Test: Merrex Kable HDMI-2 Low Loss v1.4b Plus Digital Enhancer

Test: Merrex Kable HDMI-2 Low Loss v1.4b Plus Digital Enhancer

พิพัฒน์ คคะนาท

nqhw7b

อุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งในระบบภาพเละเสียง ไม่ว่าจะเป็นในชุด 2-Channel สเตรีโอซิสเต็ม หรือชุด Multi-Channel ในรูปแบบของการเล่นโฮมเธียเตอร์ ที่มีความสำคัญไม่ย่อหย่อนไปกว่าบรรดาเครื่อง หรือลำโพง ก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างซิสเต็ม หรือที่เรียกๆ กัน ว่าสายสัญญาณ สายลำโพง นั่นเอง ทั้งนี้ก็เนื่องเพราะสายดังกล่าวมีอิทธิพลต่อคุณภาพที่ซิสเต็มนั้นๆ จะให้ออกมาได้ ซึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าสายนั้นๆ มีประสิทธิภาพระดับใดนั่นเอง

ขณะเดียวกันประสิทธิภาพของสายนั้นๆ หาได้ขึ้นอยู่กับว่ามีราคาแพงขนาดไหน หากอยู่ตรงที่ว่าได้รับการออกแบบมาดีมากหรือน้อยแค่ไหน จึงทำให้บ่อยครั้งที่เรามักจะพบสายดีๆ ที่ให้คุณภาพของซิสเต็มออกมาได้อย่างพอใจ ภายใต้ราคาที่เหมาะสม และเช่นเดียวกับที่หลายๆ ครั้ง เราพบว่าสายราคาแพงๆ นั้นหาได้ให้คุณภาพออกมาสมกับราคาแต่อย่างใด

และเป็นที่น่ายินดีว่าเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา ให้บังเอิญพบสายเส้นหนึ่ง ที่แม้จะมีชื่อไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากนัก แต่สามารถให้การทำงานออกมาได้อย่างน่าชื่นชม และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ สายที่ว่านี้เป็นสายที่ถูกออกแบบโดยคนไทยเรานี่เอง เพียงแต่มิได้ถูกผลิตขึ้นมาในบ้านเรา เนื่องเพราะเป็นที่ทราบกันดี ว่ากระบวนการทางด้านนี้มีความละเอียดประณีตสูง และต้องการอุปกรณ์ที่สูงด้วยเทคโนโลยี สายเส้นนี้จึงได้ผลิตขึ้นในโรงงานอันทันสมัยแห่งหนึ่งของไต้หวัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวันนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอีเล็คทรอนิกส์ ตลอดจนลำโพง และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่พวกพื้นๆ ไปจนถึงพวกที่ Claim ตัวเองว่าอยู่ในสถานะ Hi-End แม้จะมีต้นกำเนิดหรือบริษัทแม่อยู่ที่ยุโรป หรืออเมริกา ส่วนใหญ่หากไม่ประทับตราว่า Made in Taiwan ก็จะบอกว่าทำใน ROC : Republic of China ซึ่งก็หมายถึงไต้หวันนั่นเอง

นอกจากทำในไต้หวันกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันแล้ว ในช่วงประมาณกว่าสิบปีที่ผ่านมา ได้มีการขยายโรงงานไปผลิตในเขตอุตสาหกรรมพิเศษของประเทศจีน พวกนี้จึงใช้คำว่า Made in China หรือไม่ก็บอกว่าผลิตใน PRC: People’s Republic of China อันหมายถึงจีนแผ่นดินใหญ่นั่นเอง

ก็ต้องยอมรับกันล่ะนะครับ ว่าเวลานี้บรรดาอุปกรณ์ Hi-Tech ทั้งหลายในทุกสาขาประเภท ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เดินทางออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือไม่ก็เป็นจีนไต้หวันทั้งนั้น อย่าง iPhone ช่วงที่ขายถล่มทลายส่งให้ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ทันมาทุกเวอร์ชั่น ห้วงเวลาที่ Steve Jobs ยังมีวิตอยู่นั้น ได้เคยเข้าไปร่วมพูดคุยเสวนากับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในฐานะผู้ประกอบการ กับประเด็นที่ว่าจะช่วยเศรษฐกิจประเทศได้อย่างไร เนื่องเพราะช่วงนั้นสหรัฐอเมริกามีอัตราการว่างงานสูงมาก ซึ่ง มร.เพรสิเดนท์ ถึงกับออกปากกับ มร.แอปเปิล ว่าเอาไอโฟนกลับมาผลิตในบ้านเราเพื่อให้เกิดการจ้างงานบ้างไม่ได้หรือ ทำเอาสตีฟ จ็อบส์ ถึงกับไปไม่เป็นนั่นเทียว

ครับ, ย้อนความเรื่องนี้อีกครั้ง ก็เพื่อจะให้ตระหนักกัน ว่าถึงนาทีนี้แล้ว, อย่าได้ไปสนใจเลยว่าของนั้นๆ ผลิตที่ไหน แต่ให้พิจารณาดูว่าสินค้านั้นได้ถูกออกแบบมาดีเพียงไร มีความประณีตพิถีพิถันในการผลิตแค่ไหน และที่สำคัญสุดก็คือมีการควบคุมการผลิตที่เข้มงวดในระดับใด โดยประการสุดท้ายที่ว่าสำคัญสุดนั้น มีเรื่องของมาตรฐานการทดสอบที่ต้องเคร่งครัดรวมอยู่ด้วย สามประการนี้ต่างหากที่สำคัญ สำคัญมากกว่าความรู้สึกหรือความเชื่อแบบเดิมๆ ที่พอได้ยินคำว่า ‘เครื่องจีน’ แล้วส่ายหน้าทันที เหมือนเมื่อครั้งอยู่ในยุคพระเจ้าเหาของแวดวงเครื่องเสียงบ้านเรา ที่หากย้อนกลับไปก็น่าจะเพียงแค่สามไม่เกินสี่ทศวรรษเท่านั้น ที่เริ่มมีผู้กล้านำเครื่องที่ผลิตจากจีนไต้หวันเข้ามา แล้วคนเล่นบ้านเราต่างพาส่ายหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่พอได้ยินข่าวว่าที่เมืองนอกเมืองนา โดยเฉพาะคนเล่นเครื่องเสียงที่อเมริกากะยุโรปชื่นชมกันนักกันหนา ก็พากันตามแห่เล่นกะเขาด้วยอย่างคึกคัก

และคงไม่ต้องบอกดอกนะครับ ว่าเครื่องว่านั้นคือเครื่องอะไร ค่ายไหน เพราะได้กลายเป็นตำนานที่รับรู้กันไปทั่วอยู่แล้ว วันนี้, เราอยู่ในยุคสมัยโลกไร้พรมแดนกันแล้วนะครับ

กลับมายังสายที่ว่านั้นอีกครั้ง ก็คือชื่อที่จ่าหัวเอาไว้นั่นแหละครับ Merrex Kable ที่หากไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่ได้อ่านที่กล่าวมาแต่ต้น แล้วเห็นแต่ชื่อ หลายๆ คน อาจจะคิดว่าเดินทางมาจากยุโรปหรือไม่ก็เป็นของอเมริกาก็เป็นได้

ซึ่งที่จะพูดถึงนั้นเป็นสาย HDMI ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานในระดับ 1080p@120Hz/48-bit Colour Dept สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เป็น Entry Level ครับ

IMG_5863

HDMI :

High Definition

Multi-media Interface

ก่อนจะไปถึงเรื่องราวของสายที่จ่าหัวไว้ คือ Merrex Kable HDMI-2 Low Loss v1.4b Plus Digital Enhancer ขอพูดคุยเรื่องสาย HDMI เป็นการเคาะสนิมสักนิดนะครับ

HDMI หรือ High Definition Multi-media Interface คือการเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงในแบบดิจิตอลเข้าไว้ในเส้นเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะเอื้อความสะดวกแล้ว ยังสามารถส่งผ่านสัญญาณ หรือข้อมูล ที่มีปริมาณมากๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเชื่อมต่อหรือส่งผ่านสัญญาณแบบอะนาลอกไม่สามารถทำได้ดีเท่า โดยเฉพาะกับสัญญาณภาพ เพราะต้องย่อขนาดของรูปสัญญาณลง แล้วค่อยขยายกลับที่ปลายทาง ทำให้นอกจากมีการสูญเสียรูปสัญญาณบางส่วนแล้ว สัญญาณยังต้องใช้เวลาในการเดินทางที่ทำให้เกิดอาการ Delay หรือการคลาดเวลา ในขณะที่การส่งผ่านด้วยการเชื่อมต่อแบบ HDMI นั้น สัญญาณหรือข้อมูลจะเดินทางจากต้นทางไปยังปลายทางแบบ Real-Time ทำให้การแสดงผลบนจอภาพนอกจากจะฉับไวรวดเร็วแล้ว ยังครบถ้วนในทุกรายละเอียดอีกด้วย เพราะปลอดการสูญเสียข้อมูลหรือรูปสัญญาณนั่นเอง

ปัจจุบัน การเชื่อมต่อสัญญาณหรือส่งผ่านข้อมูลทางสาย HDMI ได้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้นอกจากจะรองรับการแสดงผลภาพแบบ 3-มิติ ได้ดีขึ้นทั้งด้วยรายละเอียดภาพ และมิติภาพ ที่มีความคมชัดสูงดีกว่าเดิมแล้ว ยังเอื้อความสะดวกในการนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งในรูปแบบการใช้งานกับ Home Theatre System การเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ในรูปแบบ Network ความสามารถในการรองรับช่องสัญญาณ Ethernet ที่ช่วยให้การเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตสะดวกยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องผ่านสาย LAN แบบเดิมๆ รวมทั้งการรองรับกับเครื่องเล่นเกมส์ทั้งแบบ PC และ Console ที่ให้การแสดงผลภาพน่าตื่นตามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในรูปแบบเกมส์ 3-มิติ

จึงจะสังเกตเห็นได้ว่าเวลานี้เครื่องเล่นต่างๆ จะมีช่องเชื่อมต่อสัญญาณในรูปแบบ HDMI Port เป็นหลัก ทั้งนี้ก็เนื่องเพราะช่องเสียบต่อดังกล่าว สามารถรองรับอุปกรณ์ HDMI ต่างๆ ผ่านทางสาย HDMI โดยให้ประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่าการเชื่อมต่อแบบอื่นๆ นั่นเอง

โดยปัจจุบันนี้สาย HDMI ที่ผลิตกันออกมานั้น สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 5 กลุ่ม อันประกอบไปด้วย HDMI Standard ซึ่งเป็นแบบสายมาตรฐาน รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 1080i และ 720p

HDMI Standard with Ethernet แบบสายมาตรฐานที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต

HDMI Hi-Speed แบบการส่งผ่านสัญญาณหรือข้อมูลด้วยความเร็วสูง สามารถรองรับความละเอียดได้สูงที่ระดับ 1080p, 4K, 3D และ Deep Colour

HDMI Hi-Speed with Ethernet แบบการส่งผ่านสัญญาณหรือข้อมูลด้วยความเร็วสูง พร้อมรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต

และกลุ่มสุดท้าย คือ HDMI Standard Automotive สำหรับใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ในรถยนต์

สำหรับหัวเสียบ (Connector) และช่องเสียบ (Port) ของ HDMI นั้น ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 5 แบบ แต่แบบที่นิยมใช้กันในเวลานี้มีเพียง 3 แบบ เท่านั้น คือ Type-A Full Size HDMI ที่ถือเป็นแบบมาตรฐานสำหรับใช้กับอุปกรณ์ทั่วๆ ไป อาทิ เครื่องเสียง ทีวีหรือจอมอนิเตอร์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แบบที่สองที่นิยมใช้ คือ Type-C Mini HDMI ส่วนใหญ่ใช้กับอุปกรณ์ของกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ และโทรศัพท์เซลลูลาร์ (ที่เราเรียกๆ กัน ว่า ‘มือถือ’ นั่นแหละครับ) บางรุ่น และแบบสุดท้ายที่นิยมใช้ คือ Type-D Micro HDMI ที่มีขนาดเล็กสุด ใช้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กอย่างโทรศัพท์เซลลูลาร์ส่วนใหญ่ เป็นต้น

จากที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเลือกสาย Type-C กับ Type-D หาใช่เรื่องที่ต้องมานั่งซีเครียดอะไรมากนัก ส่วนใหญ่มักจะใช้สายที่แถมมากับอุปกรณ์นั้นๆ ด้วยซ้ำไป ส่วนที่มักจะมีปัญหาก็คือการเลือกสาย Type-A ที่จะนำมาใช้กับระบบภาพและเสียงของการเล่น Home Theatre

ซึ่งก็คือสายที่ ‘เรา-ท่าน’ จำต้องหามาใช้อย่างเป็นสำคัญ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดทั้งทางด้านภาพและเสียงนั่นเอง

20141007_124537

Merrex Kable

Designed & Tested

in Thailand

ชื่อของ Merrex Kable อาจจะไม่เป็นที่มักคุ้นนัก รวมไปถึงอาจจะเทียบ ‘ชั้น’ ไม่ได้เลยกับหลายๆ ชื่อ หรือหลายๆ Brand ที่เอาดีทางด้านนี้ ในความหมายของการทำสายสัญญาณออกมาขายนานช้าแล้ว และได้มีการนำเข้ามาให้ลองเล่นกันในบ้านเราบ้างก็นับ 10 หรือ 20 หรือบ้างกว่า 30 ปีก็มี

แต่ ‘ชื่อ-ชั้น’ ที่บ่งบอกความเก่าแก่เหล่านั้น ต่างก็เคยเป็น ‘ของใหม่’ มาก่อนทั้งสิ้น

Merrex Kable เองก็เช่นกัน อาจจะเป็นชื่อ ‘ใหม่’ ของวันนี้ แต่นานวันเข้าหากสั่งสมความเชื่อถือของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มพูน ก็ย่อมมิอาจกล่าวได้ว่าเป็นชื่อใหม่ในวงการอีกต่อไป

แต่ความเชื่อถือนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากพื้นฐานของ ‘คุณภาพ’ มารองรับอย่างเป็นสำคัญ

สายสัญญาณทุกประเภทของค่ายนี้บอกเอาไว้ชัดๆ อย่างที่จ่าหัวย่อยเอาไว้นั่นแหละครับ อีกทั้งยังย้ำด้วยว่า Fabricated & Conductor Manufactured in Taiwan เพื่อให้ไม่ต้องมีคำถามหรือข้อกังขาใดๆ อย่างกับสายที่นำมาพูดถึงนี้ ความทั้งหมดนั้นได้พิมพ์บอกเอาไว้บนกล่องบรรจุภัณฑ์ให้เห็นกันชัดๆ ด้วยตัวอักษรขนาดเดียวกับที่ให้รายละเอียดอื่นๆ แบบไม่ได้กระมิดกระเมี้ยนบอกด้วยขนาดตัวหนังสือเล็กกะจิ๋วหลิว ที่ต้องใช้แว่นขยายส่องพระเครื่องส่องดู จึงจะอ่านออก โดยสาย HDMI-2 Plus Digital Enhancer บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษที่ออกแบบการเข้าเหลี่ยมมุมที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของหีบห่อ ขณะเดียวกันสายที่บรรจุอยู่ภายในกล่องนั้น ยังมีฟองน้ำลูกฟูกที่มีความหนาพอๆ กับความหนาของกล่องปกป้องเอาไว้อีกชั้น ทำให้เมื่อเห็นออกจะให้รู้สึกทึ่งไม่น้อย เนื่องเพราะสายฝรั่งมังค่า (ที่ทำในจีน) หลายๆ แบรนด์ที่มีราคาแพงๆ ยังมิได้ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging เท่ากับสายไทยๆ แบรนด์นี้เลยด้วยซ้ำ

หัวเสียบที่ปลายสายทั้งสองด้านมีปลอกหุ้มพลาสติคใสสวมทับไว้ด้วย Fitting ที่แน่นหนา ทำให้ยากที่ฝุ่นละอองจะเข้าไปได้ ตรงโคนสายของปลายข้างหนึ่งแสดงสัญญลักษณ์ของทางเดินสัญญาณ หรือ Directional Signal ให้รู้ว่าเป็นด้านที่ต้องติดตั้งเข้า ‘ปลายทาง’ กึ่งกลางสายมีแท่งกระเปาะทรงกลมที่ผู้ผลิตเรียกว่า Digital Enhancer ทำหน้าที่ ‘ปรุง’ สัญญาณก่อนส่งต่อไปยังปลายสาย

นอกจากนั้น ในกล่องยังมี Mini-HDMI Adaptor ให้มาอีกหนึ่งชิ้น เพื่อเอื้อความสะดวกสำหรับแปลงไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีพอร์ท HDMI Type-C จำพวกแท็บเล็ต หรือ Notepad และ HD Player ตลอดจนพวกกล้องดิจิตอล โดยมิพักต้องมีสายอีกเส้นต่างหาก

ครับ, เรียกว่าให้มาอย่างครบครันจริงๆ

HDMI-2 Plus Digital Enhancer ชุดนี้ Merrex Kable เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีนี้เอง หลังจากประสบความสำเร็จกับรุ่นก่อนหน้า คือ HDMI-1 Flex Flat 1.4 ที่มีลักษณะเป็นสายแบน ฉนวนหุ้มมีลวดลายเส้นสายของการถักไขว้กันอย่างสวยงาม และได้รับความนิยมในกลุ่มคนเล่น Home Theatre ไม่น้อย กับรุ่นใหม่ที่กล่าวถึงนี้ ผู้ผลิตบอกว่ามีความโดดเด่นอยู่ที่ ‘กระเปาะมหัศจรรย์’ ซึ่งทำหน้าที่เป็น Digital Enhancer ซึ่งภายในผนวกเข้าไว้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อทำหน้าที่ปรับความสมดุลของสัญญาณดิจิตอลความเร็วสูง ระดับ Ultra Hi-Speed ที่สามารถรองรับความละเอียดของมาตรฐานใหม่ล่าสุดทางด้านระบบภาพแบบ Ultra Hi-Definition 4K หรือ Ultra HD ได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการปรุงสัญญาณที่รับมาจากต้นทางให้มีความสมบูรณ์สูงสุด ก่อนส่งผ่านไปยังปลายทางอย่างครบถ้วนในทุกรายละเอียด ทั้งทางด้านภาพและเสียง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคุณภาพที่ถึงพร้อมทั้งความคมชัด มิติ ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ที่มีตามต้นฉบับ โดยสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาพหรือเสียงก็ตาม และทางด้านภาพนั้นยังสามารถรองรับภาพแบบ 3D ได้ด้วย

ซึ่งผู้ผลิตบอกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันของแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นระดับ Entry Level ด้วยกันแล้ว สายเส้นนี้นับเป็น HDMI Cable เส้นแรกในท้องตลาดที่ได้ผนวกเทคโนโลยี Digital Enhancer เข้าไว้ด้วย โดยที่มีราคาไม่ถึงสองพันบาท (ราคา 1,700.-บาท/ความยาว 1.2 เมตร) ขณะที่สายระดับเริ่มต้นของกลุ่มพอจะมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดี ที่สามารถให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าสายเส้นนี้ได้ จะมีราคาเริ่มต้นตั้งสามพันบาทเป็นต้นไป หรือสูงถึงห้าพันบาทในบางแบรนด์นั่นเทียว

ฟังผู้ผลิตกล่าวถึงตรงนี้แล้ว นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

20141007_124450

Merrex Kable

HDMI-2 Plus Digital Enhancer

ลองเล่น – ลองใช้งาน

HDMI-2 Plus Digital Enhancer เส้นนี้เป็นมาตรฐานเวอร์ชันล่าสุด คือ v1.4b แบบ Low-Loss ที่ใช้ทองแดงปลอดอ็อกซิเจน (OFC: Oxygen Free Copper ที่มีขนาด Full-Size และมีความบริสุทธิ์ระดับ High Purity 5N คือ 99.999%) เป็นตัวนำสัญญาณ โดยใช้ทั้งหมดห้าชุด (10 เส้น) แต่ละชุดแยกออกจากกันโดยมีฉนวนหุ้มแบบพิเศษ (Polyethylene: PE Foam) ที่นอกจากจะมีความแน่นหนา มั่นคง ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้การตอบสนองต่อสัญญาณความถี่สูงดีขึ้น ให้แบนด์วิดธ์ที่กว้างขึ้น รวมทั้งช่วยให้การนำสัญญาณมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

และเมื่อดูในรายละเอียดของสายแต่ละชุด (มี 2 เส้น พร้อมสายทำหน้าที่ขจัดการเหนี่ยวนำกันและกัน หรือ Drain Wire อีก 1 เส้น) พบว่าแต่ละเส้นมีแผ่นฟอยล์แบบพิเศษหุ้มเอาไว้แบบชีลด์ป้องกันการรบกวน แล้วนำแต่ละเส้นมาควั่นเป็นเกลียวเข้าด้วยกัน ช่วยให้การปกป้องการรบกวนโดยเฉพาะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI: Electro Magnetic Interference) ที่แผ่ออกมาจากเครื่องอื่นๆ ในซิสเต็มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังออกแบบให้มีสายตัวนำอิสระแบบ OFC ที่หุ้มฉนวนแบบเดียวกันอีก 4 เส้น แทรกอยู่ โดยทั้งหมดนั้นถูกหุ้มอยู่ในฉนวนอย่างมั่นคง แข็งแรง ก่อนที่จะสอดอยู่ในปลอก หรือ Jacket ที่เป็นฉนวนชั้นนอกสุดซึ่งเป็น High Flex PVC

ครับ, ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นคือการบอกกล่าวถึงองค์ประกอบต่างๆ ภายในโครงสร้างสาย ที่ไม่ได้ลงในรายละเอียดของการออกแบบในการกอปรกันขึ้นมาเป็นสาย รวมไปถึงการประกอบเข้าหัวเสียบแต่อย่างใด เนื่องเพราะมีความซับซ้อนทางด้านเทคนิค วิธีการ รวมทั้งกระบวนการต่างๆ ที่มีขั้นตอนและรายละเอียดอีกมากมาย

ผู้ผลิตระบุว่าเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ควร Burn-In สายไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง

เนื่องเพราะได้สายชุดนี้มาเพียงลองเล่นเพียงเส้นเดียว จึงไม่สามารถใช้ลองทั้งทางด้านภาพและเสียงพร้อมๆ กันในครั้งเดียวได้ การลองเล่นหนแรกจึงเป็นการลองฟังทางด้านเสียงก่อน โดยใช้ Merrex Kable HDMI-2 Plus Digital Enhancer เข้าแทนที่สายเดิมที่ใช้ในซิสเต็มที่ต่อจากแหล่งโปรแกรม คือ เครื่องเล่นแผ่นบลู-เรย์ มาเข้าที่เอวี รีซีฟเวอร์ ในขณะที่สายจากเอวี รีซีฟเวอร์ ไปต่อเข้าที่ทีวีนั้น ยังคงเป็นสาย HDMI เส้นเดิมที่ใช้อยู่ในซิสเต็ม โดยสายเดิมทั้งสองเส้นที่ใช้อยู่ตามปกตินั้น ตอนได้มาบน Packaging พิมพ์บอกเอาไว้เพียงว่า Designed in Great Britain ซึ่งหากเป็นอย่างนี้แล้วล่ะก้อ เกือบจะร้อยทั้งร้อย คนเล่นเครื่องเสียงต่างรู้กันดีว่าถ้าไม่ทำที่จีนแผ่นดินใหญ่ ก็ต้องออกมาจากโรงงานในจีนไต้หวัน อย่างเป็นอื่นไปแทบไม่ได้เลย

จากนั้นในขั้นตอนลองดูประสิทธิภาพการทำงานทางด้านภาพของสายเส้นนี้ ผมจึงค่อยเอา HDMI-2 Plus Enhancer ต่อออกจากเครื่องเล่นแผ่นบลู-เรย์ไปเข้าที่ทีวีโดยตรง จึงไม่ได้ฟังเสียงด้วย เนื่องเพราะแหล่งโปรแกรมที่ใช้นั้นมี HDMI Out ให้เพียงชุดเดียว

ที่ต้องลองฟังเสียง และดูภาพ จากสายเส้นนี้คนละคราวกัน ก็เนื่องเพราะอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งทีวี และเอวี รีซีฟเวอร์ ไม่ได้รองรับระบบ ARC: Audio Return Channel เพราะหากทั้งสองเครื่องรองรับระบบดังกล่าว ก็สามารถเอาสัญญาณเสียงจากสาย HDMI ที่ต่อไปยังทีวีให้ย้อนกลับมายังเอวี รีซีฟเวอร์ เพื่อเล่นกลับแบบมัลติ-แชนแนลได้ เพราะ HDMI-2 Plus Digital Enhancer เส้นนี้รองรับระบบ ARC ที่เสมือนส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังทีวี แล้วส่งย้อนกลับมายังเอวี รีซีฟเวอร์ อีกครั้งได้อยู่แล้วนั่นเอง เพราะการจะใช้งานระบบนี้ได้นั้น อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรองรับโดยมีฟังค์ชั่นให้เลือกใช้งาน ARC ทั้งที่ทีวีและเอวี รีซีฟเวอร์ รวมทั้งสายก็ต้องรองรับระบบนี้ด้วย

คือนอกเหนือจากสามารถรองรับระบบภาพ 3D กับความละเอียดภาพระดับ Ultra HD 4K แล้ว HDMI v1.4 ยังมีคุณสมบัติสำคัญอีกสองประการที่เหนือกว่าเวอร์ชั่น 1.3 คือ รองรับระบบ ARC กับรองรับ HEC : HDMI Ethernet Channel หรือบางแห่งอาจเรียกว่า HEAC : HDMI Ethernet Audio Control ก็ได้ ซึ่งมีคุณสมบัติคือสามารถส่งผ่านข้อมูลไป/กลับได้ที่ระดับความเร็ว 100 Mbit/sec ครับ

ในช่วงของการเบอร์นอินสาย ผมใช้ HDMI-2 Plus Enhancer ต่อระหว่างแหล่งโปรแกรมกับเอวี รีซีฟเวอร์ และใช้สาย HDMI ที่บอกว่าออกแบบในเกาะบริเตนใหญ่นั่นแหละครับ ต่อเข้ากับทีวี แล้วเปิดดู เปิดฟัง แบบทิ้งๆ ขว้างๆ จนลืมไปเลยว่าได้สายมาตั้งแต่เมื่อไร จำได้แต่เพียงว่าเอามาต่อหลังจากที่ได้มาประมาณสี่ซ้าห้าวัน จนเมื่อกลับไปดูใบรับสินค้านั่นแหละถึงได้ทราบ ว่าใช้เล่นแบบไม่สนใจอะไรมานานกว่าเดือนแล้ว กอปรกับช่วงนั้นไม่มีอะไรให้มาลองเป็นเรื่องเป็นราวด้วย ก็เลยปล่อยยาวไปเลย

แต่ถึงจะปล่อยยาวแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่บอกข้างต้น ก็ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจหรือสังเกตอะไร เพราะวันๆ ที่ขลุกอยู่ในห้องนานถึงสามสี่ชั่วโมงนั้น ก็พอจะให้รู้สึกอะไรผิดหู ผิดตา อยู่บ้างล่ะน่า แต่กว่าจะมาสังเกตเอาจริงๆ จังๆ สายเส้นนี้ก็ควรจะผ่านการใช้งานเกิน 100 ชั่วโมงไปแล้ว ซึ่งหากยึดเอาตามที่ผู้ผลิตระบุ ก่อนที่ผมจะมาพูดคุยเพื่อเล่าสู่กันฟังนี้ ก็เป็นช่วงที่สายเปี่ยมประสิทธิภาพอย่างถึงที่สุดแล้ว

แม้ว่าจะเป็นสายระดับ Entry Level ของ Merrex Kable ก็ต้องยอมรับว่า HDMI-2 Plus Digital Enhancer เส้นนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทางด้านเสียงนั้นถึงจะไม่สามารถให้อะไรออกมาได้อย่างโดดเด่น แต่เมื่อเทียบกับสายทั่วๆ ไปในระดับราคาเดียวกัน หรือไม่เกินสองพันบาทแล้ว สายเส้นนี้สามารถให้รายละเอียดส่วนใหญ่ออกมาได้ดีกว่า แม้ว่าความสะอาดของเสียงไม่อาจเทียบเท่ากับสายเดิมที่ผมใช้อยู่ได้ เพราะเป็นสายที่อยู่กันคนละกลุ่ม และต่างกันที่ราคาพอประมาณ แต่เมื่อเทียบกับสายทั่วๆ ไป ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันและพอจะผ่านหู ผ่านตามาบ้าง สายเส้นนี้สามารถให้รายละเอียดและความสะอาดของเสียงได้ดีพอตัว

แต่ที่โดดเด่นในระดับผิดตาก็คือเรื่องของภาพครับ สัญญาณภาพที่ให้ออกมานั้นมีความสว่างอย่างน่าทึ่ง รวมทั้งยังสามารถกักกัน Noise เอาไว้ได้ดีอย่างที่นึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าสายระดับ Entry Level จะทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงได้ขนาดนี้ ภาพที่ปรากฏบนจอจึงมีรายละเอียดอย่างน่าชื่นชมจนต้องขอย้อนไปที่ย่อหน้าก่อน ที่บอกว่าสายเส้นนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีนั่นแหละครับ ผมพูดจากการแสดงผลภาพจริงๆ เพราะมันสามารถพาตัวเองให้อยู่เหนือสายในกลุ่มเดียวกันได้อย่างโดดเด่น ด้วยเท่าที่ได้เคยลองเล่นสายในกลุ่มนี้มา ยอมรับว่าไม่เคยเห็นสายเส้นไหนให้ภาพโดยรวมได้ดีเท่าสายเส้นนี้เลย

คือไม่ได้บอกว่าไม่มีนะครับ บอกเพียงว่าเท่าที่ตัวผมเองผ่านพบแบบมีประสบการณ์ด้วยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การแสดงผลภาพที่บอกว่าดีอย่างน่าชื่นชมโดยรวมนั้น ขอจำกัดเอาไว้ที่การใช้งานกับจอภาพขนาดไม่เกิน 40 หรือเต็มที่ให้ได้ถึง 42 นิ้ว นะครับ เพราะหากจะเอาไปใช้กับจอภาพที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น ควรมองข้ามสายเส้นนี้ไป เพราะขนาดของจอภาพที่ใหญ่ขึ้น ก็ต้องการสายสัญญาณที่มีคุณภาพอันทัดเทียมด้วยเช่นกันครับ

 

บทส่งท้าย

อะไรที่ควรพูดถึง HDMI-2 Low Loss v1.4b Plus Digital Enhancer ก็ได้บอกกล่าวไปหมดแล้วในสามสี่ย่อหน้าที่ผ่านมา จากนี้ไปใคร่ขอพูดถึง Merrex Audio ที่ทำสาย Merrex Kable สักเล็กน้อย

ผมมีความเห็นว่า – นี้ เป็นบริษัทที่ทำการค้าแบบโอ่อ่า เปิดเผย และตรงไปตรงมาอย่างน่าคบหา โดยเฉพาะกับนโยบาย ‘รับประกันความพอใจ’ ในตัวสินค้าด้วยรูปแบบ 24-7

เพราะคุณสามารถเอาผลิตภัณฑ์ของเขาภายใต้แบรนด์ Merrex Kable ไม่ว่าจะเป็นสายสัญญาณ (ทั้งดิจิตอลและอะนาลอก) สายไฟ AC ตลอดจนสายลำโพง ไปทดลองและทดสอบความพอใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถึง 7 วัน โดยวางเงินค่าสินค้าเอาไว้เต็มจำนวน ซึ่งจะเอาไปลองกี่ชิ้นก็ได้ และภายในกำหนดหนึ่งสัปดาห์นั้น หากคุณไม่พึงพอใจสินค้านั้นๆ คุณก็สามารถนำไปคืนและรับเงินกลับคืนได้เต็มจำนวนเช่นกัน

นั้นคือประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งที่บอกว่าน่าคบหาก็คือ สินค้าของเขาที่กล่าวถึงในย่อหน้าก่อนนั้น คุณสามารถนำกลับมาเปลี่ยนเป็นรุ่นใหญ่ขึ้นได้โดยไม่มีการหักค่าเสื่อมแต่อย่างใด และโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการใช้งานด้วย เรียกว่าใช้ไปปี ปีครึ่ง อยากจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหญ่ขึ้น อย่างซื้อ HDMI-2 Plus Digital Enhancer ไปในราคา 1,700.-บาท ปีหน้าอยากจะเปลี่ยนไปใช้รุ่นใหญ่ขึ้น คือ HDMI-1 Flex Flat ซึ่งมีความยาวเท่ากันในราคา 2,400.-บาท คุณก็เอาสายที่ใช้อยู่ไป Trade แล้วเพิ่มเงินอีก 700.-บาท เท่านั้นเอง

แล้วบริษัทที่มี Satisfaction Guarantee Policy อย่างนี้, น่าคบหาด้วยไหมล่ะครับ

            เห็นด้วยกับผมไหม?

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณ บจก. เมอร์เรกส์ ออดิโอ โทร.02.862.5459 ที่เอื้อเฟื้อสายสัญญาณมาให้ลองใช้งานในครั้งนี้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++