Test: LG BD670 3D Blu-ray Disc Player

LG BD670 3D Blu-ray Disc Player

 

LG BD670 3D Blu-ray Disc Player

LG BD670 3D Blu-ray Disc Player

 

 

        เครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นใหม่ตัวท๊อปจาก LG รองรับระบบ 3D, Network streaming พร้อมระบบเชื่อมต่อไรสาย (WIFI) ในตัว ในราคาไม่ถึงเจ็ดพันบาท

 

คุณสมบัติ

  • รองรับแผ่น 3D Blu-ray, BD-ROM, DVD, DVD±R/RW, AVCHD, AUDIO CD, CD-R/RW, ไฟล์เสียง MP3/WMA/WAV/ M4ACDRM FREE, ไฟล์ภาพ jpeg, png
  • Built in wireless LAN (WIFI)
  • Netcast รองรับการเชื่อมต่อ Accedo game, VTune (music), Diav (vod), You tube, Dicasa Web Albums, Aecu Weather ผ่านเครือข่าย internet
  • HD Content Playbach (MKV, Divx HD, AVC HD)
  • External HDD Playback
  • ฟังก์ชั่น Smart Phone Remote Control
  • รองรับ DLNA/CIFS เชื่อมต่อข้อมูลไร้สาย
  • Gracenote Media Database ID แสดงข้อมูลเพลง, ชื่อศิลปิน, อัลบั้มได้ทันที
  • มีวงจรประมวลผลภาพคุณภาพสูง สามารถ up scale จากแผ่น DVD เป็น 1080p พร้อม film mode detection ทั้ง 3/2 และ 2/2 pulldown และมี diagonal edge processing สำหรับโปรแกรม video mode ลดรอยหยักฟันปลา (jaggies)
  • ปรับพารามิเตอร์ด้านภาพได้หลายพารามิเตอร์ รวมทั้ง sharpness filter ระบบ WOL (Wake on Lan) เปิดเครื่องเล่นผ่านเครือข่ายในบ้านได้
  • ควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ของ LG เองด้วยระบบ simplink
  • เอาท์พุท resolution 480i/p, 576i/p, 720p, 1080i, (50/ 60 Hz), 1080p/24, 50/60 Hz)
  • รองรับ BD-LIVE
  • ระบบ WI-FI Direct แชร์ไฟล์กับอุปกรณ์ wireless อื่นๆ ในบริเวณโดยตรงไม่ต้องผ่าน access point

 

LG BD670 มีขนาด 430 x 49 x 202 มิลลิเมตร (WxHxD) น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม ใช้กำลังไฟ 17 วัตต์ ระบบ wieless Lan เครื่องเข้ากับมาตรฐาน IEEE 802.11n (5 GHz และ 2.4 GHz

 

 

Blu-Ray Players 2011 _ LG _ BD670

 

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

เครื่องเล่น Blu-ray 3D คุณภาพสูงจาก LG มีคุณสมบัติเด่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย นับตั้งแต่สามารถเล่นแผ่น Blu-ray 3D แบบ frame equential ติดตั้งระบบเชื่อมต่อไร้สาย WIFI ภายในเครื่อง เล่นแผ่นได้สารพัดชนิด เล่นไฟล์ได้สารพัดแบบทั้งภาพ และเสียงรวมถึงกับ HDD ภายนอก สตรีมมิ่งข้อมูลดิจิตอลภาพ/เสียงจาก internet ได้ มีระบบ Gracenote แสดงรายชื่อเพลง, อัลบั้ม, ชื่อศิลปินได้จากฐานข้อมูลผ่านเครือข่าย ระบบWIFI Direct เชื่อมต่อและแชร์ข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นๆ ใกล้เคียงได้โดยตรงไม่ต้องผ่าน router หรือ access point หรือแชร์ไฟล์ข้อมูลภาพเสียงผ่าน network ในบ้านคุณด้วย DLNA/CIFS

LG BD670 ยังเป็นที่ชื่นชอบส่วนตัวของผู้เขียนเพราะเป็นเครื่องเล่น Blu-ray ที่ใช้ chip ประมวลผลภาพ SOC คุณภาพสูงในระดับราคาไม่เกินหมื่นบาทที่ทำการตรวจจับ filmmode ได้หลายรูปแบบทั้ง 3/2, 2/2 pulldown รวมถึง cadence แปลกๆ อีกหลาย cadence ได้อย่างแม่นยำ และทำการย้อนกลับ filmmode หรือ inverse-telecine de-interlacing ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงโปรแกรม video mode ที่ใช้กล้องวิดีโอถ่ายทำ เท่าที่ลองดูพบว่ามันมี diagonal edge processing ลดรอยหยักฟันปลาลงอย่างได้ผลทั้งแหล่งโปรแกรม video SD (480i, 576i) และ video HD (1080i)

รูปร่างหน้าตา BD670 คล้ายๆ กับเครื่องเล่นบลูเรย์มาตรฐานทั่วๆ ไปคือลิ้นชักใส่แผ่นอยู่ด้านซ้ายมือ ตรงกลางเป็นจอแสดงผล และมีปุ่มควบคุมอยู่ด้านขวามือ 4 ปุ่ม คือ ปุ่ม ปิด/เปิดลิ้นชัก, ปุ่มเล่น/หยุดชั่วขณะ, ปุ่ม Stop และปุ่ม Power ส่วนด้านหลังเครื่องจะมีช่องHDMI หนึ่งชุดของคอมโพสิต และคอมโปเนนท์วิดีโออย่างละหนึ่งชุด ช่องต่อดิจิตอล optical และเชื่อมต่อ LAN สายไฟ 2 ขา ติดมากับตัวเครื่องยาวประมาณเมตรครึ่ง

หลังจากเสียบปลั๊กไฟเริ่มเปิดเครื่องจนถึงอ่านแผ่น เริ่มต้นโปรแกรม BD670 ใช้เวลาอยู่ในระดับกลางๆ ไม่เร็วมากแต่ก็ไม่ช้าจนรับไม่ได้ (เหมือนเครื่องยุคแรกๆ) การอ่านแผ่นที่สกปรกมีรอยขีดข่วนทำได้ดีมาก และสามารถอ่านแผ่นได้หลายรูปแบบจริง ตามที่เคลม แต่ปุ่มกดหน้าเครื่องดูออกจะใช้แรงกดมากเกินไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักเครื่อง ดังนั้นทุกครั้งเวลาที่กดจะเป็นการดันทั้งตัวเครื่องถอยหลังทุกครั้งไปต้องใช้อีกมือหนึ่งคอยจับหลังเครื่องเอาไว้ซึ่งถ้าออกแบบเป็นระบบสัมผัสจะดีขึ้นมาก

เมื่อกดปุ่ม HOME จะมีเมนูหลักขึ้นที่หน้าจอ ประกอบด้วย Movie, Photo, Music, Premium และ Setup ในส่วนของ Movie, Photo และ Music จะเป็นการเลือกเล่น/ดู/ฟัง โปรแกรมจากแผ่น, อุปกรณ์พ่วงต่อภายนอก (HDD, USB drive ฯลฯ) และจาก network เมนู Premium จะเข้าไปเลือกดู Online Content ต่างๆ ซึ่งที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอเครื่องที่ขณะทดสอบ (อาจจะเพิ่มเติมขึ้นมาในอนาคตได้อีกเรื่อยๆ) ได้แก่ funsport (เกมส์สนุกๆ เช่น sodoku, Rockswap Advanture), Picasa (อัลบั้มรูปถ่ายสวยๆ น่าสนใจทั่วโลก),MLB TV, Viewster (ภาพยนตร์ต่างๆ, กีฬา, รายการเด็ก ฯลฯ), Accu Weather.com (รายงานสภาพอากาศทั่วโลก) vTuner (สถานนีวิทยุอินเตอร์เน็ต), Youtube ซึ่งโดยรวมให้คุณภาพของภาพและเสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนเวลาที่ใช้ในการ Load อยู่ระดับปานกลาง ความต่อเนื่องของภาพยนตร์บางครั้งดูไม่ค่อยต่อเนื่องนักต้องหยุด Buller ข้อมูลอยู่เป็นระยะๆ เท่าที่จำได้ LG BD550 จะโหลดได้ต่อเนื่องกว่าอยู่พอสมควร

 

DSC_4397

ระบบ Gracenote ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากเพราะมันสามารถแสดงรูปปกอัลบั้ม, ชื่อเพลง/เวลาเล่น, ชื่ออัลบั้ม, ชื่อศิลปิน จากแผ่น CD หรือข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์ในแผ่น เช่น ปีที่นำออกฉาย, ผู้กำกับ, รายชื่อนักแสดงหลักๆ , ข้อมูลเกี่ยวกับตัวภาพยนตร์/ เรื่องย่อ จากแผ่น DVD และแผ่น Blu-ray อย่างเช่นถ้าเครื่องต่อเข้ากับจอภาพอยู่ เมื่อนำแผ่น CD ใส่เข้าไป เครื่องจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาทีเพื่อ Load ข้อมูลจาก ฐานข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต และแสดงข้อมูลขึ้นที่หน้าจอภาพ ผู้เขียนลองนำแผ่น CD เพลงเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นของ Sheffield lab, แผ่นแสดงสด Weavers Live at Carnegie Hall ฯลฯ ระบบ Gracenote สามารถแสดงข้อมูลในแผ่นได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ถ้าเป็นแผ่น Blu-ray หรือ DVD เมื่อแผ่นเล่นเข้าตัวหลักภาพยนตร์หรือโปรแกรมแล้วให้กดปุ่ม INFO/DISPLAY ที่รีโมทคอนโทรลแล้วเลือกไปที่บรรทัดล่าสุด (movie information) กด Enter เครื่องจะใช้เวลาหาข้อมูลอยู่สักครู่ จะแสดงผลที่ค้นหาได้บนจอภาพ ซึ่งบางแผ่นอาจจะมีข้อมูลอย่างละเอียด หรือบางแผ่นอาจจะไม่มีข้อมูลเครื่องจะแสดง ‘INFO IS NOT Available for this movie’ แต่ถ้าอีกสักสัปดาห์หรือหนึ่งหรือสองเดือนเมื่อนำแผ่นเดิมมาเรียกดูข้อมูล อาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมได้เพราะฐานข้อมูลของ Gracenote จะมีการ update อยู่ตลอดเวลา

ส่วนของ SETUP จะประกอบด้วยเมนูย่อยคือ DISPLAY ที่ปรับเกี่ยวกับระบบภาพ (ดูรูปที่ตั้งค่าเอาไว้ในการทดสอบ), ภาษา, Audio (การตั้งค่าด้านเสียง), LOCK, NETWORK (ติดตั้งระบบเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งแบบสาย และไร้สาย), others (ตั้งค่า DivxVOD, Quick Start, Auto power off, Network Play, Initialize, Upgrade software) ส่วนการปรับแต่งภาพ (picture adjustment) จะไม่อยู่ใน SET UP เมนู แต่จะปรับแต่งได้โดยการกดปุ่ม INFO/ DISPLAY แล้วเลื่อนลงไปบรรทัดเกือบล่างสุด (มี icon รูปจานผสมสี) โดยโหมดภาพที่สามารถเลือกได้คือ standard, vivid, movie และ user setting หรือปรับแต่งเองซึ่งค่าที่ปรับแต่งได้คือ Centrast, Brightness, Color, Sharpness และ Noise Reduction ซึ่งในการทดสอบจะใช้โหมด standard เป็นหลักยกเว้นบางแผ่นที่อาจจะเพิ่มระดับสี (Color) และความคมชัด (sharpness) ขึ้นมาเล็กน้อย

ปุ่ม INFO/DISPLAY ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ขณะที่แผ่นกำลังเล่น เราสามารถที่จะค้นหา/ข้าม chapter ได้ตามต้องการ, สามารถปรับเลือกระบบเสียง หรือซับไตเติ้ลได้ รวมถึงเปลี่ยนมุมกล้อง, อัตราส่วนภาพฯลฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านเข้า SET UP เมนูให้เสียเวลา

ฟังก์ชั่น ZOOM ของ BD670 สามารถที่จะเลือกซูมภาพได้อย่างละเอียดขั้นละ 2% (คิดจากสัดสวนภาพต้นฉบับเป็น 100%) สูงสุด 136% และสามารถเลื่อน PAN ซ้าย-ขวา, บน-ล่าง ได้โดยปุ่มลูกศรที่รีโมทคอนโทรล เมื่อต้องการกลับไปที่ขนาดภาพต้นฉบับทำได้อย่างง่ายดายโดยการกดปุ่มสีเหลืองนับว่าสะดวกมาก

BD670 สามารถ shave file ข้อมูล ภาพ/เสียง จากอุปกรณ์ PC หรือ SERVER อื่นๆ ที่ต่อร่วมกันอยู่ในเครือข่ายเดียวกันในบ้านของคุณได้ เช่น ถ้าคุณอยากจะนำรูปถ่ายที่อยู่ใน PC หรือ (ABTOP ของคุณต่อเข้าทีวีจอใหญ่ๆ ในระบบโฮมเธียเตอร์ วิธีการดั้งเดิมคือคุณจะต้องยก PC หรือ LABTOP เข้าไปใกล้ๆ ทีวี แล้วลากสาย HDMI (หรือ DVI ก็แล้วแต่) มาเสียบใช้งาน แต่ให้สะดวกกว่า เช่น ถ้า PC ของคุณอยู่ชั้น ชุดโฮมเธียเตอร์อยู่ชั้นล่าง และ BD670 ต่ออยู่กับชุดทีวี/โฮมเธียเตอร์ คุณสามารถโอนไฟล์ภาพ/เสียงจาก PC หรือ LABTOP ที่วางอยู่ทุกตำแหน่งในบ้านคุณที่ต่อเข้ากับ router หรือ network ในบ้าน (ปกติเวลาเราใช้ PC/ LABTOP เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็เท่ากับว่าอุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมโยงอยู่กับระบบเครือข่ายในบ้านเราแล้ว) ไปยัง BD670 เพื่อส่งสัญญาณภาพ/ เสียงไปขึ้นจอภาพหรือชุดโฮมเธียเตอร์ของคุณได้ทันทีเพียงแค่คุณนำ suftwore ที่ใช้แชร์ข้อมูลอย่างที่ LG แถมมาคือ Nero Media Home 4 Essentials ติดตั้งที่ PC หรือ LABTOP ของคุณ และเลือก folder/ files ที่ต้องการแชร์ไปยัง network เท่านี้ก็เรียบร้อย เมื่อคุณกดเลือก Movie, Music หรือ photo gallery ใน Home เมนูที่ BD670 จะปรากฏ folder/ files จาก PC/ Labtop ที่คุณแชร์เอาไว้แล้วกดเลือกเล่นเพลง/ ดูรูปภาพที่ต้องการได้ทันที

กับแผ่น Blu-ray คุณภาพสูงที่ดูอยู่ประจำ BD670 ให้ภาพโดยรวมที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งในเรื่องของความสดใสของภาพ พลังความสว่าง และความอิ่มตัวของเม็ดสี BD670 ให้รายละเอียดความคมชัดของภาพได้ดีมาก โดยรวมดีกว่าเครื่องเล่น Blu-ray ที่ใช้ chip ประมวลผลภาพตัวเดียว (SOC) อยู่พอสมควร เป็นรองแค่เครื่องเล่น Blu-ray ที่ใช้ chip ประมวลผลแยกเล็กน้อยเท่านั้น การตรึง (hold) ระดับดำของภาพดีมาก ภาพดูมีมิติความเป็นตัวตน การตัดกันของแสง และเงาดีมาก รวมถึงการไล่ระดับโทนความสว่างดูต่อเนื่องไม่กระโดด

รายละเอียดของภาพที่ดีมากเป็นผลมาจากการตอบสนองความถี่สูงของ BD670 ที่ยอดเยี่ยมทั้งการตอบสนองความถี่ของสัญญาณขาว-ดำ (luminance response) และการจอบสนองความถี่ของสัญญาณสี (Chrominance response) สัญญาณทดสอบ 1-pixel burst (1080p) ยังคงแสดงรายละเอียด การแยกแยะเส้นขาว-ดำได้อย่างชัดเจนทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ส่วนการ upscale สัญญาณจากแผ่น DVD (480i, 576i) เป็น 1080p ยังคงรักษาความถี่สูงสุด ที่บันทึกลงแผ่น DVD (6.75 MHz) เอาไว้ได้ และมีการกระเพื่อม (ringing) น้อยมาก

 

DSC_4388

คุณภาพด้านภาพเคลื่อนไหว (motion performanec) BD670 ทำได้ดีมากเช่นเดียวกัน ภาพเคลื่อนไหวโดยรวมดูต่อเนื่องสบายตา มีความไม่สมบูรณ์ (motion artifacts) น้อยมาก มันยังสามารถตรวจจับ filmmode ของแผ่นภาพยนตร์ที่บันทึกมาทั้ง 3/2 pulldown และ 2/2 pulldown รวมทั้ง cadence แปลกๆ และทำ inverse telecine de-interlacing ได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเครื่องเล่น Blu-ray ระดับราคาต่ำกว่าหมื่นอยู่ไม่กี่ตัวที่ให้มีการตรวจจับและ de-interlace filmmode ได้แม่นยำมากมายหลายรูปแบบเช่นนี้ ส่วนการทำ frame rate conversion จากแผ่น 24 Hz เป็น 60 Hz ก็สามารถทำได้ดีมาก เช่นเดียวกันแทบไม่สังเกตเห็นการกระตุก (judder) ของภาพเกิดขึ้นมาเลย

ส่วนแผ่นหรือโปรแกรมแสดงสดที่บันทึกสัญญาณ video mode (480i, 576i, 1080i) BD670 สามารถสร้างภาพ progressive และ upscale เป็น 1080p (กรณี 480i, 576i) ได้อย่างยอดเยี่ยมภาพวัตถุเคลื่อนไหวในแนวเฉียงไม่พบรอยหยักฟันปลา (jaggies) เกิดขึ้นมาเลย การแพนกล้องในทิศทางต่างๆ ดู smooth มากแทบไม่พบการลดลงของรายละเอียดภาพในช่วงที่ภาพมีการเคลื่อนไหว (resolution pumping) ในโปรแกรมบันทึกเป็น video mode นี้เลย

โดยรวมถือว่า BD670 มีความโดดเด่นทั้งคุณภาพของภาพ และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ที่ให้มามากมาย รองรับการใช้งานกับยุคมัลติมีเดียในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะใช้เวลาในการโหลดแผ่นอยู่บ้างตามสมควร แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพโดยรวมต่อราคาค่าตัวแล้วถือว่า BD670 เป็นเครื่อง Blu-ray 3D ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากครับ