Test: MARANTZ NR1605

Test: MARANTZ NR1605

7.1 CH A/V NETWORK RECEIVER

นิตพินัย

x642NR1605-F

                เอ/วี รีซีฟเวอร์ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับห้องไม่ใหญ่มากติดตั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ในตัวมาพร้อมรองรับ 4K Ultra HD ที่ 60 Hz แถม HDMI มาให้ถึง 8 ชุด

คุณสมบัติ

  • กำลังขับ 70 วัตต์ ที่ 6 โอห์ม 14 Hz เท่ากันทุกแชนแนลทั้ง 7 แชนแนล ( 50 วัตต์ต่อเมื่อที่ 8 โอห์มขับพร้อมกันสองแชนแนล) ภาคขยายระบบ Discrete Power Amp
  • รองรับ HP Audio Surround DTS HD Master / Dolby True HD/ DTSES / DTS 96/24 / Dolby Digital EX / Prologic ll z / 7.1 Processing
  • ระบบปรับตั้งเสียงอัตโนมัติ Audeyssey Mult EQ
  • ระบบ Audeyssey Dynamic EQ / Dynamic Volume
  • โหมด Puredirect ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียง
  • ระบบช่วยเพิ่มคุณภาพเสียง ไฟล์เพลงที่ลดรูปมา ( MDAX 2 )
  • การเชื่อมต่อครบครันทั้ง Wi-Fi, Bluetooth, Ethernet, DLNA 1.5
  • รองรับ Lossless Format เช่น Flac / ALAC / Wav, Lossy Format เช่น Mp3, AAC, WMA
  • รองรับ High Resolution Lossless Format เช่น Flac HD 192/24, WAV 192/24, AIFF 192/24 และ ALAC 96/24 รวมทั้ง DSD Audio Streaming แท้
  • ช่อง HDMI อิมพุทด้านหลัง 7 ชุด ด้านหน้าหนึ่งชุดรองรับสัญญาณ 3D / 4K @60 Hz มี HDMI Pass Though ใน Standby Mode, GUI Overlay บน4K ได้ทันที, มี ARC
  • Video Conversion Analog เป็น HDMI ได้, HDMI Upscaling
  • Picture Adjust / Noise Reduction / Audio Lipsync
  • มีระบบประหยัดพลังงาน ( ECO MODE ) ให้เลือกใช้งาน
  • ช่องอินพุทคอมโพสิต 3 ชุด คอมโปเนนท์สองชุด Digital optical และ Coaxial อย่างละหนึ่งชุด มีระบบ Multi Room Out ช่อง Per-Out ของคู่หน้า และซับวูฟเฟอร์ DC triggers, USB
  • ลำโพงคู่หน้า Assign ให้ต่อ Bi-Amp ได้หรือใช้เป็น Zmez ก็ได้
  • ปรับ GEQ แยกอิสระแต่ละแชนแนลได้ รวมถึงจุดตัดความถี่ลำโพงจาก 40 ถึง 250 Hz

NR1605 มีขนาด 440 x 105 x 376 (W x H x D) มม.น้ำหนัก 8.4 กิโลกรัม ใช้กำลังไฟ 250 วัตต์ และ 30w ในโหมด ECO, Standby 0.2 วัตต์, Network Standby 2.7 วัตต์

 XL_nr1605_n_sg_re

ผลการทดสอบทดลองใช้งาน

NR 1605 เป็น Network A/V Surround Receiver ระดับ Entry Level เหมาะกับระบบลำโพงและห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้น Marantz ก็ยังจัดใส่ฟังก์ชั่นลูกเล่นต่างๆ มาให้ค่อนข้างแน่นมาก ใกล้เคียงกับรุ่นสูงกว่าในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว

มันมีวงจรประมวลผล 7.1 แชนแนลพร้อมภาคขยายกำลังคุณภาพสูงติดตั้งมาครบทั้ง 7 แชนแนล ซึ่งในจำนวนสองแชนแนลจาก 7 แชนแนลที่สามารถ Assign หรือกำหนดให้เป็นภาคขยายสำหรับต่อ Bi-Amp ของคู่หน้าหรือเป็น Multiroom ได้

ความสามารถด้านการเชื่อมต่อที่คล่องตัว NR1605 มีทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ติดตั้งมาให้พร้อมในตัวมี Internet Radio, Airplay Streaming รวมทั้งช่องต่อ Ethernet

มันรองรับการเล่นไฟล์เสียงสารพัดรูปแบบทั้งชนิด Lossless และ lossy Format ไม่ว่าจะเป็น MP3, WMA, AAC (Lossy Format) และ FLAC, ALAC, WAV (Lossless Format) รวมถึงไฟล์ความละเอียดสูง High Resolution ฟอร์แมทเช่น FLAC HD 192/24, WAV 192/24, ALAC 96/24 เป็นต้น มี Apps สำหรับ Tablet/Smartphone Remote ทั้งระบบ Android และ IOS

ช่อง HDMI อินพุทมีให้มามากมายถึง 8 ชุด (ด้านหลัง 7 ชุด ด้านหน้าหนึ่งชุด) รองรับระบบ 3D และ 4K ที่ 80 Hz, ARC มีวงจร Upscaling สัญญาณภาพตั้งแต่อะนาลอกไปจนถึง 4K@30Hz ทางช่อง HDMI นอกจากนี้ยังมีระบบ OSDGUI ที่ซ่อนบนสัญญาณ 4K ได้ทันทีและมีระบบ HDMI Passthogh ในโหมด Stand By ด้วยและยังมีโหมดปรับภาพ Picture Adjustment และ Noise Reduction มาให้พร้อม

นอกจากนี้ยังมีระบบ Multiroom/Zone, Marantz Remote Bus, ช่อง USB สำหรับ iPhone/iPad ระบบเครือข่าย DLNA 1.5 Certified, อัพเกรด Firmware ผ่านได้ทั้ง Network และ USB มีระบบช่วยติดตั้งหรือ Set Up Assistant

รีโมทคอนโทรลขนาดกำลังเหมาะมือดี ออกแบบให้ใช้งานง่าย แต่ก็มีฟังก์ชั่นครบครันดี มีการจัดกลุ่มการทำงานของปุ่มกดที่จดจำได้ไม่ยากนัก มีไฟแสดง Zone ที่กำลังควบคุมอยู่ซึ่งจะติดสว่างขึ้นเมื่อปุ่มใดๆ ถูกกด การตอบสนองของระดับโวลลุ่มคอนโทรลขึ้นลงเมื่อควบคุมด้วยรีโมททำได้ต่อเนื่องดีมีความละเอียดในการปรับสูง 0.5dB ต่อ Step สามารถกำหนดล็อคระดับโวลลู่มสูงสุดได้ป้องกันเผลอเร่งโวลลุ่มดังเกินโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตัวเครื่องดูกะทัดรัดไม่ใหญ่โตเทอะทะเหมือนเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้แลดูบางน่าใช้งาน ตัวเครื่องเป็นสีดำด้านหน้าเครื่อง มีปุ่มหมุนขนาดใหญ่อยู่ด้านซ้ายและขวามือคือปุ่ม Input Selector และ Volume Control ตรงกลางเป็นจอแสดงผลมัลติฟลูออเรสเซนต์ ตัวอักษรขนาดใหญ่อ่านได้ไหลใต้จอแสดงผลเป็นปุ่มควบคุมบางฟังก์ชั่น จากซ้ายคือปุ่ม M-Dax (ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงของไฟล์เพลงที่ถูกลดรูปข้อมูลมา), ปุ่ม Zone2, Zone 2 Source, Internet Radio, Dimmer (หรี่แสงหน้าจอได้ 3 ระดับและปิด), ปุ่ม Status (บอกสถานะเครื่อง), ปุ่ม Sound Mode และปุ่ม Direct/Pure Direct ทางด้านล่างใต้ปุ่ม Input Selector เป็นปุ่ม Power เรียงมาทางขวาคือช่องเสียบหูฟังขนาด ¼ นิ้ว ช่องเสียบไมโครโฟนตั้งเสียงอัตโนมัติช่อง USB และ ช่อง HDMI อินพุท

ด้านหลังเครื่องแถวบนเป็นช่องต่อ HDMI อินพุท 7 ชุดเอาท์พุทหนึ่งชุด ทางด้านซ้ายมือเป็นกลุ่มของอินพุท/เอ้าท์พุทภาพเสียง มีช่อง Preout คู่หน้ามาให้ด้วย ทางด้านขวามือจะเป็นขั้วต่อลำโพง 7 ชุดแบบ Binding Post ด้านขวามือเป็นช่องเสียบสายไฟ AC ด้านมุมบนซ้ายมือและขวามือจะมีสายอากาศ Wi-Fi/Bluetooth สองชุดติดตั้งอยู่

DSC_0085

                ระบบปรับตั้งเสียงอัตโนมัติของ NR1605 คือ Audyssey MultEQ ซึ่งใช้งานร่วมกับไมโครโฟนที่แถมมากับตัวเครื่องโดย Audyssey MultEQ จะทำการแก้ไขในเรื่องของการตอบสนองความถี่, เวลา, จุดตัดความถี่, Polarity รวมถึงความดังของลำโพงในแต่ละแชนแนลให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดกับอะคูสติกในห้องของคุณ และมี Manual EQ ให้ปรับตั้งเองโดยสามารถปรับแต่งได้ 9 ความถี่จาก 63 Hz จนถึง 16 kHz ระดับการปรับแต่ง -20 dB ถึง +6dB ถ้าไม่ใช้ระบบ Audyssey สามารถตั้งเป็น Off ได้ซึ่งก่อนจะใช้ระบบปรับตั้งเสียงอัตโนมัติใดๆ เราควรจะต้องดูแลเรื่องสภาพอะคูสติกในห้องเราให้ดีสักระดับหนึ่งก่อน ไม่ควรจะมีวัสดุสิ่งของเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ที่มีการสะท้อนเสียงมากเกินไปนัก ขวางอยู่ระหว่างลำโพงกับจุดนั่งฟัง สภาพห้องด้านซ้ายมือและขวามือของจุดนั่งฟังถ้าสมมาตรกันได้จะดีมาก

นอกจากนี้ NR 1605 ยังมีระบบ Audyssey Dynamic EQ ที่จะช่วยเพิ่มความชัดเจนของย่านเสียงทุ้มและเสียงแหลมเมื่อเปิดใช้งานในระดับความดังที่ไม่สูงมากนักโดยจะทำงานร่วมกับระบบ Audyssey MultEQ เพื่อรักษาสมดุลของย่านความถี่เสียงตลอดทุกระดับความดังที่ใช้งานเพราะปกติเมื่อเราฟังเบาๆ การตอบสนองความถี่ของหูคนเราจะเปลี่ยน เสียงย่านปลายทุ้มและแหลมจะสูญเสียรายละเอียดในการได้ยินเร็วขึ้น ทำให้บรรยากาศของเสียงเอฟเฟกต์หรือเสียงเซอราวนด์ต่างๆ ฟังดูไม่กว้างมีรายละเอียดสมจริงเหมือนกับตอนที่เปิดดังๆ ซึ่งระบบ Audyssey Dynamic EQ สามารถจะปิดไม่ใช้งานได้

ส่วนระบบ Audyssey Dynamic Volume จะทำหน้าที่ลดความแตกต่างของระดับความดังของโปรแกรมอินพุทที่บันทึกมาแตกต่างกันให้โดยอัตโนมัติจะเลือกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้สามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ

เมื่อกดปุ่ม Set Up ที่รีโมทคอนโทรลจะปรากฏเมนูหลักขึ้นที่จอภาพซึ่งประกอบด้วยหัวข้อใหญ่คือ Audio, Video, Input, Speakers, Network, General และ Set Up Assistant

Audio จะปรับแต่งค่าเกี่ยวกับระบบภาพและ HDMI เช่น Picture Adjust (มี Preset หลายโหมด อาทิ Standard, Vivid, Movie, Streaming, ISF.day, ISF.night และ Custom หรือปรับค่าเอาเอง) HDMI SetUP, Output Setting, On Screen Display และ TV Format

Input จะปรับตั้งเกี่ยวกับอินพุทเช่น Input Assign, Source Rename, Hide Source, Source Level, Input Mode, Decode Mode Select

Speaker ตั้งค่าขนาด/ความดังและอื่นๆ ของลำโพงที่ใช้ แบ่งเป็น Auddysey Set Up และ Manual Set Up ใน Manual Set Up จะปรับแต่งค่าได้เองเช่น Amp Assign, Speaker Config, ระยะทาง, ความดัง, จุดตัดความถี่และ Bass Management

Network ตั้งค่าเกี่ยวกับ Network เช่นระบบการเชื่อมต่อ, ทดลองการเชื่อมต่อ, IP Control, ตั้งชื่ออุปกรณ์, Diagnostics และ Maintenance Mode

General เป็นการตั้งค่าทั่วๆ ไปเช่น ภาษาที่ใช้, Eco Mode, Zone Z Set Up, Zone Rename, Trigger Out , Front Display, Information, Firmware Upgrade เป็นต้น

Set Up Assistance จะเป็น Driven Menu OSD ที่ช่วยเราตั้งค่า/ปรับแต่งเครื่องเมื่อเริ่มต้นใช้งานหรือเมื่อมีการเปลี่ยน Source/ลำโพง อื่นๆ ในระบบ

NR 1605 ต้องการระยะเวลาในการ Burn In อยู่บ้าง เท่าที่ลองฟังดูควรจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 100 ชั่วโมงขึ้นไป หลังจากนั้นได้นำมาทดสอบกับแผ่น Blu-ray คุณภาพสูงที่บันทึกมาดีๆ ทั้งภาพยนตร์และการแสดงสด เครื่องเล่นต้นทางเป็น BDP-103 และ BDP-105D (Upgrade ภาคจ่ายไฟจาก Perfect Power) สาย HDMI DH Labs Marantz NR1605 โดยรวมให้คุณภาพเสียงที่ดีมากจนน่าแปลกใจเรียกได้ว่าเข้าไปใกล้กับ AVR รุ่นกลางๆ ถึงค่อนข้างสูงได้ โดยเฉพาะในแง่มุมของน้ำเสียงการแยกแชนแนลต่างๆ แต่ถ้าเปิดกันค่อนข้างดังคงจะต้องยอมรับบ้างว่ามันมีกำลังขับแค่ข้างละ 50 วัตต์ต่อเนื่องแต่ถ้าใช้งานในห้องที่ไม่ใหญ่มากเปิดฟังระดับกลางๆ ไม่อัดจนเกินไป NR1605 ต้องบอกว่ามีความคุ้มค่าราคาเป็นอย่างมาก

1424151739

                ดุลเสียงของ NR1605 มีความสดใส สนุกสนานกว่า A/V Receiver ของ Marantz ในซีรี่ย์ก่อนๆ นี้แต่ก็ยังคงกลิ่นไอของความอวบอิ่มนิ่มนวลปนอยู่พอเป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำมาฟังเพลงในโหมดสองแชนแนล (ใช้โหมด Pure Direct ด้วย) มันให้คุณภาพน้องๆ อินทีเกรทแอมป์สองแชนแนลคุณภาพสูงได้เลย หรือจะอัพเกรดหาเพาเวอร์แอมป์คู่หน้าภายนอกให้มีกำลังขับสูงขึ้นมีสมรรถนะที่ดีขึ้นก็สามารถทำได้ง่ายดายเพราะ NR1605 มีช่อง Pre-Out ของคู่ Main ด้านหน้าให้มาอยู่แล้ว

เมื่อนำมาชมภาพยนตร์ NR1605 ให้ความสามารถในการแยกแชนแนลที่เด็ดขาดคมชัดมากน้ำเสียงเป็นกลางดีฟังกับภาพยนตร์ได้หลายแนว มิติเสียงของ Surround แชนแนลที่ชัดเจนมาก การแพนเสียงแม่นยำให้บรรยากาศโอบล้อมหลุดเป็น 3 มิติ แรงปะทะค่อนข้างดีหลัง Calibrate แล้วถ้าเสียงทุ้มบางไปให้ยกระดับ Subwoofer ขึ้นมาอีกเล็กน้อย กำลังขยายของ NR1605 ถือว่าใช้งานกับห้องและลำโพงทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดี เพียงแต่อาจจะต้องหลีกเลี่ยงลำโพงอิมพีแดนซ์ต่ำกว่า 6 โอห์มไว้บ้างและอย่าเปิดอัดกันแรงมากเกินไปก็พอ

โหมด Direct และ Pure Direct จะตัดการทำงานของ DSP บางส่วนที่ไม่ค่อยจำเป็นออกไป ทำให้น้ำเสียงที่ได้รู้สึกจะมีความสงัดขึ้นกว่าตอนที่ไม่ใช้แต่แผ่นโปรแกรมจะต้องคุณภาพสูงบันทึกมาดีๆ ด้วย โหมด Pure Direct จะตัดการทำงานของวงจรภาพและไฟแสดงผลหน้าจอภาพไปด้วย เหมาะกับการฟังเสียงในระบบ Stereo สองแชนแนลมาก ระบบ M-Day จะช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงจากฟอร์แมทไฟล์เสียงที่มีการลดรูปข้อมูลมาเช่น Mp3, WMA ในแง่ของการตอบสนองความถี่ และช่วยในด้านการปรับปรุงช่วงกว้างของย่านไดนามิก ในการทดสอบพบว่ามันทำงานได้ดีมาก พอลองได้ใช้งานแล้วแทบจะปิดไม่ได้เลยปกติจะใช้กับ Internet Radio ที่มีการลดรูปข้อมูลมา

ระบบ Networking ทำงานได้ดีมาก ด้านหลังเครื่องมีสายอากาศรับ-ส่งสัญญาณผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ถึงสองชุด ทำให้สัญญาณที่ได้แรง รัศมีทำการไกลแม้ว่าจะอยู่ห่างจาก Wireless Router สามารถ Streaming ข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยสะดวกรวดเร็วไม่ว่าจาก Wi-Fi, Bluetooth หรือสาย LAN

ระบบ HDMI Upscaling ทำงานได้ดีมากทดลอง Upscale สัญญาณจาก HD Set Top Box ทั่วๆ ไปจาก 1080i จนถึง 1080P หรือ 2160P ให้คุณภาพที่ดีมากสามารถปรับแต่งภาพได้ละเอียดมีโหมดลดสัญญาณรบกวนให้เลือกใช้มี OSDGUI ที่ซ่อน (Overlay)                บนสัญญาณ 1080p/4k ได้โดยตรงนอกจากนี้ยังรองรับสัญญาณ High Frame Rate UHD (4K/60 Hz) ได้อีกด้วย มันยังมีระบบ Stand by HDMI Passthrough ที่ส่งสัญญาณจากต้นทางไปยังจอภาพได้โดยฟังเสียงจากจอภาพแทน NR1605 เช่นเวลาที่ฟังรายการข่าวหรือเปิดรายการสารคดี/การ์ตูนให้สมาชิกตัวน้อยในการชมเป็นต้น

DSC_0093

                โดยรวมถือว่า Marantz NR1605 เป็น A/V Reciever ขนาดย่อมเยากะทัดรัดที่น่าใช้งานมาก มันมีความสามารถที่สูงมาก แต่ยังคงเน้นความง่ายและคล่องตัวในการใช้งาน รองรับระบบ HD Audio ใหม่ๆ ได้ครบครัน มีระบบ Networking ที่ดีมาก เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นหรือเป็น AVR ตัวที่สองแต่เน้นใช้ในห้องไม่ใหญ่มากแต่สะดวกในการจัดวาง Set Up เป็นหลัก ให้คุณภาพเสียงที่ดีมากนับเป็น Network A/V Reciever ที่มีความคุ้มค่าสุดๆ ครับ