Test: BenQ W1070+ Full HD 3D Projector

Test: BenQ W1070+ Full HD 3D Projector

 พิพัฒน์ คคะนาท

BenQ W1070 Plus (1) 

นับเป็นค่ายหนึ่งที่มีเครื่องฉายภาพ หรือ Projector รุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ และแม้ชื่อ ชั้น ของ BenQ ดูจะถูกจัดว่ากระเดียดไปข้างอุปกรณ์ทางด้าน IT เป็นหลัก ทว่ากับผลิตภัณฑางด้านเครื่องฉายภาพของค่ายนี้แล้ว หลายต่อหลายรุ่นได้ใจกลุ่มคนเล่นเครื่องเสียงที่ชื่นชอบระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre ไม่น้อยเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่นิตยสารชั้นนำทางด้านนี้ของต่างประเทศ ทั้งแถบยุโรปและอเมริกามักจะนำเครื่องฉายภาพของเขามาแนะนำเชิงชื่นชมผ่านทางคอลัมน์ Review หรือบทความที่เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์เครื่องอยู่เนืองๆ

โดยเฉพาะกับเครื่องประเภทที่เรียกว่า Budget Projector หรือเครื่องที่ประหยัดราคาค่าตัว แต่ไม่ประหยัดคุณภาพนั้น เครื่องของค่ายนี้มักจะได้รับการแนะนำให้เลือกใช้เป็นชื่อแรกๆ อยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้อาจจะเนื่องเพราะการมีพื้นฐานที่ดี ทางด้านความเชี่ยวชาญในการออกแบบเครื่องฉายภาพสำหรับการใช้งานเชิง Multi-Media มาช้านานก็ว่าได้ เมื่อนำประสบการณ์ที่สั่งสมมานานช้านั้นมาพัฒนาเครื่องที่มีพื้นฐานเดิมที่โดดเด่นทางด้านการ Presentation ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้รองรับการใช้งานทางด้านการเล่นระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre จึงมิใช่เรื่องเกินเลยความสามารถของวิศวกรผู้ออกแบบแต่อย่างใด ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกเครื่องที่เอื้อต่อการใช้งานสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ที่มีวัตรปฏิบัติทั่วๆ ไป อันเป็นธรรมดาสามัญได้เป็นอย่างดี

กล่าวคือ, การที่ BenQ มีพื้นฐานที่ดีทางด้านการออกแบบเครื่องฉายภาพในกลุ่มไอทีเพื่อการนำเสนองานเป็นหลัก ซึ่งเครื่องจะต้องมีประสิทธิภาพในการรังสรรค์ภาพออกมาได้อย่างมีคุณภาพภายในห้องที่ยังคงมีแสงสว่าง ไม่ใช่ภายในห้องที่มืดสนิทที่ได้ถูก Treat ขึ้นมาเพื่อรองรับการเล่น Home Theatre โดยเฉพาะนั้น ผู้คนที่ต้องการเล่นระบบภาพและเสียงซึ่งไม่มีโอกาสหรือความพร้อมที่จะทำห้องเพื่อการนี้โดยเฉพาะ จึงมักจะใช้ห้องนั่งเล่น หรือ Living Room กันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม เครื่องฉายภาพที่สามารถนำมาใช้งานกับห้องนั่งเล่นของบ้านทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดี ภายใต้เงื่อนไขของการเล่นระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre นั้นกลับมีให้เลือกไม่มากนัก

ซึ่งในจำนวนแบรนด์ที่มีไม่มากดังว่านั้น ชื่อหนึ่งที่เป็นทางเลือกของผู้คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ก็คือ BenQ ด้วยคุณสมบัติเด่นอันเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถให้คุณภาพของภาพ (Image Quality) ออกมาได้ในระดับ Cinema Grade นั่นเอง

และกับ Model W1070+ ที่นำมาให้รู้จักกันในคราวนี้ ก็สามารถตอกย้ำความโดดเด่นของ BenQ ในแง่ของการเป็นเครื่องฉายภาพที่สามารถเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้เป็นโรงภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่ง

 BenQ W1070 Plus (15)

Model W1070+

กับภาพลักษณ์ทั่วไป

BenQ W1070+ มีภาพลักษณ์ที่ไม่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องฉายภาพแบบกึ่งพกพา หรือ Semi-Portable ด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักไม่มากนัก เอื้อต่อการนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก ด้วยมิติโครงสร้าง (กว้าง xสูง x ลึก) 312 x 104 x 244 มิลลิเมตร กับน้ำหนักตัว 2.75 กิโลกรัม

ภาพรวมของโครงสร้างเครื่องนั้นขึ้นรูปด้วยพลาสติกสังเคราะห์เกรดสูง มีลักษณะสีแบบ Two-Tone ขาว/บรอนซ์เงิน โดยที่แผงหน้าปัดกับแผงด้านข้างของเครื่องทั้งสองด้าน ที่ออกแบบเป็นซี่โปร่งด้วยเส้นสายประมาณห้าหกเส้นลาดขึ้นไปตอนบนที่ประมาณกึ่งกลางด้านหลังเครื่องนั้น เป็นสีบรอนซ์เงิน ในขณะที่ฝาหลังด้านบนตัวเครื่อง กับแผงด้านข้างส่วนจากกึ่งกลางด้านหลังลาดลงมา เป็นสีขาวสะอาดตาแบบ Glossy White

BenQ W1070 Plus (2)

            โดยที่แผงด้านข้างของเครื่องตอนล่างทั้งสองด้านนั้นกรุลวดลายแบบหกเหลี่ยม ด้วยเส้นสายแบบรังผึ้งต่อเนื่องกันไป และพื้นที่รวมกว่าสองในสามของแผงข้างทั้งสองด้านเป็นส่วนเปิดเพื่อการระบายความร้อน ซึ่งเมื่อมองลงมาจากด้านบน จะเห็นเป็นเส้นสายทั้งสี่ด้านที่มีความโค้งเล็กน้อย กับโค้งมนแบบลบเหลี่ยมที่มมุมเครื่องทุกด้าน

ตอนบนของแผงด้านบนนั้นติดตั้งเอาไว้ด้วยชุดเลนส์บริเวณเยื้องไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย ซึ่งบริเวณใต้วงแหวนปรับความคมชัด และการซูฒภาพนั้น มีฝาครอบที่เมื่อเลื่อนออกจะเห็นปุ่มสำหรับปรับ Lens Shift ส่วนตอนล่างซึ่งเยื้องมาทางด้านขวาหน่อยนึงเป็นบริเวณที่ติดตั้งแผงควบคุมการทำงาน พร้อมสวิตช์ Power เปิด/ปิดเครื่อง โดยมีแผงเซ็นเซอร์เป็นวงกลมเล็กอยู่ใกล้ๆ ทำหน้าที่รับคำสั่งจากรีโมท คอนโทรล

เมื่อหันหน้ามองเข้าหาแผงหน้าปัดของเครื่อง ที่ด้านขวาติดตั้งเอาไว้ด้วยชุดเลนส์ ซึ่งมีฝาครอบปิดพร้อมสายยึดในตัวติดกับเครื่อง ทำให้มิพักต้องกังวลว่าเมื่อดึงฝาออกมาแล้วจะไปตั้งวางลืมทิ้งไว้ที่ไหน ส่วนด้านซ้ายเซาะเป็นร่องหน้าต่างแบบตะแกรงสี่เหลี่ยม สำหรับการระบายความร้อน ที่กึ่งกลางตอนล่างของแผงหน้าปัดเป็นปุ่มกดเลื่อนขาตั้งแบบปรับมุมเงยได้ และที่ขาหลังของเครื่องทางด้านซ้ายนั้นให้ปรับระดับสูง/ต่ำเพื่อการจัดสมดุลภาพ

BenQ W1070 Plus (3)

            นอกจากจะมีชุดขาตั้งให้ปรับระดับได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลังแล้ว เครื่องยังมีระบบการปรับแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมู หรือ Keystone Correction ได้ถึง 30 องศา ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

ที่แผงหลังของเครื่องมีช่องเสียบต่อตลอดจน Port ต่างๆ ที่จำเป็นให้ไว้อย่างครบครัน โดยมีพอร์ท HDMI ให้ 2 ชุด (HDMI-2 สำหรับการเชื่อมต่อกับ MHL: Mobile High Definition Link), USB Type-A, Mini-B USB (สำหรับการเข้ารับบริการเท่านั้น), 12V Trigger, Component Video, PC, RS-232, Component Video, Composite Video (RCA), Audio L/R In (RCA), Audio In/Out (แบบ Mini Jack ขนาด 3.5 mm.) และช่องเสียบสายไฟ AC In ซึ่งเป็นแบบถอดเปลี่ยนได้ตามมาตรฐาน IEC

BenQ W1070+ มาพร้อมรีโมทคอนโทรล แบบมีไฟเรืองแสงสีส้มอมแดงเรื่อๆ ที่ปุ่มต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถสั่งการทำงานของเครื่องภายใต้ความมืดได้อย่างสะดวก

 BenQ W1070 Plus (6)

Model W1070+

กับคุณสมบัติทั่วไป

แม้ว่าโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้จะไม่ได้มีคุณสมบัติเด่นทางด้าน Short-Throw แบบ Model W1080ST ที่เคยนำมาให้รู้จักกันไปก่อนหน้านี้ แต่ระยะติดตั้งเครื่องให้ห่างจอเพื่อการฉายภาพขนาดต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

โดยเครื่องสามารถให้ขนาดภาพได้ระหว่าง 40 นิ้ว ถึง 235 นิ้ว โดยมีอัตราส่วนระยะการฉายภาพ 1.15 – 1.5 ให้ภาพขนาด 100 นิ้ว ที่ระยะห่างจากจอภาพประมาณ 2.5 เมตร ด้วยสัดส่วนภาพ 16:9 ซึ่งเป็น Native Aspect Ratio โดยสามารถเลือกสัดส่วนภาพได้ห้าแบบ มีอัตราการซูมภาพ 1.3:1 ให้ความละเอียดภาพระดับพื้นฐานแบบ Full HD 1080p (1920 x 1080) ให้ค่าความสว่าง (Brightness) 2,200 ANSI Lumen โดยมีค่าความคมชัด หรือ Contrast Ratio 10,000:1 สามารถแสดงสีได้มากถึง 1.07 พันล้านสี (Billion Colours) กำลังของหลอดฉายภาพเป็นแบบ 240W โดยมีอายุการทำงาน 3,500/5,000/6,000 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือก Mode การทำงานของกำลังส่องสว่าง

กล่าวคืออายุการใช้งานของหลอดฉายภาพตามปกติที่ Normal Mode จะมีอายุการใช้งานนาน 3,500 ชั่วโมง และเมื่อปรับใช้ในโหมดประหยัดพลังงานปกติ (Economic Mode) จะมีอายุการใช้งานนานขึ้นเป็น 5,000 ชั่วโมง ต่อเมื่อปรับไปใช้โหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง หรือที่เรียกว่า Smart Eco Mode หลอดฉายภาพจะมีอายุการใช้งานนานถึง 6,500 ชั่วโมง เลยทีเดียว

และเครื่องจะตัดการทำงานเข้าสู่ Eco Blank Mode โดยอัตโนมัติหลังจากเปิดเครื่องแล้วไม่มีสัญญาณภาพป้อนเข้ามาภายใน 3 นาที ซึ่งช่วยให้เป็นการถนอมหลอดฉายภาพไปในตัว

BenQ W1070 Plus (9)

            ใช้เทคโนโลยีการฉายฉาพแบบ DLP: Digital Light Processing ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของ Texas Instrument โดยต้นแบบนั้นพัฒนาขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1987 โดย Dr. Larry Hornbeck และมีวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีนี้มาอย่างต่อเนื่องจนตราบทุกวันนี้ โดยชิปเซ็ตที่ใช้เป็นพัฒนาการล่าสุด คือ Darkchip 3 แบบ Single-Chip โดยทำงานร่วมกับวงล้อสี (Colour Wheel) แบบ 6-Segment ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วของแสงที่ก่อให้เกิดอาการ Rainbow Effect ซึ่งเป็นจุดอ่อนของพวก ‘ชิปเดี่ยว’ ได้เป็นอย่างดี

BenQ W1070+ ยังผนวกลำโพงแบบแอ็คทีฟกำลังขับ 10W ในตัว รองรับการใช้งาน Plug & Play ได้อย่างสะดวก เพียงนำ Video Source มาเชื่อมต่อก็พร้อมใช้งานได้ในทันที โดยลำโพงที่ใช้เป็นแบบใหม่เรียกว่า Resonant Chamber Design ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ยอดเยี่ยมมาก

Model W1070+ เป็นเครื่องที่พัฒนาหรือ Upgrade ขึ้นมาจาก Model W1070 เดิม ที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ผลิตบอกว่าให้ความโดดเด่นของภาพดีขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งในแง่ของมิติภาพและสีสันของภาพที่มีความอิ่มให้ออกมาได้อย่างมีพลัง

และเป็นเครื่องที่ได้รับการรับรองคุณภาพการปรับแต่งภาพโดยสถาบัน ISF: Imaging Science Foundation Callibration Certified ด้วยแล้ว

เพราะฉะนั้นเมื่อดูกันแค่นี้ เรื่องของภาพที่เครื่องนี้สามารถให้ออกมาได้นั้น น่าจะเป็นที่การันตีได้ในระดับหนึ่งแล้วนะครับ

 BenQ W1070 Plus (14)

Model W1070+

กับการลองเล่นและคุณภาพ

BenQ W1070+ ให้ความยืดหยุ่นในการติดตั้งได้ดีมาก การปรับแต่งต่างๆ เพื่อให้ได้ความลงตัวพอดีกับจอภาพใช้เวลาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง เพราะทั้งการออกแบบขารองที่ให้ปรับสูงต่ำได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ตลอดจนปุ่มช่วยการแก้ไขลักษณะองศาภาพที่บิดเบี้ยว ตลอดจนการปรับระยะและความคมชัดทั้งหลายทั้งปวงนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าต้องเสียเวลาหรือกระทำการแบบยากลำบากแต่อย่างใด

สำหรับการปรับ Lens Shift เพื่อการยกระดับภาพขึ้น/ลงในแนวดิ่งนั้น ทำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ไขควงขนาดเล็กหมุนรอยบากของหัวเกลียวไปทางซ้าย (Down) หรือไปทางขวา (Up) เท่านั้นเอง

กล่าวโดยสรุปในแง่ของการติดตั้งแล้ว นับเป็นเครื่องทีให้นำไปใช้งานติดตั้งได้ด้วยความคล่องตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งวางบนแท่น บนโต๊ะ หรือไม่แต่การติดตั้งเข้ากับฝ้าเพดาน ก็เอื้อให้กระทำได้อย่างสะดวก และที่ช่วยให้การติดตั้งพร้อมการปรับภาพทำได้อย่างง่ายดายอีกประการก็คือ การที่เครื่องมีฟังค์ชัน Test Pattern มาให้ในตัวด้วยนั่นเอง

เมื่อเครื่องพร้อมทำงาน การเข้าสู่เมนูหลักดต่างๆ ของเครื่องก็แสดงเอาไว้อย่างชัดเจน เป็นระเบียบ ไม่มีความซับซ้อนให้ต้องยุ่งยากในการใช้งานแต่อย่างใด

สำหรับการปรับตั้งค่าสีทางด้านภาพที่เซ็ทมาจากโรงงานนั้น มีให้เลือก 5-Mode ด้วยกัน คือ Bright, Standard, Cinema, User 1 และ User 2 โดยแต่ละโหมดต่างก็ให้คุณลักษณะของสีสันภาพที่แตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเข้าไปในเมนูที่ให้การปรับค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดในเรื่องของสีสันภาพ ก็พบว่าเครื่องเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ลงลึกในรายละเอียดของสีสันภาพในระดับที่เข้าตามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งยังมีฟังค์ชันให้เข้าไปปรับแต่งในส่วนของ ISF ได้ด้วย

BenQ W1070 Plus (10)

            อย่างไรก็ตาม ในการเข้าไปปรับในส่วนของ ISF นั้น อนุญาตเฉพาะผู้ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันนี้มาแล้วเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรามีไม่น้อยรายที่ผ่านการอบรมจากสถาบันนี้ ลองสอบถามกันดูนะครับ

ซึ่งภาพรวมจากการที่ได้ลองเล่นกับโหมดภาพที่ตั้งค่ามาให้จากโรงงาน โดยที่เป็นการลองเล่นทั้งในห้องที่มืดสนิท และเปิดให้มีแสงสว่างบ้าง เพื่อจำลองสถานการณ์แบบอยู่ในห้องนั่งเล่นแทนที่จะเป็นห้องเพื่อการนี้โดยเฉพาะนั้น พบว่าภาพที่เห็นมีความน่าทึ่งมากทั้งในแง่ของสีสันและแสงเงา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความละเอียดและพิถีพิถันในการเซ็ทค่าต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับชมภาพที่ดีโดยแทบมิพักต้องปรับแต่งอะไรเลยก็ว่าได้

โดยในโหมด Bright นั้น ภาพจะมีความสดและมีความสว่างค่อนข้างมาก ภาพรวมของสีออกจะกระเดียดไปข้างเขียวที่แลผิดเพี้ยนจากความเป็นธรรมชาติอยู่พอประมาณ ทางด้านรายละเอียดนั้น แม้พอจะมีให้เห็นได้บ้างแต่ก็เป็นรายละเอียดท่าดมิติ ค่อนข้างจะแบนราบเหมือนภาพพิมพ์มากกว่า

ขณะที่โหมด Standard ดูจะให้ภาพที่มีความเป็นธรรมชาติต้องตามมาตรฐานสมกับชื่อโหมดมากกว่าอื่นใด ภาพรวมมีสีสันที่สวยงามใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่มองเห็นด้วยสายตาเปล่ามากที่สุด มีความสมจริงพร้อมรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อได้ลองในลักษณะที่ห้องถูกควบคุมแสงสว่างเอาไว้ได้ทั้งหมดนั้น ภาพมีความโดดเด่นและสมบูรณ์มากกว่าโหมดอื่นๆ มาก ทั้งในแง่ของรายละเอียด สีสัน และแสงเงา ซึ่งช่วยให้ได้มิติภาพที่มีความชัดลึกแบบเป็นระดับชั้นหี้รับรู้ได้

BenQ W1070 Plus (7)

            พูดก็พูดเถอะนะครับ โปรเจ็คเตอร์หลายๆ เครื่องที่ให้ปรับแต่งสีสันของภาพได้เองนั้น บางเครื่องลองปรับแล้วยังไม่ได้ดั่งใจหรือดูแล้วเข้าตาเหมือนกับค่า Default ที่ปรับตั้งมาให้จากโรงงานในโหมด Standard ของ BenQ W1070+ เครื่องนี้เลยด้วยซ้ำไป

ส่วนโหมด Cinema นั้น แม้ว่าชื่อโหมดจะแสดงออกอยู่ในทีว่าเหมาะต่อการชมภาพยนตร์ แต่กับภาพที่เห็นนั้นผมมองว่ามันค่อนข้างจะอับทึบ หรือทึมทึบ อยู่สักหน่อย แม้ว่าจะให้รู้สึกได้ว่าความถูกต้องของสีสันโดยรวมมีความใกล้เคียงกับโหมด Standard ค่อนข้างสูง แต่การแสดงผลภาพโดยรวมแล้วมีความหม่นกว่า ขาดความสว่างของภาพอยู่บ้าง ทำให้ภาพโดยรวมขาดรายละเอียดไปโดยเฉพาะบริเวณที่มืดดำจะกลืนกันไปเป็นปื้น ในขณะที่บริเวณที่มืดดำของโหมด Standard ยังมีรายละเอียดให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนกว่า

สำหรับโหมด User 1 และ User 2 ที่ให้ผู้ใช้เข้าไปปรับตั้งค่าได้เองตามความชอบนั้น ค่าพื้นฐานของทั้งสองโหมดนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับโหมด Standard แต่ขาดความอิ่มของสี ภาพที่เห็นไม่มีไดนามิกเป็นภาพที่ค่อนข้างบางด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ User 2 จะมีความคมชัดมากกว่าเล็กน้อย (หรือที่จริงก็คือเห็นได้ว่าสีสันของภาพมีน้ำหนักกว่า) ในขณะที่ User 1 ให้ความสว่างของภาพออกมาได้มากกว่า

จากนั้นเมื่อได้ลองเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพที่เข้าตา (ตามความชอบ) มากที่สุดทั้งในแง่ของสีสันและแสงเงา พบว่าเครื่องให้การทำงานได้ถึงระดับลึกลงไปในความชอบที่เป็นส่วนตัวได้อย่างน่าพอใจ ภาพรวมมีความโดดเด่นทั้งในแง่ของสีสันและรายละเอียดต่างๆ ภาพมีระดับของ Gray-Scale ที่ค่อนข้างละเอียด แสดงความแตกต่างของเฉดสีในโทนเดียวกันได้ค่อนข้างกระจ่าง และให้รับรู้ได้ถึงรายละเอียดของความแตกต่างนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

BenQ W1070 Plus (16)

            มิติภาพที่ได้จึงออกมาดีมีระยะของความชัดลึกเสมือนมองด้วยตาเปล่าอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพในบริเวณที่มืดดำสามารถให้รายละเอียดออกมาได้ดีอย่างน่าชมเชย

อ้อ, ถึงบรรทัดนี้ต้องไม่ลืมนะครับ ว่าเมื่อว่ากันถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง และคุณภาพที่ได้แล้ว ควรคำนึงถึงระดับราคาของเครื่องที่มีค่าตัวอยู่ประมาณสี่หมื่นต้นๆ ด้วย เพราะนี่เรากำลังพูดคุยกันถึงเครื่องฉายภาพที่มีราคาไม่ถึงครึ่งแสนด้วยซ้ำนะครับ

เพราะนั้นหากจะกล่าวอีกแง่หนึ่งว่าโพรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ให้ความคุ้มค่าสูง ก็พอจะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ รวมทั้งยกให้เป็นเครื่องที่ควรค่าแก่การแนะนำได้อย่างสนิทใจครับ

สำหรับภาพแบบ 3D นั้น เป็นการทำงานร่วมกับแว่นแบบ Active-Shutter ที่ให้ความลึกของภาพได้โดดเด่นกว่าลักษณะภาพที่หลุดลอยออกมานอกจอ พูดแบบบ้านๆ ก็ต้องบอกว่าลึกแบบได้ใจจริงๆ สีสันและรายละเอียดของภาพให้ออกมาได้ดีอย่างน่าชื่นชม

โดยสีสันของภาพขณะไม่สวมแว่นอาจจะเห็นว่าติดแดงอยู่บ้าง แต่เมื่อสวมแว่นแล้วอาการที่ว่าก็จะหายไปครับ

และโดยทัศนะส่วนตัวแล้ว ผมมีความเห็นว่าภาพแบบ 2D กับ 3D นั้นเครื่องสามารถให้ออกมาได้ดีในระดับที่เท่าเทียมกันครับ

 BenQ W1070 Plus (8)

สรุป

นับเป็นอีกครั้งที่ค่าย BenQ ได้แสดงให้เห็น ว่าแม้ชื่อ ชั้น จะเป็นที่รู้จักกันในระดับแถวหน้าของวงการ IT แต่กับผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องฉายภาพ หรือโปรเจ็คเตอร์แล้ว ชื่อนี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับของผู้คนในแวดวง AV ด้วยเช่นกัน

และ BenQ W1070+ เครื่องนี้ ก็ให้ประสิทธิภาพในการทำงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม อันนำมาซึ่งคุณภาพอันน่าทึ่งที่แม้กับโหมดภาพที่ตั้งค่ามาให้จากโรงงานอย่าง Standard Mode ก็มีมาตรฐานสูงอย่างชนิดที่นำไปใช้อ้างอิงได้มากกว่าเครื่องที่ผ่านการปรับแต่งตามความชอบของผู้ใช้เองบางเครื่องด้วยซ้ำไป

สำหรับลำโพงที่ผู้ผลิตบอกว่าเป็นรุ่นใหม่แบบ Resonant Chamber Design นั้น ให้เสียงที่มีความกระจ่างชัดใสดีมาก โดยเฉพาะกับเสียงพูดนั้นมีความเป็นธรรมชาติน่าทึ่งมาก กล่าวโดยสรุปก็ต้องบอกว่าให้คุณภาพเสียงออกมาได้ดีเหนือกว่ามาตรฐานของเครื่องฉายภาพทั่วไปครับ

แน่นอนว่ามันย่อมมิใช่เครื่องที่ไร้ที่ติแต่อย่างใด เพราะหากจะมองกันแบบหาข้อตำหนิต่างๆ โดยหยิบทุกประเด็นมากกล่าวถึงแบบเข้มงวดแล้ว มันก็ยังมีข้อบกพร่องให้พูดถึงได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Rainbow-Effect ที่แม้จะน้อยนิดมากจนต้องถึงขนาดจ้องจับกันนั่นละ จึงจะเห็น แต่ถามจริงๆ ว่านั้นคือลักษณะการดูของคนที่ต้องการชมภาพยนตร์ในบ้านเพื่อความผ่อนคลายในยามพักผ่อนหรือ

และยิ่งหากพิจารณากันโดยที่มีเรื่องของราคาเป็นที่ตั้งแล้ว มันยากครับที่จะไปตำหนิอะไรได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะว่ากันเพียงแค่ระดับ Gray-Scale หรือ Black Level ที่สามารถให้ความมืดดำของภาพได้อย่างเหนือชั้น กับพูดถึงภาพเคลื่อนไหวที่มีความลื่นไหลแบบเนียนตาแล้ว แค่สองเรื่องนี้เครื่องฉายภาพที่มีราคาแพงกว่านี้หลายๆ เครื่อง ยังไม่สามารถให้ออกมาดีเท่าได้เลย

แต่ถ้าจะให้หาเรื่องติกันจริงๆ ขอยกมาแบบหาเรื่องสักเรื่องก็ได้ นั่นก็คือแว่นสามมิติต้อวงเสียกะตังค์ซื้ออีกต่างหากนั่นเอง – พอจะว่าติแบบเอาฮาได้ไหมเนี่ย – –

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณบริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด โทร.0-2670-0310-1 ผู้แทนจำหน่ายที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++