Test : LG 55EC930T 55” CURVED OLED TV

Test : LG 55EC930T 55” CURVED OLED TV

นิตพินัย

50028652_110410

 

OLED จอโค้งรุ่นใหม่จาก LG ให้ส่วนมืดของภาพได้ดำสนิท เฉดสีกว้างด้วยระบบ 4 Color Pixel (WRGB) และระบบ WebOS SmartTV

 

คุณสมบัติ

  • ขนาดจอ 55” 16 : 9 ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล OLED ระบบ Passive 3D, กรอบจอบางมาก
  • ระบบ 4 Color Pixel (WRGB) ให้ Contrast Ratio สูงสุดไม่จำกัด
  • ระบบ Tru-Color Generator
  • ระบบ Resolution Upscaler/Picture Wizard III
  • วงจรประมวลภาพ Triple XD Engine พร้อม Real Cinema 24p
  • Picture Mode 8 ชุด พร้อม Smart Picture Mode
  • ปรับอัตราส่วนภาพได้ 8 โหมดพร้อมโหมด Just Scan 1 : 1 Pixel Mapping (0% Overscan)
  • ระบบ FDR (Passive) 3D, มีวงจร 2D to 3D/3D to 2D, 3D Depth Control/Viewpoint Control และโหมด Dual Play (ซื้อแว่นเพิ่ม) มีแว่นตาให้มา 4 อัน แบบคลิปและสวมอย่างละ 2 ชุด
  • LG SmartTV Platform กับระบบปฏิบัติการ WebOS/Launcher Bar/Live Menu
  • LG Store/Premium Content/Skype/Web Browser
  • ควบคุมระบบด้วย Magic Remote Control พร้อมรีโมทคอนโทรลปกติอีกหนึ่งตัว
  • LG Smartshare/Remote App/Miracast/WiDi/Network File Browser
  • WiFi Builtin/WiFi Direct/Simplink/MHL
  • อินพุท HDMI 4 ชุด (ด้านข้าง 3 ชุด ด้านหลัง 1 ชุด) , คอมโปเนนท์วิดีโอหนึ่งชุด, คอมโพสิตวิดีโอหนึ่งชุด, Digital ออดิโอเอาท์พุทแบบ Optical หนึ่งชุด, ช่อง USB 2.0 3 ชุด, ช่องต่อ LAN และ RS-232C
  • ระบบเสียง Ultra Surround กำลังขับ 40 วัตต์ มีระบบ Clear Voice II และ Smart Sound Mode
  • ถอดรหัสเสียง Dolby Digital/DTS พร้อม Sound Mode อีก 6 โหมดระบบ Optical Sound Sync
  • โหมดปรับภาพ 8 โหมด พร้อมโหมดผู้เชี่ยวชาญ (isf) ลองโหมด

 Paper Slim

55EC930T มีขนาด 48.2” x 28.1” x 3.1” (ไม่รวมขาตั้ง) และ 48.2” x 29.6” x 8” (W x H x D) รวมขาตั้ง น้ำหนักไม่รวมขาตั้ง 31.7 ปอนด์ และ 36.1 ปอนด์ (รวมขาตั้ง) ราคา 149,990 บาท

 LG-55EC930T-55-Inches-139cm-Full-HD-Smart-3D-Curved-OLED-LCD-TV-Angle-high

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

55EC930T เป็น OLED TV จอโค้งขนาด 55 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจาก LG มีคุณสมบัติเด่นๆ ไม่น้อยหน้ารุ่นก่อนหน้าแต่ราคาค่าตัวที่ต่ำกว่าเดิมกว่าเท่าตัวเริ่มเป็นกลุ่มสินค้าทีวีคุณภาพสูงเทคโนโลยีใหม่ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะมีคุณสมบัติเด่นๆ หลายประการที่เรียกได้ว่าจอภาพ ระบบที่ผ่านๆ มาเทียบกันแทบไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความมืดของภาพที่ดูดำสนิทเพิ่ม Contrast Ratio ให้ได้สูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (Infinite Contrast Ratio)

การออกแบบไร้กรอบและเป็นจอโค้ง สวยเด่นสะดุดตามาก ส่วนที่บางสุดของจอภาพหนาประมาณไม่ถึงเซนติเมตรกรอบเป็นอะลูมิเนียม ขั้วต่อสัญญาณต่างๆ อยู่ด้านหลังเครื่องตรงช่วงกลางๆ ที่จะเป็นส่วนที่หนายื่นออกมาเล็กน้อย การจับยกต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะทำให้จอภาพเสียหายได้ น้ำหนักตัวพร้อมขาตั้งค่อนข้างเบา ประมาณ 16.6 กิโลกรัมเท่านั้น

OLED เป็นเทคโนโลยีในการผลิตจอภาพแบบใหม่ย่อมาจาก Organic Light Emitting Diodes ที่มีจุดพิกเซลสร้างภาพเป็นส่วนประกอบของสารอินทรีย์ที่สามารถเปล่งแสงได้เมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสัญญาณไฟฟ้า บางครั้งเรียกว่ากระบวนการ Electroluminescence พูดง่ายๆ คือ OLED เหมือนกับหลอดไฟขนาดจิ๋วที่สามารถปิดและเปิดได้อิสระแต่ละจุดภาพโดยการควบคุมจากสัญญาณไฟฟ้าภายนอก เช่น ถ้าเราต้องการให้ Pixel ของ OLED จุดใดดับลงเราเพียงแต่ปิดสัญญาณไฟฟ้าที่ตำแหน่งของพิกเซลนั้นๆ ดังนั้นมันจึงให้ความดำของภาพได้สนิทมาก ไม่มีแสงรั่วไหลเช่นจอ LCD หรือ Plasma เองที่ยังคงมีประจุไฟฟ้าตกค้างอยู่ และมีการเรืองแสงเกิดขึ้นมาเล็กน้อยได้ นอกจากนี้มันยังมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมเมื่อนำมาแสดงผลภาพเคลื่อนไหวในระบบวิดีโอคุณภาพสูงนอกเหนือจาก Native Contrast Ratio ที่สูงมากแล้วมันยังมี Pixel Response Time ที่รวดเร็วมาก พอๆ กัน Plasma ไม่มีปัญหาเรื่อง Ghosting และ Smearing รวมถึงให้เฉดสีที่กว้าง ความอิ่มตัวของสีสูงมาก แต่ OLED สีน้ำเงินอาจจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าสีอื่นๆ บ้าง รวมถึงการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อนก็เป็นเรื่องที่กำลังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกขณะ นอกจากนี้ OLED ยังมีขนาดบางสามารถดัดโค้งงอได้ มันถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดเล็กเช่น Smartphone, Tablet, Portable Game มาสักระยะหนึ่งแล้ว OLED ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำมาก รวมถึงแรงดันไฟต่ำไม่ถึง 10 โวลต์ ทำให้ได้เปรียบกว่าเทคโนโลยีจอภาพชนิดอื่นๆ ค่อนข้างมาก และยังมีแนวโน้มที่จะสามารถพัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้นในอนาคตได้อีกมากรวมถึงราคาที่ลดลงมาตามลำดับ ซึ่งในวงการมองว่า OLED น่าจะเป็นเทคโนโลยีของจอภาพในอนาคตอีกแบบหนึ่งที่สดใสมากทีเดียว

ใน LG 55EC930T ใช้เทคโนโลยี 4 พิกเซลสี (WRGB) คือแม่สีทั้งสามคือสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ร่วมกับ Pixel สีขาว เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรงในการถ่ายทอดความแม่นยำของสีสัน และปรับปรุงด้านความสว่างให้ดีขึ้น รวมถึงกำหนดขอบเขตของแม่สี (cdor gamut) ให้กว้างขึ้นกว่าเดิมด้วย

มันยังใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ LG SmartTV+ WebOS ที่ออกแบบ Home Menu หน้าจอใหม่เข้าถึง Contain, Applications และการเชื่อมต่อต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ใช้เป็น Web Browser เอนกประสงค์ได้ทันที มี Premium Contain ให้ดูหลายตัวเช่น Viewster ที่รวบรวมภาพยนตร์หลากหลายแนวเอาไว้ให้เลือกชมกัน รวมถึงมิวสิกวิดีโอ/การแสดงสด/รายการสำหรับเด็ก/สารคดี และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก

c0ca9-Main

            55EC930T มีระบบที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพหลายอย่าง นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีจอภาพ OLED เองที่ถือเป็นพระเอกหลักของงานแล้ว ยังมีระบบเพิ่มเฟรมภาพ (Trumotion) คุณภาพสูงให้ดัชนีความคมชัดของภาพเคลื่อนไหว (MCI : Motion Clarity Index) สูงถึง 1000 วงจรประมวลผลภาพ Triple XD Engine พร้อมวงจรลดสัญญาณรบกวนภาพ Adaptive NR มีระบบ Resolution Upscaler ระบบเพิ่มรายละเอียด Super Resolution, Tru Color Generator มีระบบ Real Cinema 24p ตรวจจับ 2/2 และ 3/2 Pulldown Film Mode ได้อย่างแม่นยำ มีโหมดภาพให้เลือกใช้งานถึง 8 โหมด รวมถึงโหมดปรับละเอียดของผู้เชี่ยวชาญ (isf) อีกสองโหมด มี Smart Picture Mode ปรับแต่งให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของห้องโดยอาศัยตัว Sensor ที่เครื่องมีอัตราส่วนภาพให้เลือก 8 โหมดรวมถึงโหมด 0% Overscan หรือ Just Scan ให้ใช้กับต้นทางฟอร์แมท 1080i หรือ 1080p ด้วย ซึ่งโหมดที่จะตัดขั้นตอนของการประมวลผลบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งจะช่วยลดความเพี้ยนของภาพบางประการลงมาอีกได้ โดยเฉพาะที่ความถี่สูง (รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ )

ระบบ 3D เป็นระบบ Passive ที่กลายมาเป็นระบบหลักของทีวี 3D ในปัจจุบันโดยที่หน้าจอทีวีจะมีแผ่นฟิล์มโพลาไรซ์บางๆ ปิดอยู่เรียกว่าแผ่น FPR (Film Pattern Retarder) ที่จะแยกเส้นสแกนภาพทางแนวนอนออกเป็นสองโพลาไรซ์ และรับชมด้วยแว่นตา Polarizing Filter ราคาถูกไม่ต้องมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ และให้ภาพ 3D ที่ค่อนข้างสว่างใช้งานในห้องทั่วๆ ไปได้ ถึงแม้ว่ามันจะลดทอนความคมชัดของภาพทางแนวตั้งลงมาบ้างเล็กน้อยก็ตาม แต่การกระพริบรับของภาพ จะน้อยกว่าระบบ Active ทำให้ภาพดูนานๆ แล้วไม่ล้าสายตาง่าย รวมถึงแว่นตา 3D มีขนาดเบาในกล่องมีแถมมา 4 ชุด เป็นแบบสวม 2 ชุด และแบบคลิป 2 ชุด

ขั้วต่อ HDMI มีให้มาถึง 4 ชุด (รองรับ ARC, MHL หนึ่งชุด) USB 2.0 จำนวน 3 ชุด ช่องต่อคอมโปเนนท์คอมโพสิตวิดีโออย่างละหนึ่งชุด ช่องเสียบ LAN ช่อง Optical Digital Audio เอาท์พุทอย่างละหนึ่งชุด และยังมีช่องสื่อสาร RS-232 (Mini Jack) ให้ใช้งานอีกหนึ่งชุด

ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อกับเครือข่ายค่อนข้างครบครันมาก เพราะมันติดตั้ง Wireless Lan (WiFi) ในตัวมีระบบ WiFi Direct, Miracast, Simplink, WiDi, MHL มาให้พร้อม ซึ่งส่วนใหญ่สามารถเลือกจากหน้าเมนูหลักได้ทันที ส่วนช่อง USB รองรับไฟล์ภาพได้หลากหลาย รวมถึง DiVXHD, JPEG, JPS, MPO, ไฟล์เสียง AC-3, EAC3, AAC, HI-AAC, MPEG, MP3, PCM, DTS เป็นต้น

Contain จาก Internet มีค่อนข้างหลากหลาย ในส่วนของ Premium Contain และ LG Store มีรายการมากมายที่ติดตั้งมากับเครื่อง เช่น ดูหนัง, ZAB MOVIE, MTHAI, MAJOR CINEPLEX, ช่อง 3, YOUTUBE, LIVE, TV, ACCUWHEATHER, THAI TV3, GMM TV, DEK-D, BUGABOO TV, CARTOONCLUB, ครอบครัวข่าว 3, YOU2PLAY, FOOD TRAVEL, SKYPE, VOICE TV, NATION CH, MTHAI SPORT และ THAI GAME NETWORK ในส่วนรายการ 3D จะมีโปรแกรม 3D ให้โหลดดูมากมาย ทั้งสารคดี, หนังสั้น การ์ตูน ฯลฯ รวมถึงเป็น Full Web Browsor ได้ทันที ซึ่งเท่าที่ลองใช้งานดูโดยรวมให้คุณภาพที่ค่อนข้างดีมีการกระตุกของภาพน้อย การเข้า/ออก เปลี่ยนรายการทำได้ค่อนข้างรวดเร็วดี

เมื่อกดปุ่ม Smart (ปุ่มรูปบ้านสีฟ้า) จะปรากฏหน้า WebOS LG Smart+ ที่จอภาพ โดยซ่อนอยู่บนรายการปัจจุบัน ทางด้านล่างของจอจะมีรูปสี่เหลี่ยมเอียงไปทางขวามือเรียงกันไปเป็นแถว มีชื่อ Apps, Contain หรือการเชื่อมต่ออยู่ตรงกลาง แท่งเหล่านี้จะรวมเรียกว่า Launcher เมื่อคลิ๊กเข้าไปรูปแท่งสี่เหลี่ยมที่ถูกเลือกจะขยับขึ้นด้านบนเล็กน้อยและจะสลับหน้าจอเป็นรายการใหม่ทันทีเมื่อกด ok หรือ Enter ส่วนถ้าต้องการปรับแต่งภาพ/เสียงหรือตั้งค่าเกี่ยวกับตัวเครื่องจะต้องคลิ๊กเข้าไปที่รูปฟันเฟืองทางด้านบนของจอใกล้กับนาฬิกา ซึ่งจะปรากฏเมนูหลักและเมนูย่อยปรากฏขึ้นทางด้านซ้ายมือของจอภาพ

เมนูภาพ/เสียง สามารถเข้าไปปรับได้โดยคลิ๊กไปที่รูปฟันเฟืองผ่านทางเมนู Smart ดังที่กล่าวข้างต้น ทางซ้ายมือจะปรากฏแถบเมนูประกอบด้วย Quick Setting, Picture Setting, Sound Setting, Network Setup, General (ตั้งค่าทั่วไป) , Safety และ Accessibility ในส่วนของเมนูภาพ (Picture Setting) เมื่อกดเข้าไปจะประกอบด้วย Picture Mode ทั้งหมด 8 โหมด, Picture Adjust (เมื่อคลิ๊กเข้าไปจะมีเมนูย่อยให้ปรับแต่งอีกมากมาย) , Aspect Ratio, 3D Setting, Dual Play, Energy Saving, Picture Wizard III, Picture test และ 3D Picture Test

การเชื่อมต่อเครือข่ายทำได้สะดวกง่ายดาย ไม่ว่าจะต่อสาย LAN เข้าที่หลังตัวเครื่องหรือใช้ระบบ Wireless เพราะติดตั้ง WiFi มาในตัวเรียบร้อยแล้วเท่าที่ลองดูรัศมีการรับส่งสัญญาณดีมาก การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว รองรับการแชร์ไฟล์ภาพ/เสียงของอุปกรณ์มัลติมีเดียผ่านเครือข่ายในห้องคุณได้ทันที รวมถึงมีระบบ Miracast (Screen Mirorring) ส่งภาพ/เสียงจาก Smartphone/Tablet ไปที่จอภาพได้โดยตรง รวมถึงใช้เป็น Full Web Browser ท่องเว็บต่างๆ เหมือนมีคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์จอใหญ่ในเครื่องเดียวกัน รวมถึงสามารถสลับหน้าจอไปมาระหว่างรายการได้อย่างรวดเร็ว

ในการทดสอบต้นทางจาก OPPO BDP-103 (Upgrade ภาคจ่ายไฟ Perfect Power), SONY BDP-S7200, เครื่องเล่นเกม PS3, สาย HDMI DHlab, ADSL TOT@10 Mbps With Wireless Router วัดอุณหภูมิสี/ความสว่าง/Gragscale ด้วย Minolta Color Analyzer แผ่นทดสอบ Blu-ray Qtec, HQV, S&M, DVE, AVSHD ฯลฯ ปรับแต่งภาพที่ 55EA930T ดังนี้ (เป็นค่าที่ตั้งเอาไว้สำหรับระบบที่ทดสอบและจะแปรผันจากทีวีแต่ละเครื่อง, ต้นทาง/สายนำสัญญาณ/ระบบไฟ/สภาพแวดล้อมแสงสีภายในห้องและความชอบส่วนตัวของผู้ทดสอบเองด้วย) ใช้โหมดภาพ isf1, OLED LIGHT 40-50 (ห้องไม่สว่างมากนัก) 60-80 (ห้องมีแสงทั่วๆ ไป), Contrast 80, Brightness 51, H. Sharpness 14, V Sharpness 14, Color 52, Tint R4, Expert Control Dynamic Contrast Off, Super Resolution Low, Color Gamut Standard, Edge Enhancer Off, Color Filter Off, Gamma2.2, Color Temperature Medium, Picture Options, Noise Reduction Auto, MPEG Noise Reduction Off, Black Level Low, Real Cinema Off, Trumotion User ตั้ง De-Judder 4, De-Blur10, Aspect Ratio Justscan

LG Curved OLED TV 55EC930T

            55EC930T ค่อนข้างจะใช้เวลา Burnin มากกว่าจอทั่วๆ ไปเล็กน้อย ซึ่งจะมีผลต่อค่าอุณหภูมิ (Color Temperature) และการไล่ระดับสีเทา (Grey Scale Tracking) โดยก่อนจะทำการ White Balance อย่างละเอียด (ซึ่งแนะนำให้ทำแบบ 10 จุด จะแม่นยำกว่า 2 จุด, ถ้ามีเครื่องมือพร้อม) ได้เปิด Burn เอาไว้ประมาณ 100-150 ชม. ก่อนจะทำการ Calibrate อาจจะให้โทนสีที่ติดอมเขียวไปบ้าง แต่หลังจาก Cal แล้ว จะดีขึ้นอย่างมากแต่ก็ควรจะทำการ Re-Cal เป็นระยะถ้าต้องการคุณภาพของภาพสูงสุดประมาณสักปีละหนึ่งถึงสองครั้ง

ถ้าต้นทางเป็นฟอร์แมท 1080i หรือ 1080p อย่าลืมตรวจสอบอัตราส่วนภาพ (Aspect Ratio) ที่ทีวีด้วยเพราะส่วนมากจะตั้งมาที่ 16 : 9 ซึ่งควรจะต้องตั้งไปที่โหมด Justscan (0% Overscan หรือให้แสดงภาพเต็มพิกเซล 1920 × 1080 จุด Match กับต้นทางหรือเกิด Aliasing น้อยที่สุด ปกติถ้าเราดูกันอย่างผิวเผินภาพอาจจะดูคล้ายโหมด 16 : 9 แต่โหมด Justscan จะแสดงรายละเอียดจุดภาพครบเต็มทุกจุดตรงกับต้นทาง (จุดต่อจุด) ถ้าเราป้อนสัญญาณทดสอบหรือเล่นโปรแกรมที่มีความถี่สูงมากๆ เป็นองค์ประกอบ โหมด Justscan จะเกิดความเพี้ยนของภาพด้านการตอบสนองความถี่สูงน้อยกว่าและไม่เกิดคลื่นลายน้ำ (Moiré Pattern) ในรูปสัญญาณทดสอบ 1-Pixel Resolution Burst ทั้งแนว Hor และ Vert ส่วนถ้าต่อกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวีหรือเคเบิ้ล (Set Top Box) ที่มีช่อง HDMI ทั้งหลาย แนะนำให้ตั้งเอาท์พุท Resolution เป็น 1080i อย่าตั้งเป็น 1080p เพราะโปรแกรม HD ที่ส่งมาสูงสุดจะเป็นแค่ 1080i แล้วให้ 55EC930T เป็นตัวแปลงเป็น 1080p ภาพโดยรวมจะดูดีกว่าโดยเฉพาะด้านภาพเคลื่อนไหว เพราะ Chip ประมวลผลภาพภายในกล่อง STB ราคาประหยัดเหล่านั้นจะไม่มีทางสู้ Chip ประมวลผลภาพในทีวีรุ่นดีๆ ได้เลย

กับแผ่น Blu-ray บันทึกมาดีๆ ที่ดูอยู่ประจำ สิ่งแรกที่น่าตกใจคือความดำสนิทของภาพที่ไม่เคยได้เห็นจากจอภาพ LCD หรือ Plasma มาก่อนในรอบหลายปีที่ผ่านมา ยกเว้นจอ CRT คุณภาพสูงๆ มันช่วยเพิ่มความเข้มข้นของภาพให้ดูเด่นชัดขึ้นกว่าจอภาพชนิดอื่นๆ ในเรื่องการตัดกันของแสงและเงา (Contrast Ratio) พูดง่ายๆ คือมันให้อัตราส่วนของความสว่างและความมืดโดยธรรมชาติ (Native Contrast Ratio) ที่สูงมากๆ โดยไม่ต้องไปพึ่งพาวงจรถ่างความสว่างอัตโนมัติทั้งหลาย (Dynamic Contrast Circuit) ให้เกิดความไม่สมบูรณ์ต่างๆ ของภาพตามมาเป็นเงาตามตัว ภาพที่ได้ลอยเด่นมีมิติชัดลึกดูเป็น 3 มิติ ทั้งๆ ที่เป็นโปรแกรม 2D ธรรมดาอันเนื่องมาจากความดำสนิทของฉากมืด สีสันดูอิ่มแน่น สดใส การไล่เฉดสีดูต่อเนื่องมากมีโทนสีที่กว้าง (ถ้าต้องการเฉดสีกว้างๆ ให้ตั้ง Color Gamut เป็น Wide แต่กับบางโปรแกรมอาจจะดูแปลกตากว่าจอภาพทั่วๆ ไปที่เคยพบเห็นความกว้างของสีบ้างให้การทดสอบใช้ค่า Standard) มันมีไดนามิกสี (ความอิ่มตัวของสีที่ระดับความสว่างต่างๆ กัน) ที่ดีเยี่ยม ที่น่าสนใจคือเมื่อนำแผ่นบลู-เรย์ หรือ DVD คุณภาพกลางๆ กับจอภาพทั่วๆ ไปมาดูกับ 55EC930T ดูราวกับว่าเป็นหนังคนละเรื่องกัน ทั้งมิติความตื้นลึกของภาพ การตัดกันของแสงและเงาที่ช่วยปรับปรุงให้ภาพที่ได้ดูโดดเด่นกว่าจอภาพที่มี Native Contrast Ratio ต่ำกว่าอย่างหน้ามือกับหลังมือ ตรงนี้เป็นความคุ้มค่าได้เปรียบของจอภาพคุณภาพสูงที่ไม่ค่อยเกี่ยวโปรแกรมต้นทางที่นำมาเล่นด้วย ยิ่งได้โปรแกรมบันทึกมาดีๆ คุณภาพที่ได้ยิ่งสูงตามมากขึ้นไปอีก

ถึงแม้มันจะมีความละเอียดของหน้าจอระดับ FULL HD แต่ภาพที่ได้เต็มไปด้วย รายละเอียดความคมชัดอย่างเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดีกับระยะดูทั่วๆ ไปเรื่องความละเอียดภาพบอกได้เลยว่าไม่เป็นประเด็น ยกเว้นว่าคุณจะเอาจอไปทำงานออกแบบคอมพิวเตอร์ กราฟฟิค จมูกเกือบจะชนกับจอภาพ ผู้เขียนเคยพูดเอาไว้ค่อนข้างหลายรอบว่ากับผู้ใช้ทั่วๆ ไป ระยะดูในห้องทั่วๆ ไปความละเอียดระดับ FULL HD ถือว่าเพียงพอเหลือๆ แล้ว จอระดับ 4k จะต้องมีระยะนั่งดูที่เหมาะสม แหล่งโปรแกรมที่ใช้ ถึงจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

การตั้งค่า OLED LIGHT (คล้ายๆ กับ Backlight ของ LCDTV) ถึงแม้จะใช้ดูในห้องที่ค่อยข้างมืดแต่ค่าเริ่มต้นปรับตั้งให้ใช้งานเท่าที่ลองดูควรจะเริ่มจากตัวเลข 40 ขึ้นไป ถ้าห้องมืดสนิทตัวเลข 40 อาจจะทำให้ Peak White หรือความสว่างสูงสุดเกินความต้องการไปบ้างให้ปรับลด Contrast ลงมาได้อีกเล็กน้อย แต่ไม่ควรตั้ง OLED LIGHT ต่ำกว่า 40 เหตุผลเพราะจะมีผลต่อความถูกต้องของการไล่ระดับแสงสีเทาหรือ Greyscale Tracking ทันที (ยกเว้นว่าคุณเป็นกูรูมีเครื่องมือพร้อมก็ให้ทำ White Balance ในช่วงระดับความสว่างต่ำๆ OLED LIGHT ค่าที่ต้องการแยกเอาไว้อีกค่าหนึ่ง) ส่วนในห้องทั่วๆ ไปค่า 50-60 จะมีความเหมาะสม ถ้าจะตั้ง OLEDTV มักจะให้ความสว่างชั่วขณะที่ค่อนข้างสูงแต่กับความสว่างเต็มผืนฝั่งจอ (หรือ Fully On/ Fully Off Contrast Ratio) ที่ต่ำกว่าบ้างแต่ปกติก็จะหาแหล่งโปรแกรมที่มีฉากความสว่างสูงๆ เต็มเกือบทั่วทั้งพื้นผิวจอภาพได้ไม่ง่ายอยู่แล้ว ทำให้กับแหล่งโปรแกรมทั่วๆ ไปมันให้การตัดกันของความสว่างกับความมืดของวัตถุในภาพที่สูงมากและที่ต้องระวังอีกประการหนึ่งคือการปรับค่า Brightness ของภาพจะต้องละเอียดรอบคอบ เนื่องจากความสามารถในการให้ความดำของภาพที่ยอดเยี่ยมของ OLED ทำให้การขยับค่า Brightness ขึ้นสูงเกินไปเล็กน้อยภาพจะดูลอยและมีสัญญาณรบกวนภาพตามมาทันทีส่วนถ้าตั้งค่าต่ำเกินไปความสว่างของภาพช่วงล่างๆ จะจมไปกับ Black ของภาพ เท่าที่ลองกับเครื่องเล่นบลู-เรย์ OPPO และ SONY ค่า Brightness ของจอจะอยู่ที่ประมาณ 51 (กับแหล่งโปรแกรมอื่นต้องลองปรับแต่งดูเองค่าที่ได้อาจจะหนีจากตัวเลขนี้ไม่มาก)

ค่า Sharpness อย่าตั้งสูงมากเกินไปเพราะปกติจอภาพแบบ Fixd Pixel คุณภาพดีๆ ในปัจจุบันมักจะให้รายละเอียดความคมชัดที่สูงมากอยู่แล้ว ถ้าเพิ่ม Sharpness มากเกินไปมันจะก่อให้เกิดความเพี้ยนของภาพนานัปประการขึ้นมา ในการทดสอบผู้เขียนตั้งค่า Sharpness ทั้งแนวตั้ง (Vert) และแนวนอน (Hor) อยู่ที่ไม่เกิน 20 (จาก 100 สูงสุด) ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว ส่วนที่โหมดอื่นๆ จะไม่สามารถแยกปรับ Sharpness ทั้งสองแนวได้อย่างโหมด isf ระบบ Super Resolution ทำงานได้ดีมาก โดยเฉพาะกับแหล่งโปรแกรมที่มีการลดรูปข้อมูลมาค่อนข้างมาก หรือมีการลดทอนความถี่สูงมา เช่น Cable TV, Satellite TV, โปรแกรมที่ Stream มาจาก Internet หรือแผ่น DVD ที่บันทึกมาคุณภาพกลางๆ แต่ควรจะปิดเมื่อใช้กับโปรแกรม HD คุณภาพสูง เช่นจากไฟล์ภาพ HD หรือแผ่นบลู-เรย์ (หรือดิจิตอลทีวีภาคพื้นดินที่รับจากสายอากาศตรงๆ ไม่ผ่านการทวนการออกอากาศในระบบอื่น) มันยังสามารถ Upscale สัญญาณจาก Standard Definition Source อย่าง DVD โดยมีความไม่สมบูรณ์ (Artifects) ของการ Upscale ที่ต่ำมากอีกด้วย

ส่วนเรื่องจอโค้งนั้นเท่าที่ลองดูกับโปรแกรม 3D และขยับเข้าไปใกล้จอเพิ่มขึ้นบ้าง จอโค้งให้มิติภาพการรับชมตื้นลึกค่อนข้างดีกว่าจอแบนปกติ แต่กับโปรแกรม 2D ทั่วๆ ไปอาจจะไม่แตกต่างจากจอปกติเท่าไรนัก แต่ที่แน่ๆ จอโค้งเวลาได้มองแล้วรู้สึกมันเท่ห์อย่างไรบอกไม่ถูก ตรงนี้ถือว่าเป็นความชอบส่วนตัวแล้วกัน

ด้านคุณภาพของภาพเคลื่อนไหวต้องบอกว่ามันเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของงานเลยทีเดียว เนื่องจาก OLED จะให้การตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหวที่ดีมาก เทียบเท่าจอ CRT หรือจอ Plasma ระดับหัวแถว ภาพเคลื่อนไหวของ 55EC930T ดูลื่นไหลต่อเนื่องดีมาก ไม่พบ MOTION BLUR ให้รบกวนสายตา รายละเอียดความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวยอดเยี่ยมมาก อ่านจาก MOVING RESOLUTION TEST PATTERN ได้สูงถึงกว่า 900 เส้น วงจรประมวลผลที่สามารถตรวจจับ FILM MODE จากต้นทางได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทั้ง 2/2 และ 3/2 PULL DOWN กับต้นทาง INTERFACE (ต้อง “or” Real Cinema MODE ก่อน) รวมถึง CADENCE แปลกๆ ได้แทบทั้งหมดใกล้เคียงกับการประมวลผลจากเครื่องเล่น Blu-ray คุณภาพสูงที่ใช้ Chip ประมวลผลแยก มันยังจัดการกับโปรแกรม Video ได้อย่างยอดเยี่ยม ภาพเคลื่อนไหวของมุมกล้องในระนาบต่างๆ ดูคมชัดไร้รอยหยักต่อเนื่องฟันปลา (Jagglies) ความเพี้ยนในรูปดิจิตอลต่างๆ เช่น Moquito Noise, Upscaling, Artifects ต่างๆ ต่ำมากแทบไม่สังเกตเห็นได้เลย

 EC9300-angle-1280x720

            การทำงานโดยรวมของเครื่องถือว่า OK มาก ระบบ Smart WebOSเมนู อาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าไปในระบบปรับภาพ/เสียง หรือเลือกอินพุทบ้าง แต่ใช้งานไปสักพักจะเริ่มคุ้นเคยไปเอง ส่วนผู้ใช้งาน Online Contain การ Share จาก Network หรือุปกรณ์ต่างๆ จะสะดวกคล่องตัวมาก มีระบบประหยัดพลังงานให้เลือกใช้ได้หลายโหมด มีรีโมทให้ใช้งานสองตัวคือรีโมทปกติกับเมจิกรีโมทที่เมื่อขยับตัวรีโมทจะปรากฏเป็นรูปลูกศรวิ่งไปมาบนจอภาพ เมื่อชี้ไปยังจุดที่ต้องการก็กดปุ่มหมุน (Wheel) ที่เป็นลูกล้อเล็กๆ ได้ทันทีเหมาะกับการใช้งานด้านมัลติมีเดียหรือใช้งาน Online Application ต่างๆ ได้ดีมาก

ด้วยระดับราคาค่าตัวของ 55EC930T ซึ่งถือว่าลดลงมาจาก Generation แรกกว่าครึ่งแล้ว เพียงพอที่จะซื้อจอภาพ 4k UltraHD ได้ แต่ถ้าคุณเป็นนักเล่นที่จริงจังไม่หลงประเด็นอยู่แต่เรื่องความละเอียดของจอภาพ (ถ้าผู้เขียนจะซื้อจอภาพก็คงจะดูว่าภาพสวยงามถูกต้อง/ถูกตาเพียงใด คงไม่ได้ซื้อมานั่งนับจำนวนพิกเซลของจอภาพหรอกว่ามันจะอยู่ครบ 8 ล้านพิกเซล/2ล้านพิกเซลหรือไม่) ต้องการภาพที่ดูดำสนิทในฉากมืด ซึ่งผู้เขียนเน้นตรงจุดนี้มากให้ Contrast Ratio กว้าง สีสันอิ่มแน่น ภาพมีความเข้มข้นเปิด Clear รายละเอียดดีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ถึงแม้อาจจะต้องการความพิถีพิถันในการปรับแต่งอยู่บ้างเล็กน้อย นอกจากนี้มันยังมีความสามารถทางด้านอื่นๆ ชนิดที่เรียกว่าจัดเต็ม ไม่ว่าจะมีช่อง HDMI มากถึง 4 ชุด รองรับการ Sharing มัลติมีเดียในยุคใหม่อย่างง่ายดาย มี Premium Contain ให้ดูมากมาย ออกแบบได้สวยงามหรูหรา ไม่ว่าจะพิจารณาในด้านไหน 55EC930T เหมาะสมที่จะเป็นจอภาพคุณภาพสูงในโฮมเธียเตอร์ชั้นดีของคุณตัวต่อไปได้แน่นอน