) สายไฟ AC เป็นแบบถอดแยกจากตัวเครื่องได้

และมาพร้อมรีโมท คอนโทรล ที่ใช้ควบคุมการทำงานและสั่งการได้ทุกฟังก์ชั่น

 Panasonic PT-LB360 (6)

Panasonic PT-LB360

การลองเล่น และคุณภาพ

การใช้งานแบบลองเล่นนั้นหาได้ยุ่งยากอะไรไม่ เพียงเอาเครื่องตั้งวางบนโต๊ะเตี้ยเพื่อฉายขึ้นจอขนาด 80 นิ้วในห้อง พร้อมนำแหล่งโปรแกรมอย่างเครื่องเล่นแผ่นบลู-เรย์ เพื่อการลองเล่นมาต่อเข้าผ่านทางพอร์ท HDMI ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็ทำการปรับความสูง ต่ำ ที่ขาด้านหน้าของเครื่อง (ปรับได้ในช่วง 40 มิลลิเมตร) กับขยับไปข้างซ้ายนิด ขวาหน่อย ใช้ปุ่ม Keystone Correction เข้ามาช่วยอีกเล็กน้อย พร้อมๆ กับการซูมภาพและปรับความคมชัดของโฟกัสที่วงแหวนที่ครอบชุดเลนส์ (วงแหวนชุดหน้าสำหรับปรับโฟกัส ส่วนวงแหวนชุดหลังสำหรับซูมภาพ) เพียงไม่กี่นาทีก็ได้ลักษณะภาพที่ลงตัวกับขนาดจอตามต้องการ

นับว่าเป็นเครื่องที่ให้การเซ็ท-อัพได้สะดวกและง่ายดายยิ่งเครื่องหนึ่ง

ชุดเลนส์ฉายภาพติดตั้งทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง เมื่อมองตรงเข้าแผงหน้าเครื่อง ใกล้ๆ กันจะเห็นเป็นแผงเซ็นเซอร์รูปวงกลม สำหรับรับคำสั่งจากรีโมท คอนโทรล ที่ฝาหลังเครื่อง (ด้านบน) นอกจากชุดวงแหวนปรับภาพสองชุดแล้ว ค่อนไปข้างหลังติดตั้งด้วยปุ่มต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็น Control Panel และสวิตช์เปิด/ปิดการทำงานของเครื่อง พร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่อง (Power On, Standby, Warning ซึ่งแสดงด้วยดวงไฟสีเขียว, แดง และส้ม ตามลำดับ)

การเปิด/ปิดเครื่อง (อยู่ในสถานะ Standby) สามารถทำผ่านรีโมทคอนโทรล ได้อย่างสะดวก

ด้านของเครื่องทั้งสองด้านเป็นแผงตะแกรง แบบเซาะร่อง ด้านหนึ่งใช้ดูดอากาศเข้าซึ่งมีแผ่นกรองอากาศคอยดักฝุ่นละออง ส่วนอีกด้านเป็นบริเวณที่เครื่องระบายความร้อนออกมา

ที่แผงหลังเครื่องนอกจากมีพอร์ทและช่องเสียบต่อแบบต่างๆ พร้อมขั้วเสียบสายไฟ AC แล้ว ที่มุมล่างด้านขวาติดตั้งเอาไว้ด้วยลำโพงแอ็คทีฟแบบ Monaural (ลำโพงโมโน)

การเข้าสู่เมนูต่างๆ เพื่อการใช้งานนั้น ทำได้สะดวก เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมนูต่างๆ ได้รับการจัดวางไว้อย่างเป็นระบบ และเข้าใจง่าย โดยเมนูหลักที่ให้เข้าไปปรับแต่ง หรือตั้งค่าต่างๆ ในเมนูย่อยถัดนั้น ประกอบไปด้วย Display, Colour Adjust, Setting, Expand, Memory Viewer และ Info

โดยในเมนู Colour Adjust นั้น ให้ปรับแต่งตั้งค่าได้อย่างละเอียดในเมนูย่อยที่ประกอบไปด้วย Image Mode, Brightness, Contrast, Colour, Tint, Colour Temp (ให้เลือกได้สามค่า คือ High/Mid/Low), Red, Green, Blue, Sharpness และ Daylight View (สำหรับเปิดหรือปิดการใช้งาน)

สำหรับเมนูภาพ หรือ Image Mode นั้น เครื่องได้ทำการตั้งค่ามาให้จากโรงงานห้ารูปแบบด้วยกัน คือ Dynamic, Standard, Cinema, Blackboard, Colourboard และสุดท้ายคือ User Image ที่ให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่า Default ได้เองตามความชอบ

โดยผู้ผลิตให้คำจำกัดความการตั้งค่าข้างต้นเพื่อเลือกการทำงานให้เหมาะสมเอาไว้กว้างๆ ดังนี้ โดย Dynamic นั้นเหมาะกับการเปิดใช้งานในห้องที่มีแสงสว่างค่อนข้างมาก Standard สำหรับใช้กับการชมภาพเคลื่อนไหวทั่วๆ ไป Cinema เหมาะสำหรับใช้ในเวลาชมภาพยนตร์ Blackboard สำหรับฉายขึ้นกระดานในชั้นเรียนที่เป็นกระดานดำ หรือกระดานสีเขียว ส่วน Colourboard นั้นใช้สำหรับฉายขึ้นกระดานที่มีสีอื่นโดยให้เลือกได้จากสีแดง, น้ำเงิน, เหลืองหรือเขียว ส่วน User Image นั้นใช้งานพร้อมกับการตั้งค่าในส่วนของ Colour Adjust เรียบร้อยแล้ว

Panasonic PT-LB360 (1)

            ครับ, ทั้งหมดนั้นเป็นภาพรวมทางด้านคุณสมบัติของเครื่องโดยสังเขป ที่พอจะบอกให้รับรู้อยู่ในที ว่าโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้มิเพียงผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดีเท่านั้น หากยังมีคุณสมบัติเด่นพอที่จะนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งในเชิงของการเรียน การสอน การใช้งานสำหรับ Presentation ตลอดจนการนำไปใช้เพื่อความบันเทิงในรูปแบบของการเล่นระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre ที่พอจะกล่าวได้ว่าเป็นเครื่องที่มีดีพอตัวในการนี้

ซึ่งจากที่ได้ลองหยิบแผ่นทดสอบสีสันและแสงเงาแบบเบาๆ ชุด Digital Reality Creation Demo’ Disc มาลองดูนั้น พบว่าเครื่องนี้ให้ภาพออกมาได้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยระดับมาตรฐาน สีสันของภาพมีความสดใสพอควร ให้ความกระจะกระจ่างตาได้ดี ในขณะที่ทางด้านความคมชัดของภาพก็อยู่ในระดับที่ให้ความชัดเจน และมีลักษณะของวัตถุภาพที่มีมิติอันเนียนตากระเดียดไปข้างความเป็นธรรมชาติที่มีตัวตน มีทรวดทรง อยู่ไม่น้อยเลย ห่างจากลักษณะของการเป็น ‘ภาพพิมพ์’ อยู่พอประมาณ โดยมีระยะของความชัด ลึก ใกล้ ไกล ในลักษณะของ Dept of Field อยู่ในที อย่างเช่นกับภาพที่พระอาทิตย์สาดแสงเข้าด้านหน้า แล้วมีเงาทอดเฉียงไปทาบด้านหลังลงกับพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนนั้น สามารถบอกระยะในความหมายของคำว่ามิติภาพให้รับรู้ได้พอตัวอยู่

และจากภาพเดียวกันที่เห็น คือภาพของกองหิมะอันขาวโพลนนั้น มันสามารถให้น้ำหนักความขาวของหิมะที่มีความแตกต่างกันอย่างหนัก เบา อยู่ในทีออกมาให้เห็นได้ค่อนข้างชัดพอประมาณ

ซึ่งขณะที่เปิดลองชมแผ่นที่ว่านี้ ผมได้ปิดไฟในห้องหมดทุกดวง จากนั้นจึงปรับโหมดของภาพไปที่ Cinema แรกที่เห็นนั้นพบว่าภาพที่ให้ออกมานั้นมีความสว่างค่อนข้างมาก แม้จะไม่ใช่สว่างจ้าแบบในโหมด Dynamic แต่ก็ออกจะสว่างอย่างไม่ค่อยเข้าตาสักกี่มากน้อย จึงลองลุกขึ้นไปเปิดไฟส่องสว่างขึ้นมาแถวหนึ่ง ซึ่งมีความสว่างประมาณหนึ่งในสามของความสว่างรวมในห้องนี้เพื่อลองดูภาพใหม่

ปรากฏว่าความสว่างของภาพถูกลดทอนลงไปพอประมาณ อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมดูดีกว่าตอนที่ปิดไฟมืดสนิท ให้ความรู้สึกที่ดูสบายตาขึ้น ภาพที่ให้ออกมาก็ยังมีรายละเอียดอยู่ในเกณฑ์ดี สีสันก็ยังคงมีน้ำหนักใกล้เคียงความถูกต้องแบบใช้การได้เลย

ก็เลยดูได้เพลินตาดีจนจบแผ่นครับ

 Panasonic PT-LB360 (5)

สรุป

Panasonic PT-LB360 มีความโดดเด่นในตัวทั้งในแง่ของความกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก และติดตั้งได้ง่ายรวดเร็วแบบ Plug & Play รวมไปถึงการมีคุณสมบัติประจำเครื่องทางด้านเทคนิคต่างๆ ที่อยู่ในเกณฑ์ดี

ไม่ว่าจะเป็นค่าความสว่าง ค่าความคมชัด ที่สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าเป็นเครื่องที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นเครื่อง ‘สู้แสง’ แบบตัวจริง ที่แม้ว่าโดยหลักๆ แล้วจะถูกออกแบบมาเพื่อการนำเสนองานแบบ Presentation ก็ตาม แต่ก็สามารถนำมาใช้งานในเชิง Home Theatre ได้อย่างเหมาะสมพอตัว

เพราะแม้จะมีการตั้งค่าของเครื่องในโหมดภาพแบบต่างๆ ให้มาพร้อมจากโรงงาน แต่ผู้ใช้ก็ยังสามารถเข้าไปปรับสีสันได้ตามความชอบที่เป็นส่วนตัว ซึ่งสามารถให้ปรับได้อย่างละเอียดพอแก่ความต้องการได้

หากคุณกำลังมองหาเครื่องฉายภาพที่ให้ความคล่องตัวสูง ใช้งานง่าย สะดวก และพร้อมทำงานในทุกสภาพความสว่างทั่วๆ ไปตามปกติแล้วล่ะก้อ ขอแนะนำให้ลองพิจารณาโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ดูครับ

 

ขอขอบคุณ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2729-9000 ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ