Test: Epson EH-TW8200

Test: Epson EH-TW8200

Full HD 3D Home Projector

พิพัฒน์ คคะนาท

 Epson EH-TW8200 (1)

เครื่องฉายภาพรุ่นท็อปในประเภท Home Projector ของ Epson ที่ดูจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในกลุ่มคู่แข่งที่มีราคาระดับเงินแสน ด้วยความโดดเด่นที่มิเพียงผนวกเทคโนโลยีอันก้าวล้ำเข้ามาไว้ในเครื่องอย่างเต็มพิกัดเท่านั้น หากสิ่งสำคัญสุดคือการรังสรรค์ภาพออกมานั้น เป็นที่ยอมรับกันว่ามันคือความยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ด้วยความโดดเด่นทั้งในแง่ของสีสัน และแสงเงา ทำให้เวลานี้ Model EH-TW8200 ได้เข้ามาครองใจนักเล่นกลุ่มวิดีโอไฟล์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งทำให้หากจะกล่าวถึงภาพรวมของเครื่องฉายภาพจากค่าย Epson แล้ว ชื่อนี้ได้กลายเป็นทางเลือกแรกๆ ของผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะจากกลุ่ม IT หรือกลุ่ม AV ก็ตาม

เพราะแม้ว่าจะเติบโตมาจากเครื่องฉายภาพสำหรับกลุ่ม IT ตลอดจนการนำไปใช้งานในเชิง Multi-Media เป็นหลักมาแต่ไหนแต่ไร แต่จากการที่ได้ทุ่มเทด้าน R&D ให้กับอุปกรณ์ประเภทนี้อย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ในระยะไม่กี่ปีให้หลังเครื่องฉายภาพของ Epson ก็ได้ก้าวคืบเข้ามาในวงการ AV อย่างมีนัยะสำคัญ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานอันยอดเยี่ยม ที่ส่งผลให้ได้คุณภาพเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของกลุ่มผู้บริโภคทางด้านนี้ ซึ่งยังผลให้ปัจจุบันเครื่องฉายภาพของ Epson สามารถครองใจกลุ่มผู้ใช้งานในระบบ Home Theatre ได้เป็นวงกว้าง ตั้งแต่กลุ่ม Entry Level ไปยัน Hi-End นั่นเทียว

และที่นำมาให้รู้จักกันเที่ยวนี้ คือ Model EH-TW8200 นับเป็นเครื่องฉายภาพที่เวลานี้กำลังมาแรงยิ่ง ด้วยสามารถรังสรรค์ ‘ภาพ’ ออกมาได้เข้าตานักเล่นกลุ่มที่เงินมิใช่ปัญหา ถึงกับออกปากเป็นเสียงเดียวกัน ว่า ‘จ่ายแพงกว่าทำไม’ นั่นเลย

มันยอดเยี่ยมอย่างไร, ไปทำความรู้จักกันครับ

 Epson EH-TW8200 (9)

Projector

ความบันเทิงที่ตื่นตากว่า

ก่อนหน้านี้เราท่านมักจะพบเห็นการใช้โพรเจ็คเตอร์ หรือเครื่องฉายภาพ ในระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre ก็เฉพาะแต่ซิสเต็มราคาแพงๆ เท่านั้น แต่กับปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปมากกว่ามาก ทำให้เครื่องฉายภาพมีราคาลดต่ำลงมาก ขณะเดียวกันก็ได้คุณภาพที่ดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทำให้ทุกวันนี้เราจึงพบเห็นเครื่องฉายภาพในห้องดูหนัง ฟังเพลง ของผู้คนที่ชื่นชอบทางด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ก็เนื่องเพราะมันสามารถรังสรรค์ขนาดของภาพให้ใหญ่กว่าขนาดของจอภาพที่เครื่องรับโทรทัศน์จะให้ได้นั่นเอง

และที่สำคัญอีกประการก็คือ การติดตั้ง การใช้งาน ตลอดจนการปรับแต่งต่างๆ ของเครื่องฉายภาพในทุกวันนี้ มิใช่เรื่องยุ่งยากระดับต้องใช้มืออาชีพทางด้านนี้โดยเฉพาะอีกต่อไปแล้ว เพียงผู้ใช้มีความใส่ใจในรายละเอียด พิถีพิถันในการติดตั้งและปรับแต่ง รวมไปถึงการยอมสละเวลาในการทำความรู้จักกับเครื่องให้รู้แจ้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานเครื่องฉายภาพนั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว

แม้ว่าการใช้งานเครื่องฉายภาพให้ได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพสูงสุดที่เครื่องสามารถให้ออกมาได้นั้น จะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ผู้ใช้หลายๆ คน อาจจะทำได้ยาก คือการทำห้องเฉพาะที่จะต้องเป็นห้องมืดอันเสมอด้วยโรงภาพยนตร์อย่างแท้จริง ซึ่งต้องลงทุนค่อนข้างมาก แต่เครื่องฉายภาพส่วนใหญ่ของทุกวันนี้มักจะให้ค่าความสว่างของภาพค่อนข้างสูง ทำให้การนำไปใช้งานในห้องที่ปิดไฟมืดได้ประมาณแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ก็ให้อรรถรสของการชมภาพได้อย่างน่าพอใจเช่นกัน

จึงกล่าวโดยรวมแล้ว การใช้เครื่องฉายภาพในการเล่นระบบภาพ และเสียง แบบ Home Theatre ย่อมให้อรรถรสอันน่าตื่นตากับภาพที่ใหญ่โตเต็มจอ มากกว่าการชมภาพยนตร์เรื่องโปรดจากจอทีวีอย่างแน่นอน

 Epson EH-TW8200 (3)

EH-TW8200

อีกความโดดเด่นของ Epson

Epson EH-TW8200 เป็นเครื่องฉายภาพแบบ Full HD ที่รองรับการเล่นภาพแบบ 3D ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงทางด้านภาพสำหรับการใช้งานในบ้านโดยเฉพาะ

โดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพแบบ 3LCD ที่ให้ความถูกต้องของสีสันออกมาได้อย่างแม่นยำ เพราะแยกการทำงานของแม่สีทั้งสาม (แดง, เขียว, น้ำเงิน) ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ได้สีสันที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น การไล่ระดับสีมีความเที่ยงตรง ปลอดอาการเบี่ยงเบนอันเนื่องมาจากการรั่วกระทบกันและกัน

Home Projector เครื่องนี้มาพร้อมเทคโนโลยีอันโดดเด่นมากมาย อาทิ Lamp Boost Technology ที่สามารถรังสรรค์ความสว่างของภาพให้ออกมาได้อย่างสวยงาม ชัดเจน แม้ว่าภาพจะถูกฉายขึ้นจอ หรือผนัง ที่มีค่าความคลาดสีในตัว ตลอดจนฉายอยู่ภายใต้สภาพแสงที่ไม่ได้มืดมิดเหมือนในโรงภาพยนตร์ก็ตาม แต่ด้วยความที่มีค่าความสว่างสูงถึง 2,400 ANSI-lumens และให้ค่า Contrast Ratio ที่ระดับ 600,000:1 ทำให้ภาพที่เห็นนั้นชวนให้เพลินตาน่าชมอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความคมชัด สีสันอันงดงาม และถึงพร้อมในทุกรายละเอียดที่สามารถแยกแยะความแตกต่างในความเหมือนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งยังผนวกไว้ด้วยเทคโนโลยี Crystal Clear Fine ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ของ Epson ที่ช่วยในการควบคุมแสงอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดการรั่วอย่างสิ้นเชิง จึงช่วยให้ได้ความสมบูรณ์ของภาพในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง

Epson EH-TW8200 ยังมีเทคโนโลยีความละเอียดพิเศษ ที่สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ทั้งกับภาพแบบ 2D และ 3D ซึ่งช่วยปรับปรุงความละเอียดของภาพที่ไม่ชัดเจนขณะขยายภาพขึ้นมา ให้ได้ความละเอียดสูงระดับ Full HD แม้จะเป็นภาพจากต้นฉบับความละเอียดมาตรฐานระดับ Standard HD เช่น DVD ก็ตาม ทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การรับชมภาพเป็นไปอย่างเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีการฉายภาพแล้ว ในการใช้งานหรือเล่นภาพแบบ 3D นั้น Epson EH-TW8200 มิเพียงให้ใช้งานแปลงภาพจาก 2D เป็น 3D ได้อย่างสะดวกเท่านั้น หากยังให้ภาพสามมิติที่น่าทึ่ง และน่าตื่นตา ที่สำคัญคือสามารถปรับเลือกความลึกของภาพได้ถึง 3 ระดับ โดยให้การทำงานที่สอดคล้องกับขนาดของภาพที่เลือก ซึ่งจะช่วยให้ได้ภาพสามมิติที่ผู้ชมเลือกได้อย่างสบายตาที่สุด

ในการทำงานแบบ 3D นั้น เครื่องทำงานด้วยอัตราการเปลี่ยนเฟรมที่สูง (หรือรวดเร็ว) กว่าเครื่องฉายภาพแบบ 3D ทั่วๆ ไป ถึงสองเท่า คือ ที่ 480Hz ในขณะที่เครื่องทั่วๆ ไปมีอัตราความเร็วอยู่ที่ 240Hz เท่านั้นเอง ในการทำงานจากเฟรมสู่เฟรม มันจึงปลอดการคลาดเวลา (Blackout Time) ที่ช่วยทำให้ภาพมีความสวยงาม สีสันสดใส และให้รับชมได้อย่างลื่นไหลสบายตากว่า

เครื่องยังได้ผนวกเทคโนโลยีการแทรกเฟรมที่ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ทั้งในการเล่นแบบ 2D และ 3D ทำให้ภาพเคลื่อนไหวปลอดความพร่ามัว มีความต่อเนื่องอย่างราบรื่น โดยเฉพาะภาพที่มีความเคลื่อนไหวเร็วอย่างการแข่งขันกีฬา ซึ่งเป็นการช่วยถนอมสายตาไปในตัว

ในการติดตั้งเครื่องก็สามารถทำได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ด้วยการออกแบบที่มีความยืดหยุ่นสูงของระบบ Optical Lens Shift ที่มีระยะเลนส์กว้าง ทำให้ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ในการติดตั้งแต่อย่างใด เพราะกับภาพที่ฉายขึ้นจอขนาด 100 นิ้ว ใช้ระยะติดตั้งเครื่องห่างจากจอเพียงแค่ 3 เมตร (298 เซนติเมตร) เท่านั้นเอง (โดยที่เครื่องสามารถฉายให้ภาพได้ขนาด 40 – 180 นิ้ว กับสัดส่วนภาพแบบ Wide Screen 16:9 และขนาด 40 – 200 นิ้ว กับสัดส่วนภาพ 4:3)

ข้างต้นนั้น, เป็นเพียงบางความโดดเด่นแบบคร่าวๆ ของ Epson EH-TW8200 ที่นำมากล่าวถึงให้ทราบกันพอเป็นกระสายเท่านั้นเอง

 Epson EH-TW8200 (4)

Epson EH-TW8200

กับภาพลักษณ์และคุณสมบัติทั่วไป

Epson EH-TW8200 มาด้วยขนาดที่บ่งบอกความเป็นโพรเฟสชันแนลมากกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยผ่านมือมา กอปรกับโครงสร้างที่แม้มีเส้นสายของความโค้งมนรอบด้านที่แลดูเนียนตาดี แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง แบบบึกบึนอยู่ในทีที่รับรู้ได้ว่าต้องมีประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

โครงสร้างโดยรวมขึ้นรูปด้วยพลาสติคสังเคราะห์ที่มีความทนทานสูง

ที่กึ่งกลางแผงหน้าปัดติดตั้งเลนส์พร้อมฝาครอบที่ทำงานเปิด/ปิดอัตโนมัติ แผงม่านโปร่งด้านซ้ายเป็นบริเวณที่เครื่องระบายความร้อนออกมา ส่วนด้านขวาเป็นตะแกรงครอบแผ่นกรองอากาศ ที่แผงด้านบนซึ่งเป็นฝาหลังเครื่องนั้น บริเวณที่ติดตั้งชุดเลนส์มีวงแหวนปรับโฟคัสภาพ และซูมภาพแบบออพทิคัล (Optical Zoom มีอัตราการซูมภาพ 2.1 เท่า) โดยเป็นการปรับแบบ Manual ทั้งคู่ วางซ้อนวงกันในลักษณะหน้า/หลัง เหลื่อมไปด้านหลังทางขวา และซ้าย เป็นปุ่มปรับ Lens Shift ในแนวตั้งและแนวนอน และกึ่งกลางของด้านหลังสุดเป็นเซ็นเซอร์รับรีโมท คอนโทรล ในกรณีติดตั้งเครื่องเข้าฝ้าเพดาน

ที่สันฝาหลังด้านขวาค่อนมาด้านหน้าเป็นแถบไฟส่องสว่าง 3 ชุด แสดงสถานะการทำงานของเครื่อง บอกอุณหภูมิ ตลอดจนอายุการใช้งานหลอด ซึ่งที่ตำแหน่งเดียวกันตรงบริเวณผนังข้างของเครื่องนั้นติดตั้งเอาไว้ด้วยปุ่มควบคุมต่างๆ หรือ Control Panel สำหรับการควบคุมการทำงานของเครื่องแบบอัตโนมือ (Manual)

ส่วนบริเวณแผงหลังของเครื่องนั้นมีพอร์ท HDMI ให้ 2 ชุด ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบ Video Component ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบ Video Composite ช่องเชื่อมต่อ PC ช่อง RS-232C และช่องสำหรับการเข้ารับบริการ (Service Port) ช่องเสียบต่อสายไฟ AC แบบถอดเปลี่ยนได้

เครื่องมีฟังค์ชัน Colour Mode ให้ทั้งในส่วนของภาพ 2D และ 3D โดยการเล่นภาพ 2D มีโหมดที่ปรับตั้งค่าที่เป็น Preset สำเร็จมาให้ ดังนี้

Dynamic Mode สำหรับการฉายภาพในห้องที่มีแสงสว่างปกติ

Living Room Mode สำหรับการฉายภาพในห้องที่มีความสว่างทั่วๆ ไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความกระจ่างและความคมชัดของภาพมากขึ้น

Natural Mode สำหรับการฉายภาพในห้องที่มีแสงสว่างน้อย แต่ไม่มืดสนิทนัก

Cinema Mode สำหรับการฉายภาพในห้องที่มีความมืดสนิทเหมือนในรโรงภาพยนตร์

ส่วนการเล่นภาพแบบ 3D นั้น มี Colour Mode ให้เลือกสองแบบ คือ 3D Dynamic และ 3D Cinema

คุณสมบัติเด่นอีกประการของเครื่องฉายภาพเครื่องนี้ก็คือ สามาถเล่นภาพแบบ P-in-P หรือ Picture in Picture ที่แยกเป็นสองจอภาพจากต้นทาง หรือแหล่งกำเนิดภาพ ที่แตกต่างกันได้

ในการทำงานนั้น เครื่องระบุว่าพัดลมมีความดังเพียง 22dB เท่านั้นเอง

Epson EH-TW8200 มีโครงสร้างมิติเครื่องขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) 446 x 140 x 395 มิลลิเมตร น้ำหนัก 8.4 กิโลกรัม

และมาพร้อมรีโมท คอนโทรล ที่สามารถควบคุมและสั่งการทุกฟังค์ชันได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเป็นรีโมท คอนโทรล แบบกดปุ่มเรืองแสงได้ด้วย จึงมิพักต้องเป็นกังวลว่าเวลาดูหนังในห้องมืดๆ แล้ว จะควานหาไม่เจอ ด้วยบ่อยครั้งที่ระหว่างชมคอนเสอร์ท หรือดูหนังนั้น หลายๆ คนมักจะชอบกดโน่น กดนี่ จากรีโมท คอนโทรล เพื่อโน่น นี่ นั่น ไปด้วยสารพัด

 Epson EH-TW8200 (10)

Epson EW-TH8200

กับการลองเล่นและคุณภาพ

แม้ว่าในการลองเล่นจะไม่ได้ใช้การติดตั้งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็พบว่าการตั้งวางเครื่องและปรับภาพให้เข้ากับจอภาพที่ใช้อยู่ คือ ขนาด 80 นิ้ว ได้อย่างลงตัวนั้น มิใช่เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด กอปรกับขารองเครื่องที่ด้านหน้า ซ้าย/ขวา เป็นแบบเกลียวหมุนให้ปรับระดับได้ทั้งคู่ด้วยแล้ว ยิ่งสะดวกไปกันใหญ่

และด้วยระบบ Optical Lens Shift ที่มีระยะเลนส์ค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถตั้งเครื่องได้ห่างจอไม่มากนัก คือที่ระยะประมาณเจ็ดฟุตเศษๆ เท่านั้นเอง

ซึ่งแม้ว่าตำแหน่งที่วางเครื่องกับตำแหน่งที่เอกเขนกชมภาพของผมจะห่างกันไม่มากนัก อีกทั้งตำแหน่งทั้งสองยังอยู่ระนาบเดียวกันด้วยก็ตาม แต่ระหว่างที่เปิดลองเล่นเครื่องนั้น เสียงการทำงานของพัดลมหาได้ดังออกมารบกวนการดูภาพแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่มิได้ต่อเข้าระบบเสียง คือ ดูเฉพาะภาพในความมืดและภายใต้ความสงัดเงียบโดยแท้ เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ครับ ว่าเมื่อนำไปใช้งานจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่คงจะติดตั้งเข้ากับฝ้าเพดาน และเปิดเสียงเต็มระบบด้วยแล้ว ตัดความกังวลเรื่องเสียงพัดลมจากการทำงานของเครื่องไปได้เลยครับ

ความสะดวกที่น่าใช้อีกประการของเครื่องฉายภาพตัวนี้ที่นึกได้ขณะกำลังต่อเครื่องก็คือ การที่มันมีพอร์ท HDMI ให้สองชุดครับ จึงนอกจากจะเอา Source หรือแหล่งโพรแกรมหลักทางด้านภาพที่ใช้ชมภาพยนตร์อย่าง Blu-ray Player มาต่อเข้าแล้ว อีกพอร์ทที่เหลือยังสามารถเอาพวก Set-Top-Box มาต่อเข้า เพื่อเป็นการตัดความจำเป็นใช้งานโทรทัศน์ไปได้เลย เพราะจะดูเคเบิล ดูฟรี-ทีวี ดูทีวีดาวเทียมอะไรก็แล้วแต่ สามารถดูผ่านกล่องรับได้เลย

ซึ่งนับว่าสะดวกมากจริงๆ ที่สามารถตัดโทรทัศน์ออกไปจากห้องได้ แถมช่วยให้ประหยัดอีกต่างหาก

ส่วนการที่เครื่องไม่มีพอร์ท USB ให้นั้น มันถูกต้องแล้วล่ะครับ เพราะไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องใช้พวก Flash Drive หรือ USB Device กับเครื่องฉายภาพตัวนี้เลย เนื่องเพราะในการใช้งานจริงนั้น เชื่อว่าเกือบจะร้อยทั้งร้อยคงไม่มีใครติดตั้งใช้งานเครื่องแบบวางเอาไว้บนโต๊ะเตี้ย หรือ Coffee Table หรอกนะครับ ด้วยคงใช้วิธีฝังยึดกับฝ้าเพดานอย่างที่พูดถึงข้างต้นมากกว่า เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครตะกายขึ้นไปเสียบแฟล็ช ไดรว์ฟ เล่นอย่างแน่นอน

นอกจากจะตั้งวางเพื่อการเซ็ท-อัพได้อย่างสะดวกแล้ว การเข้าถึงเมนูต่างๆ ยังทำได้ง่ายดาย และไม่ซับซ้อน หรือชวนให้สับสน ตอนแรกๆ อาจจะยุ่งยากสักนิดเพราะไม่มีคู่มือการใช้งานแบบเป็นเล่มให้พลิกอ่าน พลิกดู ระหว่างเปิดใช้งานเครื่องใหม่ๆ (เพราะคู่มือการใช้ หรือ Owner Manual นั้น เดี๋ยวนี้เครื่องฉายภาพแทบทุกค่ายมักจะให้มาในรูปของแผ่น CD-ROM หลายๆ ภาษา ให้นำไปเปิดอ่านจากคอมพิวเตอร์เอาเอง อ้อ, รุ่นนี้ไม่มีคู่มือที่เป็นภาษาไทยนะครับ) แต่ปุ่มต่างๆ บนรีโมท คอนโทรล ก็บอกการเข้าถึงเมนูและฟังค์ชันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และเมื่อเข้าแต่ละเมนูไปแล้ว ก็มีการเรียงลำดับเข้าถึงการปรับแต่งตลอดจนการตั้งค่าต่างๆ ชัดเจนดี

กล่าวสำหรับการลองเล่นนั้น พบว่าค่าต่างๆ ที่เครื่อง Preset ให้มาจากโรงงานเป็นค่าพื้นฐานที่ดีในตัวเองอยู่แล้วในทุกๆ โหมด ซึ่งเหมาะกับสภาพแสงแวดล้อมที่กำหนดเอาไว้ดังที่กล่าวอ้างข้างต้น อาทิ Dynamic Mode กับห้องที่มีความสว่างปกตินั้น สามารถให้ภาพด้วยสีสันที่มีพลังออกมาได้ดี ขณะเดียวกันก็ให้ความสว่างและความสดใสได้อย่างน่าชื่นชม หรืออย่าง Living Room Mode ที่ลองเปิดเล่นในห้องที่มีสภาพแสงทั่วๆ ไป แบบเปิดทีวีดูในห้องรับแขก หรือห้องกินข้าว ดูภาพยนตร์หรือรายการทีวีร่วมกับคนในบ้านนั้น ก็สามารถให้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวาดี สีสัน ความสดใส และรายละเอียดก็ให้ออกมาได้เป็นอย่างดี

ซึ่งกับประเด็นที่ลองเล่นโหมด Living Room นี่เอง ที่ทำให้คิดว่ามันน่าจะเป็นเครื่องฉายภาพที่ทำหน้าที่แทนทีวีได้เป็นอย่างดี หากได้ทำงานอยู่ในห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นที่มีขนาดใหญ่พอสมควร และเป็นห้องที่ติดตั้งผ้าม่านโปร่ง และผ้าม่านทึบ ทับซ้อนกัน เวลาที่อยู่กันเป็นครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ทานของว่าง หรือกินข้าว พร้อมๆ กับดูข่าวสาร ชมรายการทีวี ไปด้วยผ่านทางเครื่องฉายภาพนี้ ที่ฉายขึ้นจอภาพที่ผนังห้องด้วยขนาดเหมาะๆ ประมาณว่าสักแปดเก้าสิบนิ้วขึ้นไปนี่ มันน่าจะเข้าทีกว่าการมีทีวีอยู่ในห้องแบบเดิมๆ เป็นไหนๆ นะครับ

สำหรับการใช้งานในห้องที่มืดกับโหมด Natural และโหมด Cinema นั้น เครื่องสามารถรังสรรค์ภาพในความมืดออกมาได้ดี ให้พลังภาพออกมาได้สูงมาก ภาพมีรายละเอียดและความคมชัดสูงมาก แต่มีลักษณะของความกลมกลืนแบบวัตถุภาพ มิใช่คมชัดแบบภาพขึ้นขอบแต่อย่างใด วัตถุมีทรวดทรง และมิติ ที่บ่งบอกความนวลเนียนอันแสดงให้เห็นถึงสภาพผิว หรือ Texture ของวัตถุนั้นๆ ตามธรรมชาติ แบบเดียวกับการมองเห็นวัตถุเหล่านั้นด้วยสายตาเปล่าในความเป็นจริง

กล่าวโดยรวมก็คือเป็นภาพที่มีความเป็นธรรมชาติอันสมจริงสูงมากนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม, แม้การตั้งค่าสีสำเร็จแบบต่างๆ ใน Colour Mode จะให้ความน่าพึงพอใจออกมาได้สูงมากแล้วก็ตาม แต่การเข้าไปปรับแต่งตั้งค่าต่างๆ อย่างละเอียดแบบ Fine Adjustment เครื่องสามารถให้การทำงานด้วยการรังสรรค์ภาพออกมาได้อย่างน่าตื่นตามาก เพราะสามารถเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ได้สีที่ต้องตา และถูกใจมากที่สุด ตามความชอบที่เป็นส่วนตัว ว่ากันตั้งแต่การปรับ Hue ที่เป็นการปรับค่าโดยรวมของแต่ละแม่สีทั้งน้ำเงิน เขียว และแดง การปรับ Saturation เพื่อให้ได้ความอิ่มของสีอย่างที่ต้องการ และการปรับค่าความสว่างของภาพ หรือ Brightness การปรับอุณหภูมิสี รวมทั้งยังให้ปรับสีผิว หรือ Skin Tone ได้อย่างละเอียดด้วย

ดังที่ได้เคยบอกกล่าวอยู่เสมอนั่นแหละครับ เรื่องของภาพที่เกี่ยวข้องกับสีสัน และแสงเงา นั้นเป็นเรื่องของลางเนื้อชอบลางยา ความชอบในภาพที่เห็นบนจอ, ไม่ว่าจะเป็นจอภาพในความหมายของ Screen หรือจอแสดงผลภาพในความหมายของ Display Panel นั้น มันเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่มิพักจะต้องถูกตา ต้องใจ เหมือนกันก็ได้ อย่าให้ใครมากำหนดเราเลยว่าภาพบนจอจะต้องออกมาอย่าโน้น อย่างนี้ ถึงจะถูกต้อง, ถึงจะใช่ – อะไรทำนองนั้น – – มันขึ้นอยู่กับว่า ‘ใช่’ อย่างที่เรา ‘ชอบ’ หรือเปล่าเท่านั้นเอง

เพราะเคยพบอยู่สามสี่ห้องครับ ที่ให้ใครบางคนที่ชอบคุยกันว่า คือ กูรูทางด้านภาพ มาเซ็ทให้ ปรับแต่งให้ แต่ผมและเพื่อนพ้องน้องนุ่งบางรายที่ได้ไปเยี่ยมชมห้องนั้นๆ กลับออกมาแล้ว มักปรารภขึ้นมาเหมือนๆ กัน ว่าทำไมไอ้หมอนี่เซ็ทสีออกมาแล้วติดจะอมแดงหน่อยๆ ทุกห้องเลยฟะ แต่ตอนที่อยู่ในห้องก็ไม่อยากถามไถ่อะไรมาก เพราะเจ้าของห้องเขาอวดแบบภาคภูมิใจ ทำนองว่า – เฮีย Ha เค้ามา Calibrate ให้เองเลยนะเออ – –

ใจจริงน่ะอยากจะถามนะครับ ว่าไอ้ที่ภูมิใจนักภูมิใจหนาน่ะ ตัวเองชอบสีสันอย่างที่เห็นนั้นด้วยจริงหรือเปล่า, แต่บอกกับเพื่อนพ้องน้องนุ่งที่ไปด้วยว่า – ไม่ดีกว่า (ว่ะ) – –

คืออย่างที่ยืนยันอยู่เสมอแหละครับ ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีทางด้านภาพมันพัฒนาไปมาก ไม่ว่าจะเป็น Projector หรือ Display Panel แบบต่างๆ ทั้ง Plasma, LCD, LED ล้วนแล้วแต่สามารถให้เราเข้าไปปรับแต่งสีสันของภาพได้อย่างใจชอบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นจะปรับแต่งอย่างไรก็ให้เอาตามที่เห็นแล้วมันเข้าตา และใจชอบ หรือที่เสียงส่วนใหญ่ในบ้านเขาลงมติกันเถอะครับ เครื่องน่ะมันทำให้คุณได้อยู่แล้ว

หรือจะไปจ้างวานใครมาคลาริเบรทให้ เสียตังค์ไปแล้ว ก็เอาตามที่ใจเราชอบเถอะครับ อย่าไปตามใจใครคนทำที่ไม่ได้มาอยู่ดูกับเราเลย ให้เขาปรับตามที่เขาเห็นควร (ที่จริงก็คือตามที่เขาชอบนั่นแหละ) ก่อน แล้วจากที่เห็นนั้นเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ตรงไหนก็บอกให้แก้ให้เข้าตาเรา, ก็เท่านั้นเอง

อย่าเสียตังค์เอาไว้คุยเลยครับ ว่าไปจ้างใครเขามาเซ็ทให้

 Epson EH-TW8200 (2)

สรุป

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเครื่องฉายภาพที่เติบโตมาจากทางด้าน IT หรือ Multi-Media แต่โพรเจ็คเตอร์รุ่นหลังๆ ในตระกูล Home ของ Epson สามารถรังสรรค์ภาพที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre ออกมาได้อย่างน่าสนใจมาก จึงมิพักแปลกใจเลยที่ว่าทำไมในช่วงไม่กี่ปีให้หลังนี่ เครื่องฉายภาพของค่ายนี้จึงเข้าไปอยู่ในห้องดูหนัง ฟังเพลง ของคนที่ชื่นชอบทางด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

และกับ Model EH-TW8200 ที่นำมาให้รู้จักกันคราวนี้ เป็นอีกเครื่องที่ตอกย้ำคำกล่าวข้างต้นได้เป็นอย่างดี

Epson EH-TW8200 ผนวกเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานเข้าไว้ในตัวมากกว่ามาก ที่ช่วยให้การรังสรรค์ภาพออกมานั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นภาพ 2D หรือ 3D ก็ตาม แม้จะเป็นภาพสีพื้นฐานในส่วนของ Colour Mode ที่ผ่านการตั้งค่ามาให้จากโรงงาน ก็ให้ความสมบูรณ์ของสีสันและแสงเงาออกมาได้ดี การไล่ระดับน้ำหนักสีทำได้ดีมาก สามารถแยกแยะความแตกต่างในความเหมือนออกมาได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งภาพในเงาที่มืดดำก็ยังให้รายละเอียดออกมาได้อย่างน่าทึ่ง และแสดงให้เห็นถึง Depth of Field ของภาพที่มีระยะความชัดลึก บ่งบอกความใกล้ ไกล ของวัตถุภาพในภาพรวมออกมาได้อย่างน่าชมเชย แม้จะเป็นการชมภาพแบบ 2D ก็ตาม

ส่วนภาพ 3D นั้น ให้ความรู้สึกตื่นตาไปอีกแบบ ด้วยให้ภาพที่หลุดลอยออกมาจากเฟรมภาพที่แม้จะรับรู้ได้ว่าเป็นการทำภาพเสมือน แต่มันก็ให้อรรถรสในการชมสำหรับใครที่ชอบเล่นภาพในลักษณะนี้จะไม่มีผิดหวังเลย

อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น มันเหมาะอย่างยิ่งที่จะเอามาทำงานร่วมกับ Set-Top-Box เพื่อการใช้งานในห้องนั่งเล่น หรือห้องพักผ่อนของครอบครัวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งใช้เป็นโถงรับแขกไปในตัว แล้วคุณก็ลืมทีวีไปได้เลย

และนับจากนั้น นอกเหนือไปจากการชมภาพยนตร์แล้ว รายการโปรดของคุณไม่ว่าจะเป็นกีฬาหรือว่าอะไรก็แล้วแต่มีมาจากฟรี-ทีวี หรือเคเบิล ทีวี มันก็จะกระจะกระจ่างตากว่าเคยชิน ชนิดที่คุณไม่เคยพบอรรถรสอันน่าดูชมเช่นนี้มาก่อนเลย

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคณ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02.685.9888 ที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++