Test: LG 42LA6910 42” 3D SMART TV

Test Report

LG 42LA6910

42” 3D SMART TV

นิตพินัย

la6910-full-hd-smart-3d-led-lcd-tv-television-medium01

 

 

คุณสมบัติ

  • ขนาดจอ 42 นิ้ว FULL HD 1080p หน้าจอ 3D FPR IPS
  • ไฟส่องหลัง (backlight) ระบบ Edge LED มีระบบปรับความสว่าง LED อัตโนมัติ LED PLUS
  • ระบบ 3 มิติ Passive ลดการกระพริบของภาพ เพิ่มความสว่าง และแว่นตา มีน้ำหนักเบา เพราะไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ มีแว่น 3D แถมมาให้ถึง 4 ชุด
  • ระบบ Dual Play สำหรับเล่นเกมส์พร้อมๆ กันสองคนโดยใส่แว่น Dual Play
  • ภาพเคลื่อนไหวคมชัดด้วย CMI (Clarity Motion Index) สูง 400 หรือ 120 Hz trumotion
  • ระบบ SmartTV หน้าจอใช้งานง่ายด้วยระบบ LG Home Dash board
  • รีโมทอัจฉริยะ Magic remote control
  • มีระบบ 2D to 3D Conversion
  • มีช่อง HDMI รองรับ MHL (MOBILE HD LINK) ส่งภาพความละเอียดสูงจากโทรศัพท์มือถือไปออกที่จอภาพได้ทันที รวมถึงโทรศัพท์จะถูกชาร์จขณะที่ต่อใช้งานด้วย
  • ระบบ TIME MACHINE II สามารถบันทึกรายการลงบนหน่วยความจำภายในเครื่องได้ และดูรายการย้อนหลัง, บันทึก, เดินหน้า/ถอยหลังร่วมกับอุปกรณ์ external hard drive ได้ รวมถึงสามารถตั้งรายการบันทึกล่วงหน้าได้
  • PREMIUM CONTENT มีรายการต่างๆ ที่ Stream มาจาก Internet ให้เลือกชมได้มากมาย ทั้งภาพยนตร์, รายการเด็ก, สารคดี, โปรแกรม 3D ฯลฯ
  • GAME WORLD เมื่อใช้ร่วมกับ Magic Remote สามารถ Load Game ต่างๆ มาเล่นผ่านหน้าจอได้มากมาย
  • Social Center แชท หรือติดต่อผู้อื่นจากหน้าจอได้โดยตรง รวมถึง Tweet ข้อความ หรือเล่น facebook ขณะดูทีวีพร้อมกันบนหน้าจอ
  • ระบบ Flicker Free 3D With 3D Depth Control
  • ออกแบบสวยงาม ขอบจอเล็กมาก Cinema Screen Design
  • ระบบประมวลผลภาพ Triple XD Engine พร้อม Smart Enhancer
  • โหมดภาพ 7 โหมด (Vivid, Standard, Eco, Cinema, Game, ist expert 1 และ isf expert 2) พร้อม Picture Wizard II
  • LG APPS สนุกกับนานาแอพพลิเคชั่นนับร้อย
  • รองรับ Networking มากมาย พร้อมติดตั้ง Wireless LAN ในตัว (Wi-Fi, Wi-Fi Direct, Media Link, DLNA, Simplink, WiDi, Window 7/8 Cortified)
  • ช่อง USB รองรับทั้งไฟล์ภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว (SD/HD), DrivX HD ระบบเสียง Dolby Digital , AAC, MPEG, MP3, PCM, DTS ฯลฯ
  • อินพุท HDMI 1.4 (3D, ARC) 3 ชุด, USB 2.0 3 ชุด, ช่องคอมโปเนนท์, มีช่อง Optical Digital Audio เอาท์พุทหนึ่งชุด และช่องเสียบสาย LAN อีกหนึ่งชุด, ช่องต่อหูฟังหนึ่งชุด
  • ประหยัดพลังงานด้วยระบบ Smart Energy Saving Plus
  • ระบบ Real Cinema ตรวจจับ film mode 3/2, 2/2 pulldown ได้แม่นยำ พร้อม video edge processing ลดรอยหยักขั้นบันไดของแหล่งโปรแกรมแสดงสด
  • ปรับแต่งภาพได้ละเอียดพร้อมโหมดภาพผู้เชี่ยวชาญ (Expert Control) Isf อีก 2 โหมด ปรับแต่งอุณหภูมิสี (white balance) ได้ทั้งระบบ 2 ชุด และ 10 จุด มีระบบ Color Managment ปรับแต่งสีสันได้ตามใจชอบ
  • Aspectration หลายโหมด เช่น 16 : 9, Original, Full Wide, 4 : 3, 14 : 9, Zoom, Cinema Zoom 1 และ Just Scan (0% Overscan)
  • ระบบเสียงกำลังขับ 12 W + 12 W พร้อม Subwoofer และระบบ Clear Voice II

LG 42LA6910 มีขนาด (พร้อมขาตั้ง) 951 x 634 x 269 มม. (W x H x D) น้ำหนัก 14.3 กิโลกรัม (รวมขาตั้ง) 12.2 กิโลกรัมไม่รวมขาตั้ง

 

Fig-2

 

 

 

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

ในปี 2013 นี้ LG ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ทีวีใหม่หลายรุ่น และ LA69 ก็เป็นหนึ่งในซีรี่ส์ที่เป็น 3D TV ในระดับกลาง-สูง ที่มีความสามารถด้าน SmartTV และ Networking ในระดับสูง ฟังก์ชั่นลูกเล่นในการใช้งานมากมาย ให้คุณภาพของภาพที่ดี ในระดับราคาค่าตัวที่เหมาะสม ในเล่มนี้จะนำรุ่น 42LA6910 มาทดสอบฝากกัน ลองติดตามรายละเอียดได้เลยครับ

LG 42LA6910 เป็น 3D LED TV ที่ใช้หลอดไฟ backlight แบบ edge คือติดตั้งหลอดไฟส่องหลังเอาไว้ตามขอบจอภาพ และใช้แผ่นสะท้อนแสง (light guide plate) กระจายแสงไปยังส่วนต่างๆ ของจอภาพ แต่มีการทำ local dimming หรือปรับระดับความสว่างของกลุ่มหลอดไฟ LED ได้โดยอัตโนมัติ (สามารถปรับตั้งระดับการทำ local dimming ได้ 3 ระดับ และ off) เพื่อเพิ่ม Contrast Ratio และช่วยปรับปรุงความดำ (black level) ของภาพให้ดีขึ้น มันถูกออกแบบให้ขอบจอบางมาก (cinema screen design) ดูสวยงามมาก และให้ความรู้สึกเวลาชมที่เป็นอิสระจากขอบจอภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดูภาพ 3D

42LA6910 มีระบบที่ช่วยปรับปรุงคณภาพของภาพหลายอย่าง เช่น ระบบ เพิ่มเฟรมภาพ Trumotion (120 Hz) ซึ่งทาง LG บ่งบอกในรูปของดัชนีความคมชัดของภาพเคลื่อนไหว (CMI : Clarity Motion Index) มีค่า 400 (รุ่นที่เป็น Trumotion 240 Hz จะมีค่า CMI 800 เป็นต้น) วงจรประมวลผลภาพ Triple XD Engine พร้อมระบบ Resolution Upscaler (Super Resolution), ระบบ Smart Color Gradation (ไล่เฉดสีได้นุ่มนวลต่อเนื่องขึ้น), Dynamic Color Enhancer ที่ช่วยปรับปรุงความอิ่มตัวของเม็ดสี มีระบบลดสัญญาณรบกวนทั้ง MPEG และ random noise มีโหมดภาพให้เลือกใช้งานถึง 7 โหมด พร้อมโหมดผู้เชี่ยวชาญ isf 1 และ isf 2 ปรับแต่งภาพได้ละเอียดยิบ พร้อมระบบ Real Cinema ตรวจจับ 3/2 pulldown และ 2/2 pulldown film mode จากต้นทางที่เป็น interlace วิดีโอได้อย่างแม่นยำ พร้อม edge diagonal processing ลดรอยหยัก (jaggies) ของโปรแกรมวิดีโอ เช่น แผ่นแสดงสด ระบบ backlight แบบ edge LED แต่มี local dimming (ถึงแม้จะไม่ดีเทียบเท่า Full LED) มันก็ช่วยปรับปรุงเรื่องของ Contrast Ratio ให้ดีขึ้น และช่วยปรับปรุงเรื่องของความดำของภาพโดยเฉพาะบริเวณแถบดำ บน-ล่าง เวลาดูแหล่งโปรแกรมที่มีอัตราส่วนภาพน้อยกว่า 16 : 9 (1.78 : 1) เช่นแผ่นภาพยนตร์ cinema scope 2.35 : 1 ให้ดำสนิทกว่าการไม่ใช้ระบบ local dimming ค่อนข้างชัดเจน (ปรับการทำงานได้ 3 ระดับคือ Low, Medium, High และ Off ปกติในการทดสอบตั้งไว้ที่ Medium) ระบบเพิ่มรายละเอียดภาพ (Super Resolution) ที่ช่วยขยายย่านการตอบสนองความถี่สูงของภาพออกไป และประมวลผลเพิ่มความคมชัดขึ้นมา โดยดูจากธรรมชาติของแหล่งโปรแกรม (ไม่ใช่เพิ่มกันสุ่มสี่สุ่มห้าตลอดทุกส่วนของจอภาพ อันจะก่อนให้เกิดความเพี้ยนของภาพนานาประการตามมา) ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบของภาพในขณะเพิ่ม และทำการ enhance เฉพาะส่วนที่จำเป็น (อาจจะเรียกว่าเป็น Adaptive enhancement ได้เหมือนกัน) ทำให้ภาพที่ได้มีรายละเอียด ความคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่มีความเพี้ยน over enhancement หรือเกิดขอบบางขึ้นตามวัตถุในภาพ เช่น วงจร sharpness filter ทั่วๆ ไป (ถ้าเพิ่มมากเกินระดับหนึ่ง) ให้ดูรบกวนสายตา

ระบบ 3D ใน 42LA6910 เป็นระบบ passive polarized ที่ถึงแม้จะลด Vertical Resolution ลงมาบ้างเล็กน้อยแต่กับแหล่งโปรแกรมทั่วๆ ไป คงจะสังเกตค่อนข้างยาก แต่แลกกับข้อได้เปรียบของระบบ Passive 3D ที่ทั้งให้ความสว่างของภาพได้สูง ภาพมีการกระพริบน้อย แว่นตาน้ำหนักเบาสวมใส่สบายเพราะไม่ต้องมีแบตเตอรี่ และมีราคาถูก มุมมองกว้าง ภายในเครื่องมีวงจรเปลี่ยนภาพ 2D ให้เป็น 3D ได้ และทำงานได้ค่อนข้างดี นอกจากนี้ยังรองรับโหมด 3D ได้สารพัดระบบไม่ว่าจะเป็น frame sequential, side-by-side, top 2 bottom, checker board เป็นต้น มีแว่นตา 3D แถมมาให้ถึง 4 ชุด ถ้าไม่พอสามารถจะซื้อเพิ่มได้ในราคาอันละไม่กี่ร้อยบาท

ด้าน Premium Contain มีรายการให้เลือกดูได้มากมาย ส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียงค่าสมาชิก แต่จะต้องลงทะเบียนก่อนใช้งาน ช่องรายการที่สามารถรับชมได้ อาทิ Zab Movie, MThai, Doonung, Youtube, Thai TV3, Bugaboo TV, Nation Ch, Voice TV, Vcharkarn (ช่องสาระวิชาการต่างๆ), Food Travel, Thai Sport, Shoppening, TGN (Thai Gamer Network) ฯลฯ มีช่องรายการ 3D ให้เลือกมากมายในส่วนของ 3D World (รับชมฟรี) เช่น รายการบันเทิง, ด้านกีฬา, สารคดี/วิชาการ, รายการเด็ก, Lifestyle ฯลฯ พร้อม Social TV อย่าง Facebook, Twitter, youtube, Skype ได้บนจอภาพพร้อมรายการปกติ สามารถใช้เป็น Web Browser ท่องเว็บต่างๆ เหมือนกับมีคอมพิวเตอร์ และเครื่องรับโทรทัศน์จอใหญ่ในเครื่องเดียวกัน รองรับการแชร์ไฟล์ภาพ/เสียงของอุปกรณ์มัลติมีเดียผ่านเครือข่ายภายในบ้านทั้งระบบมีสายและไร้สาย (Wi-Fi built in)

ระบบ Dual Play จะเป็นที่ชื่นชอบของคอเกมส์อย่างมาก เพราะสามารถเล่นได้พร้อมกัน 2 คน โดยไม่ต้องแบ่งหน้าจอกันคนละครึ่ง เพราะเมื่อใส่แว่นตา Dual Play เครื่องจะขยายภาพจากเกมส์ที่มีการแบ่งหน้าจอ (ระบบซ้าย-ขวา หรือบน-ล่าง) ให้เต็มหน้าจอกับผู้เล่นแต่ละคน เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมส์ได้อย่างเต็มที่

ขั้วต่อที่ให้มามี HDMI (ARC) จำนวน 3 ชุด, USB 2.0 จำนวน 3 ชุด ช่องคอมโปเนนท์วิดีโอ และเอ/วีอย่างละหนึ่งชุด มีช่อง Optical digital ออดิโอเอาท์พุทหนึ่งชุด ช่องเสียบ Ethernet (LAN) หนึ่งช่อง สายไฟ AC เป็นขั้ว 3 ขา ถอดเปลี่ยนได้เป็นขั้ว 3 ขาเล็ก แบบที่นิยมใช้กันกับ charger ของ labtop ส่วนใหญ่ และมีช่องเสียบหูฟังขนาดเล็กอยู่ด้านหลังอีกหนึ่งช่อง

เมื่อเข้าไปที่ SETUP เมนูจะประกอบด้วย เมนูย่อยเกี่ยวกับการปรับแต่งภาพ/เสียง/เน็ตเวิร์คมากมาย แบ่งเป็น Auto Tunning (ตั้งช่องทีวีอัตโนมัติ), การปรับแต่งเกี่ยวกับระบบภาพ, การปรับแต่งเกี่ยวกับระบบเสียง, การตั้งเวลา, การตั้งค่าเกี่ยวกับ Network, การตั้งค่าอื่นๆ, การช่วยเหลือ (support) เช่น การทดสอบภาพ/เสียงเบื้องต้น การ upgrade firmware ของเครื่องเป็นต้น

เมนูเกี่ยวกับการปรับแต่งภาพจะซอยย่อยออกเป็นพารามิเตอร์ให้ปรับแต่งมากมาย โดยแยกในส่วนที่ปรับแต่งภาพพิเศษนอกเหนือไปจากผู้ใช้ปกติปรับแต่งเอาไว้ในเมนูผู้เชี่ยวชาญ (Expert Setting) และ Picture Option ส่วนการปรับแต่งภาพ 3D จะอยู่ในส่วนของ SET 3D VIDEO ของเมนูภาพนี้เช่นกัน (ต้องใช้ mode 3D ก่อนถึงจะเข้าไปปรับค่าได้) โดยค่าที่ปรับแต่งเกี่ยวกับระบบ 3D ได้คือ 3D Depth Control (0 ถึง 20), 3D View Point Control (-10 ถึง +10), 3D mode (Standard, Sport, Cinema, Extreme, Manual), 3D Image Correction และ 3D Sound Zooming

ในการทดสอบต้นทางจาก OPPO BDP-93, BDP-105 (upgrade ภาคจ่ายไฟจาก perfect power) เครื่องเล่นเกมส์ PS3 (ทดสอบ Game Mode), สาย HDMI DH Lab 1.4 แยกภาพ/เสียง, ADSL TOT @ 10 mbps With Wireless Router, วัดอุณหภูมิสี/grayscale ด้วย MINOLTA Color Analgzer แผ่นทดสอบ Blu-ray QTEC, HQV, DVD, AUS HD และ S&M ปรับแต่งภาพที่ 42LA6910 เอาไว้ดังนี้ (เป็นค่าที่ตั้งเอาไว้สำหรับระบบที่ทำการทดสอบ และจะแปรผันจากทีวีแต่ละเครื่องต้นทาง/สายนำสัญญาณคนละชนิดกันรวมถึงสภาพแวดล้อมในห้องและความชอบส่วนตัวของผู้ทดสอบด้วย) ใช้โหมดภาพ isf 1 Contrast 80 (สูงกว่านี้จะเกิด white clipping), Brighness 52, Color 58, Tint G2, Backlight 20-30 (ห้องมืด), 40-70 (ห้องทั่วๆ ไป), H Sharpness 22, V Sharpness 18 (ถ้าไม่ใช้โหมด isf จะมี sharpness รวมให้ปรับไม่ได้แยก Hor และ vert ให้ตั้งเอาไว้ประมาณ 20), LED Local dimming medium, Super Resolution off (Medium กับ Free TV, Cable TV ทั่วๆ ไป หรือแผ่น DVD ที่บันทึกมาคุณภาพกลางๆ), Dynamic Contrast Off, Dynamic Color Off (หรือลองเปิดใช้ดูกับ Cable TV คุณภาพกลางๆ บางช่องที่รู้สึกว่าสีสันดูบางไป), Gamma 2.2 Color Gamut BT709, Noise Reduction Off, MPEG NR Off (หรือ Auto กับ Cable TV ทั่วๆ ไป), Black Level Low, Motion Eye Care Off, Trumotion ใช้ USER ตั้ง De-Judder 6-8, Aspect Ratio : JUSTSCAN (1080i, 1080p อินพุท) color temp Medium และปรับแต่ง white balance เพิ่มเติม ซึ่งหลังจาก calibrated แล้วอุณหภูมิสีจะอ่านได้ประมาณ 6,600°K แปรผันไม่เกิน ±300°K จาก 20 ถึง 100 IRE โดยมี dE น้อยกว่า 5 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากในเรื่องของการไล่ระดับสัญญาณสีเทา หรือ grayscale tracking (เครื่องที่นำมาทดสอบ software version : 03.10.52)

 

Fig-5-1

 

ถ้าต้นทางเป็นฟอร์แมท 1080i หรือ 1080p อย่าลืมตรวจสอบอัตราส่วนภาพ (aspect ratio) ที่ทีวีด้วย เพราะส่วนมากจะตั้งค่าจากโรงงานมาเป็นจอกว้าง 16 : 9 ซึ่งควรจะตั้งเป็นโหมด just scan (0% overscan หรือให้แสดงภาพเต็มพิกเซล 1920 x 1080 จุด match กับต้นทาง) หรือเกิด aliasing น้อยที่สุด ปกติถ้าเราดูกันอย่างผิวเผิดโหมด 16 : 9 และ just scan ภาพอาจจะดูคล้ายกันแต่ที่โหมด just scan จะแสดงรายละเอียดจุดภาพครบเต็มทุกจุดจากต้นทาง ถ้าเราป้อนสัญยาณทดสอบ หรือเล่นโปรแกรมที่มีองค์ประกอบความถี่สูงมาก โหมด just scan จะเกิดความเพี้ยนของภาพด้านการตอบสนองความถี่สูงน้อยกว่า และไม่เกิดคลื่นลายน้ำในรูปสัญญาณทดสอบ 1 pixel resolution burst

ระบบ edge LED Local dimming โดยรวมถือว่าทำงานได้ดีมาก เมื่อตั้งเป็น Medium หรือ high มันช่วยเพิ่มระดับความดำของภาพขึ้นมาเห็นได้ชัดเจน แถบดำบน-ล่างของโปรแกรมอัตราส่วนภาพ 2.35 : 1 ดูดำขึ้นกว่าตอนไม่ใช้อย่างมาก รวมถึงการตัดกันของแสงและเงาในฉากเดียวกัน (Intra-Scence Contrast Ratio) จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้ในฉากที่ระดับความสว่างเปลี่ยนแปลงรวดสลับซับซ้อนอาจมีการปรับแต่งพลาดบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมควรจะเปิดระบบ Lacal dimming ทำงานเอาไว้จะทำให้ภาพโดยรวมดูดีกว่าไม่ใช้อย่างมาก

42LA6910 ทำคะแนนจากสัญญาณทดสอบในแผ่นทดสอบ Blu-ray และ DVD หลายชนิดที่ผู้เขียนใช้อยู่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในส่วนของสัญญาณทดสอบภาพนิ่ง และสัญญาณทดสอบภาพเคลื่อนไหว มันสามารถแสดงรายละเอียดของ 1 pixel resolution burst (1080p) pattern ออกมาได้ชัดเจนทั้ง Luminance burst และ chrominance burst (ถ้าใช้ oppo เป็นต้นทางให้ตั้ง resolution เป็น 10980p และตั้ง Color Space เป็น RGB Video Level ก่อนถึงจะได้การตอบสนองสัญญาณ Chroma ที่ความถี่สูงสุดชัดเจน) นอกจากนี้มันยังสามารถปรับไฟส่องหลัง (backlight) ได้ละเอียดมากจาก 0-100 ขึ้นลงหนึ่งระดับ เมื่อดูในห้องที่ค่อนข้างมืด ค่า backlight ในช่วง 20 – 30 จะให้ความสว่างของภาพเกินพอ แต่ยังสามารถรักษาระดับความดำของภาพเอาไว้ได้โดยแทบจะไม่สังเกตเห็นแสงรั่วไหลจากจาอ (black ลอย) เลย (ต้องตั้ง Local dimming เป็น Medium หรือ high ด้วย) ถ้าห้องสว่างทั่วๆ ไป ค่า backlight ระดับ 40 ถึง 70 จะเหมาะสมมาก ส่วนถ้าจะตั้ง backlight สูงกว่านี้ควรต้องใช้ในกรณีพิเศษอื่นๆ เช่น ห้องมีแสงสว่างมากกว่าปกติ หรือใช้ในโหมด 3D ภายในห้องที่มีแสงค่อนข้างมากเป็นต้น

การตรวจจับ film mode หรือที่ LG เรียกว่าระบบ Real Cinema โดยรวมถือว่าทำงานได้ดีมาก เมื่อตั้ง Real Cinema ‘ON’ มันสามารถตรวจจับ และ de-interlace ต้นทางที่มีการบันทึกมาเป็น film mode รูปแบบต่างๆ กันได้แทบจะทุก cadence แผ่นทดสอบ HQV และ Spears & Munsil ยืนยันถึงการตรวจจับที่รวดเร็ว และแม่นยำของ film mode ในต้นฉบับไม่ว่าจะบันทึกมาเป็น 3/2, 2/2 pulldown รวมถึง cadence แปลกๆ ได้แทบทั้งหมดใกล้เคียงกับการ de-interlace จากเครื่องเล่นบลู-เรย์คุณภาพสูงที่ติดตั้ง chip ประมวลผลภาพแยก รวมถึงการ de-interlace video mode จากโปรแกรมแสดงสดที่ใช้กล้องวิดีโอถ่ายทำทั้ง SA และ HD (1080i) 42LA6910 แสดงภาพเคลื่อนไหวของมุมกล้องต่างๆได้ดีมาก ภาพเคลื่อนไหวยังคงความคมชัดดูต่อเนื่องไร้รอยหยักฟันปลาถึงแม้ว่าความต่อเนื่องนุ่มนวลของภาพเคลื่อนไหวยังคงเป็นรองจอที่มีระบบเพิ่มเฟรมเรตระดับ 240 Hz บ้าง (เช่น ซีรี่ส์ LM7600 ที่เคยทดสอบไปเมื่อหลายเล่มก่อน) แต่โดยรวมก็ถือว่า ระบบ trumotion ภายใน 42LA6910 ทำงานได้ดีมาก และผู้เขียนอ่านค่าความละเอียดคมชัดของภาพเคลื่อนไหว (moving resolution) ได้สูงถึง 750 เส้น (เคยอ่านได้สูงถึง 900 เส้นในรุ่น 55LM76) นับว่าในจอภาพที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันถือว่ามันให้รายละเอียดของ moving resolution ได้สูงเอาการดีทีเดียว

ระบบ 3D ที่ใช้ใน 42LA6910 เป็นระบบ passive โดยที่หน้าจอทีวีจะมีแผ่นฟิล์มโพลาไรซ์บางๆ ปิดอยู่เรียกว่าแผ่น FPR (Film Pattern Retarder) ที่จะแยกเส้นสแกนภาพทางแนวนอนออกเป็นสองโพลาไรซ์ และรับชมด้วยแว่นตา polarizing filter ราคาถูกไม่ต้องมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์และให้ภาพ 3D ที่ค่อนข้างสว่างใช้งานในห้องทั่วๆ ไปได้ค่อนข้างดี ถึงแม้มันจะลดทอนความคมชัดของภาพในแนวตั้งลงมาบ้าง แต่สำหรับผู้เขียนถือว่ายอมรับได้ เมื่อเทียบกับระบบ active มันให้มิติความตื้นลึกของภาพที่ดีมากไม่มีปัญหาภาพซ้อน (crosstalk) ที่มักจะเกิดในสาย active เสมอรวมถึงแว่นตา passive ไม่ต้องส่งสัญญาณไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น infared หรือ Bluetooth ระหว่างจอภาพกับแว่นตาซึ่งอาจเกิดการรบกวนได้ ตัวแว่นไม่ต้องใช้แบตเตอรี่เลย ทำให้มีน้ำหนักเบาใส่สบาย มีราคาไม่แพง สามารถนำไปดูในโรงภาพยนตร์ 3D ในระบบ Real D 3D ได้เพราะเป็นระบบ passive เหมือนกัน

กับแผ่น Blu-ray ที่บันทึกมาดีๆ ที่ใช้ทดสอบดูอยู่ประจำ 42LA6910 ให้ภาพที่ดูสวยงามมาก มันให้ความสว่างของภาพได้สูงมาก Contrast Ratio เมื่อใช้ระบบ Local dimming ร่วมด้วยถือว่ายอดเยี่ยมมาก ให้ความค่าของภาพที่ดีมาก ภาพโดยรวมดูใสสะอาดมีสัญญาณรบกวนภาพต่ำมาก (เรื่องความใสของภาพนี่คุณภาพของระบบไฟ AC จะมีปัจจัยค่อนข้างมาก พยายามอย่าต่อเข้าปลั๊กผนังโดยตรงเพราะในบ้านเราสัญญาณรบกวนความถี่สูงใน Line AC เยอะมาก ควรหาเครื่อง Line Conditioner แบบ wide band มาต่อทำงานร่วมด้วย จะช่วยลดสัญญาณรบกวนที่หน้าจอภาพได้มาก) รายละเอียดความคมชัดของภาพดีมากทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวถึงแม้จะไม่ดูคมกริบ เพราะเป็นธรรมชาติของจอ IPS แต่โดยรวมผู้เขียนกลับชอบเพราะมันดูสบายตามาก ออกแบบอะนาลอกคล้ายๆ ฟิล์ม รวมถึงมันก็ยังสามารถ resolue สัญญาณความถี่สูงสุดของระบบ 1080p โดยแยกเส้น 1 pixel resolution burst ออกมาได้อย่างชัดเจนทั้งแนวตั้งและแนวนอน รวมถึงโหมดภาพ ISF มันสามารถที่จะปรับแต่ง sharpness ทางแนวนอนและแนวตั้งอิสระจากกันได้ ให้ลองปรับแต่งดูดีๆ จะช่วยปรับปรุงคุณภาพเรื่องรายละเอียดของภาพโดยรวมได้ดีมาก ดีกว่าจอภาพที่ปรับแต่งความคมชัดทางแนวนอน (Hor Sharpness ซึ่งปกติจะเรียก sharpness เฉยๆ) ได้เพียงอย่างเดียวอยู่พอสมควร ระบบ Super Resolution ทำงานได้ดี โดยเฉพาะกับแหล่งโปรแกรมที่มีการบีบอัดลดรูปข้อมูลมา หรือลดทอนความถี่สูงในโปรแกรม เช่น Cable TV, Free TV หรือแผ่น DVD ที่บันทึกมาคุณภาพกลางๆ แต่ควรจะ ‘OFF’ เมื่อใช้กับ HD Source คุณภาพสูง เช่นจากแผ่น Blu-ray หรือเล่นจาก file full rip ฯลฯ มันยังสามารถ upscale ภาพจากแผ่น DVD (ป้อนอินพุทเป็น 480i/576i) ได้ความคมชัดสูงสุด 6.75 MHz เท่าที่แผ่น DVD จะบันทึกได้ รวมถึง motion artifacts หรือความไม่สมบูรณ์ของภาพในการ upscale จาก SD Source มีค่าต่ำมากด้วย

Magic Remote ทำงานได้ดีมาก จะมีให้เลือกใช้งานอยู่หลายโหมด แต่ปกติผู้เขียนจะใช้งานในโหมด pointer เป็นหลัก ซึ่งจะแสดงลูกศรคล้ายๆ ในจอคอมพิวเตอร์ วิ่งไปมาบนหน้าจอทีวี ตามจังหวะทิศทางของตำแหน่งรีโมท เมื่อลูกศรชี้ไปยังส่วนที่ต้องการให้กด Enter หรือ ลูกล้อหมุนเล็กๆ ที่รีโมท (wheel) magic remote ใช้สัญญาณ wireless ในการเชื่อมต่อกับจอภาพไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรมาขวางหน้ารีโมท เช่น กรณีของใช้ และ Infared ก่อนจะใช้งานจะต้อง register หรือ paring กับจอทีวีก่อนโดยการกดปุ่ม WHEEL (OK) แช่ไว้สัก 4 – 5 วินาที ก่อนเริ่มใช้งาน (อย่าลืมเปิดทีวีเอาไว้ด้วย)

ระบบ SmartTV รวมถึง Content ต่างๆ จาก internet โดยรวมถือว่ามีความน่าสนใจมาก มีรายการให้รับชมได้มากมายไม่ว่าจะเป็นด้าน Entertainment, Documentary, Kids และ Lifestyle รวมถึงโปรแกรม 3D ในส่วนของ 3D WORLD ที่สามารถชมกันได้ฟรีๆ นับร้อยรายการ คุณภาพของภาพที่ Stream มาถือว่าโอเคมาก ถ้าได้ Internet ความเร็วสูงๆ จะช่วยลดการ buffering ของภาพได้มาก ความคมชัดอยู่ในระดับกลางๆ แต่ความต่อเนื่องของภาพดีมาก มีการกระตุกน้อย แว่นตา 3D ให้คุณภาพสีสันที่มีความเที่ยงตรงสูง เมื่อเทียบกับระบบ 2D ถ้าจะดูอย่างจริงจังจะต้อง Calibrated ค่า Color และ Tint เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ให้เหมาะกับแว่นตา 3D ที่แถมมา (แว่นตา passive แต่ละ Lot ที่ผลิตมาอาจมีความแตกต่างเรื่องสีสันอยู่บ้างเล็กน้อย) ระบบเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi) ทำงานได้ดีมาก รัศมีรับ-ส่งสัญยาณค่อนข้างไกล รวมถึงสามารถแชร์ไฟล์อุปกรณ์จากคอมพิวเตอร์/Taplet/Smart Phone ขึ้นจอภาพได้ทันที

 

Fig-7

 

ถือว่า 42LA6910 เป็น Smart 3D LCD edge LED TV ที่ให้คุณภาพโดยรวมที่สูงมาก ระบบต่างๆ ภายในเครื่องทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ภาพสดใสสวยงามมันให้ความดำของภาพที่ดีมาก ภาพดูเปิดมีพลัง รองรับระบบมัลติมีเดียที่หลากหลาก มี Online Content ให้เลือกชมมากมายทั้งโปรแกรม 2D และ 3D การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องและขาตั้งดูสวยงามมาก เป็นจอภาพขนาด 42 นิ้ว ที่มีความคุ้มค่าน่าใช้งานมากครับ