Test: Monster : Indoor / Outdoor Speakers

Test: Monster : Indoor / Outdoor Speakers

การุณชาติ พุกกะเวส

12

มันจำเป็นด้วยหรือที่ลำโพงจะต้องยึดตายอยู่กับที่ ห้ามเคลื่อนย้าย ห้ามขยับ…

ทำไมเราต้องมีลำโพงแค่ในบ้าน แค่ในรถ….

จะดีไหมที่คุณหรือใครสามารถพกลำโพงไปได้ทุกที่….

หากยังจำกันได้เมื่อยุควันวาน กลุ่มวัยรุ่นมักชอบแบบชุดเครื่องเสียงที่เรียกกันว่ากระเป๋าแบก คือ มีเครื่องเล่นเทปหรือซีดีพร้อมลำโพงในตัว จับทั้งเครื่องพาดบ่าแล้วเดินไปทุกที่ พอได้ที่ที่เหมาะสม พวกเขาก็วางวิทยุกระเป๋าแบกลงกับพื้นหรือโต๊ะอะไรที่สะดวก แล้วเปิดเพลงดังสนั่น จากนั้นบางคนก็จะเต้นตามเพลง ยึกยักไปมา…

ในยุคนี้ไม่มีใครทำแบบนั้นกันแล้ว ด้วยสมาร์ทโฟนคู่กาย พวกเขามีคลังเพลงมากมาย หลากหลายชนิดไฟล์ ไล่ตั้งแต่วิทยุ MP3 ไปจน Hi-Res ซึ่งแหล่งโปรแกรมไม่ใช่ปัญหา….แต่ปัญหาคือ ลำโพง สมัยที่เป็นวิทยุกระเป๋าแบกทั้งหมดมาเป็นเครื่องเดียวกัน จึงต้องแบกทั้งหมดไปด้วยกัน แต่มายุคนี้จะให้แบกทั้งหมดให้หนักทำไม?

นั่นทำให้นวัตกรรมลำโพงอเนกประสงค์ถือว่ากำลังถูกจับตามอง….นับจากนี้จะมีการผลิตลำโพงแยกออกมาเพื่อตอบโจทย์ โดยซิงค์สัญญาณผ่านระบบต่างๆ เช่น บูลทูธ จึงไม่จำเป็นต้องต่อสาย ต้องเสียบปลั๊กใดๆ เพิ่มมากขึ้น

พักเรื่องหูฟังไว้ก่อน เพราะงานนี้ต้องการเฮฮาในกลุ่มเพื่อน 5-20 คน ได้ยินเสียงเพลงไปพร้อมๆ กันไม่ใช่ฟังสนุกอยู่คนเดียว..

ส่วนเรื่องการดีไซน์หลายคนก็อาจจะผ่านตามาบ้าง แต่เชื่อว่า ลำโพงตัวนี้จะไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนนั่นคือ Monster ชื่อรุ่นจากโรงงานคือ BTW248XBK ถ้าใช้รหัสรุ่นแบบนี้คงสับสน จำยากน่าดู ในตลาดจะเรียกว่า Monster : Indoor / Outdoor Speakers ไอเดียจากมันสมองของ Mr. Noel Lee กับช่วงเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา

ดีไซน์กิ๊บเก๋ ใช้งานง่ายแค่สตรีมเพลงในสมาร์ทโฟนผ่านระบบไร้สาย เท่านี้ก็มีเสียงเพลงในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน โรงรถ ไปจนถึงการปิกนิกในสวน หรือแม้แต่ริมชายหาด (สามารถกันน้ำได้บ้าง-แต่อย่าเยอะนัก)

ไฮไลต์ที่ต่างจากคู่แข่งคือ (1) ปกติยี่ห้ออื่นจะมีลำโพงเพียง 1 ตู้ แต่ Monster : Indoor / Outdoor Speakers ในชุดจะมีลำโพงให้ 2 ตู้!! ที่พิเศษ (2) คือ คุณสามารถแยกลำโพงทั้ง 2 ตู้นี้ออกจากกันได้อีก!! โห!!… ส่วนคุณจะวางติดกันหรือวางห่างกันก็สุดแท้แต่ต้องการให้เสียงครอบคลุมขนาดไหน และที่พิเศษ (3) ถ้าพื้นที่กว้างมาก คุณสามารถซื้อตัวลูกมาเพิ่มได้ โดยเติมตัวลำโพงได้สูงสุด 4 ชุด หรือพ่วงได้ 8 ตัว เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ…แม่เจ้า?

คือถ้าเป็นยี่ห้ออื่นคุณใช้งานได้ทีละตัวเท่านั้น ไม่สามารถต่อพ่วงตัวที่ 2, 3…ได้เลย ดังนั้น ต่อให้ส่งเสียงดังแค่ไหนก็แค่บริเวณนั้นเพราะมีจุดกำเนิดเสียงเพียงลำโพงตัวเดียว มิติสเตอริโอไม่ต้องพูดถึง แต่ Monster : Indoor / Outdoor Speakers เริ่มต้นด้วยการมี 2 ลำโพง ถ้าคุณต้องการเสียงเท่ากันทั้งซ้ายและขวาก็จับลำโพงวางซ้าย / ขวาให้ระยะห่างเท่ากันก็เรียบร้อย หรือจะต้องการให้กระจายเสียงกว้าง ๆ ก็สามารถดูตำแหน่งตามความเหมาะสมว่าลำโพงแต่ละตัวจะหันไปทางไหน และเมื่อต่อพ่วงเข้าไปเป็น 4-8 ตัว จะสามารถให้สนามเสียงที่กว้างขึ้นได้สบาย ๆ

ขณะที่พิมพ์ต้นฉบับ เวปไซด์ www.monstercable.com ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ส่วนสำนักงานใหญ่ที่ 455 Valley Drive, Brisbane, CA 94005 USA

คอนเซปต์ของลำโพง Monster : Indoor / Outdoor Speakers น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ และแน่นอนว่ามาอยู่ในความครอบครองของผมแล้ว เชิญติดตามรายงานสดๆ ว่าจะใช้งานได้ดีเพียงใดครับ

10

คุณสมบัติพิเศษ Monster : Indoor / Outdoor Speakers

– แยกออกเป็น 2 ตัวได้

– มีกำลังขับรวมในตัว 40 วัตต์ (ตัวละ 20 วัตต์)

– กระจายเสียงรอบตัว 360 องศา

– เป็นระบบ Wireless ไม่ต้องต่อสายใด ๆ

– ใช้ถ่านแบบชาร์จได้

– เมื่อชาร์จเต็มที่จะเล่นที่ความดังสูงสุดได้นาน 5 ชั่วโมง

– ออกแบบให้ใช้ได้ทั้ง Indoor / Outdoor

– เชื่อมต่อกันโดยง่าย ไม่ซับซ้อนใด ๆ

– เชื่อมต่อระหว่างลำโพงกับดีไวซ์ต่าง ๆ ด้วยระบบ Bluetooth / NFC

– ใช้ความถี่ 5.8 GHz

– พ่วงต่อลำโพงได้สูงสุด 4 คู่ (8 ตัว)

– ลำโพงตัวลูกจะมีปุ่มควบคุมระดับเสียง เพื่อให้ปรับระดับเสียงได้อย่างเหมาะสม

– ลำโพงตัวลูกตั้งห่างจากตัวแม่ได้ 100 ฟุต

– ลำโพงตัวแม่ตั้งห่างจากดีไวท์ได้ 20 ฟุต

– มีหูหิ้วสำหรับถือ

08

ลักษณะทั่วไป Monster : Indoor / Outdoor Speakers

Monster : Indoor / Outdoor Speakers บรรจุมาในกล่องกระดาษ เมื่อแกะออกมาจะพบลำโพงทรงครึ่งวงกลม 2 อัน

เมื่อนำมาประกบติดกันเมื่อมองจากด้านบนลงไป ตัวลำโพงจะเป็นทรงกลม และมองเห็นรอยต่อผ่าออกเป็น 2 ซีก สามารถแยกจากกันได้นั่นเอง ทั้ง 2 ด้านมีแถบสี่เหลี่ยม เมื่อกดจะกลายเป็นหูหิ้งสำหรับถือเด้งตัวขึ้นมา

แผงด้านหน้าและหลังเป็นหน้ากากลำโพงเหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (เมื่อประกบรวมกัน) ลำโพงแต่ละซีก เท่าที่ดูจะมีทั้งหมดตู้ละ 2 ตัว แต่มองไม่เห็นเพราะเมื่อมองลอดตะแกรงหน้าด้านจะเห็นแต่ช่องระบายเสียงเป็นรูพรุน ๆ 2 จุด ติดตั้งแบบตัวนึงสูงตัวนึงจะอยู่ต่ำลง มีท่อระบายอากาศอยู่ตรงกลาง ที่ขอบล่างตัวแม่จะมีดวงไฟ 3 ดวงแสดงสถานะ ความถี่ 5.8 GHz, BT, การเปิดเครื่อง ส่วนตัวลูกจะมีดวงไฟ 2 ดวงแสดงสถานะ ความถี่ 5.8 GHz, การเปิดเครื่อง

ที่สันด้านข้าง ด้านนึงเป็นโลโก้ Monster อีกด้านนึงจะเป็นปุ่มควบคุม ตัวแม่จะมี 4 ปุ่ม ทำหน้าที่เร่ง / ลดระดับเสียง, ปุ่ม Bluetooth และปุ่มความถี่ 5.8 GHz พร้อมลูกศรชี้ลง (แปลว่าให้ดันซีกนี้ลงเมื่อต้องการแยกส่วน) ส่วนตัวลูกจะมี 3 ปุ่ม ทำหน้าที่เร่ง / ลดระดับเสียง และปุ่มความถี่ 5.8 GHz พร้อมลูกศรชี้ขึ้น (แปลว่าให้ดันซีกนี้ขึ้นเมื่อต้องการแยกส่วน)

โดยที่แผงหลังเมื่อแยกส่วนออกมาจากกัน ด้านบนจะเป็นช่องสำหรับแขวน 2 จุด (ให้อุปกรณ์ในการแขวนมาด้วย) พร้อมปุ่มเดือยสำหรับการล๊อคติดกัน (ข้างตัวแม่จะเป็นตัวเมีย ส่วนข้างตัวลูกจะเป็นตัวผู้) ด้านล่างสุดเป็นหลุม เพื่อเสียบสายไฟเอซี 2 ขากลม และสวิตช์เปิดปิด ซึ่งทั้ง 2 อันนี้มีปุ่มยางกันน้ำกันฝุ่นหุ้มทับไว้ด้วย ถ้าเป็นตัวแม่จะมีช่อง Aux (ให้สายมาด้วย) และสวิตช์เปิดปิดระบบ Bluetooth เพิ่มขึ้นมา ซึ่งมีปุ่มยางกันน้ำกันฝุ่นหุ้มทับไว้เช่นกัน

ด้านล่างมีขายาง 3 จุดเพื่อป้องกันการลื่นไถลของลำโพงแต่ละตัว

02

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง Monster : Indoor / Outdoor Speakers

            การใช้งานครั้งนี้ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ ให้วุ่นวาย มีเพียงสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว นั่นคือ Samsung : Galaxy Mega 6.3 ส่วนการชาร์จก็ใช้สายไฟที่แถมมาเสียบตรงที่ปลั๊กผนังโดยตรง ไม่ได้ใช้สายไฟพิเศษหรือตัวกรองไฟใดๆ มาช่วยเลย

07

การติดตั้ง และการเซ็ทอัพ Monster : Indoor / Outdoor Speakers

Monster : Indoor / Outdoor Speakers ออกแบบเป็นลำโพงพกพา วางได้ทุกสถานที่ เช่น พื้น บนโต๊ะ บนเคาเตอร์ หรือบนอะไรก็ได้ตามที่สามารถให้ตัวลำโพงตั้งได้โดยไม่โยกเยกไปมา เรียกว่าไม่ต้องติดตั้งใด ๆ เป็นพิเศษ ส่วนถ้าใครจะต้องการติดบนผนัง ก็มีรูสำหรับแขวนเตรียมไว้แล้ว คุณแค่ยกขึ้นไปเกี่ยวไว้ก็เป็นอันเรียบร้อย

ส่วนการเซ็ทอัพของตัวลำโพงเองก็ไม่ต้องมีอะไรวุ่นวาย เพียงเปิดเครื่องที่ปุ่มด้านล่าง เมื่อเปิดจะมีดวงไฟแสดงผลปรากฎขึ้น ในครั้งนี้เชื่อมด้วยระบบ Bluetooth เป็นหลัก ต้องเปิดสวิตช์ที่ด้านล่างที่ตัวแม่ด้วย จากนั้นเปิดระบบ Bluetooth ของโทรศัพท์ การใช้ครั้งแรกก็กดค้นหาให้อุปกรณ์ทั้ง 2 เจอกัน โค้ดที่จะปรากฎในสมาร์ทโฟนคือชื่อรุ่น BTW248XBK นั่นเอง เมื่อเจอกันแล้วกดจับคู่ จะมีเสียงผู้หญิงพูดยืนยันการจับคู่ จากนั้นเสียงจะไปดังที่ตัวลำโพงก็เรียบร้อยระดับนึง ต่อมาต้องกดปุ่ม BT / ปุ่มความถี่ 5.8 GHz ที่ตัวแม่เพื่อปล่อยสัญญาณไปตัวลูก เพื่อที่เสียงจะได้ออกทั้ง 2 ตัว (ไฟ 3 ดวงต้องติดทั้งหมด)
ส่วนการเซ็ทอัพให้ลำโพงเข้ากับแต่ละสถานที่ ต้องอาศัยการลองฟังดูเป็นหลักว่าจะต้องการจัดวางในที่แห่งใด เป็นในห้อง (ห้องแบบไหน ใหญ่ / เล็ก หรือที่โล่ง) ระดับความสูงเป็นระดับแขวนผนัง ระดับหูเมื่อนั่งหรือยืน หรือวางบนพื้น รวมทั้งตำแหน่งการยิงเสียงว่ายิงเข้าหาจุดนั่งฟัง ยิงสะท้อนผนัง ยิงทำมุมทแยง ฯลฯ ไม่สามารถชี้ชัดไปได้นะครับ

 

ผลการลองฟัง Monster : Indoor / Outdoor Speakers

Monster : Indoor / Outdoor Speakers ไม่ได้ออกแบบมาให้ฟังแบบ Audiophile จึงไม่จำเป็นต้องเบิร์นอินเป็น 100 ชั่วโมง แต่เพื่อความแน่นอนระดับนึง ผมเบิร์นไปราว 10 ชั่วโมงก่อนลองฟัง

การเปิดหรือปิดเวลาใช้งานจะไม่มีเสียงตุ๊บตั๊บใดๆ ให้ได้ยินเลย

การฟังครั้งนี้ ผมจำลองให้เสมือนว่าพกพาไปที่ต่างๆ แต่ที่จริงก็ฟังที่บ้านนั่นละครับ ก็มีทั้งในบ้าน (ห้องรูปตัว L ตีทะลุกัน) นอกบ้านในส่วนที่จอดรถ และลานหน้าบ้าน

การเซ็ทอัพของลำโพงเองไม่ยากอะไรเลย พอปรับลำโพงทั้ง 2 ตัวให้ซิงค์กันในครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปก็ไม่ต้องทำอะไรอีก เปิดสวิตช์ลำโพงแต่ละตัว เปิดระบบ Bluetooth ที่โทรศัพท์ ระบบก็ซิงค์ทันที ขอบคุณระบบ Wireless ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ

สำหรับการฟังในห้อง ถ้าฟังแบบไม่แยกลำโพง คุณจัดวางตรงไหนก็ได้ทั้งหมด เสียงจะกระจายรอบตัว 360 องศา

กรณีแยกลำโพงเป็น 2 ตัว คุณสามารถเลือกปฏิบัติเหมือนการวางลำโพงปกติทั่วไปได้ คือวางให้มีระยะห่างเท่ากันที่ผนังด้านนึง แล้วจุดนั่งฟังก็ห่างออกมา เพื่อความเป็นสเตอริโอ หรือจะวางแบบตามสะดวก จะทำมุมทแยง ทำมุมตรงข้ามกัน ฯลฯ เรียกว่าได้ทั้งหมด

มีหูหิ้วให้พร้อมสรรพผมลองหิ้วเปลี่ยนตำแหน่งไปวางในที่ต่างๆ ได้สบาย ไม่ต้องค่อยๆ อุ้มหรือประคองใดๆ พร้อมฟังตามจุดต่างๆ ทั่วบ้านว่าแต่ละจุดต่างกันมากเพียงใด ซึ่งไม่ว่าจะฟัง ณ จุดใด ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องกังวลเลยครับ ตั้งไปเถอะ… เพราะลำโพงแต่ละตัวจะมีปุ่มควบคุมระดับเสียง เพื่อให้ปรับระดับเสียงได้อย่างเหมาะสม ตัวไหนตั้งใกล้ก็เร่งเบาๆ ตัวที่ตั้งไกลกว่าก็เร่งมากหน่อย ง่ายๆ ครับ

เมื่อลองไปนั่งหรือยืนอยู่ด้านหลังลำโพง (ไม่มีดอกลำโพงใดๆ) ก็ยังได้ยินเสียงคลอเป็นแบคกราวน์มิวสิคได้ในระดับน่าพอใจทีเดียว ถือว่าเป็นผลจากการที่เน้นให้เสียงกระจายมุมกว้าง 360 องศา

ส่วนระดับความสูงนั้น ถ้าไม่เน้นกันมากตัวนึงจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าอีกตัวก็ไม่ต้องแคร์ แน่นอนถ้าหวังผลให้เสียงน่าฟังที่สุด ควรให้ลำโพงอยู่ระดับหู เสียงจะกลมกลืนกว่า ถ้าวางลำโพงสูงหรือต่ำกว่าหูมาก เสียงจะทึบหน่อย ซึ่งแม้จะพยายามเต็มที่แล้วก็ตาม (สังเกตจากดอกลำโพง 2 ตัวในแต่ละตู้ติดตั้งดอกนึงสูงกว่าอีกดอก)

ยกมาฟังในโรงรถ การตั้งทำมุมหันหน้าตรงหากัน (จุดนั่งฟังตรงกลาง) ให้สนามเสียงที่ครอบคลุมดีทีเดียว ลำโพงตัวลูกตั้งห่างจากตัวแม่ได้ถึง 100 ฟุต!! ไม่ต้องกังวลว่าวางห่างแล้วตัวลูกจะไม่ทำงาน (ด้วยระยะห่างขนาดนี้ผมว่า คุณเอา Monster : Indoor / Outdoor Speakers ไปตั้งไว้ ตัวลำโพงคงหายไปก่อนที่คุณจะเดินไปนั่งฟัง ฮาๆ) เมื่อผมลองวางลำโพงแยกจากกันคนละฝั่ง ช่วยทำให้สนามเสียงกว้างใหญ่เกินพอ ขณะที่ลำโพงตัวแม่ตั้งห่างจากอุปกรณ์ดีไวท์ได้ 20 ฟุต เพิ่มความสะดวกสบายได้มากทีเดียวไม่ต้องนั่งตัวติดลำโพงตลอดเวลา เดินไปนั่นนี่ได้เลย

ใกล้จะต้องส่งต้นฉบับแล้ว ผมมาเน้นหนักส่วนที่ลานหน้าบ้าน มีมุมพักผ่อน มีเก้าอี้อัลลอยด์วางอยู่ ผมลองหาอุปกรณ์ที่จะนำ Monster : Indoor / Outdoor Speakers มาวางเพื่อทำเป็นฐานเพื่อให้ลำโพงมีความสูงจากพื้น เสียงจะได้ไม่ทึมหรือจมอยู่ที่พื้น แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ขาตั้งลำโพงที่ดีนะครับ เพราะต้องการจำลองให้เห็นว่าเมื่อคุณพก Monster : Indoor / Outdoor Speakers ไปใช้งานจริง คงไม่มีใครหิ้วขาตั้งลำโพงไปด้วยแน่ ๆ งานนี้ผมก็เอาถังขยะพลาสติก 1 ใบและเก้าอี้พลาสติก 1 ตัว มาใช้งาน!! ครับ ซึ่งก็น่าจะเป็นการใช้งานจริงที่คุณสามารถหาอุปกรณ์พวกนี้ได้นั่นเอง

ตั้งเป็นสเตอริโอ นั่งห่างออกมา 2 เมตรกว่า ด้านหลังจุดนั่งฟังเป็นที่โล่ง ด้านหลังลำโพงอีก 1 เมตรกว่าเป็นกำแพง (สภาพแวดล้อมไม่ได้ช่วยเสริมเบสใด ๆ เลย)

คัดเพลงที่ฟังมาบางส่วนนะครับ ด้วยเสียงร้องที่มีเสน่ห์ น่าฟังของน้องวี วิโอเลต วอเทียร์ ในเพลง Leavin’ on The Jet Plane ฟังแล้วเพลินทีเดียว นอกจากนี้ยังลองฟังจาก คุณ Chantal Krevinzuk, คุณ Sierra Soetedje ให้ความรู้สึกต่างกันในแง่น้ำเสียงได้

เพลง The Moon’s Hardh Mistress ขับร้องโดย Radka Toneff อัลบั้ม Fairtales เสียงร้องสะอาด ลื่นไหล ฟังแล้วเคลิ้มเอาง่าย ๆ

ปิดท้ายลองฟัง Swan Lake ของ Tchaikovsky เพลงคลาสสิควงใหญ่ ปลายแหลมของเพอร์คัสชั่นสดใส เสียงกลางลื่นไหล ยกเว้นไดนามิคช่วงโหม เสียงจะยังไม่เคลียร์ แต่ด้วยระดับราคาขาย และการออกแบบที่จำกัด คงต้องเข้าใจในจุดนี้ละครับ

ภาพรวมน้ำเสียงสะอาด ไม่อู้ก้อง กระจุกในตู้ ทำให้น่าฟังไม่น้อยเลยครับ ยิ่งมีหนังสือดี ๆ สักเล่ม เปิดเพลงโปรดจากสมาร์ทโฟน เชื่อว่าเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพลินแบบไม่รู้ตัวเชียวละครับ

เสียดายตรงที่ผมไม่ได้ลองพ่วงต่อลำโพงได้สูงสุด 4 คู่ (8 ตัว) แต่ที่ผมนั่งฟังคนเดียว คู่เดียว “เอาอยู่” แน่นอนครับ

ทริคในการเล่น Monster : Indoor / Outdoor Speakers

            สำหรับทริคในการเล่นลำโพงก็คงเป็นเรื่องการจัดวางลำโพง ตำแหน่งที่วาง จุดนั่งฟัง ซึ่งกับ Monster : Indoor / Outdoor Speakers มันแทบจะไม่จำเป็นอะไรเลย เราแค่ต้องการความเป็นไลฟ์สไตล์ง่าย ๆ ครับ คุณวางตรงไหนก็สุดแท้แต่ความพอใจ ความสะดวกเลย

01

บทสรุป Monster : Indoor / Outdoor Speakers

Monster : Indoor / Outdoor Speakers ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ ด้วยคอนเซปท์ในการออกแบบที่วางไว้ ถือว่าตอบโจทย์ได้ลงตัว โดดเด่นด้วยการแยกเป็น 2 ส่วนได้ และสามารถพ่วงตัวลูกได้สูงสุด 8 ตัว ทำให้เสียงจะครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น ใช้ฟังในห้องก็ได้ นอกบ้านก็ดี แถมสามารถพกใส่รถไปได้ทุกที่ เช่น เวลาไปปิกนิกในสวนสาธารณะ ไปชายหาด ฯลฯ ด้วยถ่านแบบชาร์จเมื่อชาร์จเต็มที่จะเล่นที่ความดังสูงสุดได้นาน 5 ชั่วโมงน่าจะเพียงพอระดับหนึ่งครับ การใช้งานจริงช่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนใด ๆ

ให้คุณภาพเสียงออกไปทาง Music Lover มากกว่าจะเป็นแนว Audiophile ทำให้ Monster : Indoor / Outdoor Speakers ไม่สามารถเอาชนะเจ้าตลาดได้ แต่ก็ชดเชยด้วยฟีเจอร์สุดล้ำซึ่งเจ้าตลาดเองก็ยังต้องยอมจำนน..

สำหรับท่านที่กำลังหาลำโพงเอนกประสงค์สารพัดประโยชน์ สามารถต่อยอดออกไปได้ ในงบ 7,990 บาท ถือว่าน่าสนใจครับ

 

<<<<<What Audio-Video?>>>>
รูปลักษณ์ 4.5 ดาว

สมรรถนะ 4 ดาว
คุณภาพเสียง 4 ดาว
ความคุ้มค่า 4.5 ดาว
คะแนนโดยรวม 4.5 ดาว

 

หมายเหตุ : ขอขอบคุณบริษัท ไดนามิก อินเตอร์เนชั่นแนล โปรดักส์ จำกัด โทร. 0-2664-0959 ผู้แทนจำหน่ายที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ