Test: 3D Blu-ray Player Pioneer : BDP-LX55

3D Blu-ray Player

Pioneer : BDP-LX55

การุณชาติ พุกกะเวส

 

3D Blu-ray Player Pioneer : BDP-LX55

3D Blu-ray Player
Pioneer : BDP-LX55

 

 

         กระแสระบบ 3D ยังฮิตอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ.2555 นี้ ทุกฝ่ายพยายามผลักดันอย่างสุดตัว ในโรงภาพยนตร์จะมีหนัง 3D ใหม่ๆ เข้าฉายเรื่อยๆ แล้วจากนั้นก็จะมาถึงโฮมเธียเตอร์

สำหรับโฮมเธียเตอร์ในฝั่งเครื่องเล่นต้นทางอย่าง Blu-ray เองก็มีรุ่นใหม่ๆ ทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น/ เกาหลี ฯลฯ ออกมาจำหน่ายเป็นระยะด้วยราคาที่ถูกลง อย่างตอนนี้มีงบประมาณไม่เกินครึ่งหมื่นก็จะได้เครื่องระบบ 3D มาเชยชมแล้ว…

การจะเล่น 3D ต้องพิจารณาระบบของคุณด้วย คือ เครื่อง Blu-ray, เอ/ วี รีซีฟเวอร์ และจอภาพที่ใช้จะต้องเป็น 3D ทั้งระบบ..ไม่นับแผ่นที่จะต้องเป็น 3D อยู่แล้วนะครับ

ถ้าคุณมีเอ/ วี รีซีฟเวอร์ และจอภาพที่เป็น 3D ทั้งระบบแล้วไซร้ คุณสามารถเลือกซื้อเครื่อง Blu-ray 3D ตัวไหนก็ได้ แต่ถ้าระบบคุณเป็นเพียง 2D แต่อยากดู 3D ให้อัพเกรดเริ่มต้นที่จอภาพรองรับ 3D ก่อน ตัวเอ/ วี รีซีฟเวอร์ที่คุณชอบซื้อมาราคาแพงยังไม่รองรับ 3D ก็ไม่เป็นไร สามารถใช้งานต่อไปได้ เพียงแต่ต้องพิถีพิถันเรื่องเครื่อง Blu-ray 3D กันหน่อย

คือจะต้องเลือกเครื่อง Blu-ray 3D ที่มีช่อง HDMI ออก 2 ช่องนั่นเอง เพื่อนำช่องสัญญาณ HDMI หลักไปเข้าจอภาพ 3D โดยตรง ส่วนสัญญาณ HDMI ช่องที่ 2 ก็ต่อเข้าเอ/ วี รีซีฟเวอร์ 2D ที่คุณมี เพียงเท่านี้ซิสเต็มของคุณก็พร้อมจะแสดงผล 3D ให้ตื่นตะลึงแล้ว

เครื่อง Blu-ray 3D ที่มีช่อง HDMI ออก 2 ช่องมีอยู่ไม่มากยี่ห้อ และรุ่นนัก แถมราคาค่อนข้างแพงเริ่มต้นที่เกือบ 2 หมื่นบาท นักเล่นจึงคิดหนักเหมือนกัน

ผู้ผลิตแบรนด์ดังของญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาเกี่ยวกับแหล่งโปรแกรมเสมอมา ไล่มาตั้งแต่ยุคเลเซอร์ดิสก์/ ดีวีดี/ Blu-ray จนมาถึง Blu-ray 3D นี้ นั่นคือ Pioneer

ในไลน์อัพของปี พ.ศ.2555 นี้ ทาง Pioneer ได้แนะนำ เครื่องเล่น Blu-ray ใหม่ 3 รุ่นด้วยกัน เริ่มจากรุ่นใหญ่สุดไล่ไปรุ่นเล็กสุด ประกอบด้วย Pioneer : BDP-LX55/ Pioneer : BDP-440/ Pioneer : BDP-140

ถ้าทางออกของนักเล่นคือต้องการซื้อเครื่อง Blu-ray 3D ที่มีช่อง HDMI ออก 2 ช่อง ต้องจัดเป็น Pioneer : BDP-LX55 เท่านั้น (พัฒนาจาก Pioneer : BDP-LX54) ที่ทาง Pioneer ได้เล็งเห็นช่องว่างตรงนี้ เลยนำมาตอบโจทย์ตรงนี้

แน่นอนเหลือเกินว่าจุดที่แบรนด์ Pioneer ยึดมั่นเสมอมา คือ เรื่อง “คุณภาพสินค้า” แทบทุกครั้งเราจะพบว่าเครื่องเล่นต่างๆ ของ Pioneer จะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งบ้าง อาจต้องจ่ายแพงกว่าในระยะต้น แต่ทำให้ตัวผลิตภัณฑ์มีความทนทานที่ดี ไม่ต้องเปลี่ยนกันบ่อยๆ จึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว แต่ตัวนี้กระซิบดังๆ ว่าสนนราคา “ไม่แพง” อย่างที่คิด ถูกกว่าคู่แข่งเกือบ 5 พันบาท นับเป็นเงินไม่ใช่น้อยเลย

จากนั้นเครื่องรุ่นสูงสุด Pioneer : BDP-LX55 ก็มาถึงผมทันที จากนี้มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของ Pioneer : BDP-LX55 ว่าจะเป็นอย่างไร คงไว้ซึ่งมาตรฐานของค่ายอยู่หรือไม่ ไปพร้อมๆ กันเลยครับ

 

คุณสมบัติพิเศษ Pioneer : BDP-LX55

– เล่นแผ่นได้หลายรูปแบบ Blu-ray, Blu-ray 3D, SACD, DVD Video, DVD Audio, Audio CD, VCD

– อ่านไฟล์ MKV/ WMV/ MP3/ AVC HD/ DivX Plus HD/ Flac/ AVI ได้

– มีช่องต่อสัญญาณภาพ HDMI v1.4 รองรับระบบ 3D จำนวน 2 ช่อง

– ภาคถอดรหัสเสียงแบบ 192 kHz/ 32 bit

– โครงสร้างแข็งแกร่ง Robust Construction Design

– ฐานกลไกอ่านแผ่นที่มั่นคง Rigid Mechanical Base

– QDEO Video Processor

– ชิปถอดรหัสภาพ 12-bit/ 148.5 MHz

– ปรับพารามิเตอร์ด้านภาพได้

– ตั้งค่า Deep Color สูงสุดได้ 36 Bit

– เทคโนโลยี PQLS ช่วยลดจิตเตอร์ในระบบดิจิตอล

– ระบบลดสัญญาณรบกวนแบบ Triple High Definition Noise Reduction

– ภายในใช้อุปกรณ์เกรดสูง

– รองรับระบบเน็ตเวิร์ค DLNA 1.5 media streaming

– ชม You Tube/ Picasa ได้ง่ายๆ

– ระบบ iControlAV2 ใช้ iPod/ iPhone/ iPad ควบคุมการทำงานได้

– รองรับการใช้งานระบบ Android

– หรี่ และดับไฟหน้าปัดได้

 

02

 

 

ลักษณะทั่วไป Pioneer : BDP-LX55

Pioneer : BDP-LX55 ตัวเครื่องออกแบบในสไตล์เน้นความเป็นเหลี่ยม ไม่มีการโค้งเว้าไปมาให้ดูอวกาศ มีความสูงพอสมควร ไม่ใช่ประเภท “แบนบาง”

แผงหน้าเป็นอะลูมิเนียม ด้านซ้ายสุดเป็นโลโก้ Pioneer ถัดลงล่างเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง ถัดมากึ่งกลางเป็นลิ้นชักใส่แผ่น (เปิดได้เกือบสุด) ถัดมาด้านล่างเป็นจอแสดงผลแบบไข่ปลาสีขาว มุมซ้ายของจอจะเป็นดวงไฟสีฟ้าติดยามกดสั่งดับไฟหน้าปัด ขณะที่มุมขวาของจอจะเป็นสัญลักษณ์ PQLS และเซ็นเซอร์รีโมทคอนโทรล ทางขวาไล่ไปจนสุดเป็นปุ่มกดทรงกลม 2 ปุ่ม ทำหน้าที่เปิดปิดลิ้นชักใส่แผ่น/ ปุ่มหยุด/ ช่องเสียบ USB/ ปุ่มกดทรงกลมขนาดใหญ่ทำหน้าที่เล่น เหนือขึ้นไปเป็นชื่อรุ่น BDP-LX55

บนสันของแผงหน้านี้ มุมซ้ายเป็นการสกรีนโลโก้ Blu-ray 3D ส่วนมุมขวาสกรีนโลโก้ HDMI, AVC HD, BD Live, SACD, DVD Video/Audio, dts HD Master Audio, Dolby True HD, DivX HD+

ด้านแผงข้างขวา/ ซ้ายเป็นแบบเรียบๆ รวมทั้งฝาหลังเครื่องด้วย

ด้านหลังซ้ายสุดเป็นช่อง HDMI 2 ช่อง, ช่อง Digital Out แบบ Optical 1 ช่อง, ช่องจ่ายสัญญาณภาพแบบ Composite, ช่องจ่ายสัญญาณเสียงอะนาลอก 1 คู่, ช่องต่อ LAN, ช่องเสียบ USB มุมขวาสุดเป็นสายไฟเอซีแบบ IEC พร้อมเครื่องหมายบรรยายสรรพคุณ เดือนผลิต, ซีรี่ส์นัมเบอร์, กำลังไฟ, สถานที่ผลิต

ด้านล่างใส่ขาขนาดใหญ่ 4 อัน ช่วยทำให้ตัวเครื่องมั่นคงขึ้น แลดูสวยงาม และลอยเด่นออกมาจากชั้นวาง

รีโมทคอนโทรลทรงยาว ออกแบบเรียบง่ายใช้งานสะดวกแม้จะไม่มีไฟส่องหลังก็ตาม

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กดูที่ www.pioneer-thailand.co.th

สเป็ค

กินไฟ                                                                            25 วัตต์

การตอบสนองความถี่                                                      4-88 kHz

มิติตัวเครื่อง (กว้างxสูงxลึก)                                             435 x 93 x 252 มิลลิเมตร

น้ำหนักเครื่อง                                                                 3.5 กิโลกรัม

 

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง

ห้องนอน

เครื่อง Blu-ray : Pioneer : BDP-LX55 ใช้สายไฟธรรมดา

จอภาพ Samsung : LA26A450 พ่วงด้วย Dream Power : DP-1 สายไฟเอซี Monster Cable : PowerLine 300

สายภาพ Monster Cable : M850HD (HDMI)

สายสัญญาณ Monster Cable : M1000i (2012) (RCA)

อินทีเกรทแอมป์ Nakamichi : IA-3

สายลำโพง Cable Talk : Concert 2

ลำโพง PSB : Image B4 ทับด้านบนด้วยก้อนอิทธิเจ ตู้ละ 1 ก้อน วางบนตู้ลำโพงมินิคอมโป JVC ที่วางบนขาตั้ง 24 นิ้วอีกที

สายไฟของเครื่องเล่นทั้งหมดต่อเข้าปลั๊กลอย DIY ใช้ปลั๊กของ FIM : 888 แล้วใช้สายไฟเอซีจากเครื่องกรองไฟ Tice : Powerblock (หัว Arrow Heart สีส้ม/ ท้าย Shurter 4781) นำมาเสียบเข้าตัวคุมไฟ Silicon : VR-100 ie ช่อง 1

สายไฟเอซีของจอภาพเสียบเข้าตัวคุมไฟ Silicon : VR-100 ie ช่องที่ 2 แล้วตัวคุมไฟใช้สายไฟเอซี Coral Krell (หัว Bryant กลมดำ/ ท้าย Shurter 4781) เสียบเข้าที่กำแพงใช้เต้ารับ National

 06

ห้องโฮมเธียเตอร์ (ปรับปรุงใหม่)

เครื่อง Blu-ray : Pioneer : BDP-LX55 ใช้สายไฟเอซี JPS : In Wall (หัว/ ท้าย Wattgate กลมดำ) รองสายไฟด้วย Shunyata : Dark Field และ Shunyata : Dark Field mini อย่างละ 1 อัน รองใต้เครื่องด้วย Symposium : Rollerblock Series 2 แบบประกบเป็นแซนวิช ชุดหนึ่งกลับหัว วางบนแท่นรอง Brightstar Audio : Big Rock I (มีทรายภูเขาไฟ Lovan ผสมด้วย) จัดวางกลางห้อง

สาย HDMI ช่องเมน จากเครื่องเล่นไปเข้าโปรเจ็คเตอร์เป็น Monster Cable : MC1000 (HDMI) ยาว 10 เมตร ช่องที่ 2 จากเครื่องเล่นไปเข้าเอ/ วีฯ เป็น Monster Cable : M2000HDMI ยาว 1 เมตร ผ่านข้องอ 90 องศาของ Monster Cable รองสายด้วย Cardas : Notched Myrtlewood Blocks 2 อัน และจากช่วงแอมป์ไป รองสายด้วย Cable Tower 3 อันก่อนเดินขึ้นเพดาน

โปรเจ็คเตอร์ BenQ : W7000 (3D) วางบนชั้น Target : TT5 ใช้สายไฟเอซี Supra : LoRad (หัว Marinco/ ท้าย Marinco) อีกเครื่องเป็น JVC : DLA-RS10 อุดช่อง Composite/ Component ด้วยปลั๊กอุด Cardas ติดตั้งแบบแขวนผนังด้วยขา Omni Mount : PMD2 รุ่นใหญ่สุด ใช้สายไฟเอซี Supra : LoRad Double Run (หัว Marinco/ ท้าย Marinco) ทั้ง 2 ตัว เดินมาเข้าปลั๊กลอย FIM : 886 จากนั้นใช้สายไฟเอซี Halu Cable (หัว Pass & Semour/ ท้าย Shurter : 4781) ยาว 10 เมตร ลากมาเข้าปลั๊กกรองไฟ

จอฟิกส์ Stewart : Grayhawk RS (Reference Screen) กรอบใหญ่+VeLux ขนาด 92 นิ้ว

เอ/วี รีซีฟเวอร์ Pioneer : VSX-LX70 จัดวางกลางห้อง ด้านหลังเครื่องเล่น Blu-ray วางบนชั้น XAV #111 ทับหลังเครื่องด้วยอิฐมหัศจรรย์ VPI : HW dB-5 และ XAV : EMX-9 มีทิปโท JJ Screw Cone วางบนฝาเครื่อง 1 ตัว ใช้สายไฟเอซี Kimber Kable : PK10 (หัว/ ท้าย Wattgate : 330i/ 350i) เสียบตรงเข้าที่ปลั๊ก Wattgate : 381 (ตัวที่สอง-ช่องมีดาว)

เพาเวอร์แอมป์ Odyssey Audio : Khartago SE วางบนชั้น Finite Element : Spider ชั้นล่าง (สูง 3 ชั้น) จัดวางตรงกลางที่อยู่เป็นอันสุดท้าย สายไฟเอซี Hovland : Main Line (หัว Hubbel : 8215 CT/ ท้าย Furutech) รองสายไฟด้วย Shunyata : DarkField 2 อัน เสียบตรงเข้าที่ปลั๊ก Wattgate : 381 (ตัวแรก-ช่องมีดาว)

สายสัญญาณคู่หน้า Kimber Kable : Hero (RCA WBT-0144), Cardas : Cross (RCA) ก่อนจะสลับเป็น Monster Cable : M1000i (2012) (RCA) ในคาบสุดท้าย ร้อยผ่านท่อ Floaters เส้นละ 1 ท่อ

ลำโพงโฮมเธียเตอร์ Sonus Faber คู่หน้ารุ่น Concerto Home วางบนขาตั้ง Totem Stand : T4s สูง 24 นิ้ว เซ็นเตอร์รุ่น Solo Home วางบนชั้น Finite Element : Spider ชั้นบนสุด (สูง 3 ชั้น) เซอราวด์รุ่น Concertino Home วางบนขาตั้ง JM Labs : Utopia สูง 24 นิ้ว วางบนแท่นไม้สัก, รองด้านล่างสุดด้วย Michael Tender Feet รุ่นจานบิน รวมสูง 26 นิ้ว

สายลำโพง Kimber Kable : 8TC ทั้งซิสเต็ม คู่หน้าคั่นด้วยบานาน่าปลั๊ก Monster Cable : Power Connect 2 รองสายลำโพงด้วยที่ยกลอยของ Cable Elevator ข้างละ 2 ตัวส่วนเซ็นเตอร์ และเซอราวด์เข้าหัวบานาน่า Kimber Kable ตัวเซ็นเตอร์พาดสายบนชั้น Finite Element : Spider ส่วนเซอราวด์ยกลอยด้วย บล๊อกไม้ตัวใหม่ Cardas : All in one ยาวเกือบถึงตัวลำโพง สายทุกเส้นไม่แตะกันเลย (ทำยากมากสำหรับโฮมเธียเตอร์)

แอคทีฟซับวูฟเฟอร์ Velodyne : CT-150 วางบน Master Stand Base : 2217 ทับด้านบนด้วยอิฐมหัศจรรย์ VPI : HW dB-5 โทอินเข้าหาจุดนั่งฟัง ใช้สายไฟเอซี Acoustic Zen : CL-3 (หัว/ ท้าย Marinco แบบ Hospital Grade) รองสายไฟด้วย Shunyata : Dark Field 1 อัน เสียบตรงเข้าที่ปลั๊ก Wattgate : 381 (ตัวที่สอง-ช่องไม่มีดาว) ใช้สายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ของ Monster Cable : M1000SW รองสายด้วย Cable Tower 3 อัน

สายไฟเอซีของเครื่องเล่น, โปรเจ็คเตอร์เสียบต่อเข้าปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos วางบนแผ่น และ Hi-Fi Block ใช้สายไฟเอซี Monster Power : Power Line 300 รองสายไฟด้วย Shunyata : DarkField 2 อัน เสียบเข้าที่กำแพงใช้เต้ารับ Wattgate : 381 (ตัวแรก-ช่องไม่มีดาว) ใช้ฝาครอบเต้ารับ FIM : 308-1 สายไวริ่งระหว่าง Wattgate : 381 ทั้ง 2 ตัวเป็น Supra : LoRad

ห้องฟังขนาด 4 x 5 x 2.2 เมตร กำแพงปูน พื้นกระเบื้อง มีพรมปูเกือบเต็มพื้นที่ เพดาน 2 ชั้น ผิวนอกเป็นยิปซัม/ บริเวณผนังข้างด้านหน้าปะด้วยผ้าดำหุ้มฟองน้ำสูงเกือบเต็มห้อง ที่กลางห้องมีแผ่นซับเสียงสูตร RPG (DIY) ปะไว้จำนวนหนึ่ง มีจิ๊กซอว์ PRS จำนวน 1 คู่ ติดตั้งแนวดิ่งที่ด้านหลังจุดนั่งฟัง

ควบคุมสภาพอะคูสติกห้องด้วย แผ่น XAV : G-Sap เบอร์ 1 จำนวน 1 คู่ ติดตั้งไว้ที่ผนังหลังลำโพงเมน, เบอร์ 2 จำนวน 1 คู่ ติดตั้งไว้ที่ผนังหลังลำโพงเซอราวด์ มี XAV : Trap พร้อมฐาน 1 คู่ XAV : Base Trap ตั้งมุมห้องด้านหน้า ใช้ Room Tune : Michael Green Design 4 แท่งที่มุมทั้ง 4 ด้าน/ Echo Tune 4 อัน

 03

การติดตั้งและการเซ็ทอัพ

            สำหรับเครื่อง Blu-ray : Pioneer : BDP-LX55 แล้วการติดตั้งก็ไม่ยากอะไร วางบนชั้นที่มั่นคง ตัวเครื่องมีน้ำหนักที่ดี ไม่เบาหวิว แยกสายไฟเอซีกับสาย HDMI อยู่คนละฝั่งกัน จึงสามารถเดินสายไม่ให้แตะกันได้ (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งเอ/ วีฯ ด้วย)

ปรับตั้งค่าพารามิเตอร์สำหรับเซ็ทอัพได้ดังนี้

  1. Home Media Gallery ตั้งค่า DLNA Search/ Playlist
  2. Web Content
  3. Initial Setup ตั้งค่าได้หลายค่าดังนี้

– Display Setting ตั้ง TV Screen (16:9 Full/ 16:9 Normal/ 4:3 Pan&Scan/ 4:3 Letterbox), Video Adjust (LCD/ PDP/ Projector/ Professional/ Custom (ถ้าเลือกค่านี้จะปรับ Prog.Motion/ Pure Cinema/ Black Level/ White Level/ Hue/ Chroma Level/ Detail/ YNR/ CNR/ MNB/ BNR), Stream Smoother (Auto/ Off)

– Audio Output ตั้ง Digital Output (Bitstream/ PCM/ Reencode/ Off), DTS Downmix (Stereo/ Lt/ Rt), Downsampling (48/ 96/ 192K), DRC (Off/ On/ Auto)

– HDMI ตั้ง HDMI Mode (Single/ Separate/ Pure audio), Color Space (RGB/ YCbCr/ YCbCr422/ Full RGB), Resolution (Auto/ 480-576p/ 720p/ 1080i/ 1080P), HDMI Audio out (Bitstream/ PCM/ Reencode/ Off), Control (On/ Off), HDMI Deep Color (30 bits/ 36 bits/ Off), HDMI 1080P 24 Hz (On/ Off), HDMI 3D (Auto/ Off), 3D Notice (Yes/ No)

– Networks ตั้ง ip Setting, Proxy Server, Information, Connect Test, Internet Connection, BD-Live Connection, DLNA

– Language ตั้ง OSD (อังกฤษ/ จีน/ ฝรั่งเศส/ สเปน/ โปรตุเกส), Audio (อังกฤษ/ จีน/ ฝรั่งเศส/ สเปน/ เยอรมัน/ อิตาลี/ ฮอลแลนด์/ โปรตุเกส/ เดนมาร์ก/ สวีเดน), Subtitle (อังกฤษ/ จีน/ ฝรั่งเศส/ สเปน/ เยอรมัน/ อิตาลี/ ฮอลแลนด์/ โปรตุเกส/ เดนมาร์ก/ สวีเดน), Menu (อังกฤษ/ จีน/ ฝรั่งเศส/ สเปน/ เยอรมัน/ อิตาลี/ ฮอลแลนด์/ โปรตุเกส/ เดนมาร์ก/ สวีเดน)

– Playback ตั้ง Angle Mark (On/ Off), PIP Mark (On/ Off), Secondary Audio Mark (On/ Off), DivX (R) VOD DRM, DVD Playback (DVD Audio/ DVD Video), Internet Setting, Disc Auto Playback (On/ Off), Last Memory (On/ Off), PBC (On/ Off)

– Setup Navigator ตั้ง Start

– Security ตั้ง Change Password, Parental Control, Country Code

– Option ตั้ง Screen Saver (Off/ 1/ 2/ 3 นาที), Auto Power Off (Off/ 10/ 20/ 30 นาที), Quick Start (On/ Off), Update (Disc/ USB Storage/ Network), Load Default, System Information, Disc Auto Update, BUDA (BUDA Information/ BUDA Setup)

เมนูต่างๆ จะเป็นรูป และตัวอักษร ดูสะอาด เข้าใจง่าย และสามารถปรับแต่งได้ค่อนข้างละเอียด ขอให้พิถีพิถันในการเซ็ทค่าต่างๆ ให้ถูกต้องด้วยนะครับ

09

 

ผลการลองชม

เครื่อง Pioneer : BDP-LX55 นับเป็นเครื่อง Blu-ray 3D (ที่มี 2 HDMI) ตัวแรกของค่ายที่ผมได้ทดสอบ หลังจากเคยทดสอบ Blu-ray 3D ยี่ห้ออื่นมา 1 เครื่อง (เป็นแบบ 1 HDMI)

ก่อนหน้าผมได้ยินร้านดีลเลอร์รายหนึ่งคุยกันโดยบังเอิญ ทำนองว่าการที่ Pioneer : BDP-LX55 มีสเป็คแบบนี้เทียบเท่าแบรนด์…. (ผมเซ็นเซอร์เอง คิดน่าจะเดาออกว่าหมายถึงยี่ห้อไหน โดยไม่ต้องบอกตัวอักษรย่อ) แต่ราคาถูกกว่าเกือบ 5 พันบาท กะถล่มกันเลย ซึ่งก็น่าจะจริงเพราะขายดีมาก ต้องรอนาน

ทางผู้แทนฯ ได้จัดส่งเครื่องใหม่ซึ่งน่าจะผ่านการใช้งานมาบ้าง แต่ยังไม่พอในชั่วโมงแรกที่ดูภาพ โมชั่นยังไม่ลื่น มีกระตุกบ้าง ส่วนมิติตื้นลึกค่อนข้างดี หลุดลอย นี่ขนาดเครื่องเดิม ยังไม่ได้โมดิฟายใดๆ ซึ่งก็น่าจะดีขึ้นไปอีก จากนั้นเบิร์นอินต่ออีกราว 70 ชั่วโมงเพื่อให้ทุกอย่างคงที่มากที่สุด

เมื่อติดตั้งเข้าซิสเต็มไม่ว่าจะในห้องนอน หรือห้องโฮมเธียเตอร์ จะต้องปรับค่าพารามิเตอร์ให้ลงตัวกับจอภาพนั้นๆ เสมอนะครับ

รีโมทคอนโทรลหากใครใช้ เอ/ วี ฯ ค่ายนี้อยู่จะคุ้นเคยง่ายๆ เพราะถอดแบบกันมาเลย ซึ่งผมเองก็คุ้นเคยกับรีโมทคอนโทรลของ Pioneer อยู่แล้ว เพราะใช้อยู่นั่นเอง นอกจากนี้ผมยังคุ้นกับแบรนด์ Pioneer พอสมควร เพราะเล่นมาตั้งแต่ เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ 1 เครื่อง/ เครื่องเล่นดีวีดี 3 เครื่อง (ที่มีเยอะเพราะอยู่ตามห้องต่างๆ นะครับ ไม่ใช่เสียบ่อย)

ได้เวลาเริ่มดูภาพ ในเมื่อเครื่องเป็น 3D แล้ว ทำให้ผมสามารถทดสอบดูได้ว่าสายเส้นไหนไม่รองรับ 3D บ้าง ก็จะรู้ได้ง่าย “ใส่แล้ว” จะไม่มีภาพขึ้นนั่นเอง และที่พบก็เป็นพวกสายเวอร์ชั่น 1.3 นั่นละครับ-ไปไม่เป็นเลย ใครลงทุนเป็นหมื่นเซ็งเป็ดแน่นอน..

ผมถึงบอกเสมอ อย่างตอนทดสอบสายของ Monster Cable : M2000 HDMI ซึ่งรองรับได้ทั้ง 3D และ 4K ที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะแม้แพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่า วันนี้คุณยังไม่ต้องเปลี่ยนสายนะครับ คุ้มกว่าเห็นๆ

การเข้าถึงแผ่น Blu-ray หลายแผ่นที่ว่ายาก ถือเป็นขนมหวานสำหรับ Pioneer : BDP-LX55 เลย ใช้เวลาอ่านที่รวดเร็ว (เร็วกว่าเครื่องที่ผมใช้รู้สึกได้) นี่ขนาดไม่ได้ตั้งระบบให้ “อ่านเร็ว” Quick Start แต่อย่างใดนะครับ

มุ่งเน้นชมภาพ 3D มากเป็นพิเศษ เริ่มจาก Under The Sea : Imax (3D Version) (Blu-ray แผ่นอเมริกา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) แผ่นสารคดีที่มีภาพสวยงาม เมื่อดู 3D ยิ่งสมจริงมากราวกับเราแหวกว่ายไปใต้ทะเลจริงๆ ทุกอย่างมีมิติที่หลุดลอยสมบูรณ์แบบจริงๆ ถึงพร้อมด้วยความคมชัด สีสันสวยงาม

Cars 2 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) ให้ความรู้สึกที่หลุดลอยดีมาก ทรวดทรงเป็น 3 มิติดี ชัดลึกชัดตื้นดี สีสันอิ่มเอิบ เกรนสีละเอียดสวยงาม สัญญาณรบกวนต่ำ ไฮไลต์ดี โมชั่นราบรื่น แสงเงาเป็นธรรมชาติ ให้รายละเอียดในที่มืดได้ดี รายละเอียดภาพดี

Final Destination 5 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) ดู 3D ให้ความหวาดเสียวที่มากจริงๆ ตื้นลึกเป็น 3 มิติดี แสงเงาเป็นธรรมชาติดี ภาพค่อนข้างใส รายละเอียดภาพสูง สัญญาณรบกวนต่ำ สีสันอิ่มเอิบเข้มข้น เกรนสีละเอียดสวยงาม ให้รายละเอียดในที่มืดได้ดี โมชั่นราบรื่น ไฮไลต์ดีแยกวัตถุผิวด้านกับผิวมันได้ดี

Green Lantern (3D UK Version) (Blu-ray แผ่นอังกฤษ โซน A/ B/ C, เข้ารหัส AVC MPEG-4) สีสันที่อิ่มเอิบดี แม่สีเข้มข้น เกรนสีละเอียด ไฮไลต์ดี โมชั่นค่อนข้างราบรื่น แสงเงาสวยงาม ให้รายละเอียดในที่มืดได้ดีไม่กลืนกัน รายละเอียดภาพสูง สัญญาณรบกวนต่ำ ระยะชัดลึกชัดตื้นดี ทรวดทรงเป็น 3 มิติอย่างชัดเจน

Harry Potter And The Deathly Hallows : Part 2 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) ดูภาพ 3D ทำให้ความรู้สึกพิเศษ สนุกกว่าทุกครั้ง ทุกอย่างราวกับเป็นการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ให้รายละเอียดที่มืดดี ไฮไลต์ดี โมชั่นราบรื่น ภาพใสสะอาด รายละเอียดภาพสูง สัญญาณรบกวนต่ำ ฉากโคลสอัพชัดเจน แสงเงาเป็นธรรมชาติ

Tron : Legacy (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) ดู 2D ก็ว่าภาพสวยแล้ว เมื่อดูแบบ 3D ยิ่งน่าตื่นตะลึง มิติภาพเป็นชั้นๆ ราวกับ “ของจริง” สอดคล้องกับเนื้อเรื่องจริงๆ เหมือนมิใช่ดูจากแผ่นกันเลย

แผ่นสุดท้ายที่อยากจะแนะนำ หลายคนอาจจะมองข้ามไป นั่นคือ Tangled (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, เข้ารหัส AVC MPEG-4) สีสันสวยงามยิ่งนัก หลายฉากแสดงภาพ 3 มิติที่สวยงามราวกับภาพมายา

แม้ Pioneer : BDP-LX55 จะเป็นเครื่องเล่นสมรรถนะสูงแต่ยังออกแบบให้สามารถเล่นแผ่นคุณภาพต่ำอย่าง VCD ได้ (ตัวกล่องไม่ระบุไว้) ทำให้คุณมีซอฟต์แวร์แปลกๆ ได้มากขึ้น (ร้านเช่าอาจเปิดหนังนอกกระแสเฉพาะ VCD แถวบ้านผมคือ Senna (หนังชีวประวัตินักแข่งรถ F1 ผู้ล่วงลับ) ซึ่งแผ่น VCD ใหม่ๆ คุณภาพพอใช้ได้ เมื่อดูภาพขนาดไม่เกิน 50 นิ้วหรือจะเอาแบบดีหน่อยก็ไม่เกิน 40 นิ้ว

ในภาคดีวีดีทำเป็นออลโซนมาเลย จึงสามารถอ่านแผ่น NTSC และ PAL จากญี่ปุ่น/ อังกฤษ/ อเมริกา/ ออสเตรเลียที่ผมมีเก็บไว้ได้สบายๆ

การเล่นช่อง USB สามารถนำ Thumb Drive หรือ External Harddisk มาใช้ได้เลย (บางยี่ห้อจะไม่อ่านไฟล์ใน External Harddisk) หน้าจอเราต้องกดเลือกเข้าไปที่เมนู แล้วเข้าไปที่ USB จากนั้น หน้าเมนูจะขึ้นว่าจะดูรูป/ ดูหนัง/ ฟังเพลง ฯลฯ ซึ่งเราก็เลือกตามชอบเลย

ผมดูรูปถ่ายก่อน เมนูจะไม่โชว์รูปใดๆ ทำให้การดูภาพยากหน่อย ต้องสุ่มเอาว่าไฟล์นี้ใช่หรือไม่ และไม่อ่านภาษาไทย ทางแก้คือ ต้องลองเลือกเข้าไปดู จากนั้นเครื่องก็จะสไลด์โชว์ไปเอง ความคมชัดของภาพก็อยู่ที่ไฟล์นั้นๆ ถ้าได้ไฟล์ใหญ่ กล้องดี ฝีมือดี ภาพจะสวยงามชัดเจนดีมาก

ตามด้วยการดูภาพเคลื่อนไหว สามารถอ่านไฟล์ VCD/ DVD ไปจนถึง Full Rip Blu-ray ได้ คุณภาพที่คุณจะได้รับชมก็อยู่ที่ไฟล์นั้นๆ เช่นกัน ผมดูไฟล์ Full Rip Blu-ray หนังสุริโยทัย/ G.I Joe : The Ride of Cobra/ Toy Story 3 ถือว่าสีสันสวยงาม เกรนสีละเอียด คมชัดดีมาก โมชั่นค่อนข้างราบรื่น มิติทรวดทรงกลมกลึง ไล่ที่มืดได้ดี แสงเงาสวยงาม

Pioneer : BDP-LX55 เป็นเครื่องยุคใหม่ ออกแบบให้รองรับการเล่น You Tube ซึ่งปกติผมจะไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะปกติจะเล่นจากโน้ตบุ๊ค แต่ก็ลองดูหน่อย ใช้วิธีการต่อผ่านสาย LAN ธรรมดา (ไม่ใช่สายพิเศษ) มาเข้า (ขั้นต่ำ CAT 5) หรือถ้าใครจะเล่นแบบไร้สายต้องเพิ่มอุปกรณ์ AS-WL300 ก่อน

ตอนแรกเครื่องจะถามนู่นนี่ก่อน เมื่อเข้าได้จะให้เลือกว่าจะดู You Tube หรือ Picasa อย่างถ้าเลือก You Tube สามารถการเข้าถึงโหมด Browser ประเภทต่างๆ เช่น สารคดี/ ตลก ฯลฯ ได้ หรือจะพิมพ์คำที่ต้องการชมไปเลยก็ได้ คุณภาพในการรับชมก็แล้วแต่ไฟล์นั้นๆ รวมทั้งขนาดจอ ถ้าคุณใช้ 32 นิ้วก็ใหญ่กว่าคอมพ์ปกติ ยิ่งถ้าใช้ระดับ 60 นิ้วขึ้นไป นี่ดูเต็มตาเลย เพียงแต่ว่าคลิปบางอันจะบันทึกแย่มาก จอใหญ่จะยิ่งฟ้องจนดูไม่ได้นะครับ

คุณภาพของภาพจากคลิปต่างๆ เท่าที่ชมผ่านจอ 26 นิ้ว สปีดที่บ้านผมความเร็วระดับ 10 Mbps มีความต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่งเป็นระยะเพื่อหาสัญญาณ ดูเพลิน ไม่มีสะดุด/ หยุดให้เสียอารมณ์ ใช้เวลาโหลดแค่อึดใจ เรียกว่าคุณสามรถรับชมคลิปยอดฮิตได้ง่ายขึ้น สามารถแปลงจอ LCD TV รุ่นเก่าให้ทันสมัยน้องๆ Smart TV เลย (หน้าจอแสดงผลจะขึ้นว่า Web Content) การควบคุมก็ทำได้ง่ายผ่านรีโมทคอนโทรล มีคลังคลิปรออยู่มหาศาลดูกันเป็นเดือนๆ ละครับงานนี้

ส่วน Picasa ก็เหมือนกับดูรูปถ่ายทั่วไปละครับ ขึ้นกับกล้องที่ถ่าย/ ฝีมือ/ การแต่งภาพฯลฯ ใครชอบดูรูปแปลกๆ เพลินๆ ก็ได้เลย

 

 04

ผลการลองฟัง

Pioneer : BDP-LX55 สามารถหรี่ และดับไฟหน้าปัดได้ เมื่อดับไฟหน้าปัดจะมีดวงไฟสีน้ำเงินติดขึ้นที่มุมซ้ายของจอแสดงผล ถ้าเน้นเสียงแล้วฟังจะพบความสงัดที่ดี การย้ำหนักเบาชัดเจน เป็นดนตรีขึ้นอีกนิด       

ใช้ภาคถอดรหัสเสียงแบบ192 kHz/32-bit จะได้ความชัดเจน เป็นตัวตนดีมากขึ้นอีกระดับ แม้กับซิสเต็มพื้นๆ ก็ฟังความแตกต่างได้โดยง่าย

จัดแผ่น 3D มาชุดใหญ่ เริ่มจาก Cars 2 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, dts HD 7.1 Master Lossless Audio) ปลายแหลมสะอาด ไม่มีการขึ้นขอบแข็ง เสียงกลางชัดเจน มีการย้ำหนักเบาดี ความถี่ต่ำอิ่มแน่น เด้งตัวกระแทกกระทั้นดี มีการแพนทิศทางถูกต้อง โฟกัสดี บรรยากาศโอบล้อมดี เสียงเซอราวด์พรั่งพรู มิติสูงต่ำดี ไดนามิกรุนแรงดี สวิงเสียงเป็นช่วงกว้าง

Final Destination 5 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, dts HD 5.1 Master Lossless Audio) ปลายแหลมสดใส เสียงกลางสะอาดชัดเจน ย้ำหนักเบาดี รายละเอียดแผ่วเบาดี โฟกัสดี ความถี่ต่ำหนักแน่นเด้งตัวสุดๆ ชนิดขากางเกงสั่นไหวได้เลย ไดนามิกดี ไม่ตื้ออั้น สวิงเสียงกว้าง มิติสูงต่ำดี เวทีเสียงกว้างขวางโอ่อ่า ลำโพงล่องหน

Green Lantern (3D UK Version) (Blu-ray แผ่นอังกฤษ โซน A/ B/ C, dts HD 5.1 Master Lossless Audio) ไดนามิกรุนแรง สวิงเสียงกว้าง ไม่ตื้ออั้น การแพนทิศทางถูกต้อง บรรยากาศโอบล้อมดีเสียงเซอราวด์พรั่งพรู ปลายแหลมสะอาด เสียงกลางชัดเจน แยกแยะเสียงชาย/ หญิงได้ดี ย้ำหนักเบาดี บทสงัดเงียบดี ความถี่ต่ำอิ่มแน่นเด้งตัวดี

Harry Potter And The Deathly Hallows : Part 2 (3D Version) (Blu-ray แผ่นบ้านเรา โซน A, dts HD 5.1 Master Lossless Audio) ไดนามิกรุนแรง สวิงเสียงกว้าง ความถี่ต่ำอิ่มแน่นเด้งตัวมหึมาดีมาก เสียงกลางหนักแน่น อักขระดี ให้รายละเอียดแผ่วเบาดี ปลายแหลมพริ้วกังวานดี มีการแพนทิศทางได้ถูกต้อง บรรยากาศโอบล้อมดีเสียงเซอราวด์พรั่งพรู เวทีเสียงโอ่อ่า

                บางช่วงลองใช้สาย HDMI สำหรับฟังเสียงยาว 10 เมตร เสียงยังตรึงตำแหน่งได้ดี ไม่บาง หรือพร่ามัว ซึ่งอันนี้แล้วแต่การจัดวาง/ การเน้นว่าจะดูภาพหรือฟังเสียง ฯลฯ ของนักเล่นเอง

                Initial D (Blu-ray แผ่นฮ่องกง โซน A, PCM 5.1) แยกแยะซ้ายขวาดี ชัดเจนมาก ซึ่งเป็นจุดแข็งของค่ายนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่พุ่งสาดออกมาจนแข็งกระด้าง ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็รับไม่ได้แน่

มาดูดีวีดีซักเรื่องบ้าง หนังไทยอย่างก้านคอกัด (ดีวีดีโซน 3 Dolby Digital) ถ่ายทอดความถี่ต่ำเด้งตัวดี มีความแน่น บางฉากลงได้ลึกน่าพอใจมาก ไดนามิกรุนแรง เร้าใจ

ถ้าใครเล่นกับ เอ/ วี รีซีฟเวอร์ของ Pioneer เอง (รุ่นสูงอย่าง Pioneer : SC-LX83 ที่แนะนำไปแล้ว หรือรุ่นใหม่อย่าง SC-LX85/ SC-LX75/ VSX-LX55 และ VSX-1021) ที่มีระบบ PQLS เมื่อจับคู่กับ Pioneer : BDP-LX55 แล้วกดเปิดการทำงานของระบบ จะช่วยลดจิตเตอร์/ ความเพี้ยนการส่งสัญญาณลงได้ ส่งผลให้สัญญาณรบกวนต่ำลง เสียงชัดเจนขึ้น ถูกต้องยิ่งขึ้น

การดูทางช่อง USB ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์จาก VCD/ DVD/ กล้องดิจิตอลไปจนถึง Full Rip Blu-ray จะมีบางไฟล์จะไม่รองรับเสียงนั้นๆ กลายเป็นหนังใบ้ ซึ่งสำหรับผมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ฟังเสียงจาก You Tube เมื่อฟังคลิปที่บันทึกเสียงมาดี ให้ความสมจริงน่าพอใจ

การเล่น SACD แผ่น Belafonte At Carnegie Hall (BMG/ RCA 74321894852) เครื่อง Blu-ray : Pioneer : BDP-LX55 เสียงร้องให้โฟกัสที่ชัดเจน หลุดลอยดีมาก ลื่นไหล ในตำแหน่งที่ยืนหน้าเวทีขณะที่เสียงอื่นคลออยู่แถวหลัง ชิ้นดนตรีแยกซ้ายขวาอย่างชัดเจน รายละเอียดแผ่วเบาดี ไม่มีการจัดจ้าน ไดนามิกรุนแรง สวิงเสียงกว้างไม่ตื้ออั้น กดแสดงข้อมูลจะมีบอกไว้ชัดเจนว่าเป็นแผ่น SACD

 

 

18

 

บทสรุป

เครื่อง Blu-ray : Pioneer : BDP-LX55 ตัวแข่งรุ่นล่าสุดของค่าย มาเพื่อตอกย้ำให้คู่แข่งรับรู้ว่าเครื่องเล่นต้นทางที่มีคุณภาพดีควรเป็นอย่างไร? มีช่อง HDMI 2 ช่อง (ให้ใช้กับเอ/ วี รีซีฟเวอร์รุ่นเก่าได้) พร้อมอ่านแผ่นสารพัดตั้งแต่ต่ำสุดอย่าง VCD ไปจนถึงอย่าง Blu-ray 3D รวมทั้ง You Tube ที่ดูกันจนตาลาย (ถ้าดูได้) รูปลักษณ์หรูหราสวยงาม ลงตัวไม่โหดดิบเกินไป ภายใต้ราคาที่ถูกที่สุดในตลาด หากเป็นยี่ห้ออื่นอาจเป็นที่ข้องใจในคุณภาพแต่กับ Pioneer แล้วคุณสบายใจได้เลยว่าราคาเครื่องที่ถูกนั้นจะไม่ได้เรื่อง ตรงข้ามคุณภาพยัง “คับแก้ว” เช่นเดิม (ผมว่าดีจนล้นแก้วเลยละครับ) สามารถนำเงินส่วนต่างอีก 5 พันบาทมาซื้อแผ่น/ ซื้อสายไฟเอซี หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้อีก ซึ่งน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน และถ้าซื้อถูกที่ราคาจะแค่เกือบหมื่นกลางเท่านั้น…โห

ดาวดวงใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว…

 

Look; Like; Love
– รูปลักษณ์เหลี่ยมสันสีดำแลดูดุดัน เปิดใส่แผ่นได้เกือบสุด- เล่นแผ่นได้ทั้ง BD 3D/ BD/ DVD/ SACD จนถึง

VCD ถ้ามีอินเตอร์เน๊ตก็ดู You Tube ได้อย่างมี

คุณภาพด้วย

– อ่านแผ่นเร็วมาก ไม่รวน มี HDMI 2 ช่องใช้ร่วมกับ

แอมป์เดิมได้

Pioneer BDP-LX55 ราคา 14,990 บาท

ขอขอบคุณบริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2717-0777 ที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ