Talk & Test : Pioneer HDJ-1500 Professional DJ Headphones

Talk & Test

Text: พิพัฒน์ คคะนาท

 

Pioneer HDJ-1500

Professional DJ Headphones

Pioneer HDJ1500

Pioneer HDJ1500

 

ระยะหลังๆ เวลาได้ยินน้องนุ่งส่งเสียงทางอากาศมาบอก ว่าเดี๋ยวจะส่งหูฟังไปให้ลองนะ ใจก็ไพล่แต่นึกไปถึงหูฟัง หรือ Headphones แบบสอดเข้าช่องหู หรือ in-Ear Headphones อยู่ร่ำไป เนื่องเพราะในห้วงสองสามปีให้หลังมานี่ มีอุปกรณ์พวกนี้มาให้ได้ลองเล่นเมื่อไร เป็นต้องใช่พวกที่ว่าทุกทีไป เนื่องเพราะมันได้กลายเป็นองคาพยพหนึ่งของปัจจัยห้าที่ผู้คนส่วนใหญ่จำต้องพกพาติดตัวไปไหนมาไหนด้วยนั่นเอง

คือแต่ก่อนแต่ไรสมัยแรกๆ ของพวก Mobile Phone หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘มือถือ’ นั้น ทำหน้าที่ได้เพียงแค่รับเสียงที่เรียกเข้า กับใช้โทรส่งเสียงออกไปเท่านั้น แต่ช่วงหลังๆ ที่มันเลื่อนสถานะมาเป็น Smart Phone (ซึ่งก็ยังเรียกแบบบ้านๆ ว่ามือถืออยู่ดี) ซึ่งผนวกความสามารถทางด้านต่างๆ อย่างหลากหลายนั้น หูฟังโดยเฉพาะแบบสอดเข้าหูก็เรื่อมเข้ามามีบทบาท หรือมีส่วนร่วมในการใช้งานกับมือถือมากยิ่งขึ้น

จึงเมื่อได้ข่าวว่าจะมีหูฟังมาให้ลองเล่น ก็เลยมิได้นึกเป็นอื่นใดเลยนอกจากหูฟังแบบ In-Ear ดังที่ว่าเท่านั้นเอง

แต่พอมาได้เห็นของจริงวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ก็เลยให้เป็นงง เพราะสิ่งที่เห็นนั้นมันคือหูฟังแบบ Headphone ที่มีลักษณะมักคุ้นมาแต่อ้อนแต่ออกซึ่งย้อนได้ไปถึงสามสี่สิบปีโน่น ด้วยเป็นแบบครอบหูและสวมคาดบนศีรษะนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม, ก็เป็นงงเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นแหละครับ เนื่องเพราะพอได้เห็นชื่อแบรนด์ที่พิมพ์ไว้บนกล่องว่า Pioneer DJ ก็พอจะเป็นที่เข้าใจได้ครับ

 

DJ Equipments

อีกความแข็งแกร่งของ Pioneer

กล่าวสำหรับชื่อ Pioneer นั้น หากย้อนกลับไปสักเพียงแค่สามทศวรรษขึ้นมาถึงปัจจุบัน ก็เป็นที่รู้กันว่าชื่อนี้แหละที่เป็นผู้บุกเบิก (สมชื่อ) รวมถึงการเป็นผู้นำทางด้านระบบภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนับตั้งแต่เราท่านรู้จักกับคำว่าระบบภาพและเสียงแบบ Home Theatre นั้น ย้อนกลับไปยังวันแรกๆ ที่ระบบนี้เริ่มเข้ามาแพร่หลายและเป็นที่นิยมกันนั้น เกือบทุกบ้านก็ว่าได้ที่ใช้เครื่องเล่น Laser Disc ของ Pioneer

รวมไปถึงวันที่นวัตกรรมทางด้านจอภาพเริ่มจะรู้จักกับแผงแสดงผลภาพแบบ PDP: Plasma Display Panel ก็เป็นชื่อเดียวกันนี้เอง ที่ได้บุกเบิกรวมทั้งเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องเสียง หรือ Audio Product นั้น สังคมโลกรู้จักกับชื่อ Pioneer มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1938 โน่นแล้ว

และกับปัจจุบัน ขณะที่ผู้คนในแวดวงเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ รู้จักกับชื่อนี้ผ่านทางผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มักคุ้นดังกล่าว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อีกสองกลุ่มของ Pioneer ที่ยืนหยัดอยู่แถวหน้าๆ ในยุทธจักรนั้นๆ อย่างแข็งแกร่ง นั่นก็คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสียงรถยนต์ หรือ Car Entertainment กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่สร้างสีสันและความบันเทิงภายในรมณียสถานนานา เพื่อยังความรมเยศให้แก่กลุ่มผู้คนที่เข้าไปใช้บริการ ซึ่งก็คือ DJ Equipment ประเภทต่างๆ นั่นเอง

และนั้นเอง ที่ว่าทำไมพอผมเห็นชื่อ Pioneer DJ บนกล่องแล้ว จึงได้บอกว่าพอจะเป็นที่เข้าใจได้อย่างที่กล่าวถึงข้างต้น

ทั้งนี้ก็เนื่องเพราะอุปกรณ์ทุกประเภทสำหรับใช้งานทางด้านนี้ของ Pioneer นั้น ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของ DJ ชั้นนำทั่วโลกนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น Mixer, Controller, Player, Speaker, Effectors และแน่นอนว่าต้องมี Headphones ที่เป็นอุปกรณ์คู่กายสิ่งจำเป็นอย่างสำคัญของ DJ ทุกคนรวมอยู่ด้วยเป็นแน่แท้

และที่ควรกล่าวถึงมากกว่านั้นเกี่ยวกับหูฟังดังกล่าวก็คือ หาได้จำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะผู้ที่มีอาชีวะทางด้าน DJ เพียงสถานเดียวแต่อย่างอย่างใด เพราะเราท่านต่างสามารถนำมาใช้งานกับระบบเสียงในบ้าน หรือ Home Audio ได้โดยมิผิดกติกาแม้แต่น้อย

อีกทั้งยังสามารถสัมผัสคุณภาพเสียงระดับ Professional ได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย

 

 

Pioneer HDJ1500 (2)   Model HDJ-1500

กับภาพลักษณ์

และคุณสมบัติทั่วไป

Pioneer HDJ-1500 บรรจุอยู่ในกล่องอย่างเรียบง่าย ด้วยวางอยู่ในเบ้าพลาสติคใสในลักษณะฟิตพอดีกับรูปลักษณ์ และทำหน้าที่ป้องกันการกระทบกระแทกอยู่ในที

ตัวสายเคเบิ้ลแยกจากตัวหูฟัง โดยที่ปลายเบิลนั้นหัวแจ็คด้านหนึ่งสำหรับเสียบเข้าจัดเสียบต่อที่ครอบหูฟังทางด้านขวา ส่วนปลายอีกด้านเป็นแบบสเตรีโอ มินิ-แจ็ค ขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร โดยที่มีหัวแจ็คขนาดมาตรฐาน 6.3 มิลลิเมตร (Standard Stereo Plug Adaptor) ใช้เสียบต่อกับชุดเครื่องเสียงทั่วๆ ไป ให้มาเป็นอะแดปเตอร์อีกหนึ่งชิ้น นอกจากนั้นแล้วก็มีแผ่นพับคู่มือการใช้งาน กับถุงใส่ชุดหูฟัง (Carrying Pouch) ที่ทำมาจากวัสดุผ้าสังเคราะห์ที่มีความหนาแต่นุ่มมือและดูทนทานดี

ช่วงกลางของสายเคเบิ้ลเป็นแบบตีเกลียวยืดเข้าออก ซึ่งทำงานยืดและเก็บตัวได้เรียบร้อยดี ไม่มีพันกันเองแต่อย่างใด ความยาวสายขณะเก็บตัวนั้น 1.2 เมตร และสามารถยืดออกได้ยาว 3.0 เมตร หัวเสียบต่อระหว่างสายเคเบิ้ลกับหูฟังนั้น เมื่อเสียบเข้าไปแล้วสามารถบิดเกลียวเพื่อล็อคให้มั่นคงได้ โดยมิพักต้องเป็นกังวลว่าจะหลุดได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อสวมใส่แล้วสามารถออกอาการได้อย่างเต็มที่ ด้วยเมื่อเกลียวล็อคเข้าที่แล้ว ต่อให้กระชากดึงก็ยากที่สายเคเบิ้ลจะหลุดออกจากตัวหูฟังได้ โดยที่หัวเสียบต่อทั้งสามชุด (เสียบเข้าบริเวณครอบหู, มินิแจ็ค และอะแดปเตอร์มาตรฐาน) นั้นเป็นแบบ Gold-Plated, 2-Way

ส่วนที่ครอบหูนั้น ด้านนอกเป็นพลาสติคสังเคราะห์ที่ดูแข็งแรงดี คาดทับด้วยแผ่นโลหะแบบ Black Chrome ในแนวตั้ง โดยส่วนโครงสร้างที่เป็นโลหะทั้งหมดนั้น ขึ้นรูปด้วยโลหะมวลเบาผสมแม็กนีเซียม บริเวณด้านในที่สวมทับใบหูนั้นเป็นวัสดุที่มีความนุ่มนวลสูง โดย Ear Pad นั้นเป็นแบบ Polyurethane ปิดทับด้วยแผ่นหนังที่มีความบางเบามาก ที่แนบเข้ากับบริเวณใบหูได้ค่อนข้างสนิท โดยส่วนที่ครอบหูนี้อยู่ในโครงสร้างโลหะครึ่งวงกลม ที่สามารถหมุนพับได้ 180 องศา เพื่อการใช้งานแบบฟังหูเดียว ที่คือความจำเป็นยิ่งสำหรับผู้มีอาชีพดีเจ ในขณะที่ตัวโครงสร้างโลหะนั้นสามารถหมุนพับไปทางด้านหลังได้ในลักษณะ 90 องศา

ส่วนที่คาดศีรษะนั้น สามารถดึงเข้า/ออกเพื่อปรับระดับให้ส่วนครอบใบหู และครอบศีรษะ ฟิตเข้าพอดีกับทุกสรีระได้อย่างมั่นคง และด้านใต้สายคาดตรงกึ่งกลางบริเวณที่สัมผัสกับศีรษะนั้น มีวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ทำครอบใบหูติดตั้งเอาไว้ เพื่อให้การกดทับเป็นไปอย่างนุ่มนวล และตัวอักษร L/R บอกข้างซ้าย/ขวาของหูฟังถูกประทับอยู่ที่สายคาดศีรษะนี้เอง ซึ่งอยู่ที่ตอนล่างใกล้ๆ ส่วนครอบหู

โดยภาพรวมแล้ว หูฟังชุดนี้รูปร่างหน้าตาออกมาในแนวร่วมสมัย Stylish แฝงความขรึม คลาสสิค และให้ความรู้สึกเป็นแบบมืออาชีพ (Professional) อยู่ในที

ทางด้าน Specification นั้น ระบุว่าเป็นหูฟังแบบ Fully-Enclosed Dynamic อิมพีแดนซ์ 32-โอห์ม วัดค่าความไว (Sensitivity) ได้ 108dB ให้การทำงานตอบสนองความถี่ 5 Hz – 30 kHz รองรับกำลังอินพุทสูงสุด 3,500mW ใช้ตัวขับเสียงแบบ Full-Range ขนาด 50 มิลลิเมตร แบบ Dome โดยที่ Voice-Coil นั้นพันด้วยเส้นลวดทองแดงหุ้มอะลูมิเนียม แบบ CCAW: Copper-Clad Aluminum Wire ใช้แม่เหล็กคุณภาพสูง และแผ่นไดอะแฟรมขนาด 38 มิลลิเมตร น้ำหนักชุดหัวฟังโดยรวม 285 กรัม (ไม่รวมสาย)

ผู้ผลิตระบุว่าการใช้วัสดุแบบใหม่มาใช้ในการขึ้นรูปวอยซ์คอยล์ รวมทั้งแม่เหล็กนั้น จะช่วยให้การทำงานในด้านควบคุมการตอบสนองความถี่เสียงดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในย่านความถี่ต่ำๆ นั้น จะเปี่ยมด้วยพลังมากยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ความกระชับ และเป็นเบสที่สะอาดปราศจากสีสันสีสันในน้ำเสียงมาเจือปน รวมทั้งการควบคุมจังหวะที่ให้การสอดประสานของย่านความถี่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่ดีขึ้นอีกประการก็คือเสียงร้องที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนั้น ยังได้ระบุว่าในการออกแบบนั้น ได้คำนึงถึงเรื่องผลกระทบจาก Background Noise เป็นสำคัญ จึงได้ออกแบบ Port ของระบบ Bass Reflex ให้อยู่ในห้องเฉพาะ และให้การทำงานอย่างเป็นอิสระ และไม่ส่งผลกระทบต่อย่านความถี่อื่นๆ โดยเฉพาะกับย่านความถี่กลาง ทำให้การทำงานในช่วง 300 Hz – 1,300 Hz นั้น มีความราบรื่นดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเมื่อเทียบกับเฮดโฟนรุ่นก่อนหน้าแล้ว สามารถลดเสียงรบกวนไม่พึงประสงค์ในย่านดังกล่าวลงได้ถึง 4 dB ส่งให้ผลที่ตามมาก็คือน้ำเสียงมีความสะอาดขึ้นกว่าเดิม สัมผัสได้ถึงความราบรื่นของย่านความถี่ต่ำตอนบนกับย่านความถี่กลางที่มีความนุ่มเนียนอย่างน่าฟังมากยิ่งขึ้น

และผู้ผลิตได้กล่าวโดยสรุปว่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการออกแบบ กอปรกับการคัดสรรวัสดุอย่างดีและมีการใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์อันทรงประสิทธิภาพ ส่งผลให้ชุดเฮดโฟน Pioneer HDJ-1500 สามารถรังสรรค์คุณภาพเสียงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยความคุ้มค่าสูงสุด

 

Pioneer HDJ1500 (3)

 

Pioneer HDJ-1500

ลองเล่น และคุณภาพเสียง

แม้ดูว่าเฮดโฟนชุดนี้น่าจะผ่านการใช้งานมาบ้างแล้ว อันหมายถึงควรจะผ่านพ้นระยะ Burn-In ไปแล้วก็ตาม แต่ให้บังเอิญว่าผมได้มาในช่วงที่ยังมีงานการติดพันอยู่กับการที่ต้องง่วนอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ค

ห้วงเวลาดังกล่าวผมจึงเร่งตะลุยงานที่ว่าพร้อมๆ กับการใช้เฮดโฟนชุดนี้ฟังเพลงจากที่เก็บไว้ในห้องสมุดดนตรีที่อยู่ในโน้ตบุ๊คนั้นอย่างเพลิดเพลิน

และแม้ว่าโดยปกติแล้วผมมิใคร่จะชอบทำงานไปพร้อมๆ กับเปิดเพลงฟังไปด้วยสักเท่าไรนัก แต่ก็หาได้ปฏิเสธพฤติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นตลอดกว่าสัปดาห์แห่งการสะสางงานที่ว่า วันละกว่าแปดชั่วโมงที่ผมนั่งทำงานนั้น จึงมีหูฟังชุดนี้ครอบหูและครอบศีรษะอยู่แทบจะเกือบตลอดเวลา

จะถอดออกบ้างก็ช่วงไปหาอะไรกิน กับทำอะไรที่เป็นส่วนตัวอื่น อาทิ เดินไปต้มกาแฟ ชงการแฟ ใช้โทรศัพท์ รวมทั้งเข้าห้องน้ำด้วย เป็นต้น

แม้จะมีประสบการณ์กับการใช้หูฟังผ่านทางโน้ตบุ๊คมาไม่น้อย แต่เท่าที่จำได้ส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์กับหูฟังแบบ In-Ear หรือสอดเข้าหูมากกว่า ไม่เคยใช้หูฟังเต็มรูปแบบในลักษณะครอบศีรษะและครอบหูแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีประสบการณ์ที่ว่า ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เริ่มใช้ซึ่งให้รู้สึกผ่านไปอย่างปลอดโปร่งนั้น ผมสรุปได้ประการหนึ่งว่าเฮดโฟนชุดนี้ได้ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแง่การเข้าถึงสรีระของผู้สวมใส่ เพราะตั้งแต่วันแรกๆ ที่เริ่มใช้เป็นต้นมานั้น แม้จะสัมผัสได้ว่ามาสิ่งแปลกปลอมเข้ามาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ผมก็หาได้รู้สึกว่าสิ่งที่เข้ามาประกอบใหม่กับร่างกายนั้นได้สร้างความรบกวนใดแม้แต่น้อย ต้องขอชื่นชมไว้เป็นประเดิมในแง่นี้ครับ

หลังจากปรับให้สายคาดศีรษะกับส่วนครอบหูสัมพันธ์กับสรีระได้อย่างลงตัวแล้ว นอกจากความรู้สึกชื่นชมที่ได้กล่าวถึงในย่อหน้าก่อนแล้ว ผมพบว่าส่วนครอบหูนั้นได้ออกแบบมาอย่างเหมาะสม เพราะสามารถครอบใบหูได้อย่างหมดจด แม้เสียงจากภายนอกจะสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง แต่ก็หาได้มากพอจนมีนัยะสำคัญอันส่งผลกระทบต่อเสียงดนตรีที่กำลังฟังแต่อย่างใด

จึงตลอดกว่าสัปดาห์สะสางงานนั้น ผ่านไปได้อย่างราบรื่นทั้งงานการและงานลองสวมชุดเฮดโฟน

กล่าวสำหรับคุณภาพเสียงที่ฟังจากโน้ตบุ๊คนั้น ผมฟังทั้งจากไฟล์เสียงที่ดาวน์โหลดมาจาก YouTube ฟังสดหรือฟังจากเว็บไซต์ต่างๆ โดยตรง รวมทั้งฟังจากไฟล์เสียงที่จัดเก็บเอาไว้เองในสกุล FLAC เสียงโดยรวมที่ให้ออกมาจากไฟล์เสียงแต่ละสกุลนั้น บ่งบอกความแตกต่างกันได้ค่อนข้างชัดเจน และเมื่อลองจินตนาการย้อนไปเทียบกับที่เคยฟังผ่านหูฟังแบบสอดหูมา ความรู้สึกบอกว่าการฟังจากเฮดโฟนแบบครอบหูนี้ให้ภาพรวมของเสียงที่ใหญ่กว่า ในลักษณะที่คล้ายว่าฟังจากการบรรเลงของชิ้นเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่กว่า ในขณะที่รายละเอียดที่ให้ออกมานั้นเมื่อเทียบกับหูฟังในระดับราคาใกล้ๆ กัน ก็สามารถให้ออกมาได้ครือๆ กัน

กล่าวเฉพาะ Model HDJ-1500 นั้น เมื่อลองใช้ฟังเพลงเก่าๆ ที่ชื่นชอบในอดีต (มาจนทุกวันนี้มิเพียงยังชื่นชอบเท่านั้น หากยังเห็นคุณเพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป ที่บ้างก็มีต้นฉบับเก็บเอาไว้ในรูปฟอร์แม็ทต่างๆ) ซึ่งผมดาวน์โหลดมาจากยูทูบเพื่อฟังเอาเพลินให้หายคิดถึงเวลาอยู่นอกห้องฟัง อาทิ หลายๆ ชุดของสุนทราภรณ์, หม่อมถนัดศรี สวัสดิวัตน์, คุณชรินทร์ นันทนาคร, คุณรวงทอง ทองลั่นทม, คุณกำธร – นันทวัน สุวรรณปิยะ, คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ, คุณสมยศ ทัศนพันธ์ รวมทั้งหลายๆ ชุดของคุณฝน ธนสุนทร และบางชุดของคุณศิรินทรา นิยากร เป็นต้นนั้น สัมผัสได้ถึงรายละเอียดเสียงที่เพิ่มมากขึ้นกว่าการฟังจากโน้ตบุ๊คโดยตรง น้ำเสียงอยู่กับที่กับทางแบบว่านิ่งขึ้น เวทีเสียงไม่แตกต่างกันมากนัก แต่โดยรวมแล้วเสียงบเพลงทั้งเสียงร้อง และเสียงดนตรี ให้ความรู้สึกน่าฟังแบบชวนให้ติดตามอยู่บ้าง ซึ่งต่างจากฟังผ่านโน้ตบุ๊คที่มักจะรู้สึกฟังแบบได้ยินผ่านๆ มากกว่า ไม่มีความรู้สึกที่ชวนให้ติดตามแต่อย่างใด

ในขณะที่ฟังจากไฟล์สกุล FLAC นั้น นอกเหนือจากภาพรวมของเสียงที่ชวนให้น่าติดตามแล้ว สิ่งที่ได้เพิ่มมากขึ้นก็คือรายละเอียดต่างๆ รวมไปถึงการแยกแยะรายละเอียดของความต่างในความเหมือน ที่ทำได้ดีขึ้น เช่น เสียงของเครื่องสายแบบต่างๆ อาทิ ไวโอลินกับวิโอลา หรือเชลโลกับสตริง เบส เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าจะฟังในระดับความดังปกติที่พอจะยังมีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามา ก็หาได้ทำให้เสียอรรถรสหรือรบกวนบรรยากาศเสียงแต่อย่างใด

หลังหมดพันธะที่ต้องอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊คแล้ว ก็ถึงเวลาพากันไปลองในห้องฟังบ้าง โดยฟังผ่านช่องเสียบเฮดโฟนที่แผงหน้าปัดแอมปลิไฟเออร์ ซึ่งต้องใช้อะแดปเตอร์ แจ็ค มาตรฐาน ขนาด 6.3 มิลลิเมตร ที่เป็นแบบเกลียวหมุนในการเชื่อมต่อ ซึ่งให้ความรู้สึกมั่นคงดีกว่าแบบกดล็อค หรือกดคลิก ที่ต้องออกแรงเล็กน้อยทั้งในการกดเข้า และดึงออก เหมือนอะแดปเตอร์ทั่วๆ ไป

จากที่ได้ฟังแบบเอาจริงเอาจังมากขึ้น พบว่าบุคลิกเสียงของเฮดโฟน Model HDJ-1500 มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับเสียงของ Deep Bass จากออร์แกนท่อที่ฟังอัลบั้มคลาสสิคแทร็คหนึ่งนั้น พบว่าเป็นเบสที่ค่อนข้างลึกกว่าจากที่เคยฟังผ่านเฮดโฟนอื่นๆ ที่ผ่านมา คือเรื่องพรรค์นี้จากทักษะที่ได้ฟัง และฟัง และฟังสั่งสมเป็นประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของทุกๆ คนนั้น ผมเชื่อว่าพอมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่มันได้ยินให้รู้สึกสะดุดหู ไม่ว่าใครที่มีประสบการณ์แม้จะพอประมาณ มันก็พอจะบอกตัวเองได้อยู่หรอกครับ

เสียงเบสจึงเป็นความสะกิดใจแรกของผมที่มีต่อหูฟังชุดนี้ มันเป็นเบสที่ออกจะแตกต่างจากที่เคยได้ฟัง ที่ส่วนใหญ่เมื่อลงมาลึกระดับนี้แล้ว และเร่งระดับความดังเพิ่มมากขึ้นนั้น สิ่งที่แฝงตามมาด้วยก็คือความพร่าเพี้ยนนั่นเอง แต่เฮดโฟนชุดนี้กลับยังสามารถรักษาความสะอาดของเบสลึกที่ระดับความดังค่อนข้างมากเอาไว้ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างน่าฟัง

ที่น่าทึ่งอีกประการก็คือไม่ว่าจะเป็นเฮดโฟน หรือถึงแม้ลำโพงก็เถอะน่า ส่วนใหญ่แล้วหากมุ่งเน้นไปที่เสียงเบสเป็นหลัก ที่ย่านความถี่อื่นๆ ที่เหนือขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ดูเหมือนจะถูกละเลยหรือถูกเบสครอบงำเอาไว้จนมิอาจสำแดงความโดดเด่นอะไรออกมาได้ แต่เฮดโฟนชุดนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แม้มันจะให้เสียงในย่านความถี่ต่ำๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง เสียงกลางแ/หลมที่สัมผัสได้โดยภาพรวมนั้นยังน่าฟังอยู่ดี การรายงานเสียงดนตรีโดยรวมออกมาจึงยังคงความสมบูรณ์ที่มีสมดุลเสียงในระดับการได้ทีเดียว

เพราะภาพรวมของเสียงนั้น มิได้ให้รู้สึกว่าเฮดโน Model HDJ-1500 ชุดนี้จะเน้นเด่นเฉพาะที่เบสแต่อย่างใด แม้มันจะรู้สึกได้ว่าให้เบสที่ดีและมากพอออกมาก็ตาม

 

Pioneer-2

 

สรุป

Pioneer HDJ-1500 นับเป็นเฮดโฟนที่น่าสนใจชุดหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม DJ Equipment สำหรับมืออาชีพเปิดแผ่นตามสถานบันเทิงก็ตาม แต่คุณภาพเสียงที่ให้ออกมานั้นยังความประทับใจคนเล่นเครื่องเสียงทีชื่นชอบเสียงดนตรีไม่น้อยเลย

เสียดายที่ไม่เคยทำหน้าที่เป็นดีเจ โดยเฉพาะกับการเป็นดีเจอาชีพ จึงไม่ทราบว่าเมื่อนำหูฟังชุดนี้ไปใช้งานในลักษณะดังกล่าวแล้ว จะให้ความคล่องตัวหรือเอื้อความสะดวกในการเปิดแผ่นมากน้อยแค่ไหน จึงขอข้ามประเด็นการใช้งานในรูปแบบดังกล่าวไป ขอพูดถึงเฉพาะการสวมใส่และคุณภาพเสียงเพียงเท่านั้น

Model HDJ-1500 เป็นเฮดโฟนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งสายคาดศีรษะที่ปรับระดับได้ และส่วนครอบหูนั้น สามารถปรับให้กระชับเข้ากับสรีระได้เป็นอย่างดี เวลาสวมใส่ใช้ฟังขณะทำงาน ที่ต้องก้มๆ เงยๆ บ้างนั้น ก็มิได้รู้สึกคลอนแคลนหรือมักจะเลื่อนผิดตำแหน่งให้ต้องคอยจับ ปรับ ให้เข้าที่เข้าทางอยู่ตลอดเวลาแต่อย่างใด เพราะเกาะติดอยู่กับศีรษะและใบหูได้ค่อนข้างมั่นคงดี อีกทั้งยังสามารถสวมใส่ได้นานโดยมิได้รู้สึกถึงแรงกดทับบนศีรษะ หรือแรงที่บีบรัดใบหูแต่อย่างใด จึงสวมฟังเป็นเวลานานติดต่อกันได้สบายๆ

ทางด้านคุณภาพเสียงนั้น แม้ว่าโดยภาพรวมของเสียงแล้วจะฟังได้ว่าเป็นเฮดโฟนที่ให้เสียงในย่านความถี่ต่ำๆ ออกมาได้ดี และเป็นเบสที่สะอาดแม้ว่าจะเปิดที่ระดับความดังมากๆ ก็ตาม แต่ก็หาได้ชวนให้รู้สึกว่าเป็นเฮดโฟนที่เน้นเด่นเฉพาะเบสแต่อย่างใด เพราะการตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงโดยรวมนั้น มีความต่อเนื่องของสมดุลเสียงที่ให้ออกมาได้อย่างราบรื่น ชวนฟัง เพราะเบสที่ให้ออกมาได้ดีนั้น หาได้ให้ออกมามากแบบเกินเลยจนกลบเสียงในย่านความถี่อื่นๆ จนรู้สึกได้

นั้น, น่าจะมาจากความโดดเด่นของเทคโนโลยีในการออกแบบ Port หรือท่ออากาศของระบบ Bass Reflex ที่แยกออกมาเป็นห้อง (Chamber) ต่างหาก และให้การทำงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมาก

จึงกล่าวโดยรวมแล้วแม้จะเป็นหูฟังที่ออกแบบมาสำหรับดีเจก็ตาม แต่คนรักเสียงเพลงอย่างเราท่านสามารถนำมาใช้ในห้องฟังได้อย่างไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณ บจก.ไพโอเนียร์อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) โทร. 02-717-0301 ผู้แทนจำหน่ายที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ