Test: PIONEER BDP-160

Test: PIONEER BDP-160

Network Blu-ray 3D Player

นิตพินัย

Pioneer-Releases-Firmware-Version-1-05-for-Its-BDP-160-Blu-ray-Disk-Players-389729-2

คุณสมบัติ

  • เล่นแผ่น BD-ROM, BD-R/RE, DVD-R/RW, DVD-ROM, DVD-VIDEO, SACD, DVD-AUDIO, CD-DA, CD-R/RW
  • เล่นไฟล์ภาพ/เสียงจาก DVD, ช่อง USB, CD และ Network เช่น MP3/WMA/AAC/WAV/FLAC (FLAC ไม่รองรับผ่าน Network), JPEG, Monkey’s Audio, MPO (ภาพนิ่งระบบ 3D), PNG, MP4, AVi, 3GP, FLV, GIF, DiVX
  • รองรับ HD Audio Dolby True HD, DTS-HD Master Audio, DTS-HD High Resolution Audio, 192 kHz/24 bit D/A Converter
  • 3D Blu-ray With Profile 5 BD-Live
  • ระบบ iControl AV 2013 App สำหรับ iPod Touch, iPhone, iPad เป็นอุปกรณ์รีโมทคอนโทรลฟังก์ชั่นพื้นฐานได้
  • ระบบ Sound Retriver Link
  • ระบบ Stream Smoother ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของภาพที่สตรีมมาจาก Network ที่ใช้อัตราการส่งข้อมูลต่ำๆ ให้ดูดีขึ้น ช่วยลด block noise และ mosquito noise ลง และมีระบบ Auto ที่จะปิดตัวเองลงอัตโนมัติเมื่อเล่นกับแผ่น DVD หรือ Blu-ray คุณภาพสูง
  • รองรับ V.Color, Deep Color (36 bit)
  • มีระบบ Wi-Fi Direct/Wake On LAN/Wi-Fi built in
  • รองรับ DLNA 1.5
  • เล่น App youtube ด้วยการกดปุ่มเดียวนำภาพขึ้นจอได้ทันที
  • รองรับอัลบั้มรูป PICASA
  • วงจรแปลงสัญญาณภาพ i-to-p convertor สำหรับ video source เป็นระบบ motion adaptive คุณภาพสูงพร้อม Vector Interpolation Processing ลดรอยหยักของวัตถุเคลื่อนไหวในแนวเฉียง
  • ช่อง USB ทั้งด้านหน้า และด้านหลังเครื่อง
  • ช่อง Coaxial Digital ออดิโอเอาท์พุท
  • ช่องอะนาลอกสเตอริโอเอาท์พุท
  • ระบบ Pure Cinema i/p Conversion พร้อม filmmode หลาย cadence
  • ดูบิทเรทของภาพและเสียงได้

BDP-160 มีขนาด 435 x 58 x 250 (ก x ส x ล) น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ใช้กำลังไฟ 17 วัตต์ Standby 0.3 วัตต์ (6 วัตต์ ในโหมด quick start)

Pioneerbdp160

ผลการทดสอบ/ทดลองใช้งาน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องเล่นบลู-เรย์ในระดับ entry level คุณภาพดีราคาเบาๆ สะดวกคล่องตัวในการเล่นไฟล์ภาพเสียงได้สารพัดฟอร์แมทพร้อมระบบ Wi-Fi direct BDP-160 เป็นเครื่องเล่นบลู-เรย์รุ่นใหม่จากค่าย Pioneer ที่มีคุณสมบัติข้างต้นอย่างครบครันเราลองมาดูกันว่ามันมีฟังก์ชั่น/ลูกเล่นอะไรบรรจุเอาไว้บ้าง

BDP-160 เป็นเครื่องเล่นบลู-เรย์ 3D ที่เล่นแผ่นได้สารพัดรวมถึงแผ่น Super Audio CD ด้วย และมีวงจร DSD Decoder พร้อมช่องอะนาลอกสเตอริโอเอาท์พุทใช้เป็นเครื่องเล่น CD/SACD อเนกประสงค์ได้ทันที นอกจากนี้มันยังรองรับไฟล์ภาพ/เสียงรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย รวมถึง High Resolution audio Files 192 kHz/24 bit ได้ไม่ว่าจะเป็น WAV, FLAC, Monkey’s Audio (.ape) รองรับไฟล์ภาพนิ่ง JPEG ความละเอียดสูงสุดถึง 4000 x 3000 พิกเซล ด้านการเชื่อมต่อมันรองรับ iControl AV 2013 App ที่สามารถใช้ Smartphone ควบคุมฟังก์ชั่นพื้นฐานของ BDP-160 ได้ โดยเชื่อมต่อเข้ากับ Network ด้วยระบบ Wi-Fi พร้อมรองรับ Wi-Fi direct ที่ไม่ต้องผ่านจุดเชื่อมต่อ (Access Point) เช่น Router ในบ้านของคุณ แต่สามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ใกล้เคียงที่รองรับระบบ Wi-Fi direct ที่ได้โดยตรง เช่น Smartphone, Tablet ซึ่งอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ระดับกลางๆ ขึ้นไปจะรองรับระบบ Wi-Fi direct ได้กันเป็นส่วนใหญ่แล้ว มีรายการจาก Internet ให้ดู 2 รายการคือ youtube (มีปุ่มลัดที่รีโมท กดเพียงปุ่มเดียว สามารถนำภาพจาก youtube ขึ้นจอภาพใหญ่ของคุณได้ทันที) และอัลบั้มรูป Picasa ให้ใช้งานกันอีกด้วย

ระบบ Sound Retriver ใน BDP-160 ช่วยเพิ่มคุณภาพของไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัดมา (MP3, WMA, MPEG ฯลฯ) ให้ดีขึ้นทั้งในแง่ของการตอบสนองความถี่, ช่องกว้างของไดนามิก และลดสัญญาณรบกวนลงให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับได้มากที่สุด

มันยังรองรับ DLNA ที่เป็นการ Share ข้อมูล/ภาพ/เสียงจากอุปกรณ์ PC, Tablet, Sever ต่างๆ ที่ต่ออยู่ในระบบ Network วงเดียวกันได้ เช่น นำไฟล์ภาพ/เสียงจากคอมพิวเตอร์ในบ้านคุณส่งผ่าน BDP-160 เพื่อส่งไปที่จอภาพ หรือ AVR ได้โดยอุปกรณ์ต่อร่วมกันอยู่ในระบบ Network เดียวกัน

BDP-160 สามารถเพิ่มความละเอียดภาพหรือ Up-Scaling สัญญาณภาพจากแผ่น DVD หรือ ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวผ่านทางช่อง USB หรือ Network ขึ้นไปเป็นความละเอียด Full HD (1920 x 1080p) ได้โดยมีวงจรประมวลผลภาพทำงานพร้อม filmmode ตรวจจับ และ de-interlace ทั้งต้นทางที่บันทึกเป็น video mode (interlace) ที่มีวงจร diagonal edge processing ลดรอยหยักฟันปลาของวัตถุเคลื่อนไหวในแนวเสียงได้ลื่นเนียนดีมาก และยังสามารถปรับแต่งภาพ (Video Adjustment) ได้ค่อนข้างละเอียดรวมถึงมีวงจร sharpness filter คุณภาพสูง และวงจรลดสัญญาณรบกวนภาพดิจิตอลเอาไว้ให้ใช้งานได้อีก มีระบบ Stream Smoother ที่ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวจากต้นทางที่บันทึกมาหรือ encode มาที่บิตเรตไม่สูงมากนักให้ดูดีขึ้นทั้งในแง่ของความคมชัดลดการกระตุกของภาพ และลดความเพี้ยนของการลดรูปสัญญาณภาพต่างๆ เช่น block noise และ Moquitonise มันยังรองรับระบบ 36 บิต Deep Color และ X.V Color รวมถึง HD Audio ฟอร์แมทใหม่ๆ ครบครัน

ด้านหน้าเครื่องออกแบบให้ลิ้นชักถาดใส่แผ่นอยู่ตรงกลางเครื่อง ด้านซ้ายมือ และขวามือสุดจะเป็นปุ่ม Power และปุ่ม Play ขนาดค่อนข้างใหญ่ตามลำดับ ด้านขวามือของลิ้นชักใส่แผ่นเป็นปุ่ม Open/Close และ ปุ่ม stop ตามด้วยช่อง USB หนึ่งชุด (5V 0.5A) ส่วนจอแสดงผลแบบมัลติฟลูออเรสเซนต์ตัวอักษรค่อนข้างใหญ่ และสว่างจะอยู่ใต้ลิ้นชักใส่แผ่น ด้านหลังเครื่องเรียงจากซ้ายมือจะมีช่อง Coaxial digital audio output ช่องอะนาลอกสเตอริโอเอาท์พุทช่อง HDMI ช่องต่อ LAN และช่องเสียบ USB อย่างละหนึ่งชุด ด้านขวามือเป็นช่องเสียบสาย ไฟ AC 2 ขา (รูปเลข 8 : C7/C8) หนึ่งชุด

เมื่อกดปุ่ม Home Menu (รูปบ้าน) ที่รีโมทเครื่องจะแสดงเมนูหลักขึ้นมา ประกอบด้วย Home Media Gallery, Web contents (Youtube, Picasa) และ Initial Setup เมื่อกดเข้าไปที่ Initial Setup จะเป็นการปรับค่า/ติดตั้ง ระบบต่างๆ ภายในเครื่องแบ่งออกเป็น 9 หัวข้อด้วยกันคือ Display Setting, Audio Output, HDMI, Network, Language, Playback, Setup Navigator, Security และ Optiuns

Display Setting เป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับระบบภาพ เช่น aspect ratio ของจอภาพ การปรับภาพ (video adjust) ซึ่งมี preset 3 โหมด คือ Standard, Vivid, Cinema และ Custom ปกติควรตั้งเอาไว้ Standard ในการทดสอบสวนใหญ่จะใช้โหมด Standard และโหมด Custom โดยโหมด Custom จะปรับแต่งเพิ่มค่ sharpness เป็น+1 ส่วนค่าอื่นๆ ตามเดิม และปรับแต่งเกี่ยวกับการลดสัญญาณการรบกวนภาพ (Noise Reduction) ซึ่งจะมี 3 ระดับ (1, 2 และ 3) ส่วนถ้าไม่ใช้จะตั้งเป็น ‘0’

Audio Output จะตั้งค่าเกี่ยวกับเสียง เช่น Digital Audio Output, Downmix, Downsampling และ DRC (Dynamic Range Control)

HDMI จะตั้งค่าเกี่ยวกับ HDMI port เช่น Color Space (RGB, YCbCr, YCbCr 422, Full RGB) ในการทดสอบหลังจากลองดูกับสัญญาณ chromaburst ที่ความถี่สูงๆ แล้วกับจอภาพที่ใช้จะตั้งเป็น RGB เพราะสัญญาณการทดสอบดูชัดเจนที่สุดทั้ง vertical resolution และ Horizontal resolution การตั้งค่าความละเอียดภาพซึ่งในการทดสอบจะตั้งอยู่ที่ 1080p, HDMI Audio output ถ้าเป็น AVR รุ่นใหม่ๆ ก็ตั้งเป็น bitstream ได้เลย Control (ปิด-เปิด CEC HDMI Control เพื่อควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ), HDMI Deep Color, HDMI 1080p 24 Hz (ตั้งโหมด 1080p/ 24 Hz กับจอภาพรุ่นปัจจุบันถ้า ON แล้วไม่มีภาพให้ตั้งเป็น off เอาไว้แต่ปกติจะต้อง ON), HDMI 3D (ตั้งค่าภาพ 3D ว่าจะให้ใช้งานหรือไม่), 3D NOTICE (ตั้งเตือนให้รู้ว่าโปรแกรมที่กำลังจะเล่นเป็นระบบ 3D)

การตั้งค่าเกี่ยวกับ Network ต่างๆ เช่น ตั้งค่า IP Address (ปกติตั้งเป็น Auto), Proxy Setting (ปกติไม่ใช่), Network Information, Connection test, Internet Connection (เชื่อมต่อหรือไม่อนุญาตให้เชื่อมต่อ),  BD-Live Connection (อนุญาตให้เชื่อมต่อ หรือเชื่อมต่อบางส่วนหรือไม่อนุญาต) DLNA  (อนุญาตให้เชื่อมต่อหรือไม่), Interface (จะให้เชื่อมต่อด้วยระบบ Wireless หรือ Ethernet (สาย LAN)), Wireless Setting (ตั้งค่าการเชื่อมต่อในระบบ Wireless เช่น เลือกเครือข่าย, ใส่ wep key เป็นต้น)

นอกจากนั้นเป็นการตั้งค่าทั่วๆ ไป เช่น ภาษาที่ใช้, ควบคุมการเล่น (playback), ตั้งค่าอายุผู้ชม และOptions (ตั้งค่า Screen Saver, Auto Power off, Quick start, Update (อัพเกรด firmware เครื่องผ่านระบบ network หรือทางช่อง USB), Load Default (ตั้งค่ามาตรฐานจากโรงงาน), System Information, BUDA)

การทำงานของระบบกลไก ใน BDP-160 ถือว่ารวดเร็ว และไม่ส่งเสียงรบกวนมากนัก การอ่านแผ่น, โหมดข้อมูล ทำได้รวดเร็วทันใจมาก การเดินหน้า/ถอยหลังเร็ว และการค้นหา track ที่ต้องการในแผ่นทำได้รวดเร็วแม่นยำมาก รวมถึงการอ่านแผ่นเก่าที่มีรอยขูดข่วน, สกปรก ก็สามารถทำได้ดีมาก เช่นเดียวกันตัวรีโมทออกแบบมาได้ดี ยกเว้นชุดปุ่มควบคุมการเล่น เช่น ปุ่มเดินหน้า/ถอยหลัง, ข้ามแทร็ค, ปุ่ม Play ที่วางเป็นกระจุกใกล้กันเกินไปทำให้เวลากดใช้งานจะพลาดไปโดนปุ่มที่ไม่ต้องการได้ง่าย

ในการทดสอบลองต่อกับจอ Ultra HD 65” 65LA9700 และ Full HD 55C650 สาย HDMI DH Labs 1.4 แผ่นทดสอบ Blu-ray หลายแผ่น เช่น DVE, HQV, QTEC, AVSHD, S&M ฯลฯ ถูกปรับค่า white balance กับ gray scale รวมถึง gamma กับ Minolta Color Analyzer เพื่อให้ match ระหว่างต้นทาง (BDP-160) กับจอภาพมากที่สุด ADSL ของ TOT@10 Mbps ดูในห้องที่ค่อนข้างมืดวัดปริมาณแสงที่ตำแหน่งนั่งดูได้น้อยกว่า 0.5 ft-lb เครื่องถูก burn in อยู่วันละ 3-4 ชั่วโมงประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนการทอสอบอย่างจริงจัง

กับแผ่น Blu-ray คุณภาพสูงที่ดูอยู่ประจำ เช่น I ROBOT, PROMETHEUS (ทั้ง 2D/3D), WALL-E, HUGO, CARS, T-4 SALVATION ฯลฯ BDP-160 ให้ภาพโดยรวมที่ดูดีเอามากๆ มันให้ภาพที่ดูใสสะอาด ภาพดูเปิดมีพลัง มีมิติชัดลึกของภาพที่ดีมาก ให้รายละเอียดของภาพค่อนข้างดีถึงแม้จะเป็นรองเครื่อง Blu-ray ที่ใช้ chip ประมวลผลภาพแยก (มี HDMI สองชุด) เช่น BDP-450 ที่เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่ถ้าบางแผ่นรู้สึกว่าภาพ soft เกินไป และไม่อยากไปปรับแต่งที่ทีวีก็ให้เข้าเมนู Video Adjustment ไปที่โหมดภาพ custom แล้วปรับ sharpness เป็นสัก +1 น่าจะเพียงพอ โดยพบว่ามันให้รายละเอียดที่ดีขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงดูเป็นธรรมชาติไม่ over enhance จนเกินจริง แต่ถ้าเล่นกับแผ่น Blu-ray ที่บันทึกมาดีๆ ให้รายละเอียดของภาพได้สูงอยู่แล้วให้ปรับ shar pness กลับไปเป็น ‘0’ เหมือนเดิม การ hold ระดับ black ของภาพทำได้ดี แม้ในฉากที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับความสว่างสุขๆ อย่างรวดเร็ว มันยังคงตรึงระดับดำของภาพเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

กับแผ่น DVD ที่บันทึกมากดีๆ BDP-160 ให้คุณภาพในการ Upscale ภาพเป็นความละเอียด 1080p ได้ดีมาก เมื่อดูจากสัญญาณทดสอบมันสามารถปล่อยผ่านแถบความถี่สูง 6.75 MHz ที่เป็นความถี่สูงสุดที่บันทึกลงบนแผ่น DVD (ก่อนผ่านวงจร anti-aliasing filter) ได้อย่างชัดเจนไม่ตก หล่น รวมถึง มีความไม่สมบูรณ์ (artifacts) ของการ Upscaling น้อย ยกเว้นภาพที่เคลื่อนไหวรวดเร็วหรือมีรายละเอียดภายในภาพมากอาจปรากฏ mosquito noise ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่ามันทำหน้าที่ในส่วนของการ Upscale ได้ดีมากไม่ว่าจะเป็นแผ่นโปรแกรม 480i หรือ 576i

pioneerbdp160side

คุณภาพด้านภาพเคลื่อนไหว (motion performance) BDP-160 ให้ความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวที่ดีมากมี Motion artifacts น้อย แผ่น Blu-ray/DVD/ ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกมาดีๆ ใช้บิตเรตสูงหลายเรื่องดูราบรื่นสบายตามาก มันยังสมารถตรวจจับ pulldown film mode ทั้ง 3/2 และ  2/2 cadence ได้รวดเร็ว และแม่นยำมาก รวมถึงทำ de-interlace สร้างภาพ progressive ออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์มาก

ส่วนถ้าเล่นจากแผ่น หรือรายการแสดงสดที่บันทึสัญญาณจากกล้องวิดีโอ (video mode) ไม่ว่าจะเป็น 480i, 576i และ 1080i BDP-160 สามารถ de-interlace สัญญาณโปรแกรมอินพุทไม่ว่าจะมาจากแผ่นดิสก์ หรือ USB drive/Erternal HDD เป็น Progressive และ Up scale ไปเป็น 1080p ได้อย่างยอดเยี่ยมมันมี diagonal edge processing อัลกอริธึม แทบไม่พบรอยหยักฟันปลา (jaggies) ของภาพเคลื่อนไหวในแนวเฉียงเกิดขึ้นมาเลยการแพนกล้องในทิศทางต่างๆ ดูต่อเนื่องมาก แทบไม่พบการลดลงของรายละเอียดภาพ (resolution pumping) ในช่วงการรวมฟิลด์ทั้งสองของภาพเคลื่อนไหวในโปรแกรม video mode เกิดขึ้นเลย ภาพเคลื่อนไหวยังคงดูคมชัดเต็มไปด้วยรายละเอียดทั้งโปรแกรม SD และ HD

โปรแกรมจาก internet อย่าง youtube ดูผ่าน BDP-160 ให้ภาพที่ดีมากจนน่าแปลกใจ มันให้ภาพที่ใสเปิด สัญญาณรบกวนต่างๆ ต่ำมาก รายละเอียดภาพดีพอสมควร และมีการกระตุกของภาพและการหยุดภาพเพื่อ Buffering น้อยมาก การเข้าเมนูทำได้คล่องตัวด้วยปุ่มลัด youtube สีแดงที่รีโมทคอนโทรล ส่วนการที่ภาพที่ stream มาจาก internet ดูค่อนข้างดีมากส่วนหนึ่งน่าจะมาจากระบบ stream smoother ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ low bit rate content พวกนี้โดยเฉพาะ ส่วนถ้าเล่นกับโปรแกรมคุณภาพสูง เช่น จากแผ่น Blu-ray หรือ HDD ภายนอก ระบบจะตัดการทำงานของ stream smoother ออกให้เองโดยอัตโนมัติ

ด้านคุณภาพเสียงจากช่อง HDMI โดยรวมมีความเป็นกลางดี แต่ก็เน้นแนวหนักแน่นหนักหน่วงของย่านทุ้มลึกอยู่บ้าง ให้แรงปะทะดี โดยเฉพาะเวลาดูภาพดนตรีแนว Action, Sci-Fi แต่กับแผ่นโปรแกรมการแสดงสดโดยรวมก็ถือว่าให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก

โดยรวมต้องถือว่า PIONEER BDP-160 เป็นเครื่องเล่นบลู-เรย์ 3D ที่มีคุณภาพสูงมีขีดความสามารถด้าน Networking ที่ดีมาก ฟังก์ชั่นต่างๆ ครบครันมี Wi-Fi/Wi-Fi direct ติดตั้งมาในตัว ให้คุณภาพของภาพ และเสียงที่ดีมาก นับเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์ระดับกลางๆ ที่น่าใช้งานมากอีกตัวหนึ่งครับ