Test: OPPO BDP-103

Test: OPPO BDP-103

ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

219835-blurayplayers-oppo-bdp103

        BDP-103 เครื่องเล่น Blu-ray รุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO มาแทน BDP-93 ท่ามกลางการจับตามอง และความคาดหวังว่า OPPO จะยังขยับคุณภาพที่คับแก้วของ BDP-93 ออกไปได้อีกหรือ อะไรคือไม้เด็ดใหม่ของ OPPO

เครื่องเล่น Blu-ray OPPO ได้สร้างชื่อกระฉ่อนโลกนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่น BP83 เมื่อ 3-4 ปีมาแล้ว ในแง่ของคุณภาพระดับโลก การผลิตที่เต็มอิ่มด้วยมาตรฐาน คุณภาพที่ใช้งานเทียบเคียงได้กับยี่ห้อดังๆ ที่ราคา 2-3 เท่าขึ้นไป จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม ในแทบทุกการสาธิตเรื่องภาพ Blu-ray, DVD จะเห็นการใช้ OPPO เป็นแหล่งภาพอย่างแพร่หลายที่สุด ในเรื่องความทนทานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อ และวงการยกนิ้วให้

วันนี้ OPPO ดูเหมือนจะเป็นเครื่องเล่น Blu-ray รายแรกของโลกที่วางตลาด เครื่องเล่น Blu-ray ที่สามารถเขยิบความละเอียดของสัญญาณภาพระดับ FULL HD 1080P จาก (2K) แผ่น Blu-ray ให้เป็นความละเอียดระดับ ULTRA HD (4K หรือ 2 เท่าของ Blu-ray) เพื่อเข้ากับจอภาพ หรือเครื่องฉายระดับ 4K ที่เริ่มมีวางขายแล้ว

นอกจากนั้นที่ปรับปรุงจาก BDP-93 อีก 2 อย่างคือ

ช่อง HDMI IN รับสัญญาณภาพและเสียงจากภายนอกมาถอดรหัสจากดิจิตอล เป็นอะนาลอกออกทางช่องเสียงอะนาลอก 7.1 CH ได้ (พูดง่ายๆ ว่า เอา BDP-103 เป็น DAC ได้เลย เช่น รับสัญญาณเสียง (และภาพ) จาก MEDIA BOX ภายนอก, จากคอมพ์ (PC), จาก TV (ที่มี HDMI ออก) มาแปลกเป็นเสียงอะนาลอกได้

นอกจากนั้น สัญญาณภาพที่เข้าช่องเดียวกันนี้ ก็สามารถเขยิบความละเอียดของภาพได้ทุกระดับจนถึง 1080P 24 และสูงสุดถึง 4K กันเลย! (ออกแบบ HDMI) รวมทั้งแปลงสัญญาณ 2 มิติ (2D) เป็น 3 มิติ (3D) ได้ด้วย

อีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามา ซึ่ง BDP-93 ไม่มีคือ ช่องรับสัญญาณภาพและเสียงแบบความละเอียดสูง MHL (Mobile High Definition Link) ที่รับจากเครื่องพกพามาต่อออกผ่าน BDP-103 ได้เลย (ได้ถึง 1080P)

สุดท้ายคือ ช่องปล่อยสัญญาณเสียงและภาพ (เลือกปล่อยได้) HDMI 2 ชุด (รองรับทั้ง 2D และ 3D) เพื่อแยกเสียง (ภาพ) ดิจิตอลเข้า AV รีซีฟเวอร์ เซอราวด์ อีกชุด เข้าจอภาพ หรือโปรเจ็คเตอร์โดยตรงได้ รวมทั้งทำการปล่อยสัญญาณ 2 โซนได้

นอกจากนั้น BDP-103 ยังเชื่อมต่อกับเวบไซต์ภายนอกผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ทั้งจากระบบสาย (LAN R145 Ethernet) หรือระบบไร้สาย (ใช้ตัวต่อ wireless-N V2.0 ที่ให้มา) เพื่อให้เข้าถึงเวบไซต์ดังเหล่านี้ได้ (ไม่ต้องมีคอมพ์)

Gracenote Music ID และ Video ID ซึ่งจะขึ้นภาพหน้าปกอัลบั้ม CD หรือ DVD หรือ Blu-ray หรือจาก Media Box รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ (ชื่อเพลง, ศิลปิน, ชนิดเพลง, ชื่อแผ่น, ฯลฯ)

Net flix ดาวน์โหลด ทีวี, หนัง รวมทั้งรายการเด็ก (1080P, เสียง 5.1 CH, คำบรรยาย, เลือกภาษาเสียง/คำบรรยาย)

VUDU HD ดาวน์โหลดหนังระดับ FULL HD (1080P : 7.1 CH) มาดูได้นับพันๆ เรื่อง แม้แต่แผ่นล่าสุดทั้ง Blu-ray, DVD ที่วางตลาดวันนั้น

          Pandora Internet Radio รับฟังวิทยุอินเตอร์เน็ตที่มีเกือบ 4 หมื่นสถานีทั่วโลก (รวมทั้งไทย) แถมใช้ Music Genome Project คัดกรองแต่เพลงในสไตล์ที่เราชอบฟังได้

เวบไซต์อื่นๆ ที่ดัง เช่นจาก Film Fresh, You Tube, Leanback, Picasa

        นอกเหนือไปจากนี้ BDP-103 ยังมีคุณสมบัติ BD-Live และ Bonus VIEW ตามปกติที่ดาวน์โหลด รายการ, ข้อมูลเพิ่มเติมจากเวบไซต์ของหนังแต่ละเรื่องที่นำมาดูได้

BDP-103-back-hr

          สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของ BDP-103 จะใกล้เคียงกับ BDP-93 คือ

  • เล่นแผ่น Blu-ray (3D, 2D), DVD Video, DVD Audio, VCD, AVCHD, SACD, CD, HDCD, แผ่นภาพ KODAK CD, CD-R/RW, DVD ±R/RW, DVD ± R D2, BD-R/RE
  • เล่นแผ่น Blu-ray (BD) ได้ทั้ง 2D, 3D
  • แปลงภาพจากแผ่น Blu-ray, DVD, หรือแหล่งรายการภาพอะไรก็ได้จาก 2D เป็น 3D โดยปรับความตื้นลึกภาพได้ รวมทั้งมุมมองของภาพ
  • ช่องรับสัญญาณ USB 3 ชุด (หน้า 1, หลัง 2)
  • ถอดสัญญาณภาพได้แทบทุกระบบที่มีใช้กัน (เช่น AVCHD, MP4, AVI MKV, เสียงที่มี WAV, FLAG และอื่นๆ)
  • ปล่อยสัญญาณภาพ1080P 24 กรอบภาพจากแผ่นตรงออกไปได้โดยไม่ผ่านขบวนการใดๆ หรือจะนำแผ่น DVD ปกติมาเขยิบแล้ว ปล่อยเป็น 1080P 24 กรอบก็ได้
  • SOURCE DIRECT MODE ต่อสัญญาณทั้งภาพและเสียงจากแหล่งรายการออกไปตรงๆ โดยไม่ผ่านขบวนการใดๆ
  • Multiple Zoom Mode เลือกปล่อยอัตราส่วนภาพตามแผ่นที่เล่น หรือให้เต็มจอโดยอัตโนมัติ (fit), หรือซูมภาพใหญ่ขึ้นให้เต็มจอโดยภาพไม่บวม (ไม่มีแถบดำ)
  • ดึงขยายภาพแนวตั้ง (Vertical Stretch Mode) เพื่อชดเชยการบีบภาพด้วยเลนส์อนามอฟิกส์ (anamophic) ที่เจาะจงใช้กับจอแบบอัตราส่วน 2.35:1 CIH (Constant Image Heigh) รวมทั้งเลื่อนคำบรรยายสูง-ต่ำได้เหมาะสมกับภาพและจอ (ไม่ตกจอ)
  • ปรับภาพได้หลากหลายไม่ว่าความสว่าง, ความเข้มแสง, ความอิ่มสี, โทนสี หรือการอมสี, ความคมชัด, การลดสัญญาณรบกวน, การเสริมสีและความเข้มแสง (enhanament), เก็บการปรับแต่งไว้ในหน่วยความจำได้ 3 ชุด
  • ระบบเสียงเซอราวด์ Dolby True HD (แปลงเป็น LPCM ออกทาง HDMI หรืออะนาลอก 7.1 ได้; Dolby Digital, Dolby Digital Plus DTS-HD Master Audio (แปลงเป็นอะนาลอกออก 7.1 CH ได้)
  • ช่องเสียงอะนาลอกออก (RCA), กรณีต่อออก 2 CH ก็จะนำ 1 CH มาผสมเป็น 2 CH ออกทางชุดหน้าได้
  • ช่องรับสัญญาณเสียงดิจิตอลออกทั้ง OPTICAL, COAXIAL (เครื่องเล่น Blu-ray หลายๆ ยี่ห้อเริ่มไม่มีช่อง COAXIAL ออกให้มีแต่ HDMI (ภาพ/เสียง) ทำให้ใช้กับรีซีฟเวอร์เซอราวด์รุ่นเก่าๆ ไม่ได้
  • ตัวถังแข็งแรง, ด้านหน้าเป็นอะลูมิเนียมหนาลบมุมสวยงาม, ใส่แผ่นด้านกลางเครื่องเพื่อรักษาสมดุลซ้าย, ขวา
  • ช่องสัญญาณภาพออกแบบ HDMI 2 ชุด (รับ HDMI ได้ 2 ชุด ทั้งภาพและเสียง) สังเกตว่า ไม่มีช่องภาพออกแบบอื่นๆ อีกแล้ว (เพราะ ทุกวันนี้ เราดูจากจอ LCD, PLASMA, มี HDMI IN ทั้งนั้น)
  • รีโมทไร้สายมีไฟส่องที่ทุกปุ่ม (ปรับดัง-ค่อย ไดที่รีโมท กรณีเสียงออกทางช่องอะนาลอก)
  • ภาคจ่ายไฟแบบปรับโวลต์ อัตโนมัติใช้ได้ทั่วโลก
  • ช่องสัญญาณรีโมท IR (สาย) ออกไปพ่วงใช้ควบคุมกับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบ IR IN
  • ช่อง RS 232 เพื่อพ่วงการควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ในมาตรฐานเดียวกัน
  • มี Apps สำหรับใช้เครื่องพกพา (LABTOP) หรือโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมาเป็นรีโมทควบคุม BDP-103 ได้ (ปัจจุบันยังใช้แต่ OS แบบ Android แต่ของ Apple กำลังจะออก)
  • HDMI CEC (HDMI Consumer Electronics Control) เพื่อให้รีโมทตัวเดียวแปลง ร่างควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วยที่ใช้มาตรฐาน HDMI CEC เหมือนกัน
  • DMP และ DMR ทำให้เข้าถึง servers ภาพและเสียงเช่น คอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย NAS (Network storage device) ที่ใช้มาตรฐาน DLNA เดียวกัน (ปัจจุบัน มีทีวีจอแบนหลายยี่ห้อที่ใช้มาตรฐานนี้แล้ว)
  • ระบบประมวลผลภาพ Qdeo โดย Marvell Kyoto-G2H ที่ใช้กันแต่ในเครื่องเล่น Blu-ray ระดับไฮเอนด์แพงๆ (หลายๆ หมื่นบาท) เท่านั้น

maxresdefault

ผลการทดสอบ (ภาพ)

จากเครื่องเล่น BDP-103 ต่อออกสายภาพ HDMI (MONSTER HD 2000 ยาว 1 เมตร) เข้าเครื่องฉายภาพ SAMSUNG A600 (สายไฟ MONSTER 800 พร้อมปลั๊กกรองไฟ PHD กับห่วงรัดผม) ฉายภาพเข้าจอขนาด 78 นิ้ว (ทแยง) (ทำจากกระดาษปูโต๊ะจากญี่ปุ่นที่แสง, สีโอเคเลย) สายเสียงดิจิตอล COAXIAL จาก BDP-103 ไปเข้าตัว DAC ของ NPE ออกสายอะนาลอก FURUKAWA มิว P-1 (ย้อนทิศ) เข้าชุดสเตอริโอ 2.1 SOKEN ST-12 นอนดูห่างประมาณ 3 เมตร สายไฟ AC ของ BDP-103 ไปเข้าเต้าเสียบ CSE รูที่ไม่ผ่านตัวกรอง (สีขาว) ออกสายไฟ FURUKAWA CB-10 (3 เส้น ตามทิศ) หัว WATTGATE ทั้งผู้และเมีย เข้าเต้าเสียบที่กำแพง

มีการแยกสายภายใน BDP-103 เล็กน้อย เท่าที่จะทำได้ ไม่ให้สายไฟภายในจาก-เข้า หม้อแปลงไฟแตะกับตัวถังเครื่อง (ทำง่ายๆ ไม่ยาก)

BP-103 ตั้งการปรับแต่งที่ 0 หมด ที่ตัวฉาย A600 ตั้งหลอดไฟที่หรี่ลง (THEATER MODE) ความคมชัด 3 อื่นๆ ที่ 0 (หรือกลาง, ไม่แต่ง)

จากแผ่น Blu-ray ที่ทดสอบประจำ BDP-103 ให้พลังงานของภาพที่น่าประทับใจมาก อิ่ม, สว่าง ช่วงที่สว่างมากจะไต่ระดับขึ้นไปได้ดี ทำให้ภาพมีความแวววาว (DYNAMIC CONTRAST ดีมาก) บริเวณที่มืดก็ทำได้ดี มีรายละเอียด สีสันสวยสด, ฉ่ำ, สมจริง ไม่รู้สึกว่ามีสีไหนโดด หรือสีเดียวกัน แต่ช่วงไหนโทนโดด สีผิวคนสมจริง สีเงิน, สีทองงสมจริง ให้รายละเอียดดีมาก และอย่างเป็นธรรมชาติดีมากๆ ทำให้ได้มิติของภาพที่ดีเยี่ยม ดูแล้วยังกับดูทีวีจอแก้วอยู่ แทบไม่รู้สึกว่าดูจากการสะท้อนของแสงจากจอออกมาหาเรา แต่เหมือนจอมันเปล่งแสง, ภาพออกมาเอง (illuminated) อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวต่างๆ บางครั้งยังออกกระตุกนิดๆ ซึ่งตาของผมจะไวมาก แต่กับทั่วๆ ไป คงแทบไม่รู้สึกอะไร โดยรวมๆ ถือว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร ที่ชอบมากๆ คือ ภาพจาก BDP-103 ดูเพลินดีมาก มันมีเสน่ห์ และ “ดึงดูด” สูง มันดึงคุณเข้าสู่ตัวหนังได้แทบจะทันทีเลย ยืนยันได้เลยว่า ภาพดีกว่า BDP-83 หรือแม้แต่ BDP-93 เอง

ด้านเสียงจะอิ่ม ดัง หนักแน่นกว่า BDP-83, BDP-93 มีความควบแน่นดีกว่า ความตื่นตัวก็ดีกว่าด้วย ขณะที่ความเป็นธรรมชาติ การสอดใส่อารมณ์ สุ้มเสียง ดีมากพอๆ กัน (อาจดีกว่าเล็กน้อย)

ด้านการแยกมิติเสียง การโยนเสียงหน้า-หลัง เวทีเสียง ความตื้นลึก ความโอ่อ่าของบรรยากาศ BDP-103 ดีกว่า นิ่ง, ชัดกว่า

 166385

ผลการฟังเพลง

ย้าย BDP-103 จากห้องนอนมาห้องเสียง (ไม่มีจอภาพใดๆ ในห้อง) จาก BDP-103 ต่อออกสายเสียง MADRIOAL CZ-Gel 2 เข้า INPUT 5 ของอินทีเกรทแอมป์ Mark Levinson No.383 (100 W.RMS/CH ที่ 8 โอห์ม, 200 W.RMS/CH ที่ 4 โอห์ม เป็นบาลานซ์แอมป์แท้จากเข้าถึงออก) ออกสายลำโพง FURUKAWA S-2 (ตามทิศ) หัว WBT หางปลาเงิน (ด้านแอมป์), บานาน่า (ด้านลำโพง) MONITOR AUDIO BR-5 (เอาหน้ากากออก) เอียงลำโพงปรับให้ได้มิติมีทรวดทรงดีที่สุดเสียงครบที่สุด ลำโพงซ้าย, ขวา ห่างกันประมาณ 2.2 เมตร ห้องฟังประมาณ 3.85 x 9 x 2.2 เมตร กำแพงบุด้วยฟองน้ำเก็บเสียง SONEX (สีขาวจากเยอรมัน) พื้นปูพรม นั่งฟังประมาณ 3.6 เมตรจากลำโพง มีของอื่นเยอะพอควรในห้อง (ไม่ก้องแน่) ไม่มีการใช้รีโมทตอนฟัง CD (นอกจากตอนฟังเสียงหนัง ไม่มีจอ LCD/PLASMA ใดๆ ไม่มี PC, โน้ตบุ๊ก, รีโมท, iPad, โทรศัพท์มือถือ, กล้องดิจิตอล, นาฬิกาข้อมือควอตซ์ สายไฟ AC ของ No.383 ของ CHORD (สีม่วง 7 พันกว่าบาท) มีปลั๊กกรองไฟ PHD เสียบที่กำแพงเคียงคู่ 1 ตัว (อีก 1 ตัว เสียบเคียงคู่ที่สายไฟ AC ของ BDP-103 ที่กำแพง) ระวังไม่ให้สายต่างๆ แตะต้องกัน ยกสายลำโพงสูงหนีพื้นห้อง (ด้วยตั้งกระดาษรีม) เปิดเพลง CD เบิร์นอิน DAC ใน BDP-103 อยู่ 12 ชั่วโมง และก่อนฟังอีก 2 ชั่งโมง ฟังทดสอบ 7 ชั่วโมง เร่งโวลลุ่มที่ No.383 (49.9) ที่ BDP-103 (99)

แผ่นระนาดเอก (ไทลำภู) เพลง 3 เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดี ให้หัวโน้ตได้ชัดดี ทั้งเสียงระนาดและฉิ่ง เสียงฉิ่งพลิ้วระริกใช้ได้ แยกแยะอะไรเป็นอะไรได้ดี ไม่มั่ว ผ่อนคลายแต่ตื่นตัว บทช้าก็ช้า บทเร็วก็เร่งฉับไว เสียงฉิ่งให้จังหวะจะโคน ลูกหยอดลูกเล่นได้ดีอย่างน่าแปลกใจ เพลง 4 ขึ้นต้นเสียงสงัดใช้ได้เลย ตามด้วยเสียงระนาดเป็นเม็ดๆ หลุดลอยได้ไม่เลวเลย สังเกตว่า BDP-103 ให้รายละเอียดหัวโน้ตได้ดีอย่างไม่คิดว่าจะได้จากเครื่องแล่นภาพแบบนี้ เสียงกังวานพอได้ ไม่ถึงขนาดกับแห้งแต่ก็ไม่ขนาดอบอวล เพลง 5 ขึ้นต้อนสงัดพอๆ กับเพลง 4 แต่ละโน้ตให้รายละเอียดได้ดี โทนและน้ำเสียงดี (ฮาร์โมนิกครบดี) เป็นกลางแบบสมจริง ไม่รู้สึกว่ามีเสียงไหนล้ำหน้าหรือจมหาย เพลง 6 เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดีตลอด อยู่ลึกไปหลังเวที ตีแผ่อารมณ์ของผู้ตีระนาดได้ชัดดี (เช่นกัน ผิดจากเครื่องเล่นภาพทั่วๆ ไปที่แทบไม่ต้องหวังจะได้สิ่งนี้เลย)ไล่ลำดับความดังอ่อนแก่ได้ดี จากแต่ละเครื่องดนตรี เพลง 7 เสียงตื่นตัวขึ้นหน่อยอย่างที่เขาบันทึกมาฟังถึงตรงนี้ แทบไม่ต่างจากการฟังเครื่องเล่น CD ดีๆ ระดับ 2-3 หมื่นหลายๆ ยี่ห้อ (แพ้ DENON DAC720AE (18,900 บาท) สัก 10%) เรียกว่า เกินหน้า เกินตาเครื่องเล่นภาพในอดีตที่เคยฟังๆ มา (นอกจาก DVD DENON A10 79,000 บาท) หรือ A1 120,000 บาท) เพลง 8 ขึ้นต้นเสียงตีกลองตะโพนใหญ่ กระหึ่มลงลึกแต่พองามไม่ขนาดมโหฬาร แต่ก็กระชับดีมาก และความกังวานดี เสียงการแบฝ่ามือตบกลองไล่จากขวาไปซ้ายชัดเจนดีทีเดียว ติดตามได้ตลอด ให้เสียงตบกระทบมีรายละเอียดดี เสียงฉิ่งพลิ้วระริกได้ดี เวทีเสียงกว้างเกินพอ ให้ทรวดทรงเสียงระนาด, เสียงกลองได้ดี เพลง 9 เสียงตีรัวระนาดไล่จากซ้ายไปขวาถ่ายทอดกิริยาการตีได้ดีตามรายละเอียดได้ทุกโน้ตที่ตี (แต่ละโน้ต) ขึ้นต้นเพลงก็สงัดดีมาก เพลง 10 ตีระนาดไล่ระนาดเอก, ระนาดทุ้มแยกแยะได้ดี เสียงเป็นเม็ดๆ ดีมาก เสียงกรับเป็นชิ้นเป็นอันดีมากไม่กลืนเป็นเสียงเดียวชิ้นเดียว (เครื่องเล่น CD น้อยเครื่องทีทำได้)

แผ่น RHYTHM BASKET, A Tasket, A Tisket, A Child’s ของ Brent Lewis เสียงตีกลองท่อพวกเพลงเด็ก เพลง 2 เสียงตีกลองไล่จากซ้ายสุดไปขวาไปกลางเวทีให้ทรวดทรงได้ปานกลาง ความกังวานยังไม่โดดเด่น แบบว่าวิ่งจากเสียงตีกระทบเป็นลำไปกลางเวที ยังกังวานแบบฟุ้งทั้งเวที แต่บ่งบอกอากัปกิริยาการตีนี่ใช้ได้เลย ซึ่งพูดตรงๆ ว่า เคยรับรู้แบบนี้ ได้กับตอนฟังเครื่องเล่น CD ระดับเกือบ 700,000 บาท อย่าง SOLUTION และ Mark Levinson รุ่นใหม่เท่านั้น เป็นไปได้ว่า เพราะ OPPO BDP-103 ใช้กลไกการอ่านบูล-เรย์ที่ละเดียดอ่อนมากๆ มาอ่าน CD ที่ง่ายกว่า เพลง 4 ขึ้นต้นเสียงพายวักน้ำชัดเจน ผสมกับเสียงคลื่นใหญ่เล็กสารพัด, กระฉอกแผ่เต็มพื้นน้ำต่อหน้าเรา OPPO BDP-103 ทำได้ดีเกินคาดแม้จะให้การแยกแยะดัง-ค่อย (DYNAMIC CONTRAST) ได้ดี แต่พลังน้ำหนักเสียงโดยรวมยังแค่สอบผ่าน ไม่ขนาดน่าตื่นใจมากนัก (การทิ้งตัวลงบนพื้นของความถี่ต่ำๆ ยังไม่เต็มที่นัก) ปลายแหลมพลิ้วไหวได้ดีมาก (AIRY) เพลง 5 เสียงรถจักรไอน้ำเปิดหวูดมาแต่ไกล ให้เสียงกระเพื่อมของหวูดได้ดีผิดคาด เสียงสั่นรัวระฆังก็ทำได้ดี การโยนเสียงซ้าย, ขวาสมดุล-สมมาตรกันดี มิติเสียงโฟกัส นิ่งดี ไม่แกว่ง เพลง 6 เสียงไก่ขันอยู่ลึกไปหลังเวที โฟกัสได้ค่อนข้างดีทีเดียว เสียงสัตว์อื่นๆ จีบปากจีบคอได้ดี เสียงโดยรวมอยากให้ควบแน่นเข้มหนักอีกหน่อย (SOLID) แต่ต้องทำใจ เครื่องเล่นภาพ 99% ถ้าฟังเสียงอะนาลอกโดยตรงแทบทั้งหมดก็ได้แค่นี้แหละ (ยกเว้นเป็นแสนบาทขึ้นไปจะดีกว่าบ้าง) นาทีที่ 4 ของเพลงนี้ เสียงสัตว์ต่างๆ แห่กันมาเป็นฝูง ห้อมล้อมตัวเราดุจเซอราวด์เลย บ้างมาถึงตัวเรา แยกแยะอะไรเป็นอะไรได้ดีมาก เพลง 7 เสียงม้าวิ่งหอบแฮกๆ มาแต่ไกล OPPO BDP-103 ให้เสียงหอบได้ 6 ครั้ง ตามด้วยเสียงตีกลองท่อวนเหนือลำโพงซ้าย, ขวาได้ดีแต่ไม่ขนาดถึงเพดานห้องได้ (ถ้าแน่สุดเกือบถึงเพดานห้องเลย) เพลง 10 ขึ้นต้นเสียงในฟาร์มตอนเช้าๆ สารพัดเสียง ทั้งเสียงลมพัดเสียงบานหน้าต่าง (หรือบานประตู?) เปิดอ้าออก เสียงน้ำพุเล็กๆ เสียงระฆัง ลม ฯลฯ ซึ่ง OPPO BDP-103 ก็แยกแยะอะไรเป็นอะไรได้ดี น่านับถือทีเดียว เพลงนี้ไว้ทดสอบความเก่งเรื่องการถ่ายทอดเสียงแหลมว่าจะแยกแยะแตกต่างกันไปได้ขนาดไหน OPPO BDP-103 ทำได้ค่อนข้างดี เพลงนี้ฟังๆ ไปบางเสียงจะลอยสูงขึ้นๆ เกือบถึงเพดานห้องได้ ซึ่ง OPPO BDP-103 ก็ทำได้โอเคเลยสูงกว่าตู้ลำโพง (วางพื้น) กว่าเมตรกันเลย เพลง 11 เสียงตีกลองท่อซ้ายที, ขวาที กว้างมาก พูดชัดๆ ว่า OPPO BDP-103 ให้เวทีเสียงได้กว้างอลังการมาก เพลง 12 นอกจากเวทีกว้างยังแผ่หลุดลอยออกมาหาเราได้ดีด้วย แต่ยังไม่เก่งสุดๆ ขนาดทำให้ลำโพงล่องหนหายไป “ตลอดเวลา” มีบ้างบางขณะยังฟังออกว่าเสียงมาจากตัวลำโพง เพลง 14 เรียกว่าสุดยอดการทดสอบทั้งสุ้มเสียง, ความถี่เสียง, การสอดใส่อารมณ์, มิติเสียง, เวทีเสียง

แผ่น The Greatest Alto Female Vol 1 (Top Music) เสียงร้องเพลงจีนหวานๆ ของสุภาพสตรี เพลง 1 เสียงร้องอ้อยอิ่ง จีบปากจีบคอทอดถอน จับอากัปกิริยาได้ตลอด เพลง 2 (อารีรัง…เพลงเกาหลี) แยกแยะเสียงประสานชาย-หญิงได้ดีพอควร ตามด้วยเสียงตีกลองใหญ่ที่เป็นลูกควบแน่น กระชับดีมากๆ อาจไม่มหึมามโหฬารสุดๆ หรือระดับสะท้านห้อง แต่ก็ไม่ขี้ไก่เลย เสียงตีกระทบหน้ากลองชัด หน้ากลองตึงดีไม่หย่อนเบลอ หรือเรียบเป็นกลองแบน หากแต่กลองที่เป็นก้อนใหญ่ๆ ฟังไปท้ายเพลงจะรู้ว่ากลองให้เสียงต่ำที่ลงลึกโอเคเลย เพลง 3 ขึ้นต้นเสียงกีตาร์มีรายละเอียดการดีดกระทบที่ดีอย่างน่าทึ่ง เสียงร้องที่โฟกัส ชัด หลุดลอยกว่าเพลง 1 อย่างเห็นได้ชัด เสียงเปียโนเป็นตัวๆ ดี แยกแยะจากเสียงเกากีตาร์ได้ดี แม้คีย์จะใกล้กัน (โดยเฉพาะช่วงก่อนท้ายเพลงที่มีโอกาสมั่วกันเองได้ง่ายๆ ถ้าไม่แน่จริง) เพลง 4 เสียงร้องปกติจะหลุดลอยมีทรวดทรงดีขึ้นอีก (กว่าเพลง 3, เพลง 1) แต่ OPPO BDP-103 ทำได้แค่พอๆ กับเพลง 3 (ตอนนี้ข้างนอกฝนตกหนัก มิติอาจแย่ลงเพราะตรงนี้…คือ ปกติความเพี้ยนในไฟ AC จะเพิ่มขึ้น 3 – 10 เท่า!) เพลง 5 ขึ้นต้นเสียงปลายแหลมกรุ๊งกริ๊ง OPPO BDP-103 ให้ปลายแหลมที่สดพลิ้ว (AIRY) แต่ยังให้ทรวดทรงของปลายแหลมที่ผอมไปหน่อยพอๆ กันหมด (แต่ไม่แบน) คือยังเก็บเกี่ยวฮาร์โมนิกของปลายแหลมมาได้ไม่ครบหมดดีนัก ให้เสียงเครื่องสายหวาน (ดีด, สี) ทุ้มอิ่มลึกลงพื้นห้องได้พอควรทีเดียว เสียงเขย่าลูกกระพรวนเป็นเม็ดๆ ใช้ได้

แผ่น WOOD ของ Brian Broomberg (ฝนหยุดตกแล้ว) เพลง 1 ให้เสียงเกาดับเบิ้ลเบสที่อวบอิ่มอย่างพองาม ใช้ได้มากเลย ควบแน่น, กระชับเป็นเส้นสาย มีเสียงเกา, รูดสาย ขนาดดับเบิ้ลเบสก็สมจริง ตามด้วยเสียงเปียโนที่สมจริงใช้ได้เลย เสียบฉาบที่สะอาด มีรายละเอียดของหางม้าที่ดี เสียงกวาดหน้ากลองชุด เสียงอาจไม่แผ่ลอยออกมาสุดๆ แต่ก็ไม่จมติดจอแน่ เวทีกว้าง ให้บรรยากาศได้ดี น้องๆ ไปนั่งฟังของจริงได้เลย ปกติเพลงนี้เมื่อฟังกับพวกเครื่องเล่นภาพ มักให้บรรยากาศที่ “ตายทราก” แต่ OPPO BDP-103 กลับให้ได้ระดับเครื่องเล่น CD ขึ้นหิ้งกันเลย

แผ่นโหดๆ อย่าง AYA (Stock Fisch) LC 04910 แผ่นจีน CD ที่ก้อปปี้มาจากแผ่น SACD แผ่นนี้บันทึกความถี่ต่ำมาโหด ทั้งอิ่ม, หนัก, ลึก เวทีเสียงที่อลังการดูว่า OPPO BDP-103 จะรอดไหม (เพลง 3, 4) ซึ่ง OPPO BDP-103 ก็เอาตัวรอดได้ดี เวทีเสียงยังกับน้องๆ เซอราวด์ทุ้มลงลึก อาจไม่หนักมากๆ แต่เกินพอ (พูดง่ายๆ OPPO BDP-103 ยังอ่อนเรื่องกระแทกกระทั้นหนักๆ ไปหน่อย แต่กับเพลงทั่วไปคงพอ แต่กับเพลงโหดๆ อาจไม่สุดๆ รวมทั้งตอนดูหนัง) เพลง 5 เสียงร้องผู้ชายชัดถ้อยชัดคำดี (อาจไม่โฟกัสสุดๆ) แต่ก็พอและนิ่งไม่วอกแวก

แผ่น SACD อัลบั้ม JAIME VALLE ชุด ROUND MIDNIGHT (2 CH) (TOP MUSIC) แผ่น Celine All The Way, Aa Decade Of Song กับอีก 2 – 3 อัลบั้ม

ปกติเครื่องเล่น DVD ที่บอกว่าเล่น CD และ SACD ได้ด้วย เรียนตรงๆ เท่าที่เคยฟังมา (ระดับต่ำกว่า 100,000 บาท) ไม่เคยมีเครื่องไหนจะรอดเลยเมื่อเล่น SACD เสียงจะออกมาฟังแล้วเครียด จนไม่เคยหวังการฟัง SACD จากเครื่องพวกนี้เลย แต่กับ OPPO BDP-103เล่นเอางงเลย! ปรากฏว่าฟัง SACD ก็ออกมาได้อย่างน่าประทับใจมาก (แน่นอนดีกว่าฟัง CD ในอัลบั้มเดียวกันอยู่พอสมควร แต่ไม่ขนาดทิ้งไม่เห็นฝุ่น) หลายแผ่น SACD แค่ฟัง 10 วินาทีแรกก็ต้องเอาแผ่นออกไม่ฟังดีกว่า แต่กับ OPPO BDP-103มันฟังได้เท่าๆ กับที่ฟ้องว่า แม้แต่แผ่น SACD คุณภาพเสียงก็ต่างกันได้มาก ในแต่ละอัลบั้มอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะต่างขนาดนั้น แต่ก็บอกว่า CD ที่บันทึกดีๆ ก็ไม่ได้แพ้แผ่น SACD เลย ป่วยการเสียเงินซื้อแผ่น SACD แพงๆ มาฟัง (SACD จึงแทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว)

แผ่น CD พวกมาสเตอร์โบราณ แต่นำมาปรับปรุงใหม่เท่าที่จะเป็นไปได้ ปกติถ้าเครื่องเล่นไม่แน่จริง ฟังแผ่นพวกนี้จะจืดสนิท ไม่น่าฟังเอาเลย แต่กับ OPPO BDP-103 ถือว่าสอบผ่าน อาจไม่ได้คะแนนเต็ม แต่ก็เอาตัวรอดได้สบาย นั่นเป็นเพราะมันเองถ่ายทอดความเป็นดนตรีได้ดีมากนั่นเอง

กับ USB ต้องขอออกตัวว่าตอนฟัง USB ยกเครื่อง OPPO BDP-103 ลงมาฟังที่ห้องเสียง ไม่มีระบบภาพ, จอภาพใดๆ ทำให้เข้าเมนูฟัง USB ยากมาก(เพราะไม่มีแผนภูมิบนจอให้ทราบ บนหน้าปัดก็ไม่ได้ช่วยอะไร) สู้พยายาม “เล่นแบบเดาๆ ประมาณๆ” จนฟัง Thumb Drive USB รวมเพลงสุเทพ วงศ์คำแหง (กรุงไทย) ได้ (189 บาท) ปรากฏว่า เสียงออกมาค่อนข้างดีมาก เวทีกว้างมาก, ลอย อลังการ (ตามมาสเตอร์ต่างๆ ที่เอามารวมกัน) มีความเป็นดนตรีสูง เสียงเกลี้ยง รายละเอียดดี ทรวดทรงไม่เลวเลย พูดง่ายๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละมาสเตอร์ บางมาสเตอร์บันทึกซ้าย-ขวา เฟสเหลื่อมกันก็ 3-4 เพลง) ฟังแค่นี้ก็พอจับได้ว่า เสียงจาก USB โอเคมากๆ เลย (ได้ลอง USB/SD อ้างอิงที่ใช้ประจำ ปรากฏว่า “เล่นแบบเดา” อยู่ 20 นาที ก็ยังเข้าฟังไม่ได้เลยยุติ เอาแค่นี้แหละ

ฟังเสียงภาพยนตร์แบบ 2 CH ปกติแผ่น VCD เรื่อง FINDING NEMO, แผ่นเรื่อง มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟ.เอ็ม, DVD เรื่อง หวีด 2 (SCARY MOVIE 2), แผ่น Blu-ray เรื่อง PROMETHEUS และ AATAR ทั้งหมดฟังพากษ์ไทย (เพื่อจับประเด็นวิญญาณเสียงพูด) (กดที่ OPPO BDP-103 ไประบบเสียง LT, RT) ทั้งหมดให้เวทีเสียง, บรรยากาศที่กว้างสุดๆ โอบมาถึงด้านหลังเรา เหมือนกำลังฟังชุดเซอราวด์เลย (ขนาดหนังไทยก็ได้เช่นกัน) แต่ทั้งหมดต้องเร่งโวลลุ่มที่ Mark Levinson เกือบสุด คือ 53.1-55.1 จากสูงสุด 60 ปกติฟัง CD จะเร่งแค่ 47.1-49.1 (ที่ OPPO BDP-103 เร่ง 99 จาก 100) เร่งกันขนาดนี้ก็ยังถือว่าค่อยไปหน่อย และอยากให้เสียงเข้มข้น กระแทกกว่านี้อีก (impact) อย่างไรก็ตาม ทุ้มก็มหึมา กลางชัด แหลมครบ และสอดใส่น้ำเสียง, วิญญาณ, อารมณ์ ในเสียงพูดได้แบบเหลือกินจนน่ากลัวเลย! (จริงๆ แล้วฟัง SACD ก็ค่อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับ CD แต่ก็ยังดังหว่าดูหนังพอควร)

ตรงนี้คงโทษ OPPO BDP-103 ไม่ได้ เพราะเครื่องลักษณะนี้ ราคาขนาดนี้ (ตั้งแต่ 3-4 หมื่นลงมา) เกือบทั้งหมด สัญญาณอะนาลอกออกมักอ่อนมากอย่างนี้ เพราะเขามัวแต่เล็งให้เราฟัง โดยต่อออกสายดิจิตอลไปเข้า AV แอมป์ มากกว่าใช้ DAC ในตัวเครื่องเล่นเอาเอง ยิ่งถ้าลำโพงกินวัตต์ (ความไวตั้งแต่ 86 dB SPL/W/M ลงมา) ยิ่งจบข่าว

ขอแนะนำว่า ถ้าจะฟังเสียงอะนาลอกจาก OPPO BDP-103 ในกรณีฟัง SACD หรือดูหนัง ควรอย่างยิ่งที่จะหาปรีมาซ้อนคั่นระหว่างเครื่องเล่นกับปรีแอมป์เดิม (ไม่ว่าเป็นอินทีเกรทแอมป์ 2 CH หรือปรี, เพาเวอร์แยกชิ้นก็ตาม) (ลองดูของ PHD DUAL MONO เชื่อว่าจะทำให้การฟัง CD, SACD, ดูหนังดีขึ้นเป็น 100% ได้เลย (อย่างที่ทดสอบปรีตัวนี้มาแล้ว!)

หมายเหตุ

ได้ลองเอาผ้าดำหนาๆ ปิดที่ช่อง USB, HDMI ด้านหน้าของ BDP-103 ปรากฏว่า เสียงเข้มแข็งขึ้น 7-8% หลุดกระเด็นลอยออกมาดีขึ้น 7% ช่องว่างภายในเวทีเสียงเกลี้ยงสะอาดขึ้น 8% โดยรวมๆ น่าฟังขึ้น (แล้วช่อง USB, HDMI IN ด้านหลังละ!)

image

สรุป

ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมนิตยสาร HOME CINEMA CHOICE เล่มที่ 215 ของอังกฤษ ฉบับเดือนธันวาคม จึงให้ BDP-103 เป็น KING OF HD ได้ 5 ดาวเต็มทุกแง่มุมเลย

จริงๆ มันก็ควรเป็นเช่นนั้น พิจารณาจากสารพัดฟังก์ชั่นจริงๆ ที่มันเล่นได้ เชื่อมต่อได้ผนวกกับคุณภาพของภาพและเสียงระดับไฮเอนด์ การผลิต, ประกอบระดับ WORLD CLASS ราคาที่ขายแค่ 20,000 บาท ยังนึกไม่ออกว่าทาง OPPO จะเหลือกำไร หรือทางผู้นำเข้าบ้านเราจะเหลือกำไรกันกี่สตางค์ คงไม่เกินเลยถ้าจะยกให้มันเป็น BEST BUY AV EQUIPMENT OF THE YEAR 2012

  ขอขอบคุณ บริษัท โซเคน อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร.0-2417-0808 ที่เอื้อเฟื้อเครื่องเล่นมาให้ทดสอบในครั้งนี้