Test: DENON AVR-X1000

Test: DENON AVR-X1000

5.1 ch Network A/V receiver

นิตพินัย

61MbKvJc+8L._SL1500_

คุณสมบัติ

  • กำลังขับ 175 วัตต์ (6 โอห์ม) หรือ 80 วัตต์ (8 โอห์มต่อเนื่อง) เข้ากันทั้ง 5 แชนแนล
  • รองรับเซอราวน์ HD Audio ทั้ง DTS-HD Master Audio และ Dolby True HD
  • มีวงจร DSP และ DAC 24 bit/ 192 kHz
  • รองรับ AIRPLAY
  • มีระบบ Audyssey MulteqXT, Audyssey Dynamic Volume, Audyssey Dynamic EQ
  • รองรับ Smartphone Remote Control App ทั้ง iOS และ Android
  • ระบบช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงไฟล์เพลงที่ถูกลดรูปมา (Compressed Music Enhancer)
  • รองรับ DLNA
  • อินพุท HDMI 5 ชุด (ด้านหน้างหนึ่งชุดด้านหลัง 4 ชุด), USB หนึ่งชุด, Analog Audio สองชุด, ดิจิตอล optical ออดิโอสองชุด, ช่องต่อ LAN (Ethernet), ช่องคอมโพสิตวิดีโอสองชุด, ช่อง subwoofer เอาท์พุท, ช่องเสียบหูฟังด้านหน้าหนึ่งชุด
  • TUNER FM ระบบ DIGITAL
  • HDMI รองรับ 3D, ARC, Deep Color, x.v. Color และ Autolip Sync
  • Direct play สำหรับ iPod และ iPhone ผ่านช่อง USB หน้าเรื่องได้โดยตรง
  • มี HDMI pass through ในโหมด standby
  • ปรับจุดตัดความถี่ได้ละเอียดจาก 40 Hz/ 60 Hz/80 Hz/ 90 Hz/ 100 Hz/ 110 Hz/ 120 Hz, 150 Hz, 1200 Hz และ 250 Hz และสามารถแยกจุดัตความถี่ในแต่ละแชนแนลได้
  • Assign และตั้งชื่อช่องสัญญาณอินพุทได้
  • มี Direct Sound mode ลดขั้นตอนประมวลผลเสียงที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเพิ่มคุณภาพของการฟังเพลง
  • เล่นไฟล์เพลงฟอร์แมทต่างๆ ทาง USB ได้มากมายเช่น WMA/ MP3/ WAV/ MPEG-4, FLAC และ Apple Lossless Audio cudse (ALAC) และ 50 Mpling rate สูงสุดกับ 192 kHz สำหรับ FLAC และ WAV

AVR-X1000 ใช้กำลังไฟ 350 วัตต์ (0.1 วัตต์ standby, 0.5 W CEC standby และ 2.7 W network stand by mode) ขนาด 434 x 151 x 336 มม. (W x H x D) น้ำหนัก 8.2 กิโลกรัม

 819YAeawuUL._SL1500_

ผลการทดสอบ/ ทดลองใช้งาน

AVR-X1000 เป็น เอ/วี เซอราวด์รีซีฟเวอร์ ซีรี่ส์ใหม่จาก DENON เท่าที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้จะมีอยู่ 5 รุ่น ด้วยกันคือ AVR-X500, AVR-X1000, AVR-X2000, AVR-X3000 และ AVR-X4000 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่สุด โดย denon ตั้งชื่ออนุกรรมใหม่นี้ว่า ‘IN-Command Series’ ที่เน้นความคล่องตัวด้าน Networking การใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน/สับสน และให้คุณภาพเสียงได้เที่ยงตรงที่สุดในทุกฟอร์แมทที่เล่น นอกจากนี้ตั้งแต่รุ่น AVR-X2000 ขึ้นไปยังสามารถรองรับระบบภาพ 4K (UHD) ทั้งการ up-scaling และ passthrough ได้อีกด้วย

สำหรับรุ่น AVR-X1000 ถึงแม้จะอยู่ในรุ่น Entry Level แต่ความสามารถโดยรวมถือว่าจัดให้มาแน่นมากใช้ได้ตั้งแต่ขนาดห้องค่อนข้างเล็ก ถึงห้องขนาดกลางๆ ได้เลย โดยเฉพาะระดับราคาค่าตัวที่ถือว่าคุ้มค่ามากโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ติดตั้งระบบ Audyssey ชุดใหญ่มาให้พร้อมทั้ง Audyssey MuleEQ/XT, Dynamic EQ/ Dynamic Volume ที่ปกติจะอยู่ใน AVR รุ่นกลางถึงสูง กำลังขับต่อเนื่องสูงถึง 80 วัตต์ต่อแชนแนลที่ 8 โอห์ม เท่ากันทั้ง 5 แชนแนล และใช้วงจรขยายแบบ discrete circuit technology ขับลำโพงได้ค่อนข้างหลากหลาย

อินพุท HDMI อยู่ด้านหลัง 4 ชุด และด้านหน้าหนึ่งชุด รองรับระบบ 3D frame sequential, Audio Return chancel (ARC), DeepColor, x.v.Color และ Auto Lip Sync รวมถึงมี HDMI pass Through ในโหมด standby ให้อีกด้วย

ด้านหน้าเครื่องมีจอแสดงผลแบบมัลติฟลูออเรสเซนต์อยู่ตรงกลาง สามารถหรีแสงได้ 3 ระดับ และปิดจอแสดงผลได้ ด้านซ้ายมือ และขวามือ ของจอมีปุ่มหมุนขนาดใหญ่คือ SOURCE SELECT และ MASTER VOLUME ใต้จอแสดงผลมีปุ่มควบคุมภาครับวิทยุ, ปุ่ม Quick SELECT, ปุ่ม dimmer และปุ่ม status ใต้ปุ่มเหล่านี้จะเป็นที่ตั้งของช่องเสียงหูฟัง ช่อง HDMI ช่อง USB และ ช่องเสียบ setup ไมโครโฟน ส่วนปุ่ม power อยู่ซ้ายมือใต้ปุ่มเลือก SOURCE

ด้านหลังเครื่องมีช่องเสียบสายอากาศ, อินพุทอะนาลอกสองชุด, ช่อง subwoofer เอาท์พุท, ช่อง optical digital ออดิโออินพุทสองชุด, ช่องต่อ Ethernet, ช่องอินพุท HDMI 4 ชุด เอาท์พุทหนึ่งชุดช่องคอมโพสิตวิดีโออินพุทสองชุด เอาท์พุทหนึ่งชุด ขั้วต่อลำโพงไบดิ่งโพสต์ 5 ชุด และช่องเสียบสายไฟเป็น IEC ถอดเปลี่ยนไฟได้

2014-08-25_10-51-03_4266

รีโมทคอนโทรลขนาดกำลังเหมาะมือ ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย แต่ก็สะดวกครบครันดี การตอบสนองระดับโวลลุ่มคอนโทรล ขึ้นลงเมื่อควบคุมด้วยรีโมททำได้ต่อเนื่องดีมาก บางรุ่นควบคุมระดับได้ยากมากกดแช่นิดเดียวระดับโวลลุ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำลำโพงเกือบเสียหายเป็นต้น ระดับการทำงานของโวลลุ่มกว้าง (-79 – 5 dB ถึง +18 dB) และความละเอียดสูง 0.5 dB ต่อ step สามารถกำหนด Lock ระดับความดังสูงสุดได้เพื่อป้องกันเผลอเร่งโวลลุ่มดังเกินปกติโดยไม่ตั้งใจ

ถึงแม้เป็นรุ่นที่ไม่ใหญ่มากแต่ AVR-X1000 ยังมีระบบปรับตั้งเสียงอัตโนมัติคุณภาพสูงอย่าง Audyssey Mult EQ/XT ติดตั้งมาให้พร้อม รวมถึงระบบ Audyssey Dynamic EQ และ Audyssey Dynamic Volume ไว้ให้ใช้งานอีก

ระบบ Audyssey Mult EQ/XT จะแก้ไขชุดเชยเรื่องของเวลา และการตอบสนองความถี่ในห้องที่ตำแหน่งนั่งฟัง (หรือจุดที่วาง setup ไมโครโฟน) ซึ่งสามารถเลือกการทำงานได้หลายโหมดคือ Audyssey Auto (ใช้ระบบ Audyssey ปกติ), Audyssey Byp L/R (ใช้งาน Audyssey ยกเว้นลำโพงคู่หน้า), Audyssey Flat (ปรับแต่งการตอบสนองความถี่ของลำโพงทุกแชนแนลให้ flat อย่างเดียว) และ Manual EQ ที่จะปรับแต่ง EQ เองโอยความถี่ที่สามารถปรับแต่งได้จะมี 9 จุด คือ 63 Hz, 125 Hz, 250 Hz, 500 Hz, 1 kHz, 2 kHz, 4 kHz, 8 kHz และ 16 kHz ระดับการปรับแต่งจาก -20 dB ถึง +6dB ถ้าไม่ใช่ระบบ Audyssey Mult EQ/XT สามารถตั้งค่าเป็น off ได้

ระบบ Audyssey Dynamic EQ จะช่วยเพิ่มความชัดเจน ของย่านเสียงทุ้ม และย่านเสียงแหลมเมื่อปิดใช้งานในระดับความดังที่ไม่สูงมากนัก โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Audyssey Mult EQ/XT เพื่อรักษาสมดุลของย่านความถี่เสียงตลอดทุกระดับความดังที่ใช้งาน เพราะปกติเมื่อระบบโวลลุ่มคอนโทรลลงมา การตอบสนองความถี่ของหูคนเราจะเปลี่ยน เสียงย่านปลายทุ้ม และแหลมจะสูญเสียรายละเอียดในการได้ยินเร็วขึ้น ทำให้บรรยากาศเสียงเอฟเฟกต์หรือเสียงเซอราวด์ต่างๆ ฟังดูไม่กว้างมีรายละเอียดสมจริงเหมือนกับตอนที่เปิดดังๆ ซึ่งระบบ Dynamic EQ สามารถปิดไม่ใช้งานได้

EL_avr_x1000_e2_-e1bk_fr

ระบบ Audyssey Dynamic EQ นี้ยังสามารถเลือกระดับการทำงานหรือ Ref Level off set ได้เพราะปกติการทำงานของ Aidusseu Dumamic EQ นี้จะอ้างอิงกับความดังของมาตรฐานในการบันทึกสัญญาณ (ความดังมาตรฐานของการบันทึกเสียง filmsound track จะอยู่ที่ 85 dB SPL เมื่อระดับสัญญาณอินพุทอ้างอิงที่ -20 dB FS) โดยมันจะทำงานโดยดูจากระดับความดังของตำแหน่งโวลลุ่มคอนโทรลที่ถูกลดจากระดับอ้างอิงที่ 0 dB ลงมาเพื่อทำการปรับระดับการชดเชยที่แตกต่างกันออกไป เช่น ถ้าลดโวลลุ่มลงมาค่อนข้างมากวงจรชดเชยจะทำงานมากกว่า ตำแหน่งโวลลุ่มที่ระดับค่อนข้างสูง) แต่อย่างไรก็ดีจุดอ้างอิงความดังที่ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ film soundtrack เสมอไปเมื่อทำการ MIX โปรแกรมอย่างอื่นเช่นเสียงเพลง เราจึงเลือกระดับ Ref-Level off set เพิ่มเติมได้โดยใน AVR-X1000 จะมีให้มา 4 ค่าคือ 0 dB ซึ่งเป็นค่าปกติมาตรฐานในการชมภาพยนตร์ Soundtrack ทั่วๆ ไป 5 dB ใช้กับโปรแกรมที่มีช่วง Dynamic ที่ค่อนข้างกว้างเกินเพลงคลาสสิกเป็นต้น, 10 dB ใช้กับโปรแกรมที่มีช่วง Dynamic ไม่มากนัก เช่นเพลง Pop/Rock ที่จะยกระดับความดังในการบันทึกเอาไว้ค่อนข้างสูงแต่มีการบีบกดช่วงกว้าง Dynamic เอาไว้ค่อนข้างมาก โปรแกรมที่บันทึกลักษณะนี้สังเกตุว่าเร่งโวลลุ่มแค่เล็กน้อยเสียงจะฟังว่าดังมากแต่มีมันก็ไม่สามารถดังได้มากกว่าคค่าเฉลี่ยนั้นไดอีกเท่าไรเพราะมันถูกบันทึกอยู่ที่ใกล้ระดับสูงสุดที่ตัวกลางดิจิตตอลจะสามารถบันทึกได้แล้ว (FS : Full scale) บางครั้งถูกพูดถึงกันมากในหัวข้อของ ‘Loundness war’ แผ่น CD ที่ remastercd บางแผ่นเสียงโดยเฉลี่ยฟังดังกว่าแผ่น original มากแต่ช่วงกว้างกลับลดลง เพราะจะต้องผ่านอุปกรณ์ compressor/Limiter เพื่อกดการสวิงของสัญญาณไว้ ถ้าแผ่นไหนเวลาฟังจะต้องเร่งโวลลุ่มค่อนข้างมากจะดูมีแววดีกว่าเพราะช่วง Dynamic range จะสูงกว่า และมีการกดการสวิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนระบบ Audyssey Dynamic Volume จะทำหน้าที่ลดความแตกต่างของระดับความดังของโปรแกรมอินพุทที่บันทึกมาแตกต่างกันให้โดยอัตโนมัติ สามารถจะเลือกใช้หรือไม่ใช่ได้ เมื่อใช้งานจะปรับได้ 3 ระดับ คือ Heavy (ทำงานมากคือระดับความแตกต่างของความดังระหว่างโปรแกรมจะน้อย, Medium, Lignt และ off)

ระบบ Audyssey Auto Calibration ของ AVR-X1000 มีขั้นตอนในการวัดค่าคล้ายๆ กับระบบ Audyssey MultEQ/XT ทั่วๆ ไป และสามารถวัดได้สูงสุดถึง 8 ตำแหน่ง เมื่อเสียบ SET UP ไมโครโฟน เท่าที่เครื่องจะปรากฏ OSD GUI ขั้นที่จอภาพให้เลือก ‘START’ และกด Enter ‘Next’ กด Enter และเลือก ‘Begin test’ กด Enter เครื่องจะใช้เวลาวัดอยู่สัก 3-4 นาที ถึงจะเรียบร้อย จากนั้นจึงนำไมโครโฟนมาวางในตำแหน่งที่ 2 เลือก ‘Continue’ ถ้าต้องการวัดไม่ถึง 8 ตำแหน่ง ให้เลือก skip ได้โดยเลือกไปที่ ‘Calculation’ แล้ว กด Enter เครื่องจะใช้เวลาอยู่พักใหญ๋ในการทำค่าที่วัดได้มาทำการคำนวณเพื่อทำการเลือกขนาดของลำโพง, จุดตัดความถี่ที่เหมาะสม, ระดับความดังในแต่ละแชนแนล, การตอบสนองความถี่ และการปรับแต่ง EQ ในแต่ละแชนแนลรวมถึงค่า delaytime ให้ดีที่สุด ก่อนจะทำการวัดอย่าลืมเปิด subwoofer ให้ดังพอสมควร ตั้งจุดตัดความถี่ที่ subwoofer เอาไว้สูงสุด หรือ Bypass ถ้ามีให้เลือก หรือ sub THX บางตัวให้เลือกไปที่ direct mode ควรจะปรับแต่งสภาพอะคูสติกในห้องให้ดีสักระดับหนึ่งก่อนทำ Auto calibration รวมถึงจัดพื้นที่ให้เรียบร้อยอย่าให้มีสิ่งของมาเกะกะขวางหน้าลำโพงในแต่ละแชนแนล ลำโพงควรจะมีการหันหน้า (Toe) ให้ได้องศา และระนาบความที่คู่มือแนะนำเอาไว้ จากนั้นให้กด ‘store’ แล้ว Enter เพื่อบันทึกค่าเอาไว้ใน memory ถ้าเครื่องทำการวัดค่าใดๆ ไม่ได้ตามที่ต้องการจะมีข้อความแสดง Error ปรากฏขึ้นที่จอภาพ ปกติจะเกิดจากในห้องมีเสียงรบกวนสูงเกินไป หรือระดับความดัง subwoofer ต่ำเกินไป หรือต่อลำโพงกลับเฟสเป็นต้น

เมื่อกดปุ่ม SET UP ที่รีโมทคอนโทรลจะปรากฏเมนูหลักซึ่งประกอบด้วย หัวข้อใหญ่คือ Audio, video, INPUT, Speakers, Network และ General

Audio เป็นการปรับแต่งเกี่ยวกับพารามิเตอร์ด้านเสียง เช่น Tone control, Dialog level, Surround Parameter, Tone Control, Audio Restorer (ปรับปรุงคุณภาพเสียงของไฟล์ลดรูปข้อมูล), Audio Deloy, ตั้งค่าเกี่ยวกับ Volume เช่น Limil ระดับสูงสุด, ตั้งระดับ Mute, ตั้ง Scale การแสดงผลเป็นต้น, Manual GEQ (ปรับแต่ง EQ ได้เองอิสระในแต่ละแชนแนล)

Video ปรับแต่งค่าเกี่ยวกับด้านภาพเช่นที่เกี่ยวข้องกับ HDMI (Auto lip Sync, HDMI Audio out, HDMI Pass Through, HDMI Control, Pass Source), On Screcn Display (แสดงตำแหน่งของระดับ Volume บนจอภาพ, Infor จะแสดงสถานการณ์ทำงานบนจอภาพชั่วคราว เมื่อเปลี่ยนสัญญาณอินพุท เป็นต้น) และ TV format เอาท์พุท

Input ปรับแต่งด้านอินพุท เช่น Input Assign, Source Rename, Hide Sources, Source Level, Input Select (ตั้ง input mode และ decode mode)

Speakers ปรับแต่งค่าขนาด/ ระยะทาง/ ชนิดของลำโพง แบ่งเป็นเมนูย่อยคือ Audyssey Setup และ Manual Setup (Sp-Config, Donfig, Level, Crossovers, Bass LFE)

Network ตั้งค่าด้านเครือข่าย เช่น information, iP Control, Friendly Name, Setting และ Diagnostics

General ตั้งค่าทั่วไป เช่น ภาษาของเมนู, ตั้งชื่อ Quick select, Auto standby, Front display, Information, Firmware, Setup Lock และ Usage Data ซึ่งจะเป็นการรวบรวม ข้อมูลลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เช่น ใช้อินพุทใดบ่อยๆ ใช้ surround โหมดใดเป็นประจำหรือการตั้งค่าเกี่ยวกับลำโพงกลับไปให้แผนกบริการลูกค้าของเคนอน เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงพัฒนาสินค้า ซึ่งเลือกว่าจะให้ส่งข้อมูลกลับไปหรือไม่ส่งข้อมูลกลับไปให้ผู้ผลิตก็ได้

หลังจากลอง burn in และตั้งค่าตามที่ควรจะเป็นแล้ว ได้ทดลองกับแผ่น Blu-ray คุณภาพสูงที่บันทึกมากดีๆ ทั้งภาพยนตร์ และการแสดงสด ต้นทางเป็น OPPO BDP-105 และ BDP-93 (up grads ภาคจ่ายไฟจาก perfect power) AVR-X1000 ให้การถอดรหัสดิจิตอลเซอราวด์ แลแยกแชนแนลจากแผ่นโปรแกรมที่บันทึกมาดีๆ ได้ยอดเยี่ยมมาก ทิศทางตำแหน่งเสียงชัดเจน แม่นยำ มันสร้างสภาพสนามเสียงโอบล้อมตัวได้ยอดเยี่ยมมาก รวมถึงการแพนเสียงจากด้านหน้าไปยังด้านหลังได้อย่างกลมกลืน การสวิงหรือช่วง Dynamic กว้าง รายละเอียดดี ความเร็วของต้นเสียงยอดเยี่ยมมากแนวเสียงโดยรวมยังคงกลิ่นไอของ DENON คือสดแรงปะทะดี ต้นเบสคมกระชับตัวเร็วให้ความสนุกสนานกับการชมภาพยนตร์เป็นอย่างมาก แต่กับบางระบบถ้าทำ Audyssey calibration แล้วรู้สึกว่าเสียงทุ้ม ลึกๆ บางเกินไปให้ยกความดังของซับวูฟเฟอร์ขึ้นมาอีกสัก 2 dB ถ้า active subwoofer ที่ใช้มี EQ ให้ยกความถี่ช่วงต่ำกว่า 35 Hz เพิ่มเติมได้อีกเล็กน้อยจะฟังกลมกลืน และได้น้ำหนักเสียงทุ้มลึกสมดุลกับย่านอื่นๆ มากขึ้น ระบบ Audyssey Mult EQ และ Dynamic EQ ทำงานได้ดีมากมันช่วยเพิ่มสมดุลโดยรวมของเสียงให้ดีขึ้น กว่าตอนที่ไม่ใช้อยู่พอสมควร รวมถึงภาคขยายกำลังภายใน ถือว่าให้พละกำลังขับลำโพงทั่วๆ ไป ในท้องตลาดที่ ไม่กินวัตต์มากนักได้ไม่มีปัญหา (พยายามหลีกเลี่ยงลำโพงที่มีอิมพิแดนซ์ 4 โอห์มกับ AVR-X1000 บ้างแล้วกัน) ช่วงสวิงของสัญญาณอินพุทที่ระดับค่อนข้างดังยังคงให้น้ำหนักเสียงที่เอาอยู่ยกเว้นว่าจะเร่งโวลลุ่มสูงมากเกินไป

AVR-X1000 ทำงานได้ดีไม่ว่าจะนำไปชมภาพยนตร์ หรือฟังเพลง เช่นแผ่นแสดงสดที่ให้บรรยากาศเสียงที่เปิดสด เสียงทุ้มกระชับฟังเป็นตัวตน แนวเสียงโดยรวมออกไปทางคึกคัก เหมาะกับแนวเพลง POP/ROCK/JAZZ เป็นหลัก ถ้าฟังเพลงในโหมดสเตอริโอสองแชนแนล และลำโพงคู่หน้าเป็นแบบตั้งพื้นหรือวางหิ้งแต่อบสนองวามถี่ต่ำได้ค่อนข้างดีให้ใช้โหมด puredirect จะได้ความละเอียด ความต่อเนื่อง ที่ฟังดูเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ระบบ Audio Restorer ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียง จากฟอร์แมทเสียงที่มีการลดรูปข้อมูลมาเช่น MP3, WMA, MPER 4 AAC ฯลฯ ในแง่การตอบสนองความถี่ และช่วยในด้านการปรับปรุงช่วงกว้างของย่านไดนามิก ทำงานได้ดีมาก พอลองเปิดใช้งานแล้ว แทบจะปิดไม่ได้เลย ลองใช้กับ internet radio บิตเรตในช่วง 64-128 kbps มี 3 โหมดให้เลือกคือ Mode 1 (high), Mode 2 (Middle) และ Mode 3 (Low) ในการทดสอบใช้งานเพียงแค่โหมด Low กับ Middle ก็ถือว่าเพียงพอกับอัตราการส่งข้อมูลในช่วงดังกล่าว

ระบบ Standby HDMI Passthrounh ให้ประโยชน์เป็นอย่างมากเพราะบางครั้งเราไม่ต้องการเปิดชุดใหญ่ฟังเต็มรูปแบบตลอดเวลา เช่น ดูรายการข่าว, เปิดหนังการ์ตูนให้เด็กๆ ดู ก็สามารถส่งผ่านสัญญาณจากต้นทางไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นแผ่นดิสก์, เคเบิ้ลทีวี ผ่านช่อง HDMI ของ AVR-X1000 (ที่ปิดเครื่อง standby อยู่) ออกไปใช้งานที่ที่วีได้ทันที ไม่ต้องพะวงว่าใครจะเข้ามายุ่งย่ามกับชุดโฮมเธียเตอร์แสนรักจนอาจเกิดเสียหายได้

ระบบ Network Streaming โดยรวมถือว่าใช้งานได้ดีทั้ง Internet Radio และ อัลบั้มรูป filcher การโหลดค่อนข้างรวดเร็ว และให้รายละเอียดได้ชัดเจนดีพอสมควร ส่วน Internet Radio มีข้อดีรงที่มีเพลงให้ฟังหลากหลายรูปแบบ และส่วนใหญ่จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเพลงนั้นๆ เช่นชื่ออัลบั้ม, ศิลปิน ฯลฯ แต่คุณภาพเสียงจะขึ้นอยู่กับบิตเรต และชนิดของการลดรูปข้อมูลที่สถานีต้นทางส่งมาปกติจะอยู่ในช่อง 64-96 kbps มีส่วนน้อยที่ส่งมาค่อนข้างสูงที่ 128 kbps ดังนั้นจึงเหมาะกับการฟังแก้เหงาเป็น background music ไม่ได้เน้น ฟังเอาคุณภาพกันเป็น การเป็นงาน แล้วถ้าจะฟัง internet Radio อย่าลืมลองใช้ Audio Rest over เข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงด้วยเพราะเท่าที่ลองดูพบว่ามันทำงานได้ค่อนข้างดีมาก

denon-avr-x2000

โดยรวมถือว่า ในระดับราคาค่าตัวเบาๆ AVR-X1000 เป็น Networle A/V Receiver ที่มีความสามารถสูง ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายไม่แพ้เครื่องรุ่นใหญ่ๆ ให้คุณภาพเสียงที่ดี รองรับระบบโฮมเธียเตอร์ได้อีกหลายปี ห้องใครไม่ใหญ่โตมากนัก และมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด ลองพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ได้เลยครับ