Test: NAD VISO HP50 HEADPHONE

Test: NAD VISO HP50 HEADPHONE

รื่นหูฟังเพลิน

ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

img.php3_

             หูฟัง NAD VISO HP50 เป็นหูฟังแบบครอบใบหู ผู้ออกแบบคุยว่าจะให้เวทีเสียง (น้องๆ) เหมือนฟังจากลำโพงทีเดียว

HP-50 ใช้ตัวกำเนิดเสียงแบบ Dynamic ปกติตัว Diagram ขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ได้ 20 Hz~20,000 Hz (+/- 1.5 dB หรือ -3 dB ที่ 15 Hz) ความเพี้ยน THD ต่ำกว่า 0.25% รับกำลังขับได้สูงสุด 30 mW. ความต้านทาน 32 โอห์ม

ในชุดจะให้สายต่อมา 2 ชุด ชุดหนึ่งมีตัวควบคุมดังและค่อย หยุดชั่วคราว, เล่น, ข้ามย้อน, ข้ามไปสำหรับ iphone, ipad รุ่นตั้งแต่ 3 GS มา มีไมโครโฟนมาด้วย ไว้รับโทรศัพท์ได้ อีกชุดสายอย่างเดียว ทั้ง 2 ชุดเป็นหัวเสียบมินิ 3.5 มม. ให้ หาอะแดปเตอร์สำหรับ phone แจ๊คมาด้วย พร้อมตัวเสียบสำหรับฟังในเรือบิน (2 ขา) เสียบได้ 2 รูที่ตัวหูฟังซ้าย 1 รู, ขวา 1 รู เลือกเอาได้

 nad-viso-hp50-headphone-12

ผลการทดสอบ

แน่นอนว่าปัจจุบันหูฟังเกือบทั้งหมดถูกใช้ในการฟังเครื่องเสียงพกพา ผมจึงตัดสินใจทดสอบหูฟัง NAD กับเครื่องเสียงพกพาเป็น Sony ICD LX-30 ซึ่งผมใช้อ้างอิงในพักหลังๆ มานี้ ด้วยเหตุผลดังนี้

  1. มันไม่มีภาครับวิทยุที่จะมาป่วนคุณภาพเสียง
  2. ใช้ถ่านขนาด 3 A (AAA) ถึง 2 ก้อน ทำให้ผมสามารถเลือกยี่ห้อถ่านที่ให้เสียงดีที่สุดได้ ผมลองอยู่ 3-4 ยี่ห้อรวมเกือบ 10 รุ่นในที่สุดเลือกDuracell รุ่นสีทองแดง/ดำ เป็นอัลคาไลน์ให้เสียงเข้าท่าที่สุด (กับเครื่องเล่น sony รุ่นนี้) การใช้ถ่านใส่แทนถ่านชาร์จในตัวเสียงจะดีกว่า
  3. สามารถเสียบการ์ด SD ได้โดยตรง (ใช้ได้ถึง SDHC 4 GB)
  4. ไม่มีฟังก์ชั่นแต่งสุ้มเสียงใดๆ เสียงจึงลัดตรงบริสุทธิ์ที่สุด
  5. ผมแยกสายภายในเครื่องไว้แล้ว เสียง, มิติดีขึ้น

สำหรับ SD การ์ดเพลงที่นำมาเปิดฟัง กล้าพูดได้ว่า บันทึกมาระดับเทพ ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วในรูป mp3 โดยเหตุผล

  1. ใช้ SD การ์ดความจุไม่สูงนักแค่ 2 GB
  2. SD การ์ดยี่ห้อ Sandisk ซึ่งถือว่าให้เสียง, มิติดีที่สุดในยี่ห้อ SD การ์ดด้วยกัน
  3. บันทึก MP3 ก็จริงแต่เลือกการย่นย่อสัญญาณน้อยที่สุด (328 kbps) และบันทึกความเร็ว 1:1
  4. เครื่องเล่น CD ที่เล่นแผ่นมาถ่ายบันทึกใช้ระดับไฮเอนด์ T+A D10 (หลอดล้วน) ของเยอรมัน ราคาสามแสนกว่าบาท
  5. สายดิจิตอลคุณภาพสูงที่ผมใช้อ้างอิงตลอดมา (ทั้งการทดสอบ DAC และโฮมเธียเตอร์) (ฟังทดสอบทิศทางหัว-ท้าย)
  6. เครื่องบันทึกลงการ์ด SD เป็นของ Denon Professional (ลืมรุ่นไปแล้วครับ) ราคา 70,000 บาท ผมแยกสายภายในนับสิบเส้น, ฟังทดสอบทิศทางเส้นฟิวส์ภายในเกือบ 10 ตัว (ทำแล้ว เสียงดีกว่าเดิม 100 %!) เรื่องจะใช้ PC หรือ โน้ตบุ๊คมาก๊อบปี้ลงการ์ด ไม่ต้องพูดถึงอย่างเก่งได้คุณภาพเสียงการ์ดแค่ 30% ของแผ่น CD แต่ของผมได้ถึง 95% ของแผ่นเลย!
  7. ทุกเพลง (ทุกแผ่น) จะเอาขนาดผลึกอะมิทิสขนาดหัวแม่มือวางบนเครื่องเล่น CD (ตรงฝาปิดใส่แผ่นด้านบน) แล้วหมุนเอียงองศาจนได้เสียง-มิติ ดีที่สุด
  8. ฟังทดสอบทิศทางขาปลั๊กไฟ AC ทุกเครื่อง จึงไม่ต้องสงสัยคุณภาพของการ์ด SD ที่ผมใช้ฟังอ้างอิงนี้

 

img.ph6p-1050x700

ผลการฟัง

ผมไปนั่งฟังที่ร้านกาแฟ Starbuck (อุดหนุนกาแฟเขาร้อยกว่าบาท แล้วนั่งฟังอยู่สองชั่วโมงครึ่ง หูฟังตัวนี้คุณอธิวัฒน์ ผจก. ที่โคไนซ์ได้นำไปเบิร์นอินใช้พอควรแล้ว)

SD การ์ดเพลงของผมบันทึกมาเกือบ 10 อัลบั้มเพลง (คัดเพลงไม่ใช่ใส่เต็มทั้งอัลบั้ม) รวมเวลาบันทึก (และใช้บันทึก) 7 ชั่วโมง! ทุกสไตล์เพลงทั้งบรรเลง, ร้อง, ไทย, จีน, ฝรั่ง จากแผ่น CD ที่ผมใช้ทดสอบเครื่องเสียงหลายแผ่น เช่น

ระนาดเอก (ไทลำภู) Rhythm basket, A Tasket, A Tisket, A child’s (Brent lewis), The Greatest Alto female Vol. 1 (top music), ริมน้ำคืนหนึ่ง (inspiration) ฯลฯ

 

ฟังครั้งแรกยังไม่ค่อยประทับใจเสียงออกเรียวๆ ไม่อ้วนท้วน (Body ผอม) ขาดรายละเอียดหยุมหยิม (low level detail) หัวโน้ตด้านๆ คลุมเครือไม่มีเสียงผิว (Transient Detail ไม่มี) เสียงทุ้มห้วนๆ เหมือนลงลึกได้แค่ 100 Hz ทรวดทรงเสียงออกแบนๆ ปลายแหลมสุดน่าจะไปได้ถึง 18 kHz สบายๆ คือมีปลายแหลม แต่เสียงกลางออกทึบ ปลายแหลมจึงเหมือนถูกเน้น สรุปคือ โอเค เสียงฟังได้ ลีลา อากัปกิริยาดี ไม่สาก, บาดหู ฟังเพลิน

 

จากนั้น…. ผมนึกถึงประสบการณ์ตอนทดสอบลำโพงบ้าน EPOSE ELAN10 (ดูทดสอบในเล่มนี้) จึงดึงปึกนามบัตร, บัตรเครดิต, บัตรประจำตัว, บัตร ATM ที่ตุงในกระเป๋าเสื้อออก แล้วฟังดูใหม่

โอ้ลาล้า… เอาอีกแล้ว เสียงดีขึ้นทันที รายละเอียดหยุมหยิมของหัวโน้ต หัวเสียงร้องมาทันที แยกแยะออกระหว่าง เสียง , เสียง , เสียง กับ เสียงผิวของสายไวโอลิน เสียงนิ้วเกาดับเบิ้ลเบสเสียงสากของหน้ากลอง

ขณะเดียวกันเหมือนปลายแหลมไปได้สูงขึ้นเป็น 22 kHz สบายๆ ทำให้เสียงทั้งหมดเปิดโปร่งขึ้นพูดง่ายๆ ว่า Transient Detail ดีขึ้น ถึง 25% ซึ่งถือว่ามหาศาล ขณะเดียวกันเวทีเสียงด้านลึกก็ดีขึ้น (ด้านกว้างแต่เดิมก็ดีอยู่แล้ว) เสียงทุ้มดีขึ้นหน่อย

ขั้นต่อไป ผมดึงโทรศัพท์มือถือกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลออกจากเอว เอาทั้งหมด(ปึกนามบัตร, มือถือ, กล้อง) ใส่ไว้ในกระเป๋าหิ้วที่วางห่างออกไปศอกกว่า คราวนี้มิติมีทรวดทรงขึ้น แบนน้อยลง โฟกัสดีขึ้น เวทีลึกขึ้น ทุ้ม อิ่ม แน่น ลงลึกขึ้นมาก (ตอนนี้น่าจะลงได้ลึกถึง 30 Hz แล้ว)

nad-viso

ลองเอา “ทุกอย่าง” มาติดตัวเหมือนเดิม โอ้…พระเจ้า หนังคนละม้วนเลย กำลังลองๆ อยู่ มีหนุ่มรูปหล่อกำยำมานั่งโต๊ะใกล้ๆ ควักโทรศัพท์มือถือออกมากดโน่นนี่ไม่หยุด ทำให้คุณภาพเสียง, มิติแย่ลงนิดหนึ่ง (อาจเนื่องเพราะนั่งห่างออกไปร่วม 2 ศอก) ถึงตรงนี้คงพอประเมินคุณภาพเสียงของ HP50 ได้ดังนี้

  1. เสียงกลมกล่อมจีบปากจีบคอสอดใส่วิญญาณดนตรีได้ดีเอามากๆ ลำโพงระดับหลายๆ หมื่นบาทบางคู่สู้ไม่ได้
  2. ความกังวานดีเอามากๆ ทั้งของชิ้นดนตรีนั้นๆ เอง และของทั้งวงแถมแยกแยะได้ดีไม่มั่วฟุ้ง
  3. ทุ้มลงได้ลึกเกินพอ แม้จะไม่เป็นลูกๆ ตูมตาม แต่ฟังนานๆ จะสบายหูกว่า บทตีกลองใหญ่ก็มหึมา (คงเป็น Resonance ของตัว driver) ความอิ่มของทุ้มถ้ามากขึ้นอีกสัก 20% จะดีมากๆ จะทำให้ฮาร์โมนิกของทุกเสียงตลอดช่วงความถี่ดีขึ้น
  4. ปลายแหลมไปได้ถึง 22 kHz แน่ๆ แต่คงไม่กว่านั้น เสียงยังไม่เปิดโปร่งทะลุสุดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับขุ่นทึบแน่ๆ คือโปร่งพอเพียง
  5. ทรวดทรงจะดีแถวๆ ความถี่กลางๆ 900 Hz~14,000 Hz ที่ความถี่สูงกว่านี้ (แหลมปลายๆ) จะเริ่มออกแบบ, ว๊อกแว๊กบ้าง
  6. สวิงเสียงได้ดี ช่วงโหนดังไม่ส่ออาการเครียด, สาก, จัดจ้าน, (Distortion) เหมือนว่าตัวส่งเสียง (Driver) รับการสวิงเสียงได้มากเกินพอเลย
  7. ถ้าฟังดีๆ อย่างจับผิดจะสังเกตได้ว่าที่ปลายแหลม 14 kHz ขึ้นไป เสียงด้านซ้ายจะชัด เป็นตัวตนกว่าด้านขวา เป็นไปได้ว่าสายเสียบด้านซ้ายเดินถูกทิศ ด้านขวาย้อนทิศ (ผมใช้สายเสียบชุดที่ไม่มีตัวบังคับบนสาย ตรวจสอบซ้าย, ขวาถูกต้อง ลองเสียงสลับหัวท้ายปรากฏว่า เสียงแทบไม่ต่างกันเลย (ได้ 99%) ซึ่งน่าแปลก ปกติจะต่างกันอย่างฟังออก (ผมเสียบที่หูฟังด้านซ้าย ซึ่งเสียงเหมือนเสียบหูด้านขวาเป๊ะ หัวเสียบที่งอตั้งฉากอยู่ที่เครื่อง sony (ดูเหมือนมิติคมขึ้นนิดหนึ่งสัก 4 % )

แต่กรณีข้อที่ 7 นี้สำหรับหูชาวบ้านก็คงไม่รู้สึกอะไรนัก

อย่างไรก็ตามขอขอบคุณที่ NAD ทำสายมาให้เสียบ-ถอดได้ ทำให้เราสามารถทำสายดีๆ เองได้ทีหลัง

9PCsdRV

 

สรุป

ภายใต้เงื่อนไขที่ระมัดระวังดังที่ผมทำ (ตัด 3 อย่าง) หูฟัง NAD HP50 ถือว่าน่าฟัง และฟังเพลินดีมากคู่หนึ่ง มีความเป็นดนตรีสูง มันอาจไม่ใช่ระดับมอนิเตอร์ราคาเป็นหมื่นๆ บาท แต่มั่นใจได้ว่า จะไม่ทำให้ใครผิดหวังได้ (NAD HP50 ราคา 7,600 บาท)

 

ขอขอบคุณ บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด โทร. 0-2276-9644 ที่เอื้อเฟื้อเครื่องมาให้ทดสอบในครั้งนี้