Test: OPPO BDP-105AU

OPPO BDP-105AU

(หรือนี่คือ สุดยอดเครื่องเล่น)

ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

bdp105_2

ผมได้ทดสอบเครื่องเล่น Blu-ray 3D ของ OPPO BDP-103AU ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ครั้นทราบว่ารุ่นพี่คือ OPPO BDP-105AU เข้ามาแล้ว ทำให้เกิดความคันที่จะนำมาทดสอบ เรียนตรงๆ ว่า ผมค่อนข้างได้เปรียบตรงที่เคยทดสอบเครื่องเล่น Blu-ray OPPO มาตอลอด ตั้งแต่รุ่น BDP-83 ที่เล่นเอาวงการปั่นป่วน ตามด้วย BDP-93, BDP-95, BDP-103 และจบที่ BDP-105AU นี้ ทำให้จับความก้าวหน้าที่ดีขึ้นตลอดมาของค่ายนี้ได้ค่อนข้างชัดเจน

เรื่องมันน่าสนใจตรงที่ หลังจากผมทดสอบ BDP-103AU เสร็จ ก็ยอมรับว่า “เยี่ยมยอดมาก” ขนาดว่า นิตยสารต่างประเทศถึง 3 เล่ม ขึ้นปกและยกให้เป็น KING OF HD จึงน่าคิดมากกว่า ดีขนาด BDP-103AU แล้ว OPPO ยังจะมีปัญญาทำให้ดีกว่าขึ้นไปอีก ในรุ่น BDP-105AU ได้อย่างไร?

 

คุณสมบัติพิเศษ

  • กลไกเล่นแผ่นของ Tohei ที่มีระบบปรับสมดุลการเคลื่อนไหวอัจฉริยะ พร้อมระบบกันสะเทือน 3 ชั้น (ในชุดหัวอ่าน 2 ใต้ฐานกล่องกลไกอีกชุด) กลไกทั้งหมดจะถูกปิดผนึกในกล่อง ป้องกันฝุ่น (และชุดหัวอ่านเลเซอร์) ป้องกันแสงภายนอกมารบกวนการอ่านแสง ยืดอายุกลไก/หัวอ่านได้หายห่วง การหมุนแผ่น ถูกรักษาให้เที่ยงตรงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ SERVO ของ OPPO เอง
  • วงจรประมวลผลภาพรุ่นล่าสุดของ Marvell Qdeo ซึ่งให้คุณภาพที่ดีเลิศ โดยใช้การสดทอนของสัญญาณกวนถึง 3 ภาคต่อเนื่อง, วงจรแปลงความละเอียดเส้นภาพ (เม็ดภาพ) และระบบมาตรฐานภาพ, วงจรชุบชีวิตภาพที่ให้ภาพเป็นธรรมชาติ การรบกวนต่ำ ของเสียง….ต่ำ
  • ประมวลผล รองรับกับมาตรฐานระบบภาพได้หลากหลายมากที่สุด ทั้งในแง่การเล่นแผ่น และการ์ด กับการเชื่อมต่อกับเวบไซต์ภายนอก พร้อมทั้งการเขยิบความละเอียดภาพจากระดับ DVD ไปสู่ระดับ Blu-ray
  • สามารถเข้าถึงการปรับแต่งสีสัน, สัญญาณรบกวน, การเพิ่มคุณภาพ ของภาพได้อย่างเห็นผล และหลากหลายรูปแบบ (แม้แต่กับการปล่อยสัญญาณภาพจากช่อง HDMI) ทำให้ปรับแต่งได้ลงตัวที่สุดกับทุกจอ หรือโปรเจ็คเตอร์ หรือจอแบนที่ใช้
  • เขยิบคุณภาพของภาพจาก FULL HD 2K (1080P) เช่น จากแผ่น Blu-ray เป็นระดับ 4K (3840 x 2160 เม็ดภาพ)
  • นอกจากเล่นแผ่นภาพ Bla-ray 3 มิติ ได้แล้ว ยังสามารถจำลองสัญญาณภาพ 2 มิติ ปกติ เช่น จากแผ่น DVD, Blu-ray (2D) เป็น DVD (3D), Blu-ray (3D) และปรับมิติตื้นลึกด้วย (ต้องเล่นกับจอหรือเครื่องฉายที่รองรับสัญญาณภาพ 3 มิติได้)
  • วงจรลดสัญญาณรบกวนภาพ ด้วยชิป Qdeo (VNR) ที่เกิดจาการประมวลผลเองภายในเครื่อง (ไม่ได้มีมากับสัญญาณ)
  • วงจร De-interlacing จะตรวจสอบระบบมาตรฐานสัญญาณภาพที่เข้ามาและจัดการแปลงให้ได้มาตรฐานก่อนส่งต่อให้วงจรประมวลผลอื่นต่อๆ ไป เพื่อลดรอยขยักที่เกิดตามขอบวัตถุในภาพ
  • วงจรเพิ่มความคมชัดให้แก่ขอบภาพรอบๆ วัตถุในภาพ (Edge Enhancement) โดยไม่ทำให้ภาพกลับดูแบน หรือเหมือนการ์ตูนมากเกินไป
  • วงจรส่งต่อสัญญาณภาพที่บันทึกมาแบบ 24 กรอบภาพต่อวินาที (24P) เช่น จาก DVD, Blu-ray ตามมาตรฐานที่ใช้กันในโรงหนัง ออกสู่จอโดยตรงเพื่อภาพที่เคลื่อนไหวได้ราบรื่น หรือถ้าสัญญาณเข้ามาไม่ใช่ 24P ก็สามารถเขยิบแปลงให้ได้ (เช่น จาก DVD ระบบ NTSC ให้เป็น 1080P 24 Hz)
  • วงจร ACE (Adaptive Contrast Enhancement) ปรับแต่งบริเวณดำมืด และบริเวณสว่างมากให้สัมพันธ์กัน ไม่ให้สว่างโพลนไปหมด
  • วงจร ICR (Intelligent Color Remapping) โดยการจัดแผนภูมิขององค์ประกอบสีทั้งหมดใหม่ เพื่อผลที่เทียบเคียงได้กับภาพจากสัญญาณรายละเอียดสูง (HD)
  • DMR, DMD ไว้โหลดเพลง/หนังจากเครื่อง AV ที่บันทึกไว้ในมาตรฐานเดียวกันนี้
  • QTC (Qdeo Ture Color) ซอยสเกลไล่ลำดับความอ่อนแก่ของแต่ละสีให้มีลำดับแคบ และถี่ขั้นถึง 36 บิท ทำให้ได้การไล่เฉดสีที่ละเอียด เนียน แยกแยะ ได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้เหมือนรายละเอียดผิวพรรณดีขึ้น
  • ซูมภาพได้หลายอัตราส่วนกว้าง : ยาว รวมทั้งเลือกการยืดภาพในแนวตั้งเพื่อภาพลงตัวได้กับจอแบบ 2 : 35 : 1 (เป็นการดูภาพจากโปรเจ็คเตอร์ผนวกกับระบบเลนส์ ถ่ายภาพ anamorphic) ถ้าคำแปลตกจอก็เข้าเมนูเลื่อนขึ้นลงได้
  • ตัวแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอะนาลอกใช้ของ ESS รุ่นเรือธงอ้างอิง SABRE 32 ES 9018 ซึ่งวงการไฮเอนด์ทราบดีว่าเป็นชิป DAC ที่ดีที่สุดในโลก (ทำงานประมวลผลระดับ 32 บิท แบบ Hyperstream) ผนวกกับวงจรจัดควบคุมการทำงานขยับสัญญาณดิจิตอล (Clock) และวงจรลดเงาคลื่น (Jitter Eliminator) ทำให้ได้การสวิงเสียงจากค่อยสุดไปดังสุดได้สูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนคือ 135 dB พร้อมกับการสวิงเสียงจากค่อยสุดไปดังสุด ภาคเสียง 2 CH ออกจะใช้ภาค DAC ถึง 4 ชุดต่อซีกซ้าย, 4 ชุดต่อซีกขวา
  • วงจรเสียงออกแบบใหม่เป็นระบบบาลานซ์หมด หัว RCA (2 CH) เสียงออกใช้ระดับที่คัดเลือกว่าให้เสียงดีที่สุด ภาคเสียงออกมีระบบ XLR บาลานซ์ด้วย (2 CH) ทั้งหมดแยกจากช่องเสียงออก 1 CH
  • ภาคขยายเสียงใช้ IC ชิป OPAMP ที่ให้ความเพี้ยนต่ำสุดๆ เบอร์ LM4562 ของ NT (National Semiconductor) ที่ให้ความเพี้ยนบวกสัญญาณกวนได้ต่ำบ้าเลือด 0.00003% ตอบสนองได้ฉับไว ซึ่งชิปนี้ใช้ในเครื่องเสียงไฮเอนด์สุดยอดระดับโลกเท่านั้น
  • ใช้ตัวเก็บประจุระดับหูทองของ ELNA Silmic II ใช้แผ่น plante ทำจากใยไหมสานที่ให้เสียงทุ้มอีกลึก เสียงกลางที่ไม่จัดจ้าน แหลมสูงที่กลมกล่อม ขาต่อ (oxygen free copper) ที่ให้ความเพี้ยนต่ำ (ความเพี้ยนจากความถี่คู่ควบที่ 3 ด้านสูง ต่ำ ถึง -120 dB) พร้อมกับการคลาดเคลื่อนด้านเฟสน้อยมาก (ใช้ ELNA 10 ตัว)
  • ตัวเก็บประจุ WIMA MK2 จากอเมริกา ในการเชื่อมสัญญาณระหว่างภาคต่อภาคถึง 72 ตัว เพื่อเสียงที่สมดุล มีรายละเอียด ความถี่ไปได้สูง เสียงที่น่าฟังไม่บาดหู
  • BDP-105AU ตัดพัดลมออก เพื่อลกสัญญาณการกระชากไฟที่ไปป่วนคุณภาพเสียง โดยการยกตัวถังให้สูงกว่าปกติ ประมาณ 50% เจาะรูระบายอากาศเป็นช่องแนวยาว ขนานกันจำนวนมากที่ฝาด้านบน และด้านล่างเครื่องจัดวางแผงวงจรที่โปร่งให้อากาศหมุนเวียนได้เต็มที่
  • หม้อแปลงในภาคจ่ายไฟเป็นแบบกลมที่สั่งทำ OPPO โดยเฉพาะให้การแยกวงจรที่สูง อัดฉีดกำลังได้เต็มที่ส่งคลื่นออกมารบกวนต่ำ
  • ภาครักษาความเรียบของภาคจ่ายไฟที่ให้ไฟได้อย่างตกหล่นน้อยที่สุด (lwo drop out) จากบริษัท Linear Technology เบอร์ LT1762 จากอเมริกา ให้สัญญาณกวนต่ำกว่า -95 dB ตลอดความถี่ 10 Hz-100 kHz การกระเพื่อมแรงดันไฟต่ำ (คือราบเรียบ) การกระจายคลื่นความถี่สูงออกมากวนก็ต่ำ
  • การตัดต่อสัญญาณต่างๆ ใช้รีเลย์ของ Omron รุ่น G6S-2 ที่ใช้ในวงการแพทย์ ซึ่งให้ค่าความต้านทานขณะต่อเชื่อมต่ำกว่า 0.75 โอห์ม ขณะตัดจากมากกว่า 1000 ล้านโอห์ม และอายุการใช้งานมากกว่า 100,000 ปิด-ปิด ขณะที่ทั่วๆ ไป จะใช้วงจรตัดต่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ตัดไม่ขาดจริง (ส่งผลเป็นสัญญาณกวน)
  • ระบบเสียงออกแบบ XLR บาลานซ์ เหมือนที่ใช้กับเครื่องเสียงอาชีพ หรือเครื่องเล่นแผ่นระดับไฮเอนด์
  • เข้าเมนู เลือก Absoulte Phase ของช่องเสียงออก XLR ได้ (เลือกการขยับเข้า-ออก ของกรวยลำโพง ให้ตรงกับแต่ละเพลง แต่ละอัลบั้ม)
  • ช่องรับสัญญาณ MHL (Mobile High Definition Link) สำหรับเครื่องเสียง/ภาพ พกพาระดับภาพ HD (1080p) เสียง HD
  • ช่องรับสัญญาณ HDMI (ภาพ/เสียง) 2 ชุด ด้านหน้า 1, หลัง 1 เพื่อใช้ BDP-105AU เป็นเครื่อง DAC เสียงคุณภาพระดับไฮเอนด์ (มีช่องรับระดับสัญญาณเสียงดิจิตอล IN แบบ COAXIAL, OPTICAL ด้วย) พูดง่ายๆ ว่า เอา BDP-105AU เป็น DAC เสียงไฮเอนด์ได้เลย ขณะเดียวกันก็ใช้ BDP-105AU เป็นเครื่อง SCALER ภาพ เพิ่มความละเอียดได้ถึง 4K
  • ช่องรับสัญญาณดิจิตอล ทั้งแบบ USB TYPE A, USB TYPE B รับสัญญาณจาก PC หรือ Thumb Drive พกพาได้
  • ภาคขยายหูฟังต่อตรงกับ DAC ESS Sabre ภายในโดยตรง เพื่อเสียงที่บริสุทธิ์ที่สุด
  • ถอดระบบเสียงเซอราวด์ 5.1,1 HD SOUND ครบทุกค่ายทุดระบบ Dolby และ DTS
  • ช่องรับสัญญาณออก HDMI (ภาพ/เสียง) 2 ชุด เพื่อต่อออกได้ 2 จอ พร้อมๆ กัน หรือเพื่อชุดหนึ่ง เลือกปล่อยแต่ภาพเข้าจอ หรือเข้า AVR10 เซอราวด์อีกชุด เลือกปล่อยเสียงดิจิตอลเข้า AVR เซอราวด์ที่แยกรับ HDMI แบบนี้ได้
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งการควบคุม และส่งสัญญาณต่อกันได้ ตามมาตรฐาน DLNA, HDMI CEC
  • เชื่อมต่อ NETWORK ได้ (LAN หรือผ่านอะแดปเตอร์ Wireless (ที่ให้มา) กับระบบ WiFi เข้าได้ทั้ง Picasso, Pandora, Vudu, Nesflix, Gracenote Music ID/Video ID
  • ช่องเชื่อมต่อ RS 232 เพื่อการควบคุม upgrade firmware
  • ช่องเชื่อมต่อการควบคุมระบบอินฟาเรด
  • ช่องสัญญาณดิจิตอลออก ทั้ง COAXIAL, OPTICAL
  • เลือกปล่อยสัญญาณตรงจากแผ่นออก
  • รีโมทไร้สาย ฟังก์ชั่นครบ กดให้ไฟที่แต่ละปุ่มติดสว่างได้
  • สายไฟ AC ถอดได้
  • ปุ่มกด (รีโมท) ตัดวงจรภาพออกได้ เพื่อเสียงดีขึ้น (PURE AUDIO MODE)
  • ปุ่มตัดไฟหน้าจอ BDP-105AU ลดการรบกวนคุณภาพเสียง
  • เลื่อนคำบรรยายในภาพขึ้น-ลงได้
  • เล่นแผ่น DVD, VCD, CD, Blu-ray (แผ่นภาพ, เสียงที่บันทึกลงสื่อเหล่านี้), USB (ภาพ/เสียง) SACD, DVD Audio, HDCD

 

 

BDP105AUrear

 

ผลการทดสอบภาพ

จาก BDP-105 ต่อออกสายภาพ HDMI ของ MONSTER รุ่น HD 2000 (ยาวประมาณ 1 เมตร) เข้าตัวฉายโปรเจ็คเตอร์ SAMSUNG A-600 (SLP, FULL HD) ฟังทดสอบทิศทางสาย HDMI แล้ว สายไฟ AC ของ BDP-105AU เสียบเต้าตัวเมียของ CSE (ไม่ผ่านตัวกรองไฟที่ให้มา) จากเต้าเสียบนี้ออกสายไฟ FURUKAWA CB-10 หัว WATT GATE (ตัวผู้, ตัวเมีย) กด SWITCH ของ CSE ไป OFF (เสียง/ภาพดีกว่า) สายไฟ A-600 ใช้ MONSTER รุ่น 800 เข้าหัว AC แยก 1 ออก 2 ของ WONPRO โดยมีปลั๊กกรองไฟ PHD 2 เสียบเคียงคู่อยู่ ฉายภาพขนาด 78 นิ้ว (ทแยง 16 : 9) จอภาพใช้กระดาษผ้าปูโต๊ะของญี่ปุ่น (ไม่ใช่ถูก แผ่นละ 1700 บาท/ ตร.ม. ราคาเกือบ 20 ปีมาแล้ว) ให้ภาพดี เที่ยงตรงมากๆ

สายเสียงดิจิตอล COAXIAL จาก BDP-105 เข้าตัวแปลง DAC NPE (5500 บาท) (แยกแผงยกลอยจากตัวเครื่อง เอาฝาครอบออก) สายไฟ AC ของ NPE ต่อผ่านสายไฟ CHORD (สีส้ม) (หัวต่อเชื่อม IEC ผู้/เมีย ของ WONPRO) มีปลั๊กกรองไฟ PHD 2 เสียบเคียงคู่ที่รางไฟที่เข้า NPE

สายเสียงอะนาลอก FURUKAWA มิว P-1 (ย้อนทิศ) แยก L, R ไม่ให้แตะกันแล้วเข้าชุดขยายเสียง 2.1 ของ SOKEN ST-12 (ราคา 2 พันกว่าบาท เสียงดีมากๆ หลายๆ ชุดแยกชิ้น หลายๆ หมื่นบาท)

ขณะดูภาพ ปิดไฟมืด นั่งดูห่างจากจอประมาณ 3 เมตร

เพื่อให้หายข้องใจ ผมจึงจัดการเปิดฝาเครื่อง BDP-105AU จัดการแยกสายไฟสีแดง 4-5 เส้นที่เบียดชิดติดกันอยู่ (บริเวณกลางเครื่องค่อนซ้าย…..มองจากหลังเครื่อง) ให้แยกห่างจากกัน ถอดแผงวงจร INPUT/OUTPUT บนสุดออกเพื่อเข้าสู่แผงภาคจ่ายไฟ switching ที่มีแผ่นเหล็กสีดำครอบยาวอยู่ขวาล่าง จากนั้นยกสายไฟ 3 เส้นที่พาดแตะขดลวด 3 ขด บนแผงอยู่ ให้สูงเหนือแผง เบี่ยงไปทางขวา (จะได้สอดออกด้านขวาของแผงดำไป หม้อแปลงไฟกลมได้)

อีกจุดที่สำคัญ คือถอดสายลงดินสีขาว/เขียวที่ขันกับนอตลงดินภายในเครื่องออก (สายนี้ต่อมาจากขั้วรับสายเต้าเสียบตัวเมียหลังเครื่อง) เพื่อยกไม่ลงดิน (เราจะได้ไม่ต้องหาหัวต่อ 3 ขา เป็น 2 ขา มาเสียบปลายสาย AC ของเครื่องนี้) ถอดออกแล้ว อย่าลืม หาเทปพันสายไฟมาพันปิดหัวปลายสายนี้ด้วย จะได้ไม่ไปเชื่อมอุปกรณ์อื่นๆ จะเกิดลัดวงจรได้ ผมเอาเทปพันสายไฟแปะเพิ่มเพื่อยึดสายนี้ลอยห่างจากแผงด้วย

หลังจากทำเสร็จ (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) ยกเครื่อง BDP-105AU กลับขึ้นไปดูที่ภาพที่ห้องนอนกับโปรเจ็คเตอร์

ภาพที่ได้ (แผ่น Blu-ray เรื่อง Coroline การ์ตูนถ่ายจากหุ่นเชิด) เล่นเอา “ตะลึง” เลย จากเดิมที่ว่าดีมากแล้ว คราวนี้ยิ่งดีขึ้นไปอีกไม่ต่ำกว่า 10% (เยอะนะครับ) คมชัดขึ้น (อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ ด้วย) ไฮ-ไลท์ดีขึ้น (บริเวณสว่าง ก็สว่างใสยิ่งขึ้น) ทรวดทรงวัตถุต่างๆ ในภาพเป็น 3 มิติยิ่งขึ้น ภาพโดยรวมเป็น 3 มิติมากขึ้น (หลุดลอยออกมามากขึ้น) (เลิกสนใจเรื่อง 3D ได้เลย) สีสันเปล่งจรัสดียิ่งขึ้น (illuminate) พลังภาพ ความน่าตื่นตาตื่นใจดีขึ้นดุจดูจากจอ LCD ไม่ใช่เครื่องฉาย พูดง่ายๆ ดีที่สุด เท่าที่เคยดูแผ่นนี้มา

เพื่อให้แน่ใจ ลองดูแผ่น Blu-ray เรื่อง John Carter (พากษ์ไทย) จอมคนทะลุจักรวาล ภาพที่ได้ ออกอาการเดียวกัน น่าตื่นตะลึง ดุจดูจาก LCD ชั้นยอดเลย

ที่แน่ๆ ภาพสุดยอดจนสงสัยว่าจะสนใจภาพความละเอียด ระดับ ULTRA HD (4K) ไปทำไม?

ใครที่เคยชื่นชมว่าจอ PLASMA 60 นิ้ว KURO ของ PIONEER ถือว่าสุดยอดเป็นจออ้างอิงที่ภาพดีที่สุด มาเห็นที่ผมดูคราวนี้จะลืม KURO เลย (KURO เป็นรอง 15% เป็นอย่างน้อย!)

ในด้านสุ้มเสียง ก็เป็นไปดังคาด ชัดเจน เป็นธรรมชาติ สอดใส่อารมณ์ได้ดีขึ้น รายละเอียดค่อยๆ ที่ปกติไม่สังเกต ก็สังเกต ได้ชัดขึ้น ความเป็นเซอราวด์ก็ดีขึ้น (ฟังจากเสียง 2.1 CH อยู่)

 

แผ่น DVD ทดสอบ (ดูแบบ 480P)

BDP-105AU ให้สีสันได้อิ่ม, ฉ่ำ, มีพลัง เหมือนดูจากจอ LCD ที่ภาพกำเนิด จากตัวจอ มากกว่าภาพที่เกิดจากการสะท้อนแสงจากจอ สีสันที่สมจริงไม่เอนไปทางสีใดสีหนึ่ง (การปรับตั้งภาพของ BDP-105 อยู่กลาง (0) หมด ไม่ยกลดอะไรเลย) ให้ส่วนมืดที่เป็นลำดับขั้นมีรายละเอียดดีมาก ส่วนสว่างก็ไล่เป็นลำดับขั้นได้จนสว่างสุด (GRAY SCALE ดีมาก…DVD) บริเวณที่สว่างมากก็ไม่ส่ออาการสว่างโพลน (WASH OUT) ให้รายละเอียดของผิวได้ดี สีเนื้อคนสมจริง สีดำมืดดำสนิท ภาพมีวาว สีเงิน, สีโครเมี่ยม, สีทอง สมจริง ไล่เชดสีแต่ละสีได้อย่างเป็นลำดับขั้น, แจกแจงอ่อนแก่ได้เยี่ยม เม็ดภาพสงบนิ่งดีมาก สัญญาณรบกวนต่ำ สัญญาณแบบร่างแห (MODE) แทบไม่มีเลย การเคลื่อนไหวที่ราบรื่น ภาพมีทรวดทรง มิติดีมาก ทุกๆ วัตถุ และสีสัน ความคมชัดที่เป็นธรรมชาติ

 

 

แผ่น DVD ภาพยนตร์

          เป็นเรื่องน่ายินดี BDP-105 ให้ภาพปกติ (480P/560P) จากแผ่น DVD ได้ ไม่ต่างจากการเพิ่มความละเอียด (upscale) เป็น 720P หรือ 108P เลย แถมดูเหมือนไม่เพิ่ม (upscale) เลยจะเป็นธรรมชาติกว่าด้วย คือเอาสภาพเดิมๆ มันก็ดีเยี่ยม ชอบมากกว่าด้วย (ตอนต่อดูกับจอ LCD 23 นิ้ว FULL HD ของ TOSHIBA รุ่น 23BT200 ก็ให้ผลเหมือนกันนี้ ไม่ upscale ดีกว่า)

ที่ว่าน่ายินดีก็เพระ การ upscale ภาพจะทำให้เสียงคลุมเครือขึ้น มิติลดความเป็นทรวดทรงลง (ทั้งตอนดูจากโปรเจ็คเตอร์ที่ห้องนอน และกับจอ LCD ที่ห้องเสียง)

 

แผ่น Blu-ray (1080P)

ความดีทุกอย่างที่ได้จากการดู DVD ด้วย BDP-105 ดังกล่าวแล้ว ยิ่งดีขึ้นไปอีก ตามความได้เปรียบของ Blu-ray ที่ชอบมากคือ BDP-105 ให้ความคมชัดที่ไม่เสแสร้ง ไม่ปรุงแต่ง อะไรควรคมชัดก็คมชัดไล่ลำดับกันไป อะไรควรเบลอก็เบลอ สังเกตออกแม้แต่การทำงานปรับโฟกัสของคนถ่าย

สีสันที่อิ่มมีพลัง แต่ไม่หนาทึบ มันให้ความรู้สึกเหมือนดูทีวีจอแก้ว หรือตัวฉายแบบ CRT สีสันไม่ผิดเพี้ยน สีดำก็ดำสนิทดีเยี่ยม สีขาวสะอาดมีพลัง ช่วงสว่างจะไปได้ไกลกว่ารุ่นรอง คือ BDP-103 (ที่ว่าดีมากแล้ว) ภาพมีมิติทรวดทรงดี จนไม่ต้องพูดถึงการดูแบบ 3 มิติเลย

ภาพดีมากจนคุณอาจประหยัดค่าจอรับภาพ จากระดับหลายๆ หมื่นบาท มาเป็นแค่ไม่กี่หมื่นบาท หรืออย่างแพง 5 หมื่นบาท แทนที่จะใช้จอเป็นแสนบาท (96 นิ้วทแยง) เอาค่าจอมาเป็นค่า BDP-105 ได้เลย ต่อไปมีเงินค่อยเปลี่ยนจออีกทีก็ได้

          ภาพที่ได้มีเสน่ห์ดีมาก เรียกว่าใครดูจนชินจะไม่กลับไปดูพวกจอแบน LCD, PLASMA อีกเลย คือจะรับไม่ได้ไปเลย

 

 

กับแผ่น VCD

BDP-105 เก่งไม่เลิก แม้แต่แผ่น VCD บนจอ ขนาด 78 นิ้ว (แต่กดดูที่ 4 : 3) ภาพก็ยังดูได้สวย ไม่รู้สึกแย่จนดูไม่ได้

 

 

ด้านเสียง (ชุดเสียงหนังที่ห้องนอน)

BDP-105 ให้เสียงที่ควบแน่น, อิ่ม, หนัก ทุ้มลงได้อิ่มลึก (ดีกว่า BDP-103 หน่อย) มิติเสียงดี มีทรวดทรงดี ไม่แบน มีเนื้อหนังดี การสวิงเสียงค่อยสุดไปดังสุดได้กว้าง (กว่า BDP-103) ถ่ายทอดอากัปกิริยาของเสียงร้อง, เสียงพูดได้อย่างสมจริง มีวิญญาณ ชีวิตชีวาดีมาก (อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะได้จากพวกเครื่องเล่นภาพ ไม่ว่าจากแผ่น VCD, DVD, Blu-ray) มันเหมือนเรามองเข้าไปเห็นภายในของรายละเอียดเสียง (HEAR INSIDE) ซึ่งไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อน

มันตอบสนองได้ฉับไว แต่ไม่ก้าวร้าว ปลายแหลมที่สดใสไปไกล อาจเหมือนเน้นนิดๆ แต่ไม่มีอาการสะบัด, จัด, ทิ่มแทงเลย เวทีเสียงกว้างมาก แผ่, หลุดลอยออกมา (ดีกว่า BDP-103 ที่ว่าดีแล้ว) บ่อยๆ ที่โอบมาถึงหลัง ฟังแบบน้องๆ เซอราวด์ได้เลย (กด BDP-105 ที่ LT/RT) กับชุด 2 CH ธรรมดานี่แหละ

ยิ่งตอนย้าย BDP-105 ลงมาฟังที่ห้องเสียง (ดูหนัง) (จอ LCD TOSHIBA 23 นิ้ว FULL HD วางตรงหน้าห่างออกไป 1.6 เมตร) สายเสียงบาลานซ์ MADRIGAL CZ-Gel 2 (บาลานซ์) เข้า INPUT 1บาลานซ์ของอินทีเกรมทแอมป์ Mark Levinson No.383 (ปรับ GAIN+6 dB) เร่ง VOL.ที่ BDP-105 (97 จาก 100) ออกช่องภาพ HDMI 1 (เหมือนที่ห้องนอน) ไม่มีการ upscale ภาพใดๆ มีตัวปลั๊กกรองไฟ PHD 2 เสียบเดียวกับสายไฟ AC ของ No.383 ห้องฟัง 3.85 x 9 x 2.2 เมตร บุฟองน้ำเก็บเสียง SONEX สีขาว พื้นปูพรม ลำโพง MONITOR AUDIO BR-5 (3 ทาง วางพื้น) เอียงเข้ามา จูนให้มิติ, เสียง, ดีสุด เอาหน้ากากออกสายลำโพง FURUKAWA S-2 (ตามทิศ) 2 ชุด แบบไบ-ไวร์ ไม่ให้สายแตะกัน หัว WBT หางปลา (โลหะเงิน) ที่แอมป์, บานาน่าที่ลำโพง

ฟังทดสอบทิศทางสาย HDMI (ที่ค่อนข้างอย่างดีระดับเป็นพัน รองรับ 1.4a) ที่แถมมาให้กับ BDP-105 (มีผลมากเรื่องทิศทาง ถ้าถูกทิศเสียงจะคมชัด เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าผิดจะคลุมเครือ)

ฟังทดสอบทิศทางขาเสียบไฟ AC ของจอ TOSHIBA ด้วย (มีผงเล็กน้อย) หาผ้าดำๆ มาขยุ้มปิดที่ช่อง INPUT USB, MHL ที่หน้าเครื่อง BDP-105 (มิติโฟกัส หลุดลอยขึ้น) เอาหัว RCA ตัวผู้ (WBT, ภายในช๊อตด้วยสายทองแดง PCOCA ของสายลำโพง S-1 ของ FURUKAWA… ตามทิศ) เสียบที่ COAXIAL IN ของ BDP-105 มิติยิ่งโฟกัส หลุดลอยยิ่งขึ้น เอารีโมท TV LCD TOSHIBA (23BT200) มาวางข้างๆ ด้านซ้าย มิติโฟกัสขึ้น (งง?) แต่รีโมท BDP-105 เอาออกไปดีกว่า

ดูหนัง (เสียงหนัง) จากชุดที่ห้องเสียงนี้ยิ่งดีขึ้นไปอีก เสียงพากย์ไทยชัด มีชีวิตชีวาดีมาก แต่จะออกอุ่นนิดๆ

          ที่ชอบสุดๆ คือถ้าเราต่อเสียงออกช่องบาลานซ์ (XLR) จะสามารถเข้าเมนูเลือกปรับ Absolute Phase ของเสียงได้ (NORM, INVERSE) เพื่อปรับให้เสียงกระเด็นหลุดลอยมาหาเรา แสดงว่า ดอกลำโพงขยับผลักอากาศมาหาเราถูกต้อง ไม่ขยับหุบเข้าในตู้ ช่วยได้เยอะ

ใครที่แอมป์ไม่มีช่องบาลานซ์เข้า ก็อาจหาตัวแปลงจากบาลานซ์เป็น KLA มาคั่นก่อนเข้าแอมป์ได้ (XLR/ROA) (สายบาลานซ์คุณภาพเกินคาดที่ไม่แพง ลองดูของ MIT รุ่นถูกสุด 6-7 พันบาท)

BDP-105 ให้เวทีเสียงได้กว้างและโอบลอยออกมา บางครั้งน้องๆ เซอราวด์กับชุด 2 CH นี้ได้เลย (อย่าลืมเข้าเมนู BDP-105 เลือกเสียง LT, RT) ทุ้มอิ่มลึก (Blu-ray เรื่อง PROMITIUS)

ที่ประหลาดคือ ขนาดว่ามีจอ LCD 23 นิ้ว ห่างออกไปประมาณ 2 เมตร วางคั่นระหว่างตำแหน่งนั่งดู (ฟัง) กับลำโพงที่ห่างออกไป 3.6 เมตร (TOE IN เล็งว่าแนวเสียงแหลมจากดอกแหลมไม่ได้พุ่งมาชนจอ) ก็ยังรู้สึกเสียงพูด (พากย์) อยู่ตรงหน้าจอได้เหมือนปกติ อีกทั้งเวทีตื้นลึกก็ปกติ

 

 

ฟังเสียง CD (ห้องเสียง)

          เพื่อให้ดีที่สุด ย้ายจอ LCD, ขาตั้ง (ใช้ขาตั้งลำโพงของ TARGET 24 HJ) ออกไปจากห้อง ถอดสาย HDMI ภาพออกจาก BDP-105 เร่งโวลลุ่ม BDP-105 ประมาณ 97-99 (จาก 100) เร่งโวลลุ่มที่แอมป์ No.383 ประมาณ35.1-38.1

ลืมบอกไป สายไฟ AC ของ BDP-105 ซึ่งหัว 3 ขา จากการลองฟังพบว่า ไม่ต้องสลับขา แต่ต้องหาตัวแปลง 3 ขา เป็น 2 ขา (กลม) มาคั่น คือยกขาดิน (GROUND) ลอย ไม่เข้ากำแพง ปรากฏว่า เสียงเป็นทรวดทรง, โฟกัส, นิ่ง ดีกว่าต่อกราวด์มาก

เสียงจะคล้ายตอนฟังที่ห้องนอน มิติดีมาก มีทรวดทรง (3D) กับทุกช่วงความถี่เสียง ไล่ตั้งแต่ทุ้ม, กลาง, แหลม, แหลมสุด อีกทั้งขอบเขตมิติดี เสียงเป็นเม็ดๆ ลอยออกมาได้ดี ช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีในวงก็สะอาด, สงัด เสียงออกอบอุ่นนิดๆ ไม่ขนาดสด คมชัดมากๆ ฟังสบายหูดีมาก น้องๆ เครื่องหลอด แต่ตอบสนองได้ฉับไวดีมาก DYNAMIC CONTRAST ดีเกินคาด เสียงควบแน่น รายละเอียดดี ถ่ายทอดความรู้สึก อารมณ์ ของเสียงพูด (ร้อง) เล่น (ดนตรี) ได้ดีมาก

เวทีเสียงกว้างมาก โอบ หลุดลอยออกมาได้ดี สูงต่ำดีมากๆ ด้านลึกก็ดี ความกังวานใช้ได้ อาจไม่พลิ้วระริกระลอก เสียงสะอาด เกลี้ยง สงัดดีมาก บรรยากาศในวงอาจไม่เปิดโปร่งทะลุสุดๆ (TRANSPARENT) อย่างเครื่องเล่น CD ระดับ 3 แสนบาทขึ้นไป แต่ก็ดีกว่าเครื่องเล่น CD บางรุ่นราคาแสนกว่าบาท สรุปว่าฟัง CD นี้เพลินเหลือเฟือ

 

ลองฟังจาก USB

(USB อ้างอิงใช้ SD+ตัวแปลง ทั้งหมดของ SANDISK) บันทึกจากเครื่องเล่น CD T+A D10 (สามแสนกว่าบาท) ตัวบันทึก DENON 650 รุ่นอาชีพ (ห้าหมื่นบาท) แยกสายภายใน (ฟังทดสอบทิศทางฟิวส์ร่วม 5 ตัวภายใน) เสียงที่ได้ 95% ของแผ่น CD

เสียง USB ที่ได้ดีมาก ดุจฟังจากแผ่น CD โดยตรงกันเลย คนทั่วไปฟังแล้วต้องคิดว่าฟัง CD อยู่

 

105_2_1

 

 

สรุป

เห็นได้ชัดว่า OPPO ตั้งใจทำ BDP-105AU มาอย่างสุดๆ ใส่สารพัดฟังก์ชั่นมาแบบครบถ้วนนึกไม่ออกว่าจะเพิ่มอะไรได้อีก ฝีมือการออกแบบและผลิตที่ระดับไฮเอนด์อาย (แค่การบรรจุหีบห่อก็หายห่วงแล้ว มันให้ความรู้สึกระดับไฮเอนด์จริงๆ) การแยกใช้เป็นตัว DAC ระดับซุปเปอร์ไฮเอนด์ได้ มีช่องบาลานซ์ออก (ปรับ Absolute Phase ได้), การแยกใช้เป็นเครื่อง scaler ภาพได้ ระดับความละเอียดสูงสุดถึง 4K การใช้งานที่ง่ายไม่สับสน ผนวกกับคุณภาพของภาพระดับไฮเอนด์ อ้างอิงได้เลย เสียงที่ดีเยี่ยมทั้งเสียงหนัง เสียง CD (ที่เครื่องเล่น CD ระดับแสนกว่าบาทยังเรียกพี่) จึงไม่แปลกถ้าจะยกให้มันเป็นสุดยอด BEST BUY แห่งปีได้เลย

 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.oppoth.com