Test: Canton Movie 130 5.1 Satellite/Sub-Woofer Speaker System

Test: Canton Movie 130 5.1 Satellite/Sub-Woofer Speaker System

 พิพัฒน์ คคะนาท

Canton Movie 130 (1)

แม้ว่าปัจจุบันชุดระบบเสียงแบบ Sound-bar ที่ให้การทำงานให้บรรยากาศเสียงแบบ Surround on Demand จะได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะนอกจากจะสามารถรังสรรค์บรรยากาศเสียงรายรอบ ในความหมายที่ละม้ายคล้ายการทำงานของชุดลำโพงในระบบเสียงแบบ Home Theatre ออกมาได้น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว ยังเอื้อความสะดวกในการใช้งานที่แทบไม่ต่างกับ Plug-n-Play สักเท่าไรนัก

ยิ่งใครไม่ต้องการมีอะไรมาก หรือต้องเสียบต่ออะไรให้วุ่นวาย และสามารถเปลี่ยนเสียงที่เคยคุ้นจากเสียงของโทรทัศน์แบบเดิมๆ ไปเป็นเสียงที่โอ่อ่า ยิ่งใหญ่ แบบผิดไปจากที่คุ้นเคยอย่างผิดหูแล้วล่ะก้อ พวกระบบเสียงแบบ Surround on Demand จากพวก Sound-bar นี้แหละ, ที่ยังความประทับใจใครต่อใครในกลุ่มนี้มานักต่อนักแล้ว

อย่างไรก็ตาม, แม้ว่าระบบเสียงแบบ Sound-bar จะเป็นที่นิยมกันอย่างมากในระยะหลัง ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ไม่ต้องหาตำแหน่งวางให้ยุ่งยาก ไม่ต้องวุ่นวายกับการเสียบต่อสายให้รกรุงรัง แต่กลับอิ่มเอมกับอรรถรสของเสียงจากการชมโทรทัศน์ และดูภาพยนตร์ จากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเคเบิล ทีวี, เซ็ท-ท็อพ บ็อกซ์ หรือจากเครื่องเล่นแผ่นดีวีดี, บลูเรย์ ได้อย่างน่าพอใจมากกว่าแต่เดิม ที่เคยแต่ใช้ฟังเสียงเอาจากลำโพงที่ติดมาในโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ถูกใจของผู้คนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Urban Life กับการใช้ชีวิตในห้องหับที่มีพื้นที่จำกัดภายใต้สัดส่วนเฉพาะ อย่างสติวดิโอ คอนโดมิเนียม ก็เถอะ

ก็ยังมีผู้คนที่ใช้ชีวิตในลักษณะอันไม่แตกต่างกันนั้นสักกี่มากน้อยอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ยังคงต้องการชุดลำโพงสำหรับระบบเสียงแบบ Home Theatre อย่างจริงจัง ไม่ใช่ระบบเสียงที่มาภายใต้รูปแบบของลำโพงย่าง Sound-bar ทั้งนี่ทั้งนั้นก็เนื่องเพราะมิได้ต้องการเพียงแค่บรรยากาศเสียงเท่านั้น หากยังต้องการความสมจริงตลอดจนทิศทางเสียงที่ถูกต้องจากที่มาของ Source ซึ่งเป็นแบบ Multi-Channel ด้วย

และนั้นเองที่คำตอบสุดท้ายของคนกลุ่มที่ว่าจะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากชุดลำโพงในรูปแบบที่เรียกว่า Satellite/Sub-Woofer Speaker System นั่นเอง เพราะแม้จะเป็นลำโพงแบบแยกชิ้น แต่ก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ที่แม้จำต้องหาที่ทางวางตั้งให้เหมาะสมในห้อง ก็หาได้ลำบากยากเข็ญสักเท่าไรนัก เนื่องเพราะสามารถใช้วิธีแขวนเข้าผนังได้ด้วยอุปกรณ์เฉพาะอย่างพวก Bracket หรือขายึดจับที่บางยี่ห้ออาจจะมีมาให้พร้อมในกล่อง ทำให้ได้ความสะดวกอยู่พอประมาณ อาจจะมีขัดหูขัดตาบ้างกับพวกเส้นสายต่างๆ (สายลำโพง) ที่อาจระโยงระยางขวางหูขวางตาบ้าง แต่หากเก็บให้เข้าที่เข้าทางแนบไปกับผิวผนังให้เรียบร้อย ก็พอจะทำให้มองข้ามไปได้เช่นกัน

ซึ่งกับชุดลำโพงในลักษณะดังว่าที่หยิบมาแนะนำกันในคราวนี้ คืออีกหนึ่งซิสเต็มของลำโพงชุด Sat/Sub จากเยอรมนี ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกอยู่ไม่น้อย

 Canton Movie 130 (10)

Canton:

German Loudspeaker Tradition

Tradition of ‘Pure Music’

เอ่ยชื่อลำโพง Canton ในบ้านเรา อาจจะมีนักเล่นกลุ่มหนึ่งเอ่ยปากล้อทำนอง – อ๋อ, พวกเดียวกันกับลำโพง MK – – พอถามว่าทำไม คำตอบที่ได้ก็คือ – ลำโพงขายสุกี้เหมือนกันไง – – (ฮา, ไหมล่ะเนี่ยยยย)

กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า

จะว่าไปแล้ว, ลำโพง Canton นั้นเป็นที่รู้จักกันในบ้านเรามานานพอประมาณแล้ว เพียงแต่แรกที่รู้จักกันั้นมิได้อยู่ยืนระยะสักกี่มากน้อย คือ หากเปรียบนักเรียนก็คงเป็นพวกไป/กลับ ไม่ใช่นักเรียนประจำ คือไปๆ มาๆ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหายอะไรทำนองนั้น ก็เลยขาดความนิยมแบบต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่แต่ละคราวที่เข้ามานั้น ก็ได้สร้างความประทับใจให้แก่นักเล่นและผู้สนใจเครื่องอยู่ไม่น้อย ด้วยคุณภาพเสียงที่ยอมรับกันว่าเหนือเกณฑ์มาตรฐานก็ว่าได้

เพียงแต่ขาดความต่อเนื่องด้านการทำตลาดในบ้านเรานั่นเอง

4 R

            ด้วยหากจะมองย้อนกลับไปถึงบริษัทออกแบบและผลิตลำโพงรายหนึ่ง ที่สามารถยืนหยัดอยู่ในวงการมาได้นานถึงสี่ทศวรรษนั้น ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และหากมองย้อนกลับไปถึงความจริงที่ว่าเป็นแบรนด์หนึ่งของลำโพงที่อยู่ระดับแถวหน้าของวงการในแวดวงเครื่องเสียงแถบยุโรปด้วยแล้ว ชื่อนี้ย่อมต้องมีดีพอตัวอย่างแน่นอน

เพราะตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ผ่านมานั้น Canton ได้รังสรรค์นวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่วงการการออกแบบลำโพงให้เป็นที่จดจำกันมากกว่ามาก อาทิ การออกแบบขอบกรวยแบบเกลียวคลื่น (Wave Surround) ที่ให้การทำงานตอบสนองความถี่ได้อย่างเที่ยงตรง แม้จะเป็นที่ระดับความดังที่ต้องผลักคลื่นเสียงออกมาอย่างรุนแรง คุณภาพเสียงที่สัมผัสได้ก็ยังสะอาด บริสุทธิ์ และถ่ายทอดความเป็นดนตรีออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หรืออย่างการคิดค้น DC (Displacement Control) Technology ที่ช่วยควบคุมการทำงานของกรวยให้มีการขยับตัวอย่างเที่ยงตรง ไม่บิดตัวขณะทำงานที่เป็นสาเหตุให้ผลักคลื่นเสียงออกมาผิดรูป ตลอดจนการนำเทคโนโลยีทางด้านการออกแบบ Filter Switch ที่ช่วยควบคุมและขยายการทำงานของย่านความถี่ต่ำๆ ให้ต่ำลึกยิ่งขึ้น (SC: Subsonic Control Technology) ตลอดจนการคิดค้น RC (Room Compensate) Technology ที่ช่วยในการปรับแต่งให้การตอบสนองความถี่ของลำโพงสามารถทำงานออกมาได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละสภาพห้อง

Canton Movie 130 (15)

            นั้น, เป็นเพียงบางส่วนของนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการออกแบบลำโพง แต่หากมองถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาแล้ว Canton นับเป็นผู้ปฏิวัติการออกแบบลำโพงดิจิทัลมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทำให้ได้รับรางวัล European Audio Award ในสาขานวัตกรรมยอดเยี่ยมทางด้านออดิโอ (The Best Audio Innovation) และในปีค.ศ.1998 นับเป็นผู้ออกแบบและผลิตลำโพงรายแรก ที่ได้ออกแบบลำโพงระบบเซอร์ราวน์ดตามมาตรฐาน THX โดยได้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีร่วมกับ Lucas-Film อันนำมาซึ่งการมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ที่ได้สัมผัส กับระบบเสียงใหม่ในรูปแบบของ Home Theatre อย่างน่าทึ่ง

จากนั้น Canton ก็ได้มีพัฒนาการทางด้านก่ารออกแบบระบบเสียงมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อได้นำชุดลำโพงในตระกูล Movie System ที่มีลักษณะเป็น Sat/Sub System ออกทำตลาดเมื่อปี ค.ศ.2000/2001

แต่หากจะกล่าวไปแล้ว ลำโพงในระบบ Satellite/Sub-Woofer System นั้น Canton นับเป็นผู้ออกแบบรายแรกๆ ของวงการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 โน่นแล้ว

จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ลำโพงสำหรับระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre นับแต่วันนั้นตราบจนทุกวันนี้

Canton Movie 130 (14)

The Movie 130

The Ideal Sound Solution

For Home Theatre

กว่าทศวรรษครึ่งที่ลำโพงในซีรีส์นี้ยืนหยัดอยู่ในวงการ และมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความนิยมตลอดมานั้น ย่อมบ่งบอกได้ถึงความไม่ธรรมดาของลำโพงในตระกูลนี้อย่างแน่นอน

และกับที่เป็นวิวัฒน์ล่าสุด คือ The Movie 130 System ชุดนี้ ก็สามารถสืบทอดความยอดเยี่ยมที่เป็นการต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ๆ ก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี โดยได้ก้าวเข้ามาแทนที่ Model the Movie 125MX System ชุดลำโพงระดับ 5-ดาว ที่ได้รับความนิยมมาแล้วอย่าล้นหลาม ด้วยเป็นที่ยอมรับกันว่าคือชุดลำโพงในอุดมคติของระบบ 5.1-Ch ในรูปแบบของ Sat/Sub System อย่างแท้จริง

The Movie 130 System ประกอบไปด้วยชุดลำโพงแซเทิลไลท์ขนาดกะทัดรัด จำนวน 4 ตู้ ทำหน้าที่เป็นลำโพงคู่หน้า ซ้าย/ขวา ที่เรียกกันว่า Front Speakers สำหรับให้เสียงหลัก และอีกหนึ่งคู่ทำหน้าที่เป็นลำโพงให้บรรยากาศเสียงรายรอบ หรือคือ Surround Speakers ด้วยการติดตั้งไว้ที่ ซ้าย/ขวา ทางด้านหลังของตำแหน่งนั่งฟัง/ชม มีอีกหนึ่งตู้ทำหน้าที่เป็นลำโพงสำหรับ Centre Channel มีขนาดเสมือนนำลำโพงแซเทิลไลท์สองตัวมาต่อกันในแนวนอน สำหรับติดตั้งไว้ด้านหน้าระหว่างลำโพงคู่หลัก และตัวสุดท้ายในระบบคือลำโพงสับ-วูฟเฟอร์ ที่ค่อนข้างจะนำไปตั้งวางได้อย่างเป็นอิสระกว่าลำโพงอื่นๆ ในระบบ

4 R

            ภาพลักษณ์ของลำโพงแซเทิลไลท์ รวมทั้งลำโพงเซ็นเตอร์ แชนเนล นั้นมีโครงสร้างในลักษณะเดียวกัน คือขึ้นรูปตู้ด้วย MDF ขัดเงาสำแวววาวแบบ Piano Finished หรือ Glossy Black โดยเมื่อมองจากด้านบนลงมาจะมีรูปทรงคล้ายหยิดน้ำ มุมป้าน (ในขณะที่ลำโพงเซ็นเตอร์นั้นหากมองที่ด้านข้างแล้ว จะมีลักษณะแบบเดียวกัน แต่มีมุมป้านน้อยกว่า กระเดียดไปทางแหลมแต่ลบมุมค่อนข้างมาก) แผงหน้าปิดทับเอาไว้ด้วยตะแกรงโลหะโปร่งให้มองเห็นชุดตัวขับเสียงที่ติดตั้งอยู่ที่แผงหน้าของตู้ลำโพงได้ แต่ตะแกรงนี้ไม่สามารถถอดออกได้

ทั้งหมดแม้จะมีขนาดกะทัดรัด โตกว่ากำปั้นไม่กี่มากน้อย (โดยเฉพาะพวกแซเทิลไลท์) แต่งานฝีมือเรียบร้อยดีมาก ทุกเหลี่ยมมุมที่โค้ง เว้า นั้นเรียบเนียนมือและแลดูละมุนตาบ่งบอกความหรูหราอยู่ในทีไม่น้อยเลย ขั้วต่อสายลำโพง (ซึ่งเป็นแบบสปริงกด) ที่แผงหลังของตู้ก็ดูมีคุณภาพสูง และที่ด้านใต้ตู้ของทุกตัวได้ถูกเซาะร่องเกลียวเอาไว้เรียบร้อย เพื่อประกอบเข้ากับขายึดจับเข้าผนัง (Wall Bracket) โลหะรูปตัว L ที่ให้มาในกล่องบรรจุพร้อมสรรพ

ทางด้านตัวแอ็คทีฟว์ สับ-วูฟเฟอร์ นั้น หากเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า คือ Model Movie 125MX แล้ว จะมีขนาดใหญ่กว่าพอประมาณ โดยปริมาตรภายในนั้นวัดได้มากกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ภาคขยายเสียงหรือแปอมปลิไฟเออร์ที่ผนวกไว้นั้นลดลงจาก 140 วัตต์ เหลือ 120 วัตต์ ซึ่งจะว่าไป, ก็มากเกินพอสำหรับขับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว กับปริมาตรตู้ที่บรรจุมันได้สบายๆ อยู่แล้ว

ลักษณะโครงสร้างตู้เป็นแบบทรงสูง หน้าแคบ ลึกไปทางด้านหลัง มีท่ออากาศอยู่ทางด้านหน้าตอนบนของแผงหน้าตู้ ที่แผงหลังนอกจากสวิทช์เปิ/ปิดแล้ว มีสวิทช์ให้เลือกเปิด/ปิดการทำงานแบบอัตดนมัติ ปุ่มปรับระดับความดังเสียง และปุ่มปรับแต่งตั้งคต่าครอสสโอเวอร์ได้ระหว่าง 65Hz – 150Hz สายไฟ AC เป็นแบบติดตรึงมากับตู้ ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ ขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบเกลียวหมุนหรือใช้บานานา ปลัก เสียบเข้าด้านท้ายขั้วต่อก็ได้

งานฝีมือประณีต เรียบร้อย และลงตัวเข้ากับชุดลำโพงในระบบได้เป็นอย่างดี

สำหรับคุณสมบัติทางด้านเทคนิคนั้น ในส่วนของลำโพงแซเทิลไลท์และลำโพงเซ็นเตอร์ เป็นแบบ 2-ทาง ทำงานในระบบตู้ปิด ใช้วัสดุอะลูมินัมในการขึ้นรูปตัวขับเสียง โดยทวีทเตอร์มีขนาด 1 นิ้ว และวูฟเฟอร์มีขนาด 3 นิ้ว ซึ่งในลำโพงแซเทิลไลท์ใช้ตัวขับเสียงอย่างละตัว ในขณะที่ลำโพงเซ็นเตอร์ใช้วูฟเฟอร์สองตัว ขนาบทวีทเตอร์ไว้กึ่งกลางตู้ในแนวนอน ทั้งลำโพงแซเทิลไลท์ และลำโพงเซ็นเตอร์ มีอิมพีแดนซ์ปกติ 4-8 โอห์ม ให้การทำงานตอบสนองความถี่ 120Hz – 25,000Hz โดยถูกออกแบบให้ม่ค่าจุดตัดความถี่อยู่ที่ 5,000Hz

มิติโครงสร้างตู้ลำโพงแซเทิลไลท์มีขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) 9 x 11.5 x 10 เซนติเมตร น้ำหนัก 0.8 กิโลกรัม/ตู้

มิติโครงสร้างตู้ลำโพงเซ็นเตอร์มีขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) 19 x 9 x 10 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม/ตู้

ส่วนแอ็คทีฟว์ สับ-วูฟเฟอร์ นั้น ใช้อะลูมินัมขึ้นรูปกรวยเช่นเดียวกัน อิมพีแดนซ์ปกติ 4-8 โอห์ม ให้การทำงานตอบสนองความถี่ 38Hz – 140Hz มิติโครงสร้างตู้มีขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) 24 x 42.5 x 42 เซนติเมตร น้ำหนัก 11.3 กิโลกรัม/ตู้

 Canton Movie 130 (16)

The Movie 130

The Sound Quality

ไม่ทราบว่านานแค่ไหนแล้วนะครับ ที่จู่ๆ ผมก็เลิกมองลำโพงคู่เล็กๆ ที่มีขนาดเท่าหรือโตกว่ากำปั้นไม่กี่มากน้อยด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ (หาได้ดูแคลนแต่อย่างใดนะครับ) ว่าจะสามารถเอาห้องขนาดย่อมๆ ได้อยู่หมัด

จำได้เพียงว่าออกจะนานมากแล้วที่มีอยู่หน เอาลำโพงชุดเล็กแบบ Sat/Sub System มาใช้งานฟังเพลงในรูปแบบของระบบ 2.1 อยู่ในห้องคราวหนึ่ง แล้วให้รู้สึกทึ่งอยู่ในทีที่ลำโพงชุดนั้นสามารถรังสรรค์เสียงดนตรีในความหมายของนิยาม High Fidelity หรือ Hi-Fi ออกมาได้อย่างเสนาะหู ทั้งในแง่ของรายละเอียด มิติ เวทีเสียง ตลอดจนความกลมกลืนอันสมานเสมอจากย่านความถี่ต่ำ ไปยังย่านความถี่สูง ที่เมีความต่อเนื่องอย่างรียบเนียนและรื่นหูดีแท้ๆ

แล้วดูเหมือนจะนับแต่นั้นมานั่นเอง ที่ทุกครั้งที่ได้ลองชุดลำโพงแบบที่ว่า ที่ไม่ว่าจะฟังแบบ 2.1 กับเสียงเพลง เสียงดนตรี หรือที่เล่นในระบบ 5.1 กับการดูหนังฟังเพลงจากแผ่นบันทึกการแสดงสดคอนเสอร์ทรายการต่างๆ ที่ผมแทบจะไม่ผิดหวังในชุดลำโพงแบบ Sat/Sub System เลย

และเช่นกันกับชุดลำโพงซิสเต็มนี้ ที่หลังจากจัดวางลำโพงทุกตัวให้เข้าที่ได้ตำแหน่งอันพอเหมาะพอควรแล้ว มันให้การทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัว และด้วยพลังเสียงอันครอบคลุมพื้นที่ภายในห้อง ทั้งๆ ที่หากไม่สังเกตมองก็แทบจะไม่เห็นด้วยซ้ำ ว่าลำโพงแต่ละตัวถูกจัดวางเอาไว้ตรงไหน

ด้วยพลังเสียงที่ให้ออกมาจากลำโพงชุดนี้มันไม่ได้กะจ้อยร่อย หรือเท่ากำปั้นอย่างที่ตาเห็นเลย เหลือเชื่อจริงๆ ยิ่งเมื่อเอาแผ่นดีวีดี คอนเสอร์ท มาเปิดการแสดงสดในห้องด้วยแล้ว พระเดชพระคุณท่านเอยต้องบอกว่ามันเหมือนกับลำโพงแต่ละตัว แต่ละตู้นั้น เบ่งตัวออกมาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นอีกเท่าตัวนั่นเทียว แต่ในความเป็นจริงกับที่เห็นด้วยสองตาเปล่าแล้ว พูดก็พูดเถอะนะครับ, อย่างที่บอกไว้ย่อหน้าก่อนนั่นแหละ คือมันแทบไม่เห็นเลยว่ามีลำโพงห้าหกตัวอยู่ในห้องด้วย

Canton Movie 130 (17)

            ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องเพราะขนาดของมันที่เล็กซะจนแทบกลืนหายไปกับห้องเอาเลยนั่นเอง มีสะดุดตาอยู่หน่อยก็ที่สับ-วูฟเฟอร์เท่านั้น ที่พอจะบอกให้รู้อยู่ในทีว่ามีอะไรสักตู้วางอยู่ด้านหน้าของห้อง

ภาพรวมของเสียงที่ให้ออกมานั้นมีความเกลี้ยงเกลา ใช้การได้ รวมทั้งสัมผัสได้ถึงความสะอาดสะอ้านในน้ำเสียงนั้นอย่างน่าแปลกใจ ไดนามิคให้ออกมาในระดับที่รับรู้ได้ แม้ว่าจะไม่มากแต่ก็พอจะบอกได้เต็มปากว่าไม่น้อยเหมือนกัน โดยไมโคร ไดนามิค นั้นจะเด่นเหลื่อมกว่าแม็คโคร ไดนามิค อยู่หน่อยๆ เวทีเสียงที่สัมผัสได้นั้น แม้ไม่กว้างขวางแต่ให้รับรู้ได้ว่ามีเต็มห้อง ส่วนเกินเลยลำโพงออกไปนั้น, แน่นอนอยู่แล้ว ในขณะที่ด้านลึกก็มีให้พอรู้สึกได้ ไม่ว่าจะลองฟังแบบสเตรีโอระบบ 2.1 หรือฟังแบบมัลติ-แชนเนลระบบ 5.1 ก็ตามที

น้ำเสียงมีความต่อเนื่องและลื่นไหลใช้การได้ การแยกแยะทิศทางและให้รายละเอียดพร้อมตำแหน่งของแต่ละชิ้นเครื่องดนตรีนั้น ให้สัมผัสแบบรับรู้ได้อยู่ในที ขณะที่ทิศทางเสียงในแบบมัลติ-แชนเนลก็บ่งบอกที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจน ชนิดที่ให้อรรถรสประกอบการชมภาพได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะเวลาที่หยิบแผ่นหนังแอ็คชันมาดูนั้น การให้ทิศทางเสียงที่แพนไป มา ด้วยความรวดเร็วนั้น มิเพียงมีตำแหน่งที่ชัดเจนจนแทบว่าจะสามารถลากเส้นตามได้ในแนวระนาบเท่านั้น หากยังให้ความรู้สึกสูง ต่ำ ขึ้น ลง ในลักษณะของการเล่นคลื่น (เสียง) ที่ม้วนตัวขึ้น ลง ไป มา ได้อย่างน่าชมเชยอีกด้วย และไม่เพียงแต่กับแผ่นที่มีความเร็วระดับสายตาตามทัน เช่น นกบิน แมลงบิน หรือหมาวิ่งไล่แมวดอแกนะครับ ที่มองเห็นและได้ยินอย่างรับรุ้ถึงทิศทางที่มาที่ไปได้อย่างกระจ่างหู แม้แต่กับแผ่นยิงกันเปรี้ยวงปร้าง เสียงกระสึนปลิวเคี้ยว คว้าว ด้วยความเร็วสูงสุดนั้น ยังให้ทิศทางออกมาได้อย่างแม่นยำเช่นเดียวกัน

หลายๆ ฉาก จากหลายแผ่นของหนังแอ็คชัน บ่งบอกให้รู้ว่าความสามารถในการให้ไดนามิค แรงปะทะ ตลอดจนการก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมไปกับบรรยากาศด้วยการใช้เสียงเป็นสื่อชี้นำนั้น ลำโพงชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นที่ว่านั้นออกมาได้เกินขนาดอย่างน่าทึ่ง สามารถให้อารมณ์ร่วมเสมือนอยู่ในเหตุการณ์อย่างได้บรรยากาศจริงๆ เป็นบรรยากาศที่สัมผัสได้ถึงความโอ่อ่า ที่แฝงความรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจอยู่ในที จากคลื่นเสียงที่รายรอบอยู่นั่นเอง

หากให้กล่าวสรุปแบบสั้นๆ ก็ต้องบอกว่ากับรูปร่างหน้าตาขนาดนี้ และด้วยราคาเพียงแค่นี้, คำตอบก็คือมันใช้การได้อย่างเกินพอจริงๆ

 Canton Movie 130 (19)

สรุป

กล่าวสำหรับชื่อ Canton ซึ่งมีที่มาจากการนำคำในภาษาละติน คือ Cantre ที่หมายถึง ‘การร้อง’ มาผสมผสานกับคำในภาษาเยอรมัน คือ Ton อันหมายถึง ‘เสียงดนตรี’ หรือ Musical Tone แล้วนำมาใช้เป็นชื่อลำโพง โดยเริ่มต้นด้วยคนงานเพียงกว่าสิบคนเมื่อกว่าสี่สิบปีก่อนนั้น

แม้จะมิได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ โอ่อ่า โอฬาร เหมือนกับบริษัทเครื่องเสียงและลำโพงส่วนใหญ่ แต่กลับเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมทางด้านลำโพงมาอย่างต่อเนื่อง และอย่างน่าทึ่งเสมอมา

โดยเฉพาะในแง่ของระบบลำโพงแบบ Satellite/Sub-Woofer System นั้น Canton ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกลำโพงระบบนี้เป็นรายแรกๆ ของวงการก็ว่าได้ และมีวิวัฒนาการอันน่าทึ่งมาอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกความเป็นผู้นำในการออกแบบและผลิตชุดลำโพงระบบที่ว่านี้ได้เป็นอย่างดี

และ The Movie 130 ก็เป็นชุดลำโพงในระบบ Satellite/Sub-Woofer อีกซิสเต็มหนึ่ง ที่ตอกย้ำความเป้นผู้ที่อยุ่แถวหน้าทางด้านนี้ของ Canton ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อการฟังเพลงในระบบสเตรีโอแบบ 2.1-แชนเนล หรือใช้ดูหนังฟังซาวน์ดแทร็คในระบบมัลติ-แชนเนล แบบ 5.1 ชุดลำโพงซิสเต็มนี้ก็สามารถทำหน้าที่ในงานนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง หรือฟังเพลง ได้อย่างน่าชมเชย

เป็นความน่าชมเชยที่ต้องบอกว่าวางตัวเองอยู่เหนือเกณฑ์มาตรฐานของลำโพงในระบบเดียวกัน ที่อยู่ในกลุ่มตลาดเดียวกัน ให้รับรู้ได้อย่างชัดเจน

หากคุณกำลังมองหาชุดลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อการนำไปใช้งานในห้องที่มีพื้นที่จำกัด และปฏิเสธชุดลำโพงอย่าง Sound-bar หรือจำพวก One-Box System Designed แล้วล่ะก้อ The Movie 130 จาก Canton ซิสเต็มนี้เป็นชุดลำโพงที่คุณมิอาจปฏิเสธการไปฟังได้อย่างเด็ดขาด

และยิ่งหากคุณตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้ประมาณสองหมื่น (มีบวก/ลบ อีกนิดหน่อย) ด้วยแล้วล่ะก้อ ยิ่ง ‘ต้อง’ ไปฟังก่อนตัดสินใจกับอะไรลงไปครับ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++