Test: OPPO BDP-103 (D) (ตอนจบ)

Test: OPPO BDP-103 (D) (ตอนจบ)

(เสียงไฮเอนด์ คุณก็ทำได้!)

ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

OPPO-BDP-103D_02

            BDP-103 (D) เป็นเครื่องเล่น Blu-ray/DVD/CD/VCD/USB/MP3/SACD/HDCD เรียกว่า อเนกประสงค์ (UNIVERSAL) รุ่นล่าสุดของ OPPO ที่มาแทนรุ่นก่อนหน้านี้ ไม่มี (D) “D” คือ DARBEE เป็นวงจรประมวลผลภาพรุ่นใหม่ล่าสุดแทน Q-VDO เดิม ซึ่งให้การปรับแต่งปรุงภาพได้ดีมากๆ ซึ่งผมได้ทดสอบ BDP-103 (D) ไปแล้วใน What Hi-Fi? ฉบับที่ 338 ประจำเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว (2556)

ในฉบับนี้ผมจะเล่าทีเด็ดบางอย่างให้ฟัง ห้ามกะพริบตาเด็ดขาด เนื่อจากเครื่องเล่น Blu-ray ดีๆ ส่วนใหญ่ตัวมอเตอร์จะหมุนแรงเอาเรื่อง เนื่องจากแผ่นวิ่งที่ความเร็วสูงมาก ทำให้ตัวเครื่องมีการสั่นมากพอสมควรทีเดียว ผมก็มาคิดว่า ปกติเท่าที่ฟังทดสอบเสียง CD จาก 103 (D) ก็ถือว่าสอบผ่าน ไม่ถึงกับโอ้โห แต่รับรองว่าหูไฮเอนด์ยอมรับได้สบายก็แล้วกัน เกือบไม่แพ้เครื่องเล่น CD ค่ายยุโรปบางยี่ห้อที่ราคาสามหมื่นกว่าบาท

ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมจึงจัดการตัดแยกสายต่างๆ ในเครื่องที่ถูกมัดรวมกระจุกกันอยู่ แยกคลี่ออกให้แตะกันน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายแพก็พยายามดัดโค้งไม่ให้งอหักศอก ยกสายเหนือพื้นเครื่องเท่าที่ทำได้

จากนั้นนำแผ่นฟอยด์/ยาง (กาวในตัว) ยี่ห้อ ACUMAT ของอเมริกา (ซื้อที่ร้านติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ มาตัดเป็นแผ่นปะที่ใต้เครื่อง 2 ชั้น) จากเวลาเคาะแล้วดังป๋องๆ กลายเป็นป๊อกๆ (ทึบขึ้นก้องน้อยลงมาก)

  • ปะที่ด้านบนของกล่องกลไกเล่นแผ่น 2 ชั้น
  • ปะที่ข้างๆ กล่องกลไกเล่นแผ่น
  • ปะที่ผนังด้านข้างเครื่อง (ภายใน) 2 – 3 ช่วง (ซ้าย, ขวา)
  • ปะที่พื้นเครื่องบริเวณที่โล่ง ไม่ตรงกับใต้แผงวงจร
  • ปะที่ผนังหลังเครื่อง (ภายใน) แถวๆ ช่องสัญญาณออก
  • ปะที่ใต้ฝาครอบบน (ภายใน) บริเวณช่วงกลางๆ ยาวตลอดแนวทาง แนวเดียวกับกล่องกลไก

หมดแผ่นปะไปครึ่งแผ่นใหญ่ คิดเป็นเงินก็ประมาณ 800 บาท (เรียนให้ทราบก่อนว่า ปะง่ายๆ ใช้กรรไกรตัดแผ่นได้มีกาวในตัว)

BDP-103D^4^635527713418420508

ผลการฟัง

ผมต่อสายเสียงอะนาลอก MADRIGAL CZ-GEL 2 (หัว RCA) จาก OPPO 103 (D) ออกจากช่องเสียงซ้าย, ขวา ไปเข้าอินทีเกรทแอมป์ MARK LVINSON No.383 (INPUT 5) กำลังขับ 100 W.RMS/CH ที่ 8 โอห์ม (200 W.RMS/CH ที่ 4 โอห์ม) เป็นบาลานท์แอมป์แท้เข้าถึงออกไปสายลำโพง FURUKAWA S-2 แยก 2 ชุด อิสระ หัว WBT หางปลา (เงิน) ด้านแอมป์, WBT บานาน่าล็อคได้ด้านลำโพง เข้าลำโพง MONITOR AUDIO BR-5 (3 ทางวางพื้น) เอาหน้ากากออก เอียงลำโพง (TOE IN) ขยับ-ฟัง ทีละนิดจนได้ทั้งเสียงครบ และทรวดทรงมิติเสียงดีที่สุด ยกสายลำโพงสูงหนีพื้นห้อง (ปูน + พรม) ด้วยตั้งกระดาษพิมพ์ดีดใหม่เอี่ยม 2 ตั้งสูง 1 คืบ และอีก 1 ตั้งแยกสาย S-2 ที่เข้าดอกแหลมกับเข้าดอกทุ้มออกจากกัน ไม่ให้แตะกัน (นี่คือเหตุผลที่ห้ามใช้สายลำโพงแบบไบ-ไวร์สำเร็จรูป เพราะสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจะตีกวนกันเอง)

ลำโพงซ้าย, ขวาห่างกันประมาณ 2 เมตร ห่างจากจุดนั่งฟังประมาณ 3.6 เมตร ห้องฟังขนาด 3.85 x 9 x 2.2 เมตร ผนังเป็นฟองน้ำเก็บเสียง SONEX (สีขาว, จากเยอรมัน) พื้นปูพรม มีของพอควรในห้อง ไม่ก้อง

แผงไฟก่อนเข้าห้องฟังมีปลั๊กกรองไฟ PHD 2 เสียบอยู่ 2 ตัว ในห้องมีกล่องตัวอย่างเม็ดผลึก CRYSTAL POWER PACK วางกลางห้อง 1 กล่อง, ด้านหลังที่นั่งฟัง 1 กล่อง, ซ้าย 1, ขวา 1 ทุกกล่องได้หมุนไปมาหาทิศที่ให้เสียงโฟกัสดีที่สุด กล่องพวกนี้ไว้ดูดซับคลื่นความถี่สูง (RF) รอบตัวเรา (ที่เกิดจากคลื่นวิทยุ AM/FM/TV/CABLE/WiFi เกือบ 10 สปอร์ท/คลื่นโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ) ไม่มีการใช้รีโมทใดๆ นอกจากของ OPPO 103 (D) เอง เอาฟองน้ำเก็บเสียงปะปิดรูรับ USB, MHL ด้านหน้าเครื่อง ขณะฟังเอาแผ่นเคฟล่ากลมทับบนแผ่น CD ในช่องใส่แผ่นอีกที (แผ่นนี้ราคา 1,000 บาท ได้ผลดีจริง) ไม่มีโทรศัพท์มือถือ, รีโมทอื่นๆ, PC/โน้ตบุ๊คในห้อง ไม่มีจอ LCD, PLASMA

ผมถอดนาฬิกาข้อมือ, โทรศัพท์มือถือ, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, บัตร ATM/เครดิตการ์ด/บัตรห้างต่างๆ ในกระเป๋าเสื้อ เอาไปวางนอกห้องหมด รวมทั้งสร้อยคอ, พวงกุญแจบ้าน ทั้งหมดมีผลทั้งสิ้น

มีก้อนผลึกอะมิทิสขนาด 4 กำมือ อยู่บนโต๊ะไม่ไกลจาก 103 (D), อีก 1 ก้อน 1 กำมืออยู่ข้างขวาผมที่พื้น

BDP-103D-banner3-1024x636

 

ผลการฟัง

ผมได้ลองกับแผ่น CD ที่คุ้นหู และใช้ทดสอบประจำไม่ว่าแผ่นระนาดเอก (ไทลำภู), แผ่น RHYTHM BASKET, A Tasket, A Tisket, A Child’s ของ Brent Lewis

แผ่น The Greatest Alto Female (Top Music), แผ่น AYA, แผ่นเพลงไทยอีก 3 – 4 แผ่น, แผ่นจีน, ฝรั่งอีก 2 – 3 แผ่น

Darbee-1

ผลที่ได้

สุ้มเสียง, มิติเสียง, เวทีเสียง, บรรยากาศ ดีกว่า 103 (D) ปกติเดิมแบบว่าคนละเรื่องเลย

เวทีเสียงโอ่อ่าอลังการงานสร้างจริงๆ เปิดกว้างออกไปทุกทิศทาง ทั้งด้านกว้าง (ที่โอบมาซ้าย, ขวา) มากขึ้น, ด้านลึกไปหลังเวทีดีขึ้น, ด้านหลังเราดีขึ้น! สูง-ต่ำดีขึ้น พูดดง่ายๆ ว่าเหมือนเราจมอยู่ในสนามเสียง บรรยากาศห่อหุ้มตัวเรา ไม่ใช่แค่อยู่ด้านหน้าเรา (ตอนเอามาฟังเสียงหนังจากจอ LCD 23 นิ้ว TOSHIBA ใช้เสียงจาก TV นั่นแหละ เชื่อไหมว่าเสียงกว้าง, โอ่อ่า กระจายรอบตัวเรา ยังกับระบบเสียงรอบทิศทางได้เลย…จากลำโพงจิ๋วคู่เดียวของจอ LCD นั้น) (ปล่อยเสียงออกจาก 103 (D) ไปเข้าจอทางสาย HDMI) ถึงตรงนี้บรรยากาศ เวทีเสียง กินรุ่นที่ 105 ที่ยังไม่ได้ปะกันสะเทือน (แต่จัดสายภายในแล้ว)

ในด้านสุ้มเสียงก็เช่นกัน ดีกว่าเดิมปกติมาก (เป็น 100%!) คิดดูว่า เหมือนได้ยินเสียงนักร้องขมุบขมิบปากก่อนปล่อยเสียงร้องออกมาได้ก็แล้วกัน! หัวเสียง, หัวโน้ตมีน้ำหนักดีขึ้นมาก, ชัดเจน ตอกย้ำ ทำให้ฟังมันส์ เร้าอารมณ์ ดึงดูดได้อย่างเหลือเชื่อ

บุคลิกเสียงทั้งหมดจะออกไปทางควบแน่น อบอุ่นนิดๆ ไม่สว่างสดมากนัก (คือไปทาง Warmth มากกว่า Bright) แต่ก็ไม่ทึบ หรือคลุมเครือ พูดง่ายๆ ว่า ไม่รู้สึกกำลังฟัง CD จากเครื่องเล่นภาพ (Blu-ray) เลย อยากจะบอกว่า ผมเคยทดสอบเครื่องเล่น CD ญี่ปุ่น ยี่ห้อดังระดับโลก ราคาบ้านเราประมาณ 130,000 บาท ผมยังชอบ OPPO 103 (D) (ปะแผ่น) มากกว่า หรือกับเครื่องเล่น CD ฝรั่ง (ทำในจีน) ราคาแสนกว่าๆ ผมว่า 103 (D) น่าฟังกว่าจมเลย ว่าไปแล้ว ผมฟัง CD จาก 103 (D) แปะแผ่นอยู่ 2 – 3 วัน อดไม่ได้ที่จะบอกตัวเองว่า แล้วอย่างนี้เราจะไปเล่นเครื่อง CD แสน หรือสองแสนบาทกันทำไม! (เสียง CD ดีกว่าฟังจาก OPPO BDP-105 (แค่แยกสาย, ไม่ปะแผ่น) มาก ก็เลยน่าคิดว่า ถ้าเราเอา 105 มาปะแผ่นบ้าน จะเกิดอะไรขึ้น แค่คิดก็ใจสั่นแล้ว เพราะจริงๆ แล้ว วงจร DAC, วงจรเสียงของ 105 ยิ่งดีกว่า 103 (D) มาก!)

 blu_ray_player_oppo_bdp_103d_bild_1401191221

สรุป

ลงทุนแค่ 24,000 บาท + ค่าปะแผ่น 800 บาท เป็น 24,800 บาท ได้เครื่องเล่นภาพระดับมหากาฬ (ที่นิตยสารต่างประเทศ 3 – 4 เล่มยกให้เป็น KING OF THE HD) แถมเสียง CD ระดับไฮเอนด์ต้องหลบ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว

 

สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ www.oppoth.com