Test: Aedle Vk1 Cabon Edition

Test: Aedle Vk1 Cabon Edition

หูฟังที่ประสานความหรูหรา-คลาสสิคเข้ากับคุณภาพเสียงได้อย่างลงตัว

คณิต ภาวศุทธิพันธุ์

91a91711554cdcc16dd0bd5d6edecd4b_1024x1024

            “Aedle” คือแบรนด์เฮดโฟนน้องใหม่ที่ดูแล้วค่อนข้างจะน่าเกรงขามทีเดียวในตลาดเฮดโฟน เนื่องด้วยว่าเฮดโฟน Aedle นั้นได้รับรางวัลที่ล้ำค่าในวงการแฟชั่นของฝรั่งเศส อย่างเช่นรางวัล Etoile de l’Observateur du Design ในปี 2014 ที่ผ่านมา และเมื่อปี 2013 Aedle Vk-1 ก็ได้รับการรีวิวจากนิตยสารชั้นนำมากมายทั้งในวงการแฟชั่นและในวงการเครื่องเสียง ร่วมถึงการรีวิวจากพวก ‘Blogger’ ในอินเตอร์เน็ตอีกด้วย แถมเมื่อตอนกลางปีที่ผ่านมา เฮดโฟนรุ่นนี้ได้ไปโผล่อยู่ในหนังระดับ Hollywood เรื่อง Lucy ที่นำแสดงโดยสาวสวยสุดเซ็กซี่อย่าง Scarlett Johassan

ถ้าพูดถึง “Aedle” นั้นยังถือว่าเป็นแบรนด์ที่ใหม่มากแบรนด์หนึ่งในบ้านเรา ซึ่งคาดว่าหลายท่านคงยังไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน “Aedle” นั้นได้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2010 โดยสองหนุ่มไฟแรงชาวฝรั่งเศส Raphael Lebas de Lacour และ Baptiste Sancho ซึ่งมี Michel Morisseau ทำหน้าที่เป็น Chief Engineer พวกเขาได้ใช้เวลาถึง 2 ปีในการพัฒนาหูฟังรุ่นนี้กว่าที่จะผลิตออกมาอย่างจริงจัง ซึ่งก็เป็นที่มาของเจ้า ‘Vk-1’ ออกสู่ตลาดในปีค.ศ. 2012 ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานที่เจ้าหูฟังตัวนี้สามารถที่จะ “สร้างชื่อ” ให้กับตัวมันเองในตลาดเฮดโฟนเพื่อเป็นที่จดจำกันแล้ว

 Aedle-vk-1-Carbon-Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง

Vk-1 Cabon Edition ได้ถูกบรรจุมาในกล่องสีดำที่แข็งแรงสวยงาม เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับตัวเฮดโฟนสีดำที่ถูกวางเอาไว้ในเบ้าเสียบ, ตรงกลางกล่องจะพบกับแผ่นเหล็กไร้สนิมระบุ Serial Number ที่ให้ความรู้สึกพิเศษไปอีกแบบหนึ่ง, ถุงผ้าสีดำไว้ใส่เฮดโฟนสำหรับการพกพา (ระวังเวลาปิดกระดุมกระเป๋านะครับ ตอนเกะออกค่อนข้างลำบากนิดนึง หลังจากที่ผมลองแกะครั้งแรกแล้วก็ตัดสินใจไม่ปิดกระดุมเลยครับ) , อะแดปเตอร์สำหรับเปลี่ยนใช้บนเครื่องบินเพื่อความสะดวกเวลาเดินทาง, ภายในกล่องจะมีสายเสียบเฮดโฟนให้ 2 แบบก็คือ แบบ 3.5 mm.-1.2 mm. และ 3.5 mm.- 2.4 mm. ซึ่งเจ้าสายเคเบิ้ลนี้เป็นสายเคเบิ้ลไฟเบอร์สังเคราะห์ (Aramid Cable) ที่มีสัดส่วนของน้ำหนักต่อความแข็งแกร่งที่ดีเยี่ยมจึงส่งผลให้มีน้ำหนักที่เบามาก และก็มีคู่มือการใช้งานให้มาอีกเล่มนึงครับ

 carbonbanner-2

คุณสมบัติและรูปลักษณ์ของ Vk-1

          เฮดโฟน Vk-1 Cabon Edition นั้นจะมีลักษณะที่เหมือนกับ Vk-1 Classic Edition จะต่างก็เพียงแต่สีของหนังแกะและสีของอะลูมิเนียมภายนอกเท่านั้นเอง ซึ่งรุ่นที่ได้นำมาทดสอบนี้จะมีสีดำสนิททั้งตัวหูฟัง แต่รุ่น Classic Edition นั้นจะมีสีน้ำตาลในส่วนของหนังแกะและอะลูมิเนียมก็จะสีอะลูมิเนียม ‘Vk-1’ นั้นเป็นำเฮดโฟนแบบแปะหู (Over Ear) ที่มีไดรเวอร์ไทเทเนียมขนาด 40 มม. และมีอิมพีแดนซ์เรตที่ 32 โอห์ม ซึ่งมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียงแค่ 215 กรัม นับว่าเบามากๆเมื่อดูวัสดุที่ใช้ด้วยตาเปล่าก็คิดว่าจะหนักกว่านี้เยอะ

ตัวหูฟังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้เข้ากับรูปลักษณะศีรษะได้ง่าย เพียงแค่เลื่อนตัวครอบหูขึ้นหรือลง

ตัวกรอบด้านนอกหูฟังนั้นผลิตจากอะลูมิเนียม ‘T6066’ ซึ่งเป็นอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องบิน ในส่วนนี้จะเป็นสีดำด้านให้ความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหราไม่น้อยเลย บริเวณด้านในที่วางบนหูนั้นจะเป็นหนังแกะแท้ย้อมสีดำเพื่อให้ความนุ่มนวลเวลาใช้งาน ในส่วนของที่คาดศีรษะก็หุ้มด้วยหนังแกะแท้สีดำเช่นเดียวกัน ตรงที่หุ้มด้วยหนังแกะนั้นจะเห็นได้ถึงงานเย็บด้วยมือได้อย่างชัดเจนเพราะจะมีการเบี้ยวหรือไม่ตรงซึ่งเราจะสามารถบอกได้ถึงความแตกต่างระหว่างกระบวนการผลิตโดยคนกับเครื่องจักร ตัวสายเคเบิ้ลนั้นแยกออกจากตัวเฮดโฟนโดยที่ปลายเคเบิ้ลนั้นหัวแจ็คด้านหนึ่งสำหรับเสียบเข้าที่ครอบเฮดโฟนด้านขวาส่วนปลายอีกด้านเป็นแบบสเตอริโอ มินิ-แจ็ค ขนาดมาตรฐาน 3.5 mm

 P-VK1Black1-HR

การฟังทดสอบ

ประสบการณ์แรกที่ได้สัมผัสกับเฮดโฟนรุ่นนี้บอกได้เลยครับว่าประทับใจกับดีไซน์มาก สวยงามทันสมัยอยากใส่ออกไปโชว์ชาวบ้านชาวช่องเหลือเกินจึงรีบนำมาทดลองใช้ครับ แต่ปรากฏว่ายังไม่ค่อยประทับใจเท่าไรเนื่องจาก เฮดโฟนเซ็ตนี้นั้นยังไม่ได้ผ่านการใช้งานมาเลย เป็นธรรมดาครับที่อะไรอะไรมันจะดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางสักเท่าไรรู้สึกได้ถึงการบีบรัดแน่นที่ใบหูไปบ้าง คาดว่าจากความใหม่ของหนังแกะที่ยังไม่ได้ผ่านการใช้งานจึงทำให้มีการบีบรัดเกิดขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ชอบเฮดโฟนแบบครอบหู ‘Around Ear’ ไม่ได้เป็นแฟนเฮดโฟนแบบ ‘On Ear’ สักเท่าไหร่ เพราะมีความรู้สึกว่ามันบีบหูและเจ็บจึงไม่สามารถใส่ได้เป็นเวลานาน แต่พอใช้ ‘Vk-1’ ไปได้สักระยะหนึ่งประมาณ 2 สัปดาห์เจ้าหนังแกะที่ว่านี้ให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายไม่เจ็บหูเลยแม้แต่น้อย ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับโลกส่วนตัวได้อย่างไม่ล้าหูแม้แต่นิดเดียว

 

มาในส่วนของคุณภาพเสียงนั้นได้ทดลองฟังกับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 3 เพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์ ในอัลบั้ม Song From Difference Scence 2 ในแทร็ค B5 Medley ซึ่งเป็นแทร็คที่อัดสดจากคอนเสริต์ เป็นไฟล์เพลงขนาด 24/44.1 bit แต่เจ้า Vk-1 กลับให้เสียงที่บีบอัด อู้อี้ ไม่ได้อรรถรสในการฟังสักเท่าไร ก็เลยจัดการ ‘burn in’ ไปสัก 80 ชม. ที่ระดับเสียงปกติที่ 50 % หลังจากผ่านการ burn in แล้วคุณภาพเสียงดีขึ้นมากแทบจะไม่เชื่อว่า นี่คือเซ็ตเฮดโฟนเซ็ตเดียวกันเมื่อทดสอบผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดิมแทร็คเดิม ‘Vk-1’ ที่ผ่านการ burn in มานั้นให้อรรถรสที่แตกต่างไปมาก ลองเอาเฮดโฟนเซ็ตนี้เสียบต่อจากโน้ตบุ๊คและฟังทั้งจากไฟล์เสียงที่ streaming ผ่าน YouTube หรือ จากเวปไซด์ต่างๆ หรือจะเป็นไฟล์ที่จัดเก็บไว้ในสกุล FLAC เสียงโดยรวมของแต่ละสกุลที่ถ่ายทอดออกมานั้น บ่งบอกถึงความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน ‘Vk-1’ ให้เสียงที่ใหญ่ มีลักษณะเสียงแหลมที่สดใส และมีรายละเอียดสูง เสียงกลางที่โปร่งเปิดกว้าง เสียงเบสที่หนักแน่นพอประมาณไม่มากจนเกินไป ส่วนมิติเสียงนั้นต้องบอกว่า ตอนที่ฟังกับไฟล์เพลงผ่านเครื่องโน้ตบุ๊ค Mac นั้นแทร็ค B5 Medley 24 bit ของคุณบอย อัลบั้ม Song From Difference Scences 2 นั้นขนลุกจริงๆครับ ให้ความรู้สึกเสมือนตัวเองได้เข้าไปอยู่ในตัวคอนเสริ์ตนั้นจริงๆ มีมิติหน้าหลังค่อนข้างชัดเจน รู้สึกได้ถึงเสียงโอบล้อมตัวเราอยู่ ให้รายละเอียดที่สูงมาก

ในส่วนของการป้องกันรบกวนเสียงจากภายนอกนั้นถือว่า ‘VK-1’ ทำได้ดีพอสมควร สำหรับหูฟังในแบบ On Ear ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากที่ที่จะกำจัดเสียงรบกวนไม่ให้มารบกวนได้ ในการฟังที่ระดับเสียงประมาณ 65% ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ดังอะไรมากมายนัก มีเสียงเล็ดลอดเข้ามาบ้างแต่ไม่ได้เป็นการรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ในโลกส่วนตัวเท่าไรนัก สนนราคาของเจ้าเฮดโฟนตัวนี้นั้นอยู่ที่ 19,500 บาทจัดจำหน่ายโดยบริษัท M for life ตอนแรกที่ผมเห็นราคาก็รู้สึกตกใจครับ อีก 500 บาทก็จะ 20,000.- กับแบรนด์ที่ค่อนข้างใหม่ในตลาด แต่พอได้มาศึกษาถึงขั้นตอนการผลิตที่ใช้ช่างฝีมือกว่า 30 คนในขบวนการการประกอบ และที่สำคัญทุกๆอย่างของเจ้าหูฟังตัวนี้นั้นไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์, การผลิตชิ้นส่วนต่างๆ และการประกอบนั้น ล้วนทำในประเทศฝรั่งเศสทั้งหมด เรียกง่ายๆว่า ”Made in France” เต็มตัวครับ …น้อยนะครับเดี๋ยวนี้จะเจออะไรที่ Unique แบบนี้ซึ่งพอมองถึงจุดๆนี้ รวมกับคุณภาพเสียงที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างไม่แพ้ใครก็ต้องยอมรับถึงราคาที่เรียกว่า “สมตัว” ครับ ไม่ถูกไม่แพงจนเกินไป เป็นอะไรที่สมราคาครับ

 aedle-vk1 carbon ganged IIHIH

สรุป

โดยส่วนตัวนั้น ‘VK-1’ ถือว่าเป็นเฮดโฟนที่น่าสนใจในตลาดตัวหนึ่งเลยละครับ ด้วยดีไซน์ที่ทำให้ทุกคนที่มองผ่านต้องเหลียวหลังกลับมามองมันอีกครั้ง ถ้ามองกันในเรื่องของคุณภาพเสียงเมื่อเทียบกับเฮดโฟนในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน บางคนอาจจะบอกว่า สเปคของเจ้า VK-1 นั้นสู้คู่แข่งบางตัวในตลาดไม่ได้เลยในเฮดโฟนสนนราคาระดับเดียวกัน แต่ในเรื่องของความคลาสสิก-หรูหรานั้น มันไม่ได้เป็นสองรองใครเลย รางวัลในโลกของแฟชั่นนั้นได้การันตีคุณภาพของตัวมันเองดีอยู่แล้วถึงคุณภาพรวมทั้งภาพลักษณ์ อย่างที่ผมเรียนไว้ข้างต้นครับ “Aedle VK-1” เป็นเฮดโฟนที่ผสมผสานเอาคุณภาพเสียงและดีไซน์เอาไว้ได้อย่างลงตัว เป็นการรวมโลกของเทคโนโลยีเข้าด้วยกันกับโลกของแฟชั่นได้อย่างเพอร์เฟ็คต์

 Aedle_VK1_Headphone_Roster

สเป็คของ Aedle VJ-1 Carbon Edition

 

Driver Unit Size                                  40 MM.

Impedance                                          32 Ohm

Sound Pressure Level (SPL)               129 dB

Max Input Power                                40 mW

Transducers Principle                          Dynamic, Closed

Frequency Response                           20-20kHz

Total Harmonic Distortion                  <.05%

Weight                                                            215 g.