รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (6) จบ…

รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (6) จบ…

                                                                   อ.ธนากร (ชูเกียรติ)   จันทรานี

                                                                                   

เนื้อหา        

  1. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2009-2010
  2. ทำความรู้จัก Dolby Pro Logic IIz
  3. ทำความรู้จัก Audyssey DSX
  4. วิธีจัดวางลำโพงระบบ 5.1, 6.1, 7.1, 10.2 และ 11.2 แชนแนล
  5. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2010-2011
  6. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2011-2012
  7. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2012-2013
  8. ทำความรู้จัก DTS Neo:X
  9. ทำความรู้จักไฟล์เสียงดิจิตอลแบบต่างๆ

 

 

  1. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2009-2010

จุดเด่นของ HD เอวี รีซีฟเวอร์ที่ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2009 คือบางแบรนด์เริ่มมีการใช้ระบบประมวลผลสร้างสนามเสียงเสมือนจริงที่พัฒนาใหม่สองระบบได้แก่ Dolby ProLogic IIz พัฒนาโดยดอลบี้แล็บ และระบบ Audyssey DSX พัฒนาโดยออดีสซี่แล็บ ระบบแรก Dolby Pro Logic IIz นำสัญญาณเสียง 2-5.1 แชนแนลที่รับมาจากแหล่งสัญญาณชนิดต่างๆ มาสังเคราะห์ สร้างเป็นสนามเสียง 7.1 แชนแนลคล้าย Dolby Pro Logic IIx แต่แทนที่จะสร้างสนามเสียงด้านหลังด้วยแชนเนลเซอราวด์หลัง(Suround Back) สองแชนแนล Dolby Pro Logic IIz จะสร้างสนามเสียงแนวสูงด้วยแชนเนลเสียงตำแหน่งสูงหรือไฮ้ท์แชนแนล (Height Channel) เพิ่มขึ้นอีกสองแชนเนลส่งให้แอมป์ขยายขับลำโพงแชนเนลสูงสองตู้ที่ติดตั้งเพิ่มขึ้นวางอยู่เหนือลำโพงหน้าซ้ายและหน้าขวาสูงขึ้นไปประมาณ 3 ฟุต เสียงแชนแนลไฮ้ท์ที่มีความสัมพันธ์กับลำโพงสองแชนแนลหน้าจะทำงานประสานกันสร้างมิติเสียงด้านหน้าที่มีขอบเขตกว้างขวางมากขึ้นทั้งแนวระนาบแนวดิ่งและแนวลึกในลักษณะครึ่งทรงกลมสามารถสร้างตำแหน่งเสียงเกาะติดภาพต้นเสียงที่เคลื่อนตัวทางแนวดิ่งเช่นเครื่องบินขณะเทคออฟหรือขณะบินผ่านเหนือตำแหน่งชมได้สมจริงยิ่งขึ้น Onkyo เป็นรายแรกที่วางจำหน่ายเอวี รีซีฟเวอร์ TX-SR607 ที่บรรจุระบบสร้างสนามเสียงเสมือนจริง   Dolby ProLogic IIz ออกวางจำหน่ายเมื่อไตรมาสแรกของปีค.ศ. 2009

 

 Onkyo TX-SR607

รูปที่ 1 Onkyo TX-SR607

 

Audyssey DSX (Dynamic Surround Expansion) มีจุดประสงค์เพิ่มประสิทธิภาพระบบเสียง 5.1 แชนแนลด้วยการสังเคราะห์เพิ่มความกว้างสนามเสียงด้านหน้าเสียงทั้งด้านสูงและด้านกว้าง ด้วยการเพิ่มแชนแนลเสียงด้านสูงหรือไฮ้ท์แชนแนล(Height Channel) ด้านซ้ายและขวาสองแชนแนล แชนแนลเสียงด้านกว้างหรือไวด์แชนแนล (Wide Channel) ด้านซ้ายและขวารวมเป็นสองแชนแนล แชนแนลเสียงเซอราวด์แบ๊คสองแชนเนลและใช้ซับวูฟเฟอร์สองชุดรวมเป็นแชนแนลเสียงทั้งหมด 11.2 แชนแนล Denon เป็นรายแรกที่วางจำหน่าย HD เอวี รีซีฟเวอร์ระบบเสียง 7.1 แชนเนลที่มีระบบ Audyssey DSX และ Dolby Pro Logic IIz รุ่น AVR-4310CI ในสหรัฐอเมริกาเมื่อกลางไตรมาสที่สองของปีค.ศ. 2009 ราคาจำหน่าย  1,999 US$   เอวี รีซีฟเวอร์บรรจุระบบ Audyssey DSX ที่วางจำหน่ายกลางปีค.ศ. 2009 ยังไม่สามารถใช้งานแชนแนลเสียงได้ครบทุกแชนแนล ถ้าเป็น HD เอวีรีซีฟเวอร์ระบบเสียง 7.1 แชนแนล ทำได้เพียงต้องกำหนดเลือกใช้แชนแนลเซอราวด์แบ๊ค, แชนแนลไฮ้ท์หรือแชนแนลไวด์แชนแนลใดแชนแนลหนึ่งเท่านั้นและต่อลำโพง เซอราวด์แบ๊ค, ไฮ้ท์หรือไวด์ เข้าที่ขั้วต่อลำโพงเดียวกันแล้วเลือกเมนูกำหนดการใช้งานว่าใช้งานเป็นแชนแนลเซอราวด์แบ๊ค, แชนแนลไฮ้ท์หรือแชนเนลไวด์ แต่ถ้าเป็นHD เอวีรีซีพเวอร์ระบบเสียง 9.2 แชนเนลรุ่นใหญ่ของบางบริษัทเช่น Onkyo TX-NR5007 และ Denon AVR-4810 ที่วางจำหน่ายหลังไตรมาสที่สองของปีเดียวกันนี้จะเลือกเพิ่มได้เป็นสองแชนแนลที่กำหนดใช้งานได้เป็นแชนแนลเซอราวด์แบ๊คกับแชนแนลไฮ้ท์,แชนแนลเซอราวด์แบ๊คกับแชนแนลไวด์หรือใช้งานแชนแนลไฮ้ท์กับแชนแนลไวด์ได้พร้อมกัน

  Denon AVR-4810CI

รูปที่ 2 Denon AVR-4810CI 9.2 ch เอวี รีซีฟเวอร์

 

คุณสมบัติเล่นไฟล์เสียงดิจิตอลจาก USB ธั๊มไดร้พ์ของเอวี รีซีฟเวอร์ปี 2009-2010

ปีนี้บางแบรนด์เช่น เช่น Onkyo TX-NR5007 เพิ่มประสิทธิภาพการถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอลแบบบีบอัดไม่สูญเสียเช่น WMA Lossless, WAV และ FLAC ที่มีระดับความละเอียดเสียงสูงได้ถึง 96 kHz/24 bit

  1. ทำความรู้จัก Dolby Pro Logic IIz

Dolby Pro Logic IIz เพิ่มแชนแนลเสียงสูงด้านหน้าที่เรียกว่าฟร้อนต์ไฮต์แชนเนล(Front Height Channel) จำนวนสองแชนแนลประกอบด้วยแชนแนลสูงหน้าซ้าย (Lvh) และแชนแนลสูงหน้าขวา (Rvh) โดยอาจใช้วิธีเพิ่มจำนวนแชนแนลจากระบบเสียงเดิม 7.1 แชนเนลเป็นระบบเสียง 9.1แชนแนลหรือยังคงใช้เป็นระบบเสียง 7.1 แชนเนลโดยไม่ใช้งานแชนแนลเซอราวด์แบ๊คอย่างใดอย่างหนึ่ง

Dolby Pro Logic IIz ยังคงบรรจุคุณสมบัติทุกอย่างของ Dolby Pro Logic IIx ไว้ครบถ้วน เช่น อัพมิกซ์แชนแนลเสียงจากแหล่งเสียงสเตอริโอเป็น 3แชนแนล( L, C,R), 4แชนแนล( L, C, R, Ls, Rs) , 5.1แชนแนล(L, C, R, Ls, Rs,LFE), 6.1 แชนแนล(L, C, R, Ls, Rs, Cs,LFE)และ 7.1แชนแนล( L, C, R, Ls, Rs, Lrs, Rrs,LFE) อัพมิกซ์แชนแนลเสียงจาก 5.1 แชนแนลเป็น 7.1 แชนแนล* (Ls, Rs, Lvh, Rvh) หรือ 9.1แชนแนล (Ls, Rs, Lrs, Rrs, Lvh, Rvh) สนับสนุนการถอดรหัสเสียงโหมดดอลโปรโลจิก,เวอร์ช่วลคอมแพททิเบิ้ลโห, มิวสิกโหมด, เมตริกซ์โหมดและดอลบี้ดิจิตอลอีเอกซ์โหมด เป็นต้น

หมายเหตุ* ขณะใช้งานกับแหล่งเสียง 5.1 แชนแนล เพื่อเพิ่มขอบเขตสนามเสียงแนวสูงแชนแนลเสียงใช้งานจะมีเพียง Ls, Rs, Lvh และ Rvh เท่านั้นโดยใช้วิธีประมวลผลสร้างสนามเสียงแบบไม่มีทิศทางส่งให้ลำโพงแชนแนลเสียงสูงซ้ายและขวาด้านหน้าเพียงสองแชนแนล ส่วนแชนแนลเสียง L, C, R และ LFE จะถูกบายพาส

 

  1. ทำความรู้จัก Audyssey DSX http://www.addthis.com/bookmark.php?v=250 Audyssey DSX (Audyssey Dynamic Surround Expansion) เป็นระบบสร้างสนามเสียงจำลองพัฒนาโดย Audyssey Laboratories, Inc. เริ่มใช้งานกับเอวี รีซีฟเวอร์เมื่อปลายปีค.ศ. 2009 มีคุณสมบัติเหมือน Dolby Pro logic IIz ตรงความสามารถเพิ่มความกว้างขวางของสนามเสียงโอบล้อมให้มากขึ้นทางแนวสูงด้วยวิธีสังเคราะห์สร้างเสียงแชนแนลไฮต์จำนวนสองแชนแนลเช่นเดียวกัน สิ่งแตกต่างระหว่าง Audyssey DSX กับ Dolby Pro logic IIz ก็คือ นอกจากสามารถเลือกใช้โหมดขยายความกว้างสนามเสียงทางแนวสูง (Front Height Channel) ที่ประกอบด้วย แชนเนลสูงหน้าซ้าย (Lvh) และแชนแนลสูงหน้าขวา (Rvh) เหมือน Dolby Pro logic IIz แล้ว Audyssey DSX ยังสามารถเลือกใช้โหมดขยายความกว้างสนามเสียงด้านหน้าด้วยการเพิ่มแชนแนลขยายความกว้างด้านซ้าย(Left Wide Channel) และแชนแนลขยายความกว้างด้านขวา(Right Wide Channel) ขึ้นมาอีกสองแชนแนล โดยใช้แชนแนลเสียงเซอราวด์แบ๊คเพียงแชนแนลเดียวตั้งอยู่ทางด้านหลังผู้ชมและเพิ่มแชนแนลเสียงLFE สำหรับสับวูฟเฟอร์ขึ้นมาอีกหนึ่งแชนแนลเรียกรวมเป็นระบบขยายขอบเขตสนามเสียง 10.2 แชนแนล

Audyssey Laboratories, Inc. กำหนดให้ตำแหน่งลำโพงแชนแนลสูงด้านซ้ายและขวาอยู่ในระยะห่างจากลำโพงเซ็นเตอร์ทางแนวกว้างเป็นมุม +/- 45องศา และสูงกว่าลำโพงหน้าซ้ายและขวาเป็นมุมแนวตั้ง 45 องศาด้วยเช่นกัน ส่วนลำโพงแชนแนลกว้างด้านซ้ายและขวาต้องตั้งให้ตำแหน่งลำโพงอยู่ในระดับความสูงเท่ากับลำโพงคู่หน้าโดยทำมุมห่างจากลำโพงเซ็นเตอร์ +/- 60 องศาถึงแม้ Audyssey DSX ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้พร้อมกันทั้ง 10.2 แชนแนลแต่จนถึงปัจจุบัน (ค.ศ.2012) ยังไม่มีเอวี รีซีฟเวอร์แบรนด์ใดสามารถใช้งานได้เต็ม 10.2 แชนแนล ยังคงต้องเลือกใช้เพียงแชนแนลเพิ่มความกว้างสนามเสียงด้านกว้างหรือแชนแนลเพิ่มความกว้างสนามเสียงด้านสูงเพียงโหมดใดโหมดหนึ่งเท่านั้น

  1. วิธีจัดวางลำโพงระบบ 5.1, 6.1, 7.1, 10.2 และ 11.2 แชนแนล

 

 

 

รูป 3 ก รูป 3 ข
รูป 3 ก. ตำแหน่งลำโพง 5.1 แชนเนล
รูป 3 ข. ตำแหน่งลำโพง 7.1 แชนเนล

 

 

 
รูป 3 ค
รูป 3 ง.ตำแหน่งลำโพง Audyssey DSX     9.2 แชนเนล(เพิ่มแชนเนลWide/Sub/Height)

รูป 3 ง

รูป 3 ค. ตำแหน่งลำโพง Audyssey DSX 7.2 แชนเนล(เพิ่มแชนเนลWide/Sub)

 

                                                                                                  

รูป 3 ฉ. ตำแหน่งลำโพง Audyssey DSX     11.2 แชนเนล(เพิ่มแชนแนล SBL/SBR)

 

รูป 3 ฉ

รูป 3 จ. ตำแหน่งลำโพง Audyssey DSX     10.2 แชนแนล(เพิ่ม SB)

 

รูป 3 จ

 

รูปที่ 3 วิธีจัดวางลำโพงระบบ 5.1, 6.1, 7.1, 10.2 และ 11.2 แชนแนล

 

 

  1. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2010-2011
    เอวี รีซีฟเวอร์ที่ผลิตออกวางจำหน่ายระหว่างปีค.ศ.2010-2011 มีการปรับปรุงระบบเชื่อมต่อแบบ HDMI จาก เวอชั่น 1.3a เป็นเวอชั่น 1.4a เพื่อรองรับระบบภาพสามมิติ (3D) ที่เริ่มมีการผลิตแผ่นบลู-เรย์ภาพยนตร์ระบบภาพ 3D และจอภาพ 3D ออกวางจำหน่าย   เรียกชื่อใหม่ให้กระชับว่า 3D AV Receiver มีความสามารถรับภาพ 3D จากเครื่องเล่นบลู-เรย์ 3D เข้าทางจุดรับเข้า HDMI เวอชั่น 1.4a แล้วส่งผ่านออกทางจุดส่งออก HDMI เวอชั่น 1.4a ไปเข้าจอแสดงภาพแบบ 3D (3D Pass Through) เอวี รีซีฟเวอร์บางแบรนด์ เช่น Onkyo รุ่นใหญ่ TX-NR5008 เริ่มใช้งานระบบปรับแก้ไขอะคูสติกห้องฟังระดับโปรเฟสชั่นแนล Audyssey MultEQ® XT32 มีคุณสมบัติใช้ร่วมระบบได้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ที่ใช้การถ่ายโอนข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายที่ได้รับการรับรอง DLNA 1.5 ทำให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลและสั่งงานผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ บางแบรนด์เพิ่มคุณสมบัติ AirPlay (Denon, Marantz) เพื่อให้ผู้ใช้ถ่ายโอนเพลง iTunes จาก Mac, PC,   iPhone, iPad, หรือ iPod ได้

 

คุณสมบัติเล่นไฟล์เสียงดิจิตอลจาก USB ธั๊มไดร้พ์ของเอวี รีซีฟเวอร์ปี 2010-2011  
MP3, WMA, WMA Lossless 96 kHz/24 bit(บางแบรนด์/บางรุ่น) FLAC 96 kHz/24 bit (บางแบรนด์/บางรุ่น) , WAV96 kHz/24 bit (บางแบรนด์/บางรุ่น), Ogg Vorbis, AAC, and LPCM 48/16  (บางแบรนด์/บางรุ่น)  

 

  1. คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2011-2012
    เอวี รีซีฟเวอร์ที่วางจำหน่ายหลังไตรมาสที่สองของปีค.ศ. 2011 บางแบรนด์เริ่มมีการปรับปรุงล่วงหน้าเพื่อรองรับระบบภาพ UHDTV ความละเอียด 3840×2160 พิกเซล ที่โปรเจ็คเตอร์บางแบรนด์เริ่มวางจำหน่ายโดยปรับปรุงจุดรับเข้าและส่งออก HDMI เวอชั่น 1.4a ให้สามารถรับภาพ 3Dและ 4K(ภาพUHDTVความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล) แล้วส่งออกทางจุด HDMO Output ได้เรียกชื่อเอวีรี ซีฟเวอร์ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ว่า 4K AV Receiver บางแบรนด์เริ่มใช้หน่วยประมวลผลภาพที่มีคุณสมบัติอัพสเกลภาพ เป็น UHD 3840 x 2160(4K) โดยใช้ชิฟประมวลผลภาพดิจิตอล Marvell Qdeo ปรับปรุงระบบเชื่อมต่อให้สามารถใช้งานกับ iPod/iPhone ได้โดยไม่ต้องผ่าน Dock มี Wireless USB Adaptor เพื่อใช้งานร่วมระบบกับเครือข่ายในบ้าน ถอดรหัสเสียง DSD ที่เล่นจากแผ่นซุปเปอร์ออดิโอซีดี (SACD) ได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลงเป็นพีซีเอ็มก่อนทำให้ได้คุณภาพเสียงอิ่มสดขึ้น (OnkyoTX-NR5009)

 

คุณสมบัติเล่นไฟล์เสียงดิจิตอลจาก USB ธั๊มไดร้พ์ของเอวี รีซีฟเวอร์ปี 2011-2012  

MP3 (48 kHz), WAV (96 kHz/24 bit), AAC(48 kHz), FLAC (96 kHz/24 bit), LPCM(96 kHz/24 bit)
7.คุณสมบัติ HD Receiver ปีค.ศ. 2012-2013

เอวี รีซีฟเวอร์ที่วางจำหน่ายหลังไตรมาสที่สองของปีค.ศ. 2012 ได้เพิ่มคุณสมบัติที่หน้าสนใจหลายอย่างอาทิ เช่น บรรจุหน่วยประมวลผลเสียง DTS Neo:X เพื่อขยายขอบเขตสนามเสียงแนวกว้างและแนวสูงด้วยการประมวลผลสร้างแชนแนลเสียงเพิ่มจากระบบเสียงสเตอริโอ, 5.1, 6.1 และ 7.1 แชนแนลเป็น 11.1 แชนแนล บรรจุชิฟ InstraPrevue ของซิลิคอนอิมเมจเพื่อชมภาพจากอินสตาแกรม บรรจุเทคโนโลยีMHL (Mobile High-Definition Link) เพื่อสามารถถ่ายโอนระบบภาพความชัดสูงระดับ HD จากสมาร์ทโฟนผ่านสาย HDMI ใช้ชิฟประมวลผลภาพ Qdeo ของ Marvell ที่เพิ่มความสามารถการอัพสเกลภาพจาก 4k(3840 x 2160 พิกเซล) ที่ใช้เมื่อปีค.ศ. 2011 เป็น 4096 x 2160 พิกเซล เรียกว่า 4k2k และปีนี้มีเอวี รีซีฟเวอร์รุ่นท็อปของบางบริษัทเพิ่มฟังก์ชั่น USB DAC ที่สามารถถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอล FLAC,WAV ความละเอียดสูงสุด 192 kHz/24 bit และขบวนข้อมูล DSD ที่รับเข้าทางจุดรับเข้า USB ได้ (Pioneer SC-LX86) บางแบรนด์เพิ่มประสิทธิภาพการถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอลมัลติแชนแนล Dolby TrueHD ความละเอียดสูงสุด 192 kHz/24 bit ที่รับเข้าทางจุดรับเข้า USB ได้ (Onkyo TX-NR3010) เป็นต้น

 

คุณสมบัติเล่นไฟล์เสียงดิจิตอลจาก USB ธั๊มไดร้พ์ของเอวี รีซีฟเวอร์ปี 2012-2013

  1. ทำความรู้จัก DTS Neo:X

ระบบเสียง DTS Neo:X เพิ่มขอบเขตความกว้างสนามเสียงด้านหน้าของระบบเสียงสเตอริโอ, ระบบเสียง 5.1, 6.1 หรือ 7.1 แชนแนลโดยวิธีสร้างสนามเสียงแนวสูงด้านหน้าและสนามเสียงแนวกว้างด้านหน้าด้วยการเพิ่มแชนแนลเสียงสูงด้านหน้าและแชนแนลเสียงกว้างด้านหน้าอย่างละสองแชนแนลเพื่อสร้างขอบเขตสนามเสียงเป็น 11.1 แชนแนล โดยสตูดิโอไม่ต้องมิกซ์เสียงจำนวน 11.1 แชนแนลลงในสื่อหรือถ่ายโอนโดยตรง   สามารถใช้งานแชนเนลเสียงสูงและกว้างได้พร้อมกัน นอกจากนี้สตูดิโอยังสามารถเข้ารหัสเสียง DTS Neo : X ด้วยวิธีเมตริกซ์ ข้อมูลเสียงแชนแนลสูงด้านหน้าและแชนแนลกว้างด้านหน้า ไปกับแชนแนลเสียงหน้าและเซอราวด์ของระบบเสียง 5.1 หรือ 7.1 แชนแนลได้เพื่อสร้างมิติเสียงให้มีความเป็นสามมิติมากยิ่งขึ้นสอดคล้องกับระบบภาพสามมิติ (3D)  DTS Neo:X มีโหมดใช้งานสามโหมดได้แก่ Cinema, Music และ Game ผู้ใช้เครื่องคงต้องรับภาระเพิ่มจำนวนลำโพงและหน่วยขยายเสียงเป็น 11 ชุดพร้อมซับวูฟเฟอร์

เอวี รีซีฟเวอร์ที่มีระบบเสียง DTS Neo:X ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันแม้มีหน่วยขยายเสียงภายในบรรจุอยู่สูงสุดเพียง 9 ชุดแต่จะมีจุดส่งออกเสียงแชนแนลที่ 10 และ 11 ที่ขยายโดยภาคปรีแอมป์แล้วสำหรับต่อร่วมกันเพาเวอร์แอมป์สเตอริโอเพื่อขยายสองแชนแนลที่เพิ่มขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ DTS Neo:X จะเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสนามเสียง 11.1 แชนแนล แต่ก็สามารถดัดแปลงให้ทำงานร่วมกับระบบเสียง 9.1 9.2 แชนแนลได้โดยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติระบบประมวลผลของ DTS Neo:X ที่บรรจุอยู่ในเอวี รีซีฟเวอร์แต่ละแบรนด์แต่ละรุ่น

 

  1. ทำความรู้จักไฟล์เสียงดิจิตอลแบบต่างๆ

 

WAV

WAV เป็นตัวอักษรส่วนขยายชื่อไฟล์ของฟอร์แมทไฟล์เสียงเวฟฟอร์มออดิโอ (Waveform Audio File Format) ที่นิยมใช้แทนชื่อย่อฟอร์แมทเสียงเดิม WAVE เป็นมาตรฐานฟอร์แมทไฟล์เสียงดิจิตอลที่พัฒนาร่วมกันระหว่างไมโครซอฟต์กับไอบีเอ็มเพื่อเก็บเป็นขบวนบิตข้อมูลเสียงดิจิตอลไว้ในพีซี ใช้เป็นฟอร์แมทหลักสำหรับเก็บขบวนบิทข้อมูลสดเสียงดิจิตอลแบบไม่บีบอัดของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เริ่มใช้งานครั้งแรกกับระบบปฏิบัติการ Window2000 ของไมโครซอฟต์เมื่อปีค.ศ. 1991 การเข้ารหัสขบวนข้อมูลปกติเป็นฟอแมตลิเนียร์พัลส์โค๊ดมอดูเลชั่น (Linear Pulse-code Modulation) หรือลิเนียร์พีซีเอ็ม (Linear PCM) ที่นิยมใช้ตัวย่อ (LPCM)

 

MP3

MP3 เป็นคำย่อของ MPEG-1 Audio Layer III (มาตรฐานเสียงใช้งานกับแผ่นวิดีโอซีดี) และ MPEG-2 Audio Layer III (มาตรฐานเสียงใช้งานกับแผ่นดีวีดีวิดีโอ) เทคโนโลยีโคเดกซ์ (ระบบเข้ารหัส/ถอดรหัสเสียงดิจิตอล) แบบบีบอัดสูญเสียที่มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่ได้รับความนิยมใช้งานเป็นฟอร์แมทเสียงดิจิตอลพื้นฐานสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลเสียง และใช้เป็นมาตรฐานการบีบอัดเสียงดิจิตอลเพื่อการถ่ายโอนและเล่นกลับเพลงโดยเครื่องเล่นเสียงดิจิตอล

MP3 เป็นฟอร์แมทเสียงที่ถูกกำหนดออกแบบใช้งานโดย MPEG (Moving Picture Experts Group) เป็นส่วนเสียงของมาตรฐาน MPEG-1 และขยายขอบเขตไปใช้งานเป็นส่วนเสียงของมาตรฐาน MPEG-2 ในเวลาต่อมา กลุ่มย่อยแรกที่ทำงานด้านเสียงของ MPEG ประกอบด้วยทีมงานวิศวกรหลายทีมทั้ง Fraunhofer IIS, University of Hannover, AT&T-Bell Labs, Thomson-Bandt, CCETT และอื่นๆ ระบบเสียง MPEG-1(MPEG-1Part 3) มีทั้งหมด 3 เลเยอร์ ประกอบด้วย MPEG-1 Audio Layer I, MPEG-1 Audio Layer II และ MPEG-1 Audio Layer III    ได้รับความเห็นชอบเป็นฉบับร่างของมาตรฐาน ISO/IEC เมื่อปีค.ศ. 1991 ได้ข้อสรุปในปีค.ศ.1992 และพิมพ์เผยแพร่โดยใช้ชื่อรหัส ISO/IEC 11172-3 เมื่อปีค.ศ.1993 มาตรฐานระบบเสียง MPEG-2(MPEG-2 Part 3) ที่มีคุณสมบัติถอดรหัสระบบเสียง MPEG-1ได้(Backward Compatible) ที่ใช้อัตราบิทและความถี่สุ่มตัวอย่างสูงกว่าชื่อรหัส ISO/IEC 13818-3 พิมพ์เผยแพร่เมื่อปีค.ศ. 1995 การใช้ MP3 เป็นอัลกอริธึ่มบีบอัดแบบสูญเสียเป็นการดีไซน์ที่สามารถลดปริมาณข้อมูลเสียงที่ต้องการเพื่อแสดงเสียงที่บันทึกลงได้อย่างมากมายมหาศาลโดยยังสามารถเล่นกลับได้คุณภาพเสียงอยู่ในระดับยอมรับได้สำหรับผู้ฟังส่วนใหญ่ ไฟล์เสียงดิจิตอล MP3 ที่ใช้อัตราบิท 128 กิโลบิทต่อวินาที (128 kbps) จะมีขนาดปริมาณข้อมูลน้อยกว่าไฟล์เสียงลิเนียร์พีซีเอ็มต้นแบบที่บันทึกในแผ่นซีดีเพลงถึง 1:11

ซอฟท์แวร์เข้ารหัส MP3 เจนเนอเรชั่นแรกของ Fraunhofer Society เรียกว่า 13enc วางจำหน่ายเมื่อ วันที่ 7 กรกฏาคม ปีค.ศ. 1994 หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ทีมงานของ Fraunhofer ได้ตัดสินใจเปลี่ยนใช้ส่วนขยายชื่อไฟล์จากเดิม .bit เป็น .mp3    ซอฟท์แวร์เล่นไฟล์เสียง MP3 แบบรีลไทม์ “ Winplay3 ” วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กันยายน ปีค.ศ. 1995 ทำให้ผู้ใช้ PC ในยุคนั้นสามารถเข้ารหัสและเล่นไฟล์เสียงดิจิตอล MP3 โดยเครื่อง PC ที่มีความจุฮาร์ดไดร้พ์ต่ำเพียงระหว่าง 500 ถึง1000 เมกกะไบต์ ได้

AAC (Advanced Audio Coding)

AAC เป็นมาตรฐานการบีบอัดและการเข้ารหัสเสียงดิจิตอล ออกแบบขึ้นเพื่อแทนที่ฟอร์แมทเสียง MP3 มีคุณภาพเสียงดีกว่าฟอร์แมทเสียง MP3 เมื่อใช้อัตราบิทเท่ากัน พัฒนาโดยความร่วมมือและอุทิศให้ร่วมกันระหว่าง AT&T Laboratories, Fraunhofer IIS, Dolby Laboratories, Sony Corporation และ Nokia ประกาศใช้งานเป็นมาตรฐานสากลโดย MPEG Group เมื่อเดือนเมษายน ปีค.ศ.1997 โดยกำหนดเป็นส่วนที่ 7 (Part 7) ของมาตรฐาน MPEG-2 และส่วนย่อย 4(Subpart 4) ในส่วนที่ 3 (Part 3) ของมาตรฐาน MPEG-4

ส่วนของ AAC ที่อยู่ในส่วนของ MPEG-4 Audio ซึ่งเรียกว่า HE-AAC(High-Efficiency Advanced Audio Coding) ยังได้ถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานเสียงของวิทยุดิจิตอล เช่น DAB+ , Digital Radio Mondiale และ ระบบเสียงของโมบายทีวีมาตรฐาน DVB-H และ ATSC-M/H อีกด้วย

ไฟล์เสียงดิจิตอล AAC รองรับแชนแนลเสียงเต็มแถบความถี่ที่อัตราสุ่มตัวอย่าง 48 kHz-96 kHzหนึ่งขบวนข้อมูลและเสียงเอฟเฟคความถี่ต่ำ (Low Frequency Effect) ที่จำกัดความถี่สูงสุดไว้ที่ 120 เฮิรตซ์ จำนวน 16 แชนแนลหรือแชนแนลเสียงสนทนา (Dialog Channel) 16 ขบวนข้อมูล คุณภาพเสียงสเตอริโอโหมด Joint Stereo ที่อัตราความถี่สุ่มตัวอย่าง 96 kHz อยู่ในระดับน่าพอใจสำหรับผู้ที่ไม่ซีเรียสกับคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ อัตราความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับไฮไฟต้องไม่ต่ำกว่า 128 kbps ที่โหมดอัตราบิทแปรผัน (Variable Bit-rate:VBR) จากการทดสอบที่ ITUยอมรับว่าอยู่ในระดับทรานสพาเรนท์ได้แก่ระบบเสียงสเตอริโอที่ใช้บิทเรต 128 kbps และระบบเสียง 5.1 แชนแนลที่ใช้บิตเรต 320 kbps

AAC ถูกนำไปกำหนดใช้เป็นฟอแมตเสียงมาตรฐานของ iPhon, iPod. iPad, Nintendo DSi, iTunes, DivX Plus Web Player และ PlayStation 3 ด้วย และรองรับ PlayStation Portable, Wii (มีการติดตั้ง Photo Channel 1.1 สำหรับคอนโซล Wii ที่ซื้อก่อนเลยปีค.ศ. 2007), Sony Walkman ซีรีส์ MP3และหลังจากนั้น,โมบายโฟนที่ผลิตโดยSony/Ericsson/Nokia/Android และโมบายโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ WebOS และมีการดัดแปลงใช้กับเครื่องเสียงรถยนต์ไฮเอนด์ของ Pioneer เช่น ซีรีส์ AVIC เป็นต้น

 

FLAC

FLACเป็นคำย่อของ Free Lossless Audio Codec เป็นอัลกอริธึ่มโคเดกซ์บีบอัดเสียงดิจิตอลแบบไม่สูญเสีย การบันทึกเสียงดิจิตอลที่ใช้การบีบอัดแบบไม่สูญเสียฟอร์แมท FLAC สามารถคลายการบีบอัดเป็นสำเนาที่เหมือนกันทุกประการกับข้อมูลเสียงดิจิตอลต้นแบบ แหล่งเสียงที่เข้ารหัสไฟล์เสียง FLAC สามารถลดประมาณข้อมูลได้ต่ำกว่าปริมาณข้อมูลเสียงต้นแบบถึงประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ FLAC เป็นฟอร์แมทเสียงเปิดที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย Josh Coalson เมื่อปีค.ศ. 2000 เริ่มใช้งาน FLAC เวอชั่น 1.0 เมื่อต้นไตรมาสสามของปีค.ศ.2001

ถึงแม้ว่าการสนับสนุนการเล่นกลับไฟล์เสียงดิจิตอล FLAC ในอุปกรณ์เครื่องเล่นเสียงไฟล์เสียงดิจิตอลแบบพกพาและระบบเสียงดิจิตอลมีการใช้งานอยู่ในขอบเขตจำกัดกว่าฟอร์แมท MP3 หรือ LPCM แต่ก็ได้รับการสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มากกว่าฟอร์แมทเสียงคู่แข่ง WavPack

 

WMA Pro

WMA Pro เป็นโคเดกซ์ไฟล์เสียงดิจิตอลแบบบีบอัดไม่สูญเสียใหม่ มีประสิทธิภาพรองรับระบบเสียงมัลติแชนแนลความละเอียดสูงที่ไมโครซอฟต์พัฒนาขึ้นและนำออกใช้งานตั้งแต่ต้นปีค.ศ.2003  เป็นโคเดกซ์ที่ใช้งานร่วมระบบไม่ได้กับไฟล์เสียงดิจิตอล WMA เดิม หรือจะพูดอย่างง่ายๆ ไม่ใช่วิชาการมากนักก็คือใช้ถอดรหัสเสียง WMA ที่ไมโครซอฟพัฒนาใช้งานอยู่ก่อนหน้าไม่ได้นั่นเอง   โคเดกซ์ใหม่นี้ประกอบด้วย   วินโดว์มีเดียออดิโอ 9 โปรเฟสชั่นแนล (Windows Media Audio 9 Professional), วินโดว์มีเดียออดิโอ 9 ลอสเลส http://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Media_Audio – cite_note-Windows_Media_9_Series_Whitepaper-3  (Windows Media Audio 9 Lossless),http://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Media_Audio – cite_note-Windows_Media_9_Series_Whitepaper-3 และ วินโดว์มีเดียออดิโอ 9 วอยซ์ (Windows Media Audio 9 Voice) หลังจากนั้นโคเดกซ์ที่ไมโครซอฟต์พัฒนาตามมาจะใช้ชื่อหมายเลขลำดับเป็น 9.1, 9.2 และ 10 เช่นนี้ตามลำดับ โคเดกซ์เหล่านี้สามารถใช้งานเป็นหน่วยถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอล WMA 9 Pro ได้โดยไม่ถือเป็นหน่วยถอดรหัสแยกอิสระ มีข้อแตกต่างอย่างเดียวเท่านั้นสำหรับโคเดกซ์วินโดว์มีเดียออดิโอ 10 โปรเฟสชั่นแนล (WMA 10 Pro) คือเป็นโหมดบิทเรตต่ำ (Low Bit Rate:BLR) ที่ใช้งานเป็นหน่วยถอดรหัส วินโดว์มีเดียออดิโอโปรเฟสชั่นแนลเวอชั่นก่อนได้เพียงระดับสุ่มตัวอย่างต่ำลงเหลือครึ่งเดียวเท่านั้นและการถอดรหัสไฟล์เสียงWMA 10 Pro แบบบิทเรตต่ำให้ได้คุณภาพเสียงไฮไฟสมบูรณ์ต้องใช้หน่วยถอดรหัสWMA 10 Pro หรือที่เวอร์ชั่นใหม่กว่าเท่านั้น

Windows Media Audio 9 Lossless บีบอัดข้อมูลขนาดอัตราบิทระหว่าง 206 MB-411 MB ของแผ่นซีดีให้ลดต่ำลงอยู่ในระดับระหว่าง 470 kbps-940 kbps. เพื่อการดั๊บข้อมูลไฟล์เสียงดิจิตอลต้นแบบชนิดบิทต่อบิท หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือคุณภาพเสียงของไฟล์เสียงที่เล่นกลับจะเทียบเท่าแผ่นซีดี ไฟล์เสียง WMA แบบไม่สูญเสียยังคงใช้ส่วนขยายชื่อไฟล์เป็น .WMA เหมือนฟอแมตเสียง WMA เวอชั่นก่อน สนับสนุนแชนแนลเสียงดิจิตอลแบบบีบอัดไม่สูญเสียแยกอิสระ 6 แชนแนล ที่ระดับความละเอียดสูงสุด 96 kHz/24 bit

 

ALAC

ALAC ย่อมาจาก Apple Lossless Audio Codec หรือเรียกย่อสั้นกว่านี้ว่า Apple Lossless อาจเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า Apple Lossless Encoder(ALE) เป็นโคเดกซ์ที่พัฒนาโดย Apple Inc. เพื่อบีบอัดข้อมูลเสียงดิจิตอลแบบไม่สูญเสียเพื่อการฟังเพลง ข้อมูลบีบอัดไม่สูญเสีย ALAC ถูกเก็บไว้ในคอนเทนเนอร์ MP4 ใช้ส่วนขยายชื่อไฟล์ .m4a ส่วนขยายนี้ Apple ใช้กับข้อมูลเสียง AAC ในคอนเทนเนอร์ MP4 ด้วย (บางคอนเทนเนอร์บรรจุข้อมูลเสียงที่เข้ารหัสต่างกัน) อย่างไรก็ตาม ALAC ไม่ใช้ส่วนที่ดัดแปลงมาจาก AAC ซึ่งเป็นฟอร์แมทเสียงแบบบีบอัดสูญเสีย แต่เป็นฟอร์แมทเสียงบีบอัดแบบไม่สูญเสียเฉพาะที่ใช้การทำนายแบบเชิงเส้นเหมือนกับโคเดกซ์บีบอัดแบบไม่สูญเสียอื่นๆ เช่น FLAC และ Shorten และเครื่อง iPod, iPhone ทั้งหมดในปัจจุบันสามารถเล่นไฟล์เสียงที่เข้ารหัสบีบอัดไม่สูญเสียของ Apple ได้ เพราะไม่มีการใช้ระบบจัดการลิขสิทธิ์ดิจิตอล (Digital Rights Management :DRM)

Apple ระบุว่าไฟล์เสียง ALAC ใช้พื้นที่เก็บข้อมูลเพียงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่ข้อมูลแบบไม่บีบอัดต้องการเท่านั้น หน่วยเข้ารหัสเสียง ALAC เริ่มใช้งานใน Mac OS X’Core Audio framework เมื่อต้นไตรมาสที่สองของปีค.ศ.2004 พร้อมกับ QuickTime 6.5.1 update และใน iTunes ตั้งแต่เวอชั่น 4.5 เป็นต้นมา และใช้ใน AirPort Express‘s AirPlay implementation.

 

Vorbis /Ogg Vorbis

Vorbis เป็นโครงการฟรีซอฟท์แวร์/โอเพ่นซอร์สนำโดยมูลนิธิ Xiph.Org(ก่อนหน้าเป็นบริษัท Xiphophorus) สร้างลักษณะจำเพาะฟอแมตเสียงดิจิตอลและซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ (โคเดกซ์) สำหรับการบีบอัดเสียงดิจิตอลแบบสูญเสีย วอร์บิสมักถูกใช้ร่วมกับฟอแมตคอเทนเนอร์ออกเป็นส่วนใหญ่จึงมักถูกเรียกเป็นฟอร์แมท ออกก์วอร์บิส(Ogg Vorbis)

ฟอร์แมทวอร์บิสได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สนับสนุนฟรีซอฟท์แวร์เพราะมีความชัดเจนสูงกว่าและไม่มีภาระผูกพันจากค่าลิขสิทธิ์จึงเหมาะสำหรับใช้แทนฟอร์แมทเสียงที่มีค่าลิขสิทธิ์และมีขอบเขตจำกัดอย่าง MP3