รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (1)

รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (1)

อ.ธนากร (ชูเกียรติ) จันทรานี

 

เนื้อหา                  

  1. ระบบเสียงโฮมยุคแรก
  2. อุปกรณ์เสริมระบบเสียงโฮมชิ้นแรก
  3. อุปกรณ์เสริมระบบเสียงโฮมชิ้นที่สอง
  4. จุดเริ่มเกิดเอวี รีซีฟเวอร์
  5. คุณสมบัติเอวี รีซีฟเวอร์ยุคแรก
  6. THX ปัจจัยเร่งการโตตลาดเอวี รีซีฟเวอร์
  7. เราได้อะไรจาก THX เอวี รีซีฟเวอร์?

เอวี รีซีฟเวอร์เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่คั่นอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างแหล่งสัญญาณกับอุปกรณ์สร้างภาพและเสียง จึงมีอิทธิพลต่อคุณภาพของภาพและเสียงที่ได้จากซิสเต็มโฮมเธียเตอร์เป็นอย่างมาก แม้ใช้แหล่งสัญญาณและอุปกรณ์สร้างภาพเสียงคุณภาพสูงมากเพียงใด ถ้าใช้เอวี รีซีฟเวอร์คุณภาพต่ำหรือไม่เข้าใจคุณสมบัติและวิธีใช้งานได้ดีพอ ประสิทธิภาพของซิสเต็มโฮมเธียเตอร์จะถูกบั่นทอนลดลงอย่างน่าตกใจเปรียบเสมือนผู้ใช้ซิสเต็มเสียงไฮเอนด์ที่เสียดายเงินค่าสายซื้อใช้เพียงสายราคาถูกเพราะคิดว่ามีอุปกรณ์ดีซะอย่าง เสียงที่ได้จากแหล่งสัญญาณคุณภาพสูงก็ไปตกม้าตายอยู่แถวสายสัญญาณและสายลำโพงเดินทางไปไม่ถึงลำโพง นี่เป็นประสบการณ์จริงที่เล่าให้ฟังอย่างไม่อายสมัยผู้เขียนเริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆ เพื่อเตือนใจด้วยความปรารถนาดี ตลอดระยะเวลาที่ผลิตจำหน่ายมานานกว่ายี่สิบปีนอกเหนือไปจากการปรับเสริมเติมแต่งประสิทธิภาพเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหวังผลทางการตลาดแล้ว เอวี รีซีฟเวอร์ ได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นนัยสำคัญหลายครั้งเพื่อให้สามารถรองรับคุณสมบัติของสื่อชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายหลังและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต เนื้อหาบทความนี้จะแนะนำให้รู้จักคุณสมบัติและวิธีใช้งานเอวี รีซีฟเวอร์แต่ละยุคให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ผู้อ่านได้ไตร่ตรองพิจารณาดูว่าได้ใช้งานเอวี รีซีฟเวอร์ที่มีอยู่ได้เต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง?

 

 

รูปที่ 1

 

รูปที่ 1 อุปกรณ์หลักซิสเต็มโฮมเธียเตอร์

 

  1. ระบบเสียงโฮมยุคแรก

เอวี รีซีฟเวอร์ (AV Receiver) เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อช่วงยุคกลางของเลเซอร์ดิสก์ พัฒนามาจากรีซีพเวอร์ (Receiver) เครื่องรับวิทยุแบบมีจุดรับเข้าเสียงสเตอริโอบรรจุเครื่องขยายเสียงกำลังวัตต์สูงอยู่ภายในที่ใช้เป็นอุปกรณ์ระบบเสียงของเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ยุคต้นที่วางจำหน่ายเมื่อต้นทศวรรษ 80s ใช้ระบบเสียงสเตอริโอจึงต่อใช้งานไม่ยุ่งยากซับซ้อน มีเพียงจุดส่งออกภาพอะนาลอกแบบคอมโพสิตวิดีโอที่ใช้ซอคเก็ตแบบ RCA สีเหลืองเพียงจุดเดียวสำหรับต่อไปเข้าจุดรับภาพอะนาลอกคอมโพสิตวิดีโอที่เครื่องรับโทรทัศน์และมีจุดส่งอออกเสียงอะนาลอกสเตอริโอเป็นซอคเก็ตแบบ RCA สองชุดสีขาวกับสีแดงสำหรับต่อไปเข้าจุดรับเสียงที่รีซีพเวอร์, ปรีแอมป์ของซิสเต็มเสียงแบบแยกชิ้นปรี-เพาเวอร์หรืออินทีเกรทแอมป์ก็ดูหนังฟังเพลงได้อย่างมีความสุขแล้วสำหรับยุคนั้น

 

 

รูปที่ 2

 

รูปที่ 2 วิธีต่อร่วมระบบชุดโฮมยุคต้น

  1. อุปกรณ์เสริมระบบเสียงโฮมชิ้นแรก

หลังเลเซอร์ดิสก์วางจำหน่ายได้ราวสองปี ดอลบี้แล็บ (Dolby Labs) ผู้พัฒนาระบบเสียงโอบล้อมหรือระบบเสียงเซอราวด์บันทึกในฟิล์มภาพยนตร์ได้พัฒนาระบบเสียงเซอราวด์สำหรับใช้กับเลเซอร์ดิสก์เรียกระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์ ทำให้เริ่มมีการผลิตหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ที่เรียกว่าเซอราวด์โปรเซสเซอร์ (Surround Processor) หรือดอลบี้เซอราวด์โปรเซสเซอร์ (Dolby Surround Processor) ออกวางจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับต่อร่วมกับซิสเต็มเสียงสเตอริโอที่ใช้อยู่เดิมเพื่อสร้างสนามเสียงโอบล้อมด้านหลังด้วยลำโพงเซอราวด์ (Surround Speaker) ที่เพิ่มขึ้นมาอีกสองตู้ตั้งไว้ทางด้านหลังของผู้ชมเสริมกับสนามเสียงด้านหน้าที่สร้างจากลำโพงหน้าซ้ายขวาเดิม แต่ประสิทธิภาพที่ได้ยังไม่โดนใจนักเล่นยุคนั้นมากนัก ดอลบี้เซอราวด์โปรเซสเซอร์ยุคแรกจึงไม่ได้รับความสำเร็จทางการตลาดเท่าที่ควร

รูปที่ 3

รูปที่ 3 วิธีเข้ารหัสเสียง 4 แชนแนลเป็น 2 แชนแนล แบบอะนาลอกเมตริกซ์ของระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์

หน่วยเข้ารหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ (Dolby Surround Encoder) รับเข้าสัญญาณเสียงอะนาลอกจำนวน 4 แชนแนล ได้แก่สัญญาณเสียงแชนแนลหน้าซ้าย (L) ,แชนแนลหน้าขวา (R) , แชนแนลเซ็นเตอร์ (C) และแชนแนลเซอราวด์ (S) นำมารวมกันแบบเมตริกซ์เพื่อยุบให้เหลือเป็นสัญญาณสองแชนแนล ได้แก่สัญญาณรวมแชนแนลซ้าย (L total signal) ใช้ตัวย่อ Lt กับสัญญาณรวมแชนแนลขวา (R total signal) ใช้ตัวย่อ Rt แล้วบันทึกลงในร่องเสียงสเตอริโอเดิมของเลเซอร์ดิสก์ สัญญาณเสียงแชนแนล C ที่ได้จากไมโครโฟนที่ตั้งรับเสียงตรงกลาง ถูกลดขนาดให้ต่ำลง -3dB แล้วส่งไปรวมกับเสียงแชนแนล Rและ L ส่วนแชนแนลเสียง S (เซอราวด์) ที่ได้จากไมโครโฟนรับเสียงด้านหลังที่มีเพียงแชนแนลเดียว (Mono) จะถูกลดช่วงแถบความถี่ให้เหลือระหว่าง 100Hz-7kHz แล้วเข้ารหัสลดสัญญาณรบกวน Dolby B และลดขนาดลง -3 dB แล้วส่งแยกไปสองทางเพื่อเลื่อนเฟสให้เร็วขึ้น +90 องศากับเลื่อนเฟสให้ช้าลง -90 องศา สัญญาณS +90˚ ส่งไปรวมกับเสียงแชนแนลซ้ายที่มีสัญญาณ C รวมอยู่ 70% เพื่อสร้างเป็นสัญญาณ Lt บันทึกลงร่องเสียงอะนาลอก FM แชนแนลซ้ายของเลเซอร์ดิสก์ สัญญาณ S-90˚ถูกส่งไปรวมกับเสียงแชนแนลขวาที่มีสัญญาณ

C รวมอยู่ 70% สร้างเป็นสัญญาณ Rt แล้วบันทึกลงร่องเสียงอะนาลอก FM แชนแนลขวา ของเลเซอร์ดิสก์

 

 

รูปที่ 4

 

รูปที่ 4 วิธีต่อร่วมระบบซิสเต็มเสียงโฮมเธียเตอร์กับหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์แบบอะนาลอกเมตริกซ์

 

หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ใช้ต่อคั่นอยู่ระหว่างเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์กับซิสเต็มเสียง โดยรับสัญญาณเสียงแชนแนลRt และ Lt ที่เครื่องเล่นอ่านจากเลเซอร์ดิสก์ซาวด์แทร็คระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์แล้วถอดรหัสแยกออกเป็นสัญญาณเสียงแชนแนล R, L, C, และ S สัญญาณแชนแนล L และ R จะส่งออกไปให้สเตอริโอแอมป์ชุดเดิมขยายส่งขับลำโพงหน้าซ้ายขวา ส่วนสัญญาณแชนแนล C และ S จะส่งให้ สเตอริโอแอมป์ที่ซื้อเพิ่มใหม่อีกหนึ่งชุดขยายส่งขับลำโพง เซ็นเตอร์ (C) และเซอราวด์ (S ) ระบบเสียงเซอราวด์ยุคแรกไม่นิยมต่อแชนแนล C เพราะจะเกิดผลกระทบทำให้ความกว้างสนามเสียงด้านหน้าลดลงอย่างมาก จึงใช้เพียงลำโพงชุดเซฮราวด์สองตู้ไว้ทางด้านหลังเท่านั้น หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์แบบบรรจุแอป์ที่ผลิตออกวางจำหน่ายจึงใช้เพียงชุดเดียวและไม่มีจุดต่อลำโพงเซ็นเตอร์

 

รูปที่ 5

 

 

รูปที่ 5 อุปกรณ์เสริม Pioneer VSP-555 Dolby Surround Processing Amp ภายในบรรจุหน่วยถอดรหัสดอลบี้เซอราวด์และแอมป์กำลังต่ำ 1 ชุด วางจำหน่าย ปีค.ศ.1990

  1. อุปกรณ์เสริมระบบเสียงโฮมชิ้นที่สอง

ปีค.ศ. 1985 แผนกวิจัยและพัฒนาของยามาฮ่าคอร์ปอเรชั่น (Yamaha Corporation) ได้พัฒนาชิพประมวลผลสร้างสนามเสียงจำลองเรียกชื่อทางการค้าว่า Digital Soundfield Processor ใช้ตัวย่อ DSP จำลองเสียงบรรยากาศให้กับระบบเสียงสเตอริโอในลักษณะสนามเสียงโอบล้อมที่สร้างจากแชนแนลเสียงจำนวน 6 แชนแนล ได้ 16 แบบ เช่น คอนเสิร์ตฮอลล์, สนามกีฬา, แจ๊สคลับหรือโบสถ์เป็นต้น ผู้ฟังสามารถปรับลักษณะเสียงได้ตามรสนิยมที่แตกต่างกันไป เช่นเสียงก้องสะท้อนแบบรีลไทม์และโทนเสียง ยามาฮ่าคอร์ปอเรชั่น ได้ผลิตอุปกรณ์แยกชิ้นบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ที่มีระบบซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นแรกต้นตระกูลซีรีส์ Natural Sound รุ่น DSP-1 ที่ยามาฮ่าเรียกว่า Natural Sound Digital Sound Field Processor DSP-1 ออกวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ปีค.ศ. 1986 ราคาจำหน่ายคิดเป็นค่าเงินไทยปัจจุบันก็ราวหนึ่งแสนบาทหย่อนนิดๆ หลังจากนั้นระบบซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์ของยามาฮ่าได้ถูกนำไปใช้กับสเตอริโออินทีเกรทแอมป์และ เอวี รีซีฟเวอร์ที่ผลิตโดยยามาฮ่าเองและของบริษัทต่างๆ อย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

 

รูปที่ 6

 

รูปที่ 6 หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์และซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์ DSP-1 ของยามาฮ่า

 

  1. จุดเริ่มเกิดเอวี รีซีฟเวอร์

ปีค.ศ. 1987 ดอลบี้แล็บได้ทำการปรับปรุงหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ใหม่โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเรียกชื่อใหม่ว่าหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้โปรโลจิค ( Dolby Pro Logic Decoder) มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์เดิมมาก สามารถต่อใช้งานลำโพงเซ็นเตอร์ได้โดยไม่มีผลกระทบต่อสนามเสียงด้านหน้า ได้อัตราส่วนการแยกแชนแนลได้สูงกว่าเดิมมากจากเดิมมีอัตราส่วนการแยกแชนแนลเพียง 3dB เพิ่มเป็นมากกว่า 25 dB จึงได้สนามเสียงที่มีขอบเขตกว้างกว่าเดิมมากมีจุดต่อสับวูฟเฟอร์ ทำให้ผู้ผลิตเครื่องใช้อิเลคทรอนิคส์ในบ้านพากันตื่นตัว เริ่มผลิตอุปกรณ์ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ออกจำหน่ายหลากหลายมากขึ้น เช่นเครื่องถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิคและซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์แบบแยกชิ้น (Dolby Pro Logic/Sound Field Precessor) มีจุดส่งออกแชนแนลเสียงเซอราวด์ แชนแนลเสียงเซ็นเตอร์และจุดต่อสับวูฟเฟอร์ สำหรับต่อร่วมกับซิสเต็มเสียง ,อินทีเกรทแอมป์แบบมีหน่วยสร้างสนามเสียงจำลอง (Digital Sound Field Amplifier) และ รีซีพเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่บรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้โปรโลจิคซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์อยู่ภายในมีแอมป์ขยายครบทุกแชนแนลเสียงพร้อมทั้งมีจุดรับเข้าส่งออกภาพเรียกว่า ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ (Dolby Pro Logic A/V Receiver) ออกวางจำหน่าย ถือเป็นจุดเริ่มเกิดของเอวี รีซีฟเวอร์นับแต่นั้นมา

 

รูปที่ 7
รูปที่ 7 เปรียบเทียบคุณสมบัติด้านอัตราส่วนการแยกแชนแนลของดอลบี้เซอราวด์ (ซ้าย) กับดอลบี้โปรโลจิค (ขวา)

 

 

รูปที่ 8

รูปที่ 8 เครื่องหมายการค้าดอลบี้เซอราวด์ (ซ้าย) และดอลบี้โปรโลจิค (ขวา) ของดอลบี้แล็บ

 

 

 

 รูปที่ 9

 

รูปที่ 9 อุปกรณ์แยกชิ้นบรรจุหน่วยถอดรหัส ดอลบี้โปรโลจิคและซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์ (บน) , เอวี รีซีฟเวอร์บรรจุหน่วยถอดรหัส ดอลบี้โปรโลจิคและซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์ (กลาง) และอินทีเกรทแอมป์บรรจุหน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิคและซาวด์ฟิลด์โปรเซสเซอร์ (ล่าง) ที่วางจำหน่ายปีค.ศ. 1990

  1. คุณสมบัติเอวี รีซีฟเวอร์ยุคแรก

Dolby Pro Logic Receiver

เอวี รีซีฟเวอร์ยุคแรกเป็นรีซีพเวอร์ที่ประกอบด้วยส่วนจูนเนอร์เครื่องรับวิทยุ AM/FM , หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้โปรโลจิคบรรจุอยู่ภายใน ส่วนใหญ่มีเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังออกไม่เท่ากันบรรจุอยู่ 4 ชุด เพาเวอร์แอมป์ชุดกำลังออกสูงสองชุดสำหรับสัญญาณเสียงสองแชนแนลหน้าและ เพาเวอร์แอมป์ชุดกำลังออกต่ำสองชุดสำหรับเซ็นเตอร์และแชนแนลเซอราวด์ มีจุดรับเข้า/ส่งออกสัญญาณภาพอะนาลอกแบบคอมโพสิตวิดีโอเซอราวด์ เพื่อเลือกส่งสัญญาณภาพที่รับจากเครื่องเล่นผ่านออกไปเข้าทีวีมอนิเตอร์ ถ้าเป็นเครื่องรุ่นท็อปของบางบริษัทเช่น Pioneer VSX-D1S จะบรรจุเพาเวอร์แอมป์ไว้ 5 ชุด เพื่อใช้สองชุดสำหรับแชนแนลเซอราวด์และเพิ่มจุดรับเข้าส่งออกภาพอะนาลอกแบบเอสวิดีโอ (S-Video) ที่เริ่มมีการใช้งานกับเครื่องรับโทรทัศน์และเครื่องวิดีโอเทปแบบซุปเปอร์วีเอชเอส (S-VHS) ในช่วงนั้น เอวี รีซีฟเวอร์ยุคนั้นมีจุดรับเข้าส่งออกเสียงอะนาลอกสเตอริโอเพียงแบบเดียวยังไม่มีการใช้งานระบบเชื่อมต่อเสียงดิจิตอลแบบโคแอคเชียลและออปติคอล เพื่อให้มองเห็นภาพได้ดียิ่งขึ้นได้แสดงภาพจุดต่อสัญญาณด้านหลังและคุณสมบัติโดยรวมของ Pioneer VSX-D1S ให้เห็นไว้ในรูปที่ 10

 

 รูปที่ 10

 

รูปที่ 10 ภาพจุดต่อสัญญาณด้านหลังและสปคของเอวี รีซีฟเวอร์ยุคแรก Pioneer VSX-D1S

 

  1. THX ปัจจัยเร่งการโตตลาดเอวี รีซีฟเวอร์

 

 

รูปที่ 11 

 

 

รูปที่ 11 โลโก้ THX ที่ใช้ครั้งแรกกับโรงภาพยนตร์ปีค.ศ. 1983 และใช้ครั้งแรกกับอุปกรณ์ชุดโฮมที่วางจำหน่ายเมื่อปีค.ศ. 1994

 

THX เป็นคำย่อของ “ Tom Holman eXperiment ” ชื่อบริษัทในเครือสตูดิโอผลิตภาพยนตร์ Lucasfilm ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1983 เพื่อประกอบธุรกิจให้คำแนะนำปรึกษาวิธีการปรับปรุงคุณภาพของภาพและเสียงในโรงภาพยนตร์ เพื่อจุดประสงค์ให้ผู้ชมภาพยนตร์ได้ยินเสียงภายในโรงภาพยนตร์ได้ใกล้เคียงกับที่ซาวด์เอนจิเนียร์ ได้ยินจากมาสเตอร์ ขณะมิกซ์เสียงบันทึกลงฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเสร็จแล้วที่เรียกว่าโพสต์โพรดัคชั่น (Post Production) ในสตูดิโอของลูกัสฟิล์มที่ฟาร์มสกายวอล์คเกอร์ โรงภาพยนตร์ที่ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำและผ่านการประเมินคุณภาพแล้วได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมาย รับรองมาตรฐานด้านภาพเสียงของ THX ไว้ที่โรงภาพยนตร์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ชม

THX เริ่มเข้ามามีบทบาทกับอุปกรณ์ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ตั้งแต่เมื่อปีค.ศ. 1993 โดยใช้รูปแบบธุรกิจคล้ายกับที่เคยทำกับโรงภาพยนตร์ วิศวกรของบริษัทผู้ผลิตเครื่องอุปกรณ์ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ที่เข้าร่วมโปรแกรม THX จะทำงานร่วมกับทีมวิศวกรของ THX เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติได้ตามมาตรฐานที่ THX กำหนดไว้ ขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรมบริษัทผู้ผลิตต้องส่งเครื่องตัวอย่างไปให้แผนก THX ของ Lucasfilm ทำการทดสอบ เครื่องที่ผ่านกระบวนการทดสอบจะได้รับการรับรองและอนุญาตให้นำโลโก้ THX ไปใช้เพื่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ได้โดยโรงงานผู้ผลิตต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับทาง Lucasfilm ตามจำนวนเครื่องที่ผลิต อุปกรณ์ชุดโฮมเธียเตอร์ชิ้นแรกที่ผลิตตามโปรแกรม THX เป็น ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ของออนเกียว วางจำหน่ายเมื่อปีค.ศ. 1994 และชิ้นที่สองเป็นลำโพงชุดโฮมเธียเตอร์ของออนเกียวเช่นกันวางจำหน่ายเมื่อปีค.ศ. 1995 หลังจากนั้นทีมวิศวกรของ THX ก็งานเข้าต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเพื่อทำโปรแกรมให้กับบริษัทต่างๆ หลายบริษัทที่ทยอยกันนำเครื่องอุปกรณ์ชุดโฮมมาเข้าโครงการนี้และยังคงทำกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันถึงแม้ว่ากระแสจะเริ่มแผ่วไปแล้วก็ตาม

 

 

รูปที่ 12

 

รูปที่ 12 ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ของออนเกียวรุ่นแรก TX-SV919THX ที่ได้รับการรับรองจาก THX

 

 

 รูปที่ 13

 

รูปที่ 13 ลำโพงชุดโฮมเธียเตอร์ของออนเกียวรุ่นแรก THX SYS-1 ที่ได้รับการรับรองจาก THX

  1. เราได้อะไรจาก THX เอวี รีซีฟเวอร์?

สิ่งที่ผู้ซื้อได้ประโยชน์จาก THX ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ คือผลผลิตที่ได้จากความร่วมมือกันระหว่างทีมวิศวกรของบริษัทผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และทีมวิศวกรของTHX ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาพและเสียงภาพยนตร์ เพื่อจุดประสงค์สร้างเสียงออกมาได้ใกล้เคียงกับที่ได้ยินในโรงภาพยนตร์มาตรฐาน THX โดยเอวี รีซีฟเวอร์ที่มีโลโก้ THX ต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

7-1. คุณสมบัติพี้นฐานตามมาตรฐาน THX ได้แก่

Re-equalization วิธีชดเชยความแตกต่างด้านความสมดุลโทนเสียงแหลมของซาวด์แทร็ค ฟิล์มภาพยนตร์ที่บันทึกยกระดับความดังเสียงแหลมไว้มากกว่าปกติเพื่อชดเชยการสูญเสียที่ต้องยิงเสียงแชนแนลหน้าผ่านจอภาพยนตร์ ด้วยการปรับลดระดับความดังเสียงแหลมให้ต่ำลงเหมาะสมกับการฟังภายในบ้านผ่านทางลำโพงชุดโฮมเธียเตอร์ที่ยิงเสียงมายังผู้ชมโดยตรง

Surround Decorrelation ปรับปรุงคุณภาพเสียงแชนแนลเซอราวด์ของระบบเสียง ดอลบี้เซอราวด์ ให้ดีขึ้นด้วยวิธีปรับลดความเป็นระบบเสียงโมโนของแชนแนลเสียงเซอราวด์ทั้งสองให้น้อยลงด้วยการปรับเลื่อนเฟสเสียงช่วงเสียงกลางกับเสียงแหลมให้มีความแตกต่างกันเล็กน้อยเพื่อทำให้มีการกระจายสนามเสียงครอบคลุมได้เป็นบริเวณกว้างขึ้น

Timbre Matching ชดเชยบุคลิกเสียงที่แตกต่างกันระหว่างชุดลำโพงด้านหน้ากับลำโพงเซอราวด์ให้มีความใกล้เคียงกันเพื่อทำให้เสียงที่เคลื่อนตัวจากด้านหน้าไปด้านหลังหรือจากด้านหลังไปด้านหน้ามีบุคลิกไปในแนวเดียวกัน

Bass Management กระบวนการ THX บรรจุครอสโอเวอร์เน็ตเวอร์ค (Crossover network) ไว้ในเอวี รีซีฟเวอร์เพื่อทำหน้าที่แยกความถี่เสียงต่ำตั้งแต่ 80เฮิตซ์ (80Hz) ลงไปออกจากเสียงแชนแนลซ้าย (L) , แชนแนลเซ็นเตอร์ (C) และแชนแนลขวา (R) ส่งไปออกทางจุดส่งออกสับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) เพื่อให้สับวูฟเฟอร์ที่ต่อร่วมระบบทำหน้าที่แทนหน่วยขยายเสียงแชนแนลหน้าทั้งสามทำให้สามแชนแนลหน้าสร้างสนามเสียงด้านหน้าได้กว้างมากขึ้น ตำแหน่งเสียงนิ่งสนิท และสร้างรายละเอียดเสียงให้ได้ยินมากขึ้น

7-2. เพาเวอร์แอมป์ประสิทธิภาพสูงเกินมาตรฐาน

          THX กำหนดประสิทธิภาพของเพาเวอร์แอมป์ที่บรรจุอยู่ใน THX ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ ไว้ให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ใช้อยู่ในเอวี รีซีฟเวอร์ทั่วไปดังนี้

ใช้เพาเวอร์แอมป์ แบบแยกอิสระ 5 ชุด (ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ ทั่วไปใช้เพียง 4 ชุด ) สามชุดสำหรับสามแชนแนลหน้าและ สองชุดใช้สำหรับสำหรับแชนแนลเสียงเซอราวด์แชนแนลซ้ายและขวาที่ถูกทำให้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเล็กน้อย (ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ ทั่วไปใช้เพาเวอร์แอมป์แชนแนลเซอราวด์เพียงชุดเดียว )

เพาเวอร์แอมป์มีอัตรากำลังออกสูง THX กำหนดให้อัตรากำลังออกของ เพาเวอร์แอมป์สามแชนแนลหน้าของ THX ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ ต้องไม่ต่ำกว่า 80 วัตต์ต่อแชนแนลเมื่อขับลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ 8 โอห์ม และเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้กับแชนแนลเสียงเซอราวด์ต้องมีกำลังออกไม่ต่ำกว่า 50 วัตต์ต่อแชนแนลเมื่อขับลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ 8 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์มีค่ากำลังสำรองสูง เนื่องจากมีการผลิตลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ต่ำกว่า 8 โอห์มออกจำหน่ายซึ่งลำโพงเหล่านี้จะดึงกระแสจากเพาเวอร์แอมป์มากทำให้เพาเวอร์แอมป์ต้องทำงานหนัก THX จึงกำหนดประสิทธิภาพของเพาเวอร์แอมป์ทุกแชนแนลให้มีค่ากำลังสำรองสูงสามารถต่อร่วมกับลำโพงค่าอิมพีแดนซ์ต่ำ ถึง 3.2 โอห์มได้ โดย สามแชนแนลหน้าต้องสามารถขับกำลังออกได้แชนแนลละ 211 วัตต์ที่โหลด 3.2 โอห์มและแชนแนลเซอราวด์ต้องขับกำลังออกได้แชนแนลละ 125 วัตต์ที่โหลด 3.2 โอห์ม

          และทั้งหมดข้างต้นก็คือสิ่งที่ผู้ซื้อจะได้จากดอลบี้โปรโลจิกเซอราวด์เอวี รีซีฟเวอร์ที่มีโลโก้ THX ซึ่งมีราคาแพงกว่าดอลบี้เซอราวด์โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ธรรมดาทั่วไปพอสมควรซึ่งแน่นอนว่าจากราคาค่าตัวที่สูงขึ้นนี้ส่วนหนึ่งสำหรับจ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ของโลโก้ THX ครับผม