Test: LG42LB670T

Test: LG42LB670T

LG Smart+ WebOS 3D TV

            นิตพินัย

 lb670t

3D FULL HDTV รุ่นใหม่จาก LG ใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุด WebOS ภาพไหลลื่นด้วย MCI สูงถึง 700 พร้อมภาครับดิจิตอลทีวีภายในเครื่อง

 

คุณสมบัติ

  • ขนาดจอ 42 นิ้ว 16 : 9 FULL HD ระบบ Passive 3D
  • ไฟส่องหลังระบบ Direct LED, จอ Advanced IPS LCD Panel
  • ระบบ Tru-Color Generator
  • รองรับดิจิตอลทีวี (กสทช) ได้ (พร้อม Analog TV Tuner ปกติ)
  • LG Smart+ TV WebOS/Launcher/LG Store/Premium Content/Share
  • ระบบลด Motion Blur 200 Hz ให้ค่า MCI 700
  • ระบบ Time Machine II บันทึกรายการทีวีลง USB Memory หรือ External HDD ได้รวมถึงตั้งเวลาบันทึกรายการล่วงหน้าได้
  • วงจรประมวลผลภาพ Triple XD Engine
  • ควบคุมระบบด้วย Magic Remote Control (พร้อมรีโมทปกติอีกหนึ่งตัว)
  • ระบบ Tru-Black Control/Resolution Upscaler/LED Plus
  • ระบบ Passive Cinema 3D/Flicker-Free 3D/2D ® 3D/3D Depth Control
  • Wi-Fi Built In/DivX HD/Simplink/USB Movie/2 KHFVC60P
  • ออกแบบ Cinema Screen ขอบจอเล็กมาก
  • ระบบเสียง 1 Ch/24 W/3D Sound Zooming/Virtual Surround Plus
  • ระบบ Micro Pixel Control Backlight (Local Dimming)
  • ระบบ Real Cinema 24p/Active Noise Reduction
  • ช่องต่อ HDMI 1.4 3 ชุด, USB 2.0 3 ชุด, ช่องคอมโพสิต/คอมโปเนนท์อย่างละหนึ่งชุด, ช่อง Digital Audio Output หนึ่งชุด, ช่องต่อหูฟัง และช่องต่อ LAN
  • มีโหมดปรับภาพอย่างละเอียดพร้อมโหมดผู้เชี่ยวชาญ isf อีกสองโหมด
  • รองรับ ARC (HDMI 1) และ MHL (HDMI 3)
  • รองรับ Miracast/Tag On/WiDi

 

42LB670T มีขนาด 948.2 x 606.9 x 210.9 มม. (W x H x D) รวมขาตั้ง และ 948.2 x 558.2 x 55.1 มม. (ไม่รวมขาตั้ง) น้ำหนัก 10.1 กิโลกรัมรวมขาตั้ง และ 9.7 กิโลกรัมไม่รวมขาตั้ง ใช้แรงดันไฟจาก 100 ถึง 240 VAC ใช้กำลังไฟ 95 วัตต์ เครื่องที่นำมาทดสอบใช้ WebOS Version 1.2.0-2810

 image-515015-1-zoom

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

ในปี 2014 นี้ LG ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ทีวีใหม่หลายรุ่นตั้งแต่ความละเอียด 4K Ultra HD และความละเอียด Full HD ทุกรุ่นจะรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 ที่ส่งออกอากาศในบ้านเราได้ ส่วนรุ่นกลาง-สูงจะใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่เรียกว่า LG SmartTV+ WebOS ที่ออกแบบ Home Menu หน้าจอใหม่เข้าถึง Contain, Applications และการเชื่อมต่อต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย สามารถสลับหน้าจอระหว่ารายการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย สามารถสลับหน้าจอระหว่างรายการต่างๆ ได้ โดยสะดวก รวมถึงค้นหานานาสาระบันเทิงไว้ใน LG Store ซึ่ง 42LB670T ที่นำมาทดสอบในเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นซีรี่ส์ค่อนข้างสูง (รองจาก XXLB750T ในกลุ่ม Full HD TV) ที่ใช้ระบบปฏิบัติการใหม่นี้รวมถึงมีฟีเจอร์อื่นๆ ค่อนข้างครบครันพร้อม Magic Remote ที่ใช้งานได้สะดวก และสนุกกับรีโมทปกติมีมาให้ด้วย

LG 42LB670T เป็น LCD TV ที่ใช้ไฟส่องหลัง (Backlight) ชนิด Direct LED อยู่ด้านหลัง LCD Panel มีระบบ Local Dimming ที่ปรับระดับความสว่างของกลุ่มหลอดไฟ LED Backlight นี้ได้โดยอัตโนมัติ (สามารถปรับตั้งได้ 3 ระดับ และ Off) เพื่อเพิ่ม Contrast Ratio และช่วยปรับปรุงความดำ (Black Level หรือ Light Leakage : แสง Backlight ที่รั่วผ่านแผง LCD ออกมาให้เห็น) ให้ดีขึ้น ขนาดจอ 42 นิ้ว เป็นจอ IPS ที่ทนต่อการขีดข่วนมุมมองกว้าง มีระบบ Passive 3D ที่ดูสบายตา การกะพริบน้อยความสว่างสูง และแว่นตาน้ำหนักเบาสวมใส่สบาย เพราะไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ออกแบบสวยงามด้วยขอบจอที่บางมาก (Cinema Screen Design) ให้ความรู้สึกเวลาชมที่เป็นอิสระจากขอบจอภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดูภาพ 3D

42LB670T มีระบบที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพหลายอย่าง เช่น ระบบเพิ่มเฟรมภาพ 200 Hz (Trumotion) ซึ่งทาง LG บ่งบอกในรูปของดัชนีความคมชัดของภาพเคลื่อนไหว (Dynamic MCI : Motion Clarity Index) มีค่าสูงถึง 700 (รุ่น 42LA6910 ที่เคยทดสอบไปเมื่อปีที่แล้วเป็น Trumotion 120 Hz ให้ค่า MCI 400 เป็นต้น) วงจรประมวลผลภาพ Triple XD Engine พร้อมระบบ Resolution Upscaler (Super Resolution, ระบบ Tru Black Control, ระบบ Dynamic Scanning, Tru Color Generator, Dynamic Color Enhancer ระบบลดสัญญาณรบกวนภาพ Active Noise Reduction มีระบบ Real Cinema 24p ตรวจจับ 3/2 และ 2/2 Pulldown Filmmode จากต้นทาง Interlace ได้อย่างแม่นยำทั้งโปรแกรม HD และ SD มี Code ภายในที่รองรับ 2KHEVC (1080P@60 Hz) และ H.264 Codec ติดตั้งไว้ให้พร้อม รวมถึงมีระบบ Backlight Local Dimming Control ที่กล่าวถึงในตอนต้นที่ช่วยปรับปรุง Contrast Ratio หรือการตัดกันของแสงและเงาให้ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้ภาพดูดำสนิทลดแสงรั่วไหลจากจอโดยเฉพาะถ้าดูในห้องที่ค่อนข้างมืด (ทาง LG จะเรียกระบบ Local Dimming ของตัวเองว่า Micro Pixel Control ซึ่งมีความหมายอย่างเดียวกัน)

ระบบเสียงเป็น 2.1 Ch กำลังขับ 24 วัตต์ ให้สุ้มเสียงที่ดีทีเดียว รองรับทั้ง Dolby Digital และ DTS มีระบบ Virtual Surround Plus, Clear Voice II, Smart Sound Mode ให้เลือกใช้งาน รวมถึงมีโหมดเสียงให้เลือกใช้งานอีก 6 โหมดคือ News, Music, Cinema, Soccer, Game และ Standard สามารถเลือกเสียงทีวีไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้ เช่น External Speaker (Optical/HDMI ARC), LG Sound Sync (Optical) หรือ Wireless และหูฟัง

ขั้วต่อที่ให้มามี HDMI 3 ชุด (รองรับ ARC, MHL หนึ่งชุด), USB 2.0 จำนวน 3 ชุด ช่องต่อคอมโปเนนท์วิดีโอ, คอมโพสิตวิดีโออย่างละหนึ่งชุด ช่องเสียบ LAN ช่อง Digital Optical Audio เอาท์พุท สายไฟ AC เป็นขั้ว 3 ขา ถอดเปลี่ยนได้ แต่เป็นขั้ว 3 ขาเล็กแบบที่นิยมใช้ใน Charger ของ Loptop ทั่วไป และมีช่องเสียงหูฟังขนาดเล็กอยู่ด้านหลังอีกหนึ่งชุดที่ใช้เป็นช่องต่อลำโพงภายนอกด้วย

เมื่อกดปุ่ม Smart (ปุ่มรูปบ้านสีฟ้า) จะปรากฏหน้า WebOS LG Smart+ ที่จอภาพโดยซ้อนอยู่บนรายการปัจจุบันด้านล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมเอียงไปทางขวามือเรียงกันไปเป็นแดงมีชื่อ Apps หรือ Contain อยู่ตรงกลางแท่งเหล่านี้จะรวมเรียกว่า Lanucher เมื่อคลิ๊กเข้าไปรูปแท่งสี่เหลี่ยมจะขยับขึ้นด้านบนเล็กน้อย และจะสลับหน้าจอเป็นรายการใหม่ทันที เมื่อกดปุ่ม OK หรือ ENTER ส่วนถ้าต้องการปรับแต่งภาพ/เสียง หรือระบบทีวีจะต้องคลิ๊กเข้าไปที่รูปฟันเฟืองทางด้านบนของจอใกล้ๆ กับเวลา ส่วนรายการ, Contain และ Apps ที่ติดตั้งมากับเครื่องที่ทดสอบ (WebOS เวอร์ชั่น 1.2.0-2810) จะมีดังนี้ LG Store, ดูหนัง, ZAB Movie, Mthai, Majorcineplex, ช่อง 3, Youtube, LiveTV, Web Browser เมื่อเลื่อนไปทางขวาหน้าที่สองจะเป็นการเลือกอินพุท และรายการเชื่อมต่อต่างๆ เช่น Smartshare, Scree Shore, กล่องรวมถึง Time Machine ที่ใช้บันทึกรายการทีวีเป็นต้น เมื่อกดเข้าไปในส่วนของ LG Store จะพบกับรายการต่างๆ, Apps, โปรแกรม 3D ที่จัดหมวดหมู่เอาไว้ให้ดูสะดวกเวลาจะค้นหา และใช้งาน ในส่วนของ Premium จะประกอบด้วย ZAB Movie, ดูหนัง, Mthai, Major Cineplex, Thai TV3, Youtube, GMMTV, Dek-D, BugabooTV, Cartoonclub, ครอบครัวข่าว 3, You 2 Play, Food Travel, Skype, VoiceTV, Nation Ch, Mthai Sport และ Thai Game Network ในส่วนรายการ 3D จะมีโปรแกรม 3D ให้โหลดดูมากมาย ทั้ง สารคดี, หนังสั้น, การ์ตูน ฯลฯ ซึ่งเท่าที่ลองดูโดยรวมให้คุณภาพที่ค่อนข้างดีมีการกระตุก/สะดุดของภาพน้อย การเข้า-ออก/เปลี่ยนรายการทำได้ค่อนข้างรวดเร็วดี

ถ้าต้องการจะเข้าเมนูหลักเพื่อปรับแต่ภาพ, เสียง หรือระบบอื่นๆ ให้เข้าไปที่รูปฟันเฟืองจากหน้า Smart WebOS เมื่อคลิ๊กเข้าไปจะปรากฏเมนูหลักขึ้นเป็นแถบทางด้านซ้ายมือ ซึ่งจะประกอบด้วย Quick Setting, Picture Setting, Sound Setting, Network Setup, General หรือตั้งค่าทั่วไป, Safety และ Accessibility ในส่วนของเมนูภาพ หรือ Picture เมื่อกดเข้าไปจะประกอบด้วย Picture Mode (มีให้เลือก 8 โหมด), Picture Adjust (เมื่อคลิ๊กเข้าไปจะมีเมนูย่อยให้ปรับแต่งอีกมากมาย), Aspect Ratio, 3D Setting, Dual Play, Energy Saving, Picture Test เป็นต้น

การเชื่อมต่อเครือข่ายทำได้ง่ายดายทั้งระบบ LAN และ Wireless เพราะติดตั้ง Wi-Fi มาให้ในตัวเรียบร้อยเท่าที่ลองดูรัศมีการรับส่งสัญญาณดีมาก การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว รองรับการแชร์ไฟล์ภาพ/เสียงของอุปกรณ์มัลติมีเดียวผ่านเครือข่ายในบ้านคุณได้ทันที รวมถึงมีระบบ Miracast ส่งภาพ/เสียงจาก Smartphone/Tablet ไปที่จอภาพได้โดยตรง รวมถึงใช้เป็น Web Browser ท่องเว็บต่างๆ เหมือนกับมีคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์จอใหญ่ในเครื่องเดียวกัน และสลับหน้าจอไปยังรายการอื่นๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ระบบ Dual Play จะเป็นที่ชื่นชอบของคอเกมส์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถเล่นได้พร้อมกันสองคน โดยไม่ต้องแบ่งหน้าจอกันคนละครึ่ง เพราะเมื่อใส่แว่นตา Dual Play เครื่องจะขยายภาพจากเกมส์ที่มีการแบ่งหน้าจอ (ระบบซ้าย-ขวา หรือบน-ล่าง) ให้เต็มหน้าจอกับผู้เล่นแต่ละคน เพิ่มอรรถรสในการเล่นได้อย่างเต็มที่ เมนู Picture จะซอยย่อยออกเป็นพารามิเตอร์ให้ปรับแต่งมากมาย โดยยกในส่วนที่ปรับแต่งภาพพิเศษนอกเหนือไปจากผู้ใช้ปกติเอาไว้ในเมนู Expert Control และ Picture Option ส่วนการปรับแต่งภาพ 3D จะอยู่ในส่วนของ 3D seitting ของเมนูภาพนี้เช่นกัน (ต้องใช้ mode 3D ก่อนถึงจะเข้าไปปรับแต่งได้) ที่ปรับได้คือ 3D mode (manual/Auto), 3D Pattern Recognitiun, 3D Depth และ 3D Viewpoint (เฉพาะ Manual), 3D Coloy correction (on/off), 3D Image Correction

ในการทดสอบต้นทางจาก OPPO BDP-103, BDP-105D (upgrade ภาคจ่ายไฟ perfectpowir), เครื่องเล่นเกมส์ PS3 (ทดสอบ Game mode/Pual Ploy), สาย HDMI DH lab 1.4 แยก ภาพ/เสียง, ADSL TOT@ 10 Mith wireless router วัดอุณหภูมสี/ความสว่าง/Grayscale ด้วย Minolta Color Analyzer แผ่นทดสอบ Blu-ray Qtec, HQV, S&M, AVSHD ฯลฯ ปรับแต่งภาพที่ 42LB670T ตามนี้ (เป็นค่าที่ตั้งเอาไว้สำหรับระบบที่ทดสอบ และจะแปรผันจากทีวีแต่ละเครื่อง, ต้นทาง/สายนำสัญญาณ/ระบบไฟ รวมถึงสภาพแวดล้อมภายในห้อง และความชอบส่วนตัวของผู้ทดสอบด้วย) ใช้โหมดภาพ isf 1, Contrast 78, Backlight 20 (ห้องมืด/ค่อนข้างมืด) 40 – 50 (ห้องมีแสงทั่วๆ ไป), Brightness 50, H Sharpness 18, V Sharpness 12, Colour 56, Tint 0, Expert Control Dynamic Contrast Off, Super Resolution Off (Low หรือ Medium กับรายการจากดาวเทียม/เคเบิ้ลทีวี), Colour Gamut Wide, Edge Enhancer Off, Colour Filter Off, Gamma 2.2, White Balance Color Temperature Medium, Picture Option Noise Reduction Off (Auto กับรายการ Analog Offair หรือ Cable TV), MPEG Noise Reduction Off, LED Local Dimming Medium (Low กับรายการแสดงสด 16 : 9 บางรายการ), TruMotion User ตั้ง De-Judder 4. De-Blur 10, Aspect Ratio Just Scan (อินพุท 1080i/p)

42LB670T ให้ความขาวของภาพหรือ Color Temperature ใกล้เคียงมาตรฐาน D65 มากที่โหมด Medium คือวัดได้ประมาณ 6,460 °k แปรผันไม่เกิน 250 °k จากระดับความสว่าง 20 ถึง 100 IRE โดยมี dE น้อยกว่า 8 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก เรื่องความเที่ยงตรงของโทนสีของเครื่องที่ปรับมาจากโรงงานแทบจะไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มเติมเลย โดยผู้เขียนเปิด Burn ไว้ประมาณ 100 ชั่วโมง ก่อนการทดสอบ ดังนั้น ถ้าใครใช้รุ่นนี้อยู่ให้ลองใช้โหมดภาพ isf และตั้ง Color Temperature เอาไว้ที่ Medium (จากโรงงานจะตั้งเอาไว้ที่ Warm 2 ซึ่งจะต่ำเกินไปภาพจะอมเหลืองมาก) รวมถึงมันให้การไล่ระดับสัญญาณสีเทา หรือ Grayscale ที่ยอดเยี่ยมมากด้วย

ถ้าต้นทางเป็นฟอร์แมท 1080i หรือ 1080p (กล่อง SET TOP BOX ที่มีช่อง HDMI ทั้งหลายรวมถึง DVB-T2 ด้วยแนะนำให้ตั้งเอาท์พุท Resolution เป็น 1080i อย่าตั้งเป็น 1080p เพราะโปรแกรม HD ที่ส่งมาจะสูงสุดแค่ 1080i แล้วให้ 42LB670T เป็นตัวแปลงเป็น 1080p ภาพโดยรวมจะดูดีกว่าเพราะ Chip ประมวลผลภาพภายในกล่อง SET TOP BOX ราคาประหยัดพันกว่าบาทเหล่านั้น ไม่มีทางสู้ Chip ประมวลผลภาพในทีวีรุ่นดีๆ ได้เลย) อย่าลืมตรวจสอบอัตราส่วนภาพ (aspect Ratio) ที่ทีวีด้วย เพราะส่วนมากจะตั้งมาที่ 16 : 9 ซึ่งควรจะตั้งที่โหมด Just Scan (0% Overscan หรือให้แสดงภาพเต็มพิกเซล 1920 x 1080 จุด Match กับต้นทาง) หรือเกิด Aliasing น้อยที่สุด ปกติถ้าเราดูกันอย่างผิวเผินภาพอาจดู

คล้ายโหมด 16:9 แต่โหมด justscan จะแสดงรายละเอียดจุดภาพครบเติมทุกจุดถ้าเราป้อนสัญญาณทดสอบหรือเล่นโปรแกรมที่มีความถี่สูงมากๆ เป็นองค์ประกอบ โหมด justscan จะเกิดความเพี้ยนของภาพด้านการตอบสนองความถี่สูงน้อยกว่า และไม่เกิดคลื่นลายน้ำ (moire’ pattern) ในรูปสัญญาณทดสอบ 1-pixel resolution burst

ระบบ Micro Pixel Control หรือ Local dimming โดยรวมถือว่าทำงานได้ดีมาก เมื่อใช้งาน (ใช้แค่ Medium ก็น่าจะเพียงพอ) มันช่วยเพิ่มระดับความเข้มข้นหรือความดำของภาพขึ้นมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน แถบดำบน-ล่าง (black bars) ของโปรแกรมอัตราส่วนภาพ 2.35 : 1 ดูดำขึ้นกว่าตอนไม่ใช้อย่างมาก รวมถึงการตัดกันของแสง และเงาในฉากเคียงกัน จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนถึงแม้ในฉากที่มีระดับความสว่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สลับซับซ้อนอาจจะมีการปรับแต่งผิดพลาดบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมควรจะเปิดระบบ Localdimming ให้ทำงานเอาไว้จะทำให้ภาพดูดีกว่าไม่ใช้พอสมควร

54d9ab6fef7296403f000051-2-20150210135543-0cffb1e3209ca585eb37088afda17f7a

            กับแผ่นบลูเรย์บันทึกมาดีๆ ที่ใช้ดูทดสอบอยู่ประจำ 42LB670T ให้ภาพที่ดีมาก มันให้พลังความสว่างของภาพได้สูงมาก ผู้เขียนวัดความสว่างสูงสุดออกมาได้ถึง 56 ft-lb (backlight 100, 100% window) ดังนั้นในการใช้งานถ้าห้องมีแสงไมมากพยายามอย่างตั้ง backligut เอาไว้สูงเกินไปเพราะนอกจากจะรบกวนสายตาแล้วยังทำให้ส่วนฉากมืดของภาพไม่ดูดำสนิท เพราะแสงรั่วไหลจากหลอด backligut ดังนั้นจึงควรปรับ backlight ให้เหมาะสมกับการใช้งานซึ่งเท่าที่ลองดูถ้าห้องมืดสนิทหรือค่อนข้างมืดมากค่ำไฟส่องหลังในช่วง 10-20 น่าจะเพียงพอ ส่วนห้องมีแสงทั่วๆ ไปปรับเพิ่มขึ้นมาในช่วง 40-60 ก็ให้ความสว่างได้มากเกิดพอในการใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว ยกเว้นในโหมด 3D อาจจะต้องเพิ่มค่า backlight ขึ้นมาอีกบ้างเพื่อชดเชยกับแสงที่สูญเสียไปในการชมผ่านแว่น 3D โดยมือใช้โหมด 3D ค่าที่ตั้งมาจากโรงงานคือ bachlight 100 ถ้าดูในห้องที่ค่อนข้างมืดให้ลดลงมาเหลือในช่วง 60-80 น่าจะเพียงพอกับการรับชมรายการ 3D ทั่วๆ ไป นอกจากนี้เมื่อใช้งานร่วมกับระบบ Local dimming มันให้ Controst Ratio ที่สูงมาก ความดำของภาพดีมากภาพโดยรวมดูเปิดมีพลัง ดูใสสะอาดมาก รายละเอียดของภาพสูงมากพยายามอย่าปรับค่า sharpness ให้สูงเกินไปเพราะปกติจอภาพที่มีขนาดไม่ใหญ่มากมันจะให้ความคมชัดที่ดูสูงมากอยู่แล้ว ถ้าเพิ่ม sharpness มากเกินควร มันจะก่อให้เกิดความเพี้ยนของภาพนานัปการขั้นมาซึ่งควรจะหลีกเลี่ยงโดยในการทดสอบผู้เขียนใช้ sharpness ไม่เกิน 20 น่าจะเพียงพอกับแหล่งโปรแกรมทั่วๆ ไป และที่โหมดภาพ isf มันยังสามารถที่จะแยกปรับความคมชัดของภาพ ทั้งทางแนวนอน (H sharpness) และความคมชัดของภาพในแนวตั้ง (V sharpness) แยกจากกันได้ซึ่งทำให้การปรับแต่งละเอียดยิ่งขึ้นไปอีกระบบ super Resolution ทำงานได้ดี โดยเฉพาะกับแหล่งโปรแกรมที่มีการลดรูปข้อมูลมาค่อนข้างมาก หรือมีการลดทอนความถี่สูงมาเช่น cable TV โปรแกรมที่ stream มาจาก internet หรือแผ่น DVD ที่บันทึกมาคุณภาพกลางๆ แต่ควรจะปิดเมื่อใช้กับโปรแกรม HD คุณภาพสูงเช่นจากไฟล์ภาพ HD หรือแผ่นบลูเรย์ มันยังสามารถ Upscale สัญญาณภาพจากแผ่น DVD (อินพุท 480i 576i) ได้ความคมชัดสูงสุด 6.75 MHz เท่าที่แผ่น DVD บันทึกลงไปได้รวมถึง motion artifcts หรือมีความไม่สมบูรณ์ของภาพในการ upscale สัญญาณจาก SD SOURCE ที่น้อยมากด้วย

คุณภาพด้วยภาพเคลื่อนไหวโดยรวมต้องถือว่า 42LB670T ทำคะแนนได้สูงมาก เช่นการตรวจจับ Film mode ที่ LG เรียกระบบ Real Cinema เมื่อตั้งเป็น ‘on’ (อยู่ในเมนู picture→picture options) มันสามารถตรวจจับ และ de-ivterlace ต้นทางที่บันทึกมาในรูปแบบต่างๆ กันได้แทบจะทุก cadence แผ่นทดสอบ HQV และ Spears 2 Munsil ยืนยันถึงการตรวจจับที่รวดเร็ว และแม่นยำของ Filmmode ไม่ว่าจะบันทึกมาเป็น 3/2, 2/2 polldown รวมถึง cadenoe แปลกๆ ได้แทบทั้งหมดใกล้เคียงกับการ de-interlace จากเครื่องเล่น Blu-ray คุณภาพสูงที่ใช้ chip ประมวลผลภาพแยก มันยังจัดการกับโปรแกรม videomode ที่ใช้กล้องวิดีโอถ่ายทำเช่นแผ่นแสดงสดที่ SD และ HD ได้อย่างยอดเยี่ยมภาพเคลื่อนไหวของมุมกล้องในระนาบต่างๆ ดูคมชัดต่อเนื่องไร้รอยหยักฟันปลาให้รบกวนสายตา ผู้เขียนยังอ่านค่าความละเอียดคมชัดของภาพเคลื่อนไหว (mouing resolution) ได้สูงถึง 850 เส้นนับว่าสูงมาก (เคยอ่านได้สูงถึง 900 เส้นในรุ่น 55LM7600 ขอ LG) นับว่าในระดับจอภาพที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมันให้ moving resolution ได้สูงไม่น้อยหน้าใครทีเดียว

ระบบ 3D ที่ใช้ใน 42LB670T เป็นระบบ passive ที่กลายมาเป็นระบบ 3D หลักของทีวีในปัจจุบัน โดยที่หน้าจอทีวีจะมีแผ่นฟิล์มโพลาไรซ์บางๆ ปิดอยู่เรียกว่าแผ่น FPR (Film Pattern Petarder) ที่จะแยกเส้นสแกนภาพทางแนวนอนกออกเป็นสองโพลาไรซ์ และรับชมด้วยแว่นตา polarizing filter ราคาถูกไม่ต้องมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ และให้ภาพ 3D ที่ค่อนข้างสว่างใช้งานในห้องทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่ามันจะลดทอนความคมชัดของภาพในแนวตั้งลงมาบ้างก็ตามเมื่อเทียบกับระบบ active แต่โดยรวมถือว่าทำงานได้ดีมาก ภาพ 3D ที่ได้จาก 42LB670T มีความสว่างดีมาก รายละเอียดโดยรวมดี สีสันอิ่มแน่นโทนสีค่อนข้างถูกต้องมาก มีภาพซ้อนน้อยมาก แว่นตาที่แถมให้มาถึง 4 ชุด มีขนาดเบาใส่สบาย และให้สมดุลของแสงที่ขาว หรือ color temperature ที่ใกล้เคียงกับ 2D หรือตอนที่ไม่ใช้แว่นตามาก

การทำงานโดยรวมของเครื่องถือว่า OK มาก ระบบ Smart+web os เมนู บางครั้งอาจจะต้องเสียเวลาเพื่อเข้าไปในเมนูปรับแต่ภาพ/เสียง หรือระบบบ้าง แต่ใช้งานไปสักพักจะค่อยๆ ขึ้นไปเองเหมาะกับผู้ใช้งานที่เล่นแหล่งโปรแกรม online หรือ share จาก network จะคล้องตัวมาก มีระบบประหยัดพลังงานให้เลือกใช้ได้หลายโหมด Magic Remote ทำงานได้ดีมากจะมีให้เลือกใช้งานได้หลายโหมดแต่ปกติจะใช้งานในโหมด pointer เป็นหลัก ซึ่งจะแสดงลูกศรคล้ายๆ ในจอคอมพิวเตอร์ วิ่งไปมาบนหน้าจอทีวีตามจังหวะทิศทางของรีโมท เมื่อลูกศรชี้ไปยังส่วนที่ต้องการให้กด Enter หรือลูกล้อหมุนเล็กๆ (wheel) โดยขนาดของ pointer ที่ปรากฏที่หน้าจอภาพ และความเร็วของ pointer สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยเข้าไปที่เมนู Accesibility ไปที่ Pointer option โดยก่อนจะใช้งานจะต้องทำการ register หรือ pairing กับจอทีวีก่อนโดยเปิดทีวี และกดปุ่ม wheel (ok) เอาไว้สัก 2-3 วินาที ก่อนเริ่มใช้งาน

lg-0491-355903-1-zoom

            โดยรวม 42LB670T ถือเป็น smart TV ที่ให้คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมมาก มันให้ความดำของภาพที่น่าประทับใจมาก ภาพดูเข้มข้นมีมิติชัดลึก เต็มไปด้วยรายละเอียด อินพุท HDMI และ USB มีให้มาเพียงพอต่อการใช้งาน รองรับมิลติมีเดียที่หลากหลายมาก ระบบปฏิบัติการใหม่ webos ให้ความคล้องตัวกับผู้ใช้งาน online content และ networking ที่ดีมาก มี premium contain ให้เลือกดูมากมาย และจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต มันยังให้ภาพ 3D ที่สวยงามมาก ความสว่างของภาพสูงมิติตื่นลึกดีมากนอก จากนี้มันยังออกแบบตัวเครื่องได้สวยงาม วัสดุที่ใช้ประกอบเกรดสูงประณีต เป็นจอภาพขนาด 42 นิ้ว คุณภาพสูงที่น่าใช้งานเป็นอย่างมากครับ