500 days of Summer>>>ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ


500 days of Summer>>>ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ

By: 777

 

hatedmovies8

 

            “This is not a love story but this is a story about love” ประโยคนี้ทำให้ผมตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะหยิบแผ่น DVD เรื่องนี้   เพื่อมาเขียนเป็นบทวิจารณ์ในมุมมองส่วนตัว ผู้อ่านบางท่านอ่านจะคิดว่า– หนังมันเก่าแล้ว ตั้งแต่ปี 2009 ไม่เห็นจะมีอะไรโดดเด่นเลย – ใช่ครับ!!! มันไม่โดดเด่น แต่ไม่ธรรมดาถ้ามองกันให้ลึกซึ้งจริงๆภาพยนตร์ที่กล้าใช้ประโยคโปรยแบบนี้ต้องมีอะไรดีแน่นอน ผู้สร้างจึงกล้าบอกตรงๆกับเราว่า “นี่ไม่ใช่หนังรักนะ แต่เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ” ไหนๆบทความของ What’s up team ในเล่มนี้(โดยเฉพาะ What’s that mean?) ก็มาทางเดียวกันหมดแล้ว เหตุไฉนผมจะเปลี่ยน *** ฟีลลิ่ง *** ให้มันยุ่งยากล่ะครับ ภาพยนตร์แนวนี้ล่ะถนัดสุดแล้วจริงๆ ถ้าไม่เชื่อก็ลองอ่านดูสิครับ…

936full-(500)-days-of-summer-screenshot

 

              500 days of summerเป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก+ดราม่า+คอมเมดี้ ที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักสองคน คือ พระเอก –ทอมแฮนเซ่น รับบทโดย โจแซฟกอร์ดอน เลวิตต์ และ นางเอก – ซัมเมอร์ รับบทโดย โซอีย์เดสชาแนล นอกจากนั้นในส่วนของการเกริ่นนำเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญๆของเรื่องผู้กำกับ มาร์ค เว็บบ์( จากThe amazing Spiderman) จะใช้ Narrator หรือ ผู้บรรยาย ซึ่งเปรียบได้กับบุคคลที่สาม ที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดมาบอกหรืออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมให้กับผู้ชมอย่างเราๆเข้าใจอะไรๆได้ง่ายขึ้น (Foreshadow – ลางบอกเหตุ)อย่างเช่น ประโยคเกริ่นก่อนเริ่มเรื่องราวทั้งหมดที่ว่า“ You should know up front, this is not a love story ”ถ้าสังเกตดีๆจะรู้เลยตั้งแต่ต้นว่าจะจบแบบ Happy ending รึเปล่า? ส่วนการเรียงลำดับเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วย Timeline ที่ไม่แน่นอน เป็นส่วนที่ผมชอบมากที่สุด มีทั้ง Flashback ย้อนกลับไปในวันแรกที่ทั้งคู่เจอกัน ต่อมาอาจจะกระโดดไปวันที่ 290 แล้วย้อนกลับมาวันที่ 20 กว่าๆ สลับไปมาทำให้ดูไม่น่าเบื่อเหมือนภาพยนตร์ทั่วไปที่ไม่เริ่มจาก 1 ไป 100 ก็ย้อนจาก 100 มาสู่ 1 ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังมีการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องด้วยการใช้สัญลักษณ์ (Symbolic) ตัวอย่างก็ไม่ต้องมองไปไหนไกล Summer ชื่อของนางเอก แปลตรงตัวคือ ฤดูร้อน ซึ่งคาแรกเตอร์ของตัวละครตัวนี้ ทั้งความแปรปรวนของอารมณ์ (มีบุคลิกที่ดูเป็นคนสงบ – เรียบร้อย – เข้าถึงยาก   แต่ก็มีบุคลิกห่ามๆ – เป็นมิตร – รักสนุก) และความร้อนแรงของการแสดงออก(จูบพระเอกตอนถ่ายเอกสารในออฟฟิศ -*-) และ สื่อได้ตรงตามลักษณะของสิ่งที่นำมาเป็นสัญลักษณ์แทนได้ลงตัวมาก ยิ่งไปกว่านั้นในบทพูดของตัวละครยังมี “Irony – การเสียดสีสังคม”อยู่เต็มไปหมด โดยที่เนื้อเรื่องของหนังก็น่าสนใจไม่แพ้กัน พระเอกประกอบอาชีพเป็นนักเขียนบัตรอวยพร แม้ว่างานที่ทำอยู่จะไม่ตรงกับสายสถาปนิกที่ตัวเองเรียนจบมาก็ตาม และเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องของความรักว่า ถ้าไม่ได้พบกับคนที่ “ใช่” เขาจะไม่มีวันมีความสุขในเรื่องนี้ได้ ส่วนนางเอกเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้านายในบริษัทเดียวกันนั้นไม่เชื่อในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ทั้งคู่มีความเหมือนกันตรงที่มีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ และ ความชอบบางอย่างที่คล้ายๆกัน แต่การแสดงออก และ ความคิด คือสิ่งที่ทั้งคู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แล้วเมื่อทั้งคู่มาพบกัน ทอมตกหลุมรักซัมเมอร์ตั้งแต่แรกเห็น พร้อมกับคิดไปว่าเธอคือคนที่ ใช่ สำหรับเขา ส่วนซัมเมอร์นั้น ชอบ ทอม แต่ไม่ต้องการจะเป็น แฟน เพราะว่าตัวเองไม่อยากรู้สึกอึดอัดกับความสัมพันธ์ที่ผูกมัด ไม่ให้สามารถใช้ชีวิตอิสระได้ตามที่ใจต้องการ ต่อมาเมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปเรื่อยๆ ทำให้ทั้งสองได้สัมผัสกับรสชาติของความรักครบทุกรสตั้งแต่หวานสุดไปจนขมสุดก็ว่าได้   แต่พอเข้าช่วงวิกฤติของความสัมพันธ์ ฝ่ายที่อาการหนัก คือ ทอม เพราะว่า จดจำฝังใจแต่สิ่งดีๆของ ซัมเมอร์ แล้วยิ่งประสบปัญหานี้ในวัยทำงานย่อมมีผลกระทบกับชีวิตไปซะหมด มากกว่านั้นบุคลิกที่ชอบซ่อนความรู้สึกตัวเองไว้ เพราะความขี้กลัวของตัวเอง โดยชอบแสดงท่าทีออกมาแบบคนปากไม่ตรงกับใจ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่เฉลยตอนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอนท้ายนั่นเอง

 

zooey-deschanel-500-days-of-summer-zooey-deschanel-21079861-1280-534

              ภาพยนตร์ทุกเรื่องย่อมวัดความสำเร็จกันที่ รายได้ และ รางวัล สำหรับ 500 days of Summer ผ่านฉลุยทั้งสองเกณฑ์การตัดสิน แต่กลับไม่ค่อยจะมีกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทยสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาผ่านไปคนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก็บอกกันปากต่อปากว่าเป็นหนังดี ซึ่งกว่าจะรู้ในวงกว้างมันก็ยากมากที่จะหาแผ่นมาชม ตัวผมเองกว่าจะได้แผ่น DVD เรื่องนี้มาในครอบครองอีกครั้งก็ตามหาซะแทบรากเลือดเช่นกัน เพราะ แผ่นเก่าถูกกระแสน้ำท่วมพัดหายไปไหนก็ไม่ทราบได้   อย่างน้อยที่สุดผมกล้ารับประกันท่านผู้อ่านได้เลยว่า เป็นภาพยนตร์ที่คุ้มค่าในการหามาครอบครอง อย่างแน่นอน ขอทิ้งท้ายด้วยคำคมของพระเอกของเรื่องสักประโยคละกันนะครับ

 

500daysofsummer_sidnancy_hd

 

Tom: “People buy cards ’cause they can’t say how they feel, or they’re afraid to.”

คนเราซื้อการ์ดอวยพรต่างๆให้แก่กัน ก็เพราะ ไม่สามารถพูดออกมาตรงๆได้ว่าพวกเขารู้สึกยังไง หรือ ไม่ก็กลัวที่จะพูดออกมา