Acoustic Lover


Acoustic Lover

ตอน สิบสาม สามเสน กับ Ad’Here 13th Blue’s Bar.

 

SONY DSC

 

สวัสดีครับคุณๆ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ช่วงเข้าพรรษา คงเป็นช่วงที่หลายคนรู้สึกซึมเซากับบรรยากาศแบบนี้…ก็เป็นธรรมดาครับ ผมเองก็เช่นกัน อารมณ์ ความคิด ที่เคยโลดแล่นกลับตีบตันเอาดื้อๆ การงานที่ต้องคิดก็รุมเร้าทำให้เครียดกันพอประมาณทีเดียวแหละ อย่ากระนั้นเลย เปิดเครื่อง วอร์มหลอดไว้ เปิดจุกคอร์ก แล้วเท Scotch single malt ลงแก้วไว้ ระหว่างที่รอให้เหล้าหายใจ ก็หาเพลงฟัง นี่คือ วิธีแก้เครียดของผมครับ

เพราะบรรยากาศหรืออย่างไรไม่ทราบ วันนี้ผมนอกใจแผ่นดำซะเฉยเลย คงเพราะบังอิญเหลือบไปเห็นซีดีอยู่แผ่นนึงพอดีครับ จะขอเล่าเรื่องซีดีแผ่นนี้สักหน่อย เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้มาจากมือเจ้าของอัลบั้มคือ “พี่โป๊ง” ดุลยสิทธิ์ สระบัว เราเจอกันในงานไปส่งนักดนตรีที่เราสองคนเคารพ นับถือ กลับดาวครับ และประกอบกับผมและ พี่โป๊ง เคยรู้จักคบหากันมาบ้างตามประสานักดนตรี แกก็เลยฝากงานมาให้ฟัง

สารภาพครับว่า ซีดีแผ่นนี้ ถ้าไม่เห็นก็คงจะไม่กระหายนัก แต่พอเห็นแล้วอดเปิดฟังไม่ได้ทุกทีครับ ภาพปกนี่สะดุดตามาก ภาพรถ ”ตุ๊กๆ” จอดอยู่ริมทางเท้า บริเวณหน้าร้าน Ad’Here 13th Blue’s Bar ถนน สามเสน ทางขวามือ ก่อนจะข้ามสะพานไป บางลำภู ที่พี่แกเล่นประจำอยู่ทุกๆคืนครับเลยกลายเป็นที่มาของชื่ออัลบั้ม “สิบสาม-สามเสน”ที่ผมพูดถึง

 

SONY DSC

 

ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วครับว่าเป็น “Blue’s Bar”ฉะนั้นเพลงทุกๆเพลงในซีดีแผ่นนี้เป็น บลูส์ ชั้นดีที่เล่นโดยคนไทย สามารถยืดอกได้เลยครับว่าถึง ….งานเพลงชุดนี้เป็นการร่วมงานกันกับเพื่อนชาว อเมริกัน ของพี่โป๊ง เนื่องด้วยถูกอัธยาศัยกันในช่วงที่ เบริท กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่สวีเดน เบริท มาเที่ยวที่ร้าน และมิตรภาพทางดนตรีก็เกิดขึ้น จนกลายเป็นงานชุดนี้ครับ

SONY DSC

เพลงที่ถูกบรรจุในชุดนี้ น่าจะแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือส่วนที่หนึ่ง เป็นเพลงบลูส์สากล 4 เพลง ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงชาติของคนบลูส์ไปแล้ว 4เพลงที่ว่านี้เล่นและบันทึกกันที่ห้องอัดประเทศ สวีเดน, ส่วนที่สอง เป็นเพลงไทย สำเนียง ”บลูส์” อีก 6 เพลง รวม สิบเพลงในอัลบั้มนี้ และสำหรับผมแล้ว เพลงที่เป็น ”ไฮไลท์” ของอัลบั้มคือ เพลงที่6 “หาบครุน้ำ”โดยนักร้องนำ น้าหงา สุรชัย จันทิมาทร ศิลปินแห่งชาติ ครับผม คุณๆตาไม่ฝาดครับ น้าหงาแกเป็นแขกประจำร้านนี้ด้วย ประจำขนาดที่ว่า “กันตรึม” พิฆคเนศ จันทิมาทร ลูกชาย ได้มาร่ำเรียน-ฝึกฝน วิทยายุทธ์ จนได้เล่นประจำที่ร้านในที่สุด

SONY DSC

เสน่ห์แห่งเสียงกีต้าร์แนวบลูส์นี่ไม่เข้าใครออกใครนะครับแค่สองเพลงแรกก็ทำให้ผมกลับมากระชุ่มกระชวยได้แล้วโดยยังไม่ทันจะได้จิบ หลับตาลงนั่งฟังแล้วก็ยิ่งทำให้เห็นภาพครับว่า เวลานักดนตรีเค้าด้น เค้าแจมกันนี่ มันขนาดไหน ภาพบรรยากาศในร้านก็เข้ามาสู่สมองและความทรงจำ เพราะจะว่าไป ลูกค้าประจำร้านนี้เค้าแพ้ไอ้เจ้าบรรยากาศนี่แหละตัวผมเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

จิบแรกผ่านริมฝีปาก อยู่ในกระพุ้งแก้มและอุ้งลิ้น ผ่านไปยังลำคอ กลิ่นตลบอบอวลขึ้นจมูก อืม…ภาพในร้านชัดแจ๋วเลยทีนี้ ร้าน Ad’Here นี่เป็นตึกแถวเล็กๆต้นถนน สามเสนครับ ห้องเดียว อยู่เชิงสะพานข้ามคลอง ประตูกระจกเผยให้นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา ไม่ว่า ไทย-ฝรั่ง ได้เห็นภายในร้าน โต๊ะเก้าอี้ขนาดย่อมเพียงพอแค่วางเครื่องดื่มและที่เขี่ยบุหรี่รายล้อมเครื่องดนตรีของร้านในระยะประชิด วงทั้งหมด ยืนเล่นกับพื้นครับ ส่วนใหญ่ไม่เกิน สี่ชิ้น กลอง เบส กีต้าร์ และอาจจะมี ฮาร์โมนิก้าด้วย เคาน์เตอร์บาร์อยู่ด้านในสุดของร้าน ตกแต่งได้แนวมากๆครับขอบอก 80%ของลูกค้าเป็นต่างชาติแถมนักดนตรีก็ไทยกับฝรั่งอีกต่างหาก โห นี่มันเท็กซัสรึเปล่าเนี่ย

 

SONY DSC

ว่ากันต่อที่ตัวงานเพลง 4เพลงแรกเป็นเพลงสากลแนว บลูส์ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนบลูส์ ทั่วโลกได้แก่ Cypress Grove Blues,44 Blues, Come back baby และBlack Nanny ทั้ง 4 บทเพลงนี้ สามารถดึงเราเข้าไปสู่โลกของดนตรีแนวนี้ ได้ไม่ยากเย็น ฟังง่าย จังหวะจะโคน กำลังดี ทักษะของนักดนตรีทุกคน ถึงพร้อมด้วยอารมณ์ และการขับเคลื่อนไปในแนวทางเดียวกัน อย่างแจ่มชัดครับ….คุณๆหากมีโอกาสได้ฟังก็น่าจะจับทางและรับรู้ได้เช่นกัน คุณภาพเสียงอยู่ในระดับที่ดีทีเดียวครับ ความอิ่มแน่นของเสียงร้อง และรูปวง ทำได้อย่างน่าชื่นชม ผมขอเดาว่าอาจจะเล่นและบันทึก พร้อมกันด้วยซ้ำ

ส่วนที่สองนั้น ว่ากันด้วยเพลงไทย ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ 4เพลง คือเพลง “เดิน”เป็นเพลงบรรเลงเพลง อัมพวา,เพลง เหงา เขียนโดย น้าทิวา สาระจูทะ และ 13 สามเสน เป็นเพลงสุดท้าย…..เพลงไทย หัวใจบลูส์6เพลงนี้ ผมจะขอละไว้ เพื่อไม่ให้เป็นการชี้นำใดๆต่อความรู้สึกของคุณๆนะครับ เพราะเราสามารถ เข้าใจในทุกๆถ้อยคำกันได้อย่างดีอยู่แล้ว เพียงแต่อยากจะบอกเล่าให้ฟังและเป็นข้อสังเกตุนะครับว่า ทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในงานชุดนี้ ตั้งใจทำกันแค่ไหน อย่างไร ผสมผสานดนตรีต่างชาติ ต่างภาษาได้อย่างดีเยี่ยมหรือไม่ นักดนตรีคนไทยคนหนึ่ง ที่หายใจเข้าออก เป็นดนตรีแบบที่เค้ารักนั้น สามารถส่งความรู้สึกถึงเราๆได้แค่ไหน ผมอยากให้ลองเปิดโอกาสให้ตัวคุณเองครับ ผมเชื่อว่าคุณๆจะเป็นเหมือนผม คือ เห็นเป็นไม่ได้ ต้องหยิบมาฟัง

 

SONY DSC

ผมล่องลอยไปกับบรรยากาศเก่าๆ คุ้นๆ เดิมๆ ของร้าน Ad’Here เสียงผู้คนพูดคุย สนทนา หัวเราะถูกใจในบทเพลงที่ นักดนตรีประจำและขาจร บรรจงเล่นให้อย่างไม่ยั้งฝีมือ เสียงเป่าปาก ตบมือ ชนแก้ว หรือแม้กระทั่ง ชนขวด ทำให้ผมอมยิ้มได้ราวกับว่าได้ไปนั่งอยู่ที่นั่นจริงๆในตอนนี้…จะตำหนิผมก็ยอมครับที่ผมละเมอ เพ้อพก ไปกับภาพความประทับใจในวันเก่าๆที่เคยคุ้นชิน แบบไม่ปิดบัง โถๆๆ จะให้ผมหวงความรู้สึกดีๆแบบนี้ไว้คนเดียวได้ไง? รอยยิ้มถึงมันจะเป็นของฟรี ที่ใครๆก็มีได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้ใช้คนเดียวมั้งครับ ชาวบลูส์ เค้าจะว่าผมได้ ไม่เชื่อก็ลองดูครับ ร้านเปิดทุกวัน…..เจอกันเล่มหน้าครับ.