รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (3)

รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” (3)

อ.ธนากร (ชูเกียรติ) จันทรานี

                                              

 

เนื้อหา

 

  1. เอวี รีซีฟเวอร์ต้นสหัสวรรษ 2000
  2. ดอลบี้โปรโลจิกทู
  3. ระบบเสียง DTS 96/24
  4. NEO:6
  5. ระบบเชื่อมต่อ i.LINK

        6.ระบบเชื่อมต่อ DENON Link \

  1. เอวี รีซีฟเวอร์กับระบบเชื่อมต่อ HDMI

 

 

บทความตอนที่แล้วได้กล่าวถึงคุณสมบัติของเอวี รีซีฟเวอร์ต้นยุคดีวีดีที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่นเพิ่มความสามารถในการรองรับระบบเสียงดิจิตอลเซอราวด์แบบแรกคือดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ในช่วงเวลาถ่ายโอนสื่อโฮมเธียเตอร์จากเลเซอร์ดิสก์สู่ดีวีดีวิดีโอโดยบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงคือดอลบี้เซอราวด์เอซี-3ที่เปลี่ยนชื่อเป็นดอลบี้ดิจิตอลไว้ภายในเครื่องเพื่อทำหน้าที่ถอดรหัสเสียงดอลบี้ที่รับเข้ามาในรูปสัญญาณเอซี-3 อาร์เอฟทางจุด AC-3RF INPUT หรือขบวนข้อมูลสดระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอลที่รับเข้าทางจุด Digital Audio INPUT ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลเสียงดอลบี้ดิจิตอล 5.1 แชนแนล ได้เพิ่มจากการถ่ายโอนเสียงดิจิตอลลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอ หลังมีการปรับปรุงให้เครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอสามารถส่งขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลของระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ 5.1 แชนแนล ออกทางจุดส่งออกเสียงดิจิตอล (DIGITAL OUT) ได้ และแผ่นดีวีดีระบบเสียงดีทีเอสและระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ที่เป็นระบบเสียงดิจิตอลเซอราวด์ 6.1 แชนแนล ออกวางจำหน่าย เอวี รีซีฟเวอร์ที่วางจำหน่ายปลายปีค.ศ.1999 ได้ปรับปรุงอีกครั้งเพื่อรองรับโดยเอวี รีซีฟเวอร์ระดับกลางจะบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์และหน่วยถอดรหัสเสียง MPEG (ดีวีดีฟอรั่มเพิ่งกำหนดให้เป็นระบบเสียงบังคับอีกระบบเสียงหนึ่งสำหรับแผ่นดีวีดีวิดีโอโซน 2 ที่บันทึกสัญญาณภาพ PAL) ที่รับเข้าทางจุดรับเข้าเสียงดิจิตอลของเอวี รีซีฟเวอร์ และเอวี รีซีฟเวอร์, เอวีเซอราวด์แอมป์และเอวีปรี/โปรเซสเซอร์ รุ่นท้อปที่เพิ่มคุณสมบัติบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดอบบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ ถอดรหัสเสียงจากแผ่นดีวีดีวิดีโอระบบเสียงดอบบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ 6.1 แชนแนล จะเป็นเครื่องที่เข้าโปรแกรมทีเอชเอกซ์อัลทร้า และบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียง THX Surround EX ที่ THX พัฒนาขึ้นสำหรับถอดรหัสเสียง 6.1 แชนแนล จากแผ่นดีวีดีแล้วแปลงเป็นระบบเสียงเซอราวด์ 7.1 แชนแนล ขยายส่งขับชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 7.1 แชนแนล

  1. เอวี รีซีฟเวอร์ต้นสหัสวรรษ 2000

ปีค.ศ. 2000 เริ่มมีการวางจำหน่ายแผ่นแสงบันทึกเสียงความละเอียดสูงกว่าแผ่นดีวีดีวิดีโอและเครื่องเล่น ได้แก่ดีวีดีออดิโอ (DVD-Audio) และซุปเปอร์ออดิโอคอมแพคดิสก์ (Super Audio Compact Disc) ที่เรียกย่อว่าซุปเปอร์ออดิโอซีดี (Super Audio CD) หรือเอสเอซีดี (SACD) มีการวางจำหน่าย เครื่องเล่นเอสเอซีดีที่เล่นแผ่นซีดีออดิโอได้ (SACD Player) ระดับไฮเอนด์ราคาประมาณสองแสนกว่าบาท, เครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอแบบเล่นแผ่นเอสเอซีดีได้ (DVD-Video/SACD Player) ราคาประมาณแสนหย่อนๆ และเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอที่เล่นแผ่นดีวีดีออดิโอได้ (DVD-Video/Audio Player) ผู้เขียนจำราคาไม่ได้น่าจะอยู่ราวห้าหมื่นบาทหรือสูงต่ำกว่านี้เล็กน้อยราวๆ นั้นเครื่องเล่นแผ่นแสงบันทึกเสียงความละเอียดสูงยุคต้นบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงแผ่นที่เล่นทุกชนิดไว้ในเครื่องเพื่อประมวลผลถอดรหัสเสียงและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกออกทางจุดส่งเสียงอะนาลอกสเตอริโอของเครื่องไปเข้าซิสเต็มเสียงสเตอริโอภายนอก หรือต่อเข้าจุดรับเข้าเสียงอะนาลอกสเตอริโอของเอวี รีซีฟเวอร์เพื่อใช้งานเฉพาะหน่วยปรี-เพาเวอร์ทูแชนแนล ที่บรรจุไว้ภายในเท่านั้น

ช่วงเวลาระหว่างปีค.ศ. 2000 – 2001 มีการแบ่งแยกคุณสมบัติระหว่างเอวี รีซีฟเวอร์รุ่นท้อปกับเอวี รีซีฟเวอร์ระดับกลางอย่างชัดเจนโดยรุ่นท้อปเกือบทุกบริษัทเป็นเครื่องที่เข้าโปรแกรมรับรองคุณภาพระดับTHX Ultra ที่เป็นจุดขายอยู่ในตอนนั้น บรรจุหน่วยถอดรหัส THX Surround EX และ เพาเวอร์แอมป์ 7 แชนแนล มีจุดรับเข้าภาพแบบอะนาลอกคอมโปเนนต์ และเริ่มใช้หน่วยแปลงเสียงดิจิตอลเป็นอะนาลอก (DAC) ความละเอียดระดับ 96 kHz/24 bit (96 kHz/24 bit DAC) มีจุดรับเข้าและส่งออกเสียงอะนาลอก 7.1 แชนแนล

เอวี รีซีฟเวอร์ระดับกลางถ้าเป็นรุ่นใหญ่สุดมักเข้าโปรแกรมรับรองคุณภาพระดับ THX Select มีจุดรับเข้าภาพแบบอะนาลอกคอมโปเนนต์ บร รจุหน่วยถอดรหัส THX Surround EX และใช้ DAC ความละเอียด 96 kHz/24 bit เช่นเดียวกับรุ่นท้อปแต่บรรจุเพาเวอร์แอมป์ไว้เพียง 6 แชนแนล มีจุดรับเข้า เสียงอะนาลอก 7.1 แชนแนล และจุดส่งออกเสียงอะนาลอก 7.1 แชนแนล สำหรับต่อกับเพาเวอร์แอมป์ภายนอกเมื่อต้องการใช้งานเป็นระบบเสียง 7.1 แชนแนล ที่สมบูรณ์

เอวี รีซีฟเวอร์ระดับกลางรุ่นรองลงไปจนถึงรุ่นเล็ก ไม่มีจุดรับเข้าภาพแบบอะนาลอกคอมโปเนนต์ มีเพียงจุดรับภาพอะนาลอกแบบเอสวิดีโอและคอมโพสิตวิดีโอ บรรจุหน่วยถอดรหัสเสียง Dolby Digital และ DTS เกือบทุกรุ่นและมีเพาเวอร์แอมป์ 5 แชนแนล มีจุดรับเข้าเสียงดิจิตอลทั้งแบบโคแอคเชียลและอ็อปติคอล และมีเพียงจุดรับเข้า เสียงอะนาลอก 5.1 แชนแนล

ปีค.ศ. 2002 เริ่มมีการวางจำหน่ายเอวี รีซีฟเวอร์รุ่นท้อปที่เข้าโปรแกรมทีเอชเอกซ์อัลทร้าทู และบรรจุหน่วยถอดรหัสดีทีเอสอีเอส 6.1 แชนแนล แบบดิสครีต (DTS-ES Discrete 6.1) ที่เพิ่มคุณสมบัติการถอดรหัสเสียง DTS 96/24 และเริ่มใช้งานหน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิกปรับปรุงใหม่ดอลบี้โปรโลจิกทู (Dolby Pro Logic II ) เช่น Pioneer VSX-AX10, Denon AVC-A1SR และ Onkyo TX-DS989 ver.2 และเริ่มใช้ระบบปรับเสียงมัลติแชนแนล แบบอัตโนมัติด้วยวิธีสร้างพิ้งค์นอยส์ส่งออกจากลำโพงทีละแชนแนล แล้วรับเข้าทางไมโครโฟนที่มีให้พร้อมเครื่องที่ตั้งตรงตำแหน่งฟัง เพื่อ ปรับระดับและหน่วงเวลาเสียงทุกแชนแนล ให้มีความสมดุล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเสียงมัลติแชนแนล ทำให้การโฟกัสตำแหน่งเสียงมีเที่ยงตรงและแพนเสียงระหว่างแชนแนล ได้กลมกลืนมากขึ้น

ปลายปีค.ศ. 2002 เอวี รีซีฟเวอร์ระดับกลางเริ่มบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียง Dolby Digital EX Decoderและบรรจุเพาเวอร์แอมป์ 6 แชนแนล , บรรจุหน่วยถอดรหัสดีทีเอสอีเอสแบบดิสครีตที่เพิ่มคุณสมบัติ DTS96/24 และอัลกอริธึ่ม DTS NEO:6 เริ่มมีการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยประมวลผลดิจิตอลให้สามารถถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอล MP3/WMA ที่รับจากจุดรับเข้า USB เล่นเสียงออกลำโพงได้

  1. ดอลบี้โปรโลจิกทู

ดอลบี้โปรโลจิกทู (Dolby Pro Logic II) เป็นอัลกอริธึ่มเข้ารหัสและถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลระดับสูง เพื่อปรับปรุงการถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์จากแหล่งสัญญาณที่บันทึกระบบเสียงเซอราวด์แบบเมตริกซ์ 4 แชนแนล ทั้งแบบดอลบี้เซอราวด์เดิมและดอลบี้โปรโลจิกทูที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้สามารถจำลองเป็นระบบเสียง 5.1 แชนแนล ที่สร้างตำแหน่งเสียงและระบุทิศทางได้ชัดเจนใกล้เคียงกับระบบเสียง 5.1 แชนแนล จริงมากที่สุด และสามารถสร้างสนามเสียงเซอราวด์จากแหล่งเสียงสเตอริโอได้

สื่อที่บันทึกเสียงดอลบี้โปรโลจิกทูที่พัฒนาใหม่ (จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการนำมาใช้งานกับระบบบันเทิงในบ้าน) จะได้ประโยชน์สูงสุดจากหน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิกทู คือแยกแชนแนล เสียงเซอราวด์ซ้ายขวาได้อิสระและมีคุณสมบัติการตอบสนองความถี่เต็มแถบความถี่เสียง ระบบเสียงดอลบี้โปรโลจิกทูใหม่ที่บันทึกในสื่อสามารถถอดรหัสโดยหน่วยถอดรหัส ดอลบี้โปรโลจิกแบบเดิมได้

หน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิกทูมีการทำงาน 3 โหมดได้แก่

ดอลบี้โปรโลจิกทูมูฟวี่ (Dolby Pro Logic II MOVIE) สร้างเสียงเซอราวด์ 5.1 แชนแนล จากภาพยนตร์ที่มีการเข้ารหัสเสียง ดอลบี้เซอราวด์ บันทึกในร่องเสียงสเตอริโอสองแชนแนล

ดอลบี้โปรโลจิกทูมิวสิก (Dolby Pro Logic II MUSIC) สร้างเสียงเซอราวด์ 5.1 แชนแนล จากแหล่งเสียงสเตอริโอ

ดอลบี้โปรโลจิก (Pro Logic) เลียนแบบหน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิก แบบเดิมเพื่อให้เข้ากันกับแหล่งสัญญาณที่มีการเข้ารหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ในร่องเสียงสเตอริโอสองแชนแนล โหมดดอลบี้โปรโลจิก จะทำงานเฉพาะกับสัญญาณเสียงอะนาลอกสเตอริโอสองแชนแนล ที่มีการเข้ารหัสดอลบี้เซอราวด์ หรือสัญญาณเสียงลิเนียร์พีซีเอ็ม ที่ใช้ความถี่สุ่มตัวอย่าง 32 kHz, 44.1 kHz หรือ 48 kHz ที่ต้องการประมวลผลแบบดอลบี้เซอราวด์

หน่วยถอดรหัสดอลบี้โปรโลจิกทู มีการปรับหลายอย่างเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับซาวด์สเตจให้เหมาะสมกับรสนิยม ได้แก่

ดิเมนชั่นคอนโทรล (Dimension control) ปรับซาวด์สเตจให้เลื่อนไปทางด้านหลังหรือมาทางด้านหน้า

เซ็นเตอร์วิดท์คอนโทรล (Center Width Control) ปรับเปลี่ยนแปลงอิมเมจตรงกลางโดยสามารถปรับให้ได้ยินเสียงดังออกมาจากลำโพงเซ็นเตอร์เท่านั้น หรือสร้างตำแหน่งเสียงเซ็นเตอร์เสมือน (Phantom) โดยใช้ลำโพงหน้าซ้ายขวา เมื่อไม่มีลำโพงเซ็นเตอร์ หรือสร้างเสียงเซ็นเตอร์จากลำโพงชุดหน้าทั้งหมดคือหน้าซ้าย,เซ็นเตอร์และหน้าขวา

พาโนรามา (Panorama) ขยายสเตอริโออิมเมจด้านหน้าโดยสร้างเสียงออกมาจากลำโพงเซอราวด์เพื่อสร้างสนามเสียงโอบล้อมรอบตัวผู้ฟัง

 

1

 

รูปที่ 1 โลโก้หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้โปรโลจิกทูและดอลบี้ดิจิตอลเริ่มใช้เมื่อปีค.ศ.2001

 

2

รูปที่ 2 โลโก้หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้โปรโลจิกทูและดอลบี้ดิจิตอลอีเอกซ์เริ่มใช้เมื่อปีค.ศ.2002

3.ระบบเสียง DTS 96/24

        ระบบเสียงดีทีเอส 96/24 (DTS 96/24) เป็นระบบเสียง 5.1 แชนแนล ความละเอียดสูงเพื่อการฟังเพลงที่ค่ายดีทีเอส พัฒนาขึ้นหลังจากเริ่มมีการผลิตแผ่นดีวีดีออดิโอออกวางจำหน่ายเพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียงของระบบเสียงดีทีเอสให้แสดงรายละเอียดเสียงได้มากกว่าระบบเสียงดีทีเอสเดิม เริ่มใช้งานครั้งแรกบันทึกเป็นระบบเสียงในส่วนดีวีดีวิดีโอโซน (DVD-Video Zone) ของแผ่นดีวีดีออดิโอ เพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียงขณะชมภาพเคลื่อนไหวจากการแสดงคอนเสิร์ตให้มีคุณภาพระดับออดิโอไฟล์ทั้ง 5.1 แชนแนล

อย่างไรก็ตามระบบเสียง DTS 96/24 ยังคงเป็นระบบเสียงแบบบีบอัดสูญเสียจึงมีคุณภาพเสียงเป็นรองระบบเสียงแบบไม่บีบอัดเช่นลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอความละเอียด 96 kHz/24 bit ที่บันทึกในแผ่นดีวีดีวิดีโอ/ แผ่นดีวีดีออดิโอหรือระบบเสียงแบบบีบอัดไม่สูญเสีย MLP ความละเอียด 96 kHz/24 bit ที่บันทึกในแผ่นดีวีดีออดิโอ

ระบบเสียง DTS 96/24 ใช้วิธีเพิ่มข้อมูลส่วนขยายขึ้นมาเช่นเดียวกับระบบเสียงดีทีเอสอีเอสดิสครีต 6.1 แชนแนล แต่มีความแตกต่างกันอยู่ตรงใช้มาสเตอร์ที่มีความละเอียดเสียงสูงถึง 96 kHz/24 bit และใช้อัตราบีบอัดข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 9:1 เพื่อให้ได้บิทเรตที่ 1,509 kbps ตามต้องการ

 

 

3

 

รูปที่ 3 แผ่นดีวีดีออดิโอ A Night At The Opera ของวง Queen บันทึกระบบเสียง DTS 96/24 และ LPCM Stereo 96/24 ในส่วนดีวีดีวิดีโอโซนและระบบเสียง MLP 5.1 ch 96/24 ในส่วนดีวีดีออดิโอโซน ที่ DTS Entertainment และ Hollywood Records, Inc. ร่วมกันผลิตวางจำหน่ายปีค.ศ.2002

4

รูปที่ 4 แผ่นดีวีดีวิดีโอคอนเสิร์ตปี 2007 ของไช่ฉิน ที่มีซาวด์แทร็ค ระบบเสียงเลือก DTS 96/24 บิทเรต 1,509 kbps

เอวี รีซีฟเวอร์ที่บรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดีทีแบบเดิมสามารถถอดรหัสขบวนข้อมูลเสียง DTS 96/24 ที่รับจากเครื่องเล่นดีวีดีผ่านทางจุดเชื่อมต่อเสียงดิจิตอลได้แต่จะถูกลดค่าความละเอียดเสียงต่ำลงเหลือ 48 kHz/24 bit ทุกแชนแนล คุณภาพเสียงที่ได้ยินจึงเหมือนกับตอนถอดรหัสเสียงแผ่นดีวีดีวิดีโอที่บันทึกระบบเสียงดีทีเอสธรรมดาทั่วไปซึ่งไม่มีอะไรพิเศษกว่าเดิม (บางท่านที่เคยลองเอาแผ่นดีวีดีบันทึกเสียง DTS 96/24 ไปเล่นส่งให้เอวี รีซีฟเวอร์ที่ไม่มีโลโก้ DTS 96/24 ถอดรหัสอย่าไปโทษค่ายเพลงที่ผลิตแผ่นนะครับ)

ถ้าใช้เอวี รีซีฟเวอร์รุ่นที่มีโลโก้ DTS 96/24 จะสามารถถอดรหัสเสียง DTS 96/24 ได้ความละเอียดเสียงเต็ม 96 kHz/24 bit ทุกแชนแนล DTS Entertainment เริ่มใช้งานระบบเสียง DTS 96/24 ครั้งแรกกับแผ่นดีวีดีออดิโอ (DVD-Audio) ที่ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปีค.ศ. 2002 โดยบันทึกลงในส่วนดีวีดีวิดีโอโซน (DVD-Video Zone) ของแผ่นดีวีดีออดิโอ ต่อมามีการบันทึกระบบเสียง DTS 96/24 ลงในแผ่นดีวีดีวิดีโอภาพยนตร์และคอนเสิร์ต แต่มีจำนวนไม่มากนัก เช่น แผ่นดีวีดีคอนเสิร์ตบันทึกการแสดงสดของไช่ฉินที่เกาะฮ่องกงเมื่อปีค.ศ.2007 เป็นต้น

 

 

5

 

รูปที่ 5 โลโก้ ที่ใช้แสดงคุณสมบัติบรรจุหน่วยถอดรหัสระบบเสียงดีทีเอส 5.1 ch อย่างเดียว (บนซ้าย), หน่วยถอดรหัสดีทีเอสและดีทีเอสอีเอส (บนขวา) หน่วยถอดรหัส ดีทีเอส 96/24 (ล่างซ้าย) และ หน่วยถอดรหัสดีทีเอสอีเอส และดีทีเอส 96/24 (ล่างขวา) ของเอวี รีซีฟเวอร์ก่อนปีค.ศ. 2007

 

  1. NEO:6

NEO:6 เป็นอัลกอริธึ่มถอดรหัสเสียงสเตอริโอที่มีหลักการคล้าย Dolby Prologic II ที่พัฒนาโดย ดีทีเอสเทคโนโลยี (ชื่อก่อนเข้าตลาดหุ้น NASDAQ) เพื่อจำลองแหล่งสัญญาณที่เป็นระบบเสียงสเตอริโอหรือดอลบี้เซอราวด์ที่เข้ารหัสอยู่ในสัญญาณเสียงทูแชนแนล เป็นระบบเสียง 6.1 แชนแนล โดยใช้เทคโนโลยีการเมตริกซ์แบบดิจิตอลความเที่ยงตรงสูงที่ให้คุณภาพเสียงได้ใกล้เคียงกับ ระบบเสียง 6.1 แชนแนล แบบดิสครีต Discrete ในด้านลักษณะจำเพาะการตอบสนองความถี่และการแยกแชนแนล มีสองโหมดได้แก่ NEO:6 CINEMA สำหรับถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ ของภาพยนตร์และ NEO:6 MUSIC ที่เหมาะสมกับการฟังเพลงจากแหล่งเสียงสเตอริโอเพราะไม่ประมวลผลสร้างเสียงแชนแนล หน้าซ้ายขวาใหม่เพื่อรักษาความสดบริสุทธิ์ของเสียงสองแชนแนล หน้าให้คงไว้เช่นเดิมแต่จะสร้างเสียงแชนแนล เซ็นเตอร์และเซอราวด์ที่เหมาะสมออกมาเสริมกับเสียงสองแชนแนล หน้าเพื่อสร้างเสียงบรรยากาศโอบล้อมเป็นระบบเสียง 6.1 แชนแนล

 

 

 

6

รูปที่ 6 โลโก้ของ Receiver ที่มีหน่วยถอดรหัส DTS และ NEO:6 เริ่มใช้เมื่อค.ศ.2002

 

 

 

7

รูปที่ 7 โลโก้ ของ Receiver/AV Surround Amp และ Controller ที่มีหน่วยถอดรหัส DTS-ES/DTS 96/24 และ NEO:6 เริ่มใช้เมื่อปีค.ศ.2003

 

 

 

 

8

รูปที่ 8 โครงสร้างหน่วยประมวลผลดิจิตอลของTHX UltraII เอวี รีซีฟเวอร์ที่มีหน่วยถอดรหัสเสียง DTS-ESและอัลกอริธึ่ม Dolby PrologicII/NEO:6

  1. ระบบเชื่อมต่อ i.LINK

ปลายปีค.ศ.2002 เริ่มมีการปรับปรุงนำระบบเชื่อมความเร็วสูงมาใช้กับเอวี รีซีฟเวอร์ระดับท้อปให้สามารถรับขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลความละเอียดสูงที่เล่นจากแผ่นดีวีดีวิดีโอ, เอสเอซีดีและดีวีดีออดิโอส่งออกจากเครื่องเล่นที่มีระบบเชื่อมต่อชนิดเดียวกัน เรียกชื่อทางการค้าว่าไอลิ้งค์ (i.LINK)

 

 

 

9

 

รูปที่ 9 โลโก้ (ซ้าย) ปลั๊ก (กลาง) และซอคเก็ต (ขวา) ของระบบเชื่อมต่อ i.LINK 400 alpha แบบ 4 วงจร

เอวี รีซีฟเวอร์แบบมีระบบเชื่อมต่อไอลิ้งค์ที่มีโลโก้ i.LINK แสดงไว้ ยังคงมีจุดรับเข้าเสียงดิจิตอลของระบบเชื่อมต่อแบบ S/PDIF ทั้งแบบโคแอคเชียลและอ็อปติคอลสำหรับรับเสียงดิจิตอลจากเครื่องเล่นที่มีจุดส่งออกเสียงดิจิตอลแบบ S/PDIF เข้ามาถอดรหัสเสียงที่เอวีรีซีพเวอร์เพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงให้สูงขึ้นได้เช่นเดิม ใช้ชิปประมวลผลดิจิตอลกำลังสูงที่พัฒนาใหม่ให้ถอดรหัสข้อมูลเสียงดิจิตอลความละเอียดสูงจากแผ่นเอสเอซีดี และแผ่นดีวีดีออดิโอที่รับเข้ามาทางจุดรับเข้า i.LINKได้ นับเป็นจุดพลิกผันสำคัญด้านเสียงของระบบโฮมเธียเตอร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพจากการฟังซาวด์แทร็คภาพยนตร์ระบบเสียงมัลติแชนแนล อย่างเดียวมาสู่การดูหนังฟังเพลงระบบเสียงมัลติแชนแนล สมบูรณ์แบบ ที่เรียกระบบโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์แทนระบบโฮมเธียเตอร์นับแต่นั้นมา

ระบบเชื่อมต่อไอลิ้งค์เป็นเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อไฟร์ไวร์ (FireWire) ชื่อเรียกทางการค้าของ APPLE ผู้พัฒนาขึ้นใช้กับคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก ระบบเชื่อมต่อนี้ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานระบบเชื่อมต่อใช้ชื่อรหัส IEEE 1394 ต่อมาโซนี่นำมาปรับปรุงใช้กับระบบความบันเทิงด้านภาพเสียงในบ้านแล้วเรียกชื่อทางการค้า i.LINK

ปีเดียวกันนี้เริ่มมีการผลิตเครื่องเล่นเอสเอซีดีระดับไฮเอนด์และเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอแบบยูนิเวอร์แซล (Universal DVD Player) ที่เล่นแผ่นดีวีดีวิดีโอ, ดีวีดีออดิโอ และเอสเอซีดีแบบมีจุดส่งออกไอลิ้งค์ออกวางจำหน่ายเพื่อใช้งานร่วมกับเอวี รีซีฟเวอร์แบบมีจุดรับเข้าไอลิ้งค์ ไพโอเนียร์เป็นบริษัทแรกที่เปิดตัว เครื่องเล่นดีวีดีแบบยูนิเวอร์แซลซีรี่ส์ ซีรี่ส์ ELITE รุ่น DV-S755Ai ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปีค.ศ.2002 เป็นเครื่องเล่นดีวีดีแบบยูนิเวอร์แซลเครื่องแรกที่มีจุดส่งออกเอชดีเอ็มไอเวอชั่น 1.0 ( HDMI ver. 1.0) และจุดเชื่อมต่อ i.LINK จุดส่งออก HDMI 1.0 ใช้สำหรับส่งภาพดิจิตอลและเสียงดิจิตอลแบบลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอไปเข้าจอภาพพลาสม่าแบบมีจุดรับเข้า HDMI 1.0 ที่ไพโอเนียร์ผลิตขึ้นมารองรับ ส่วนจุดเชื่อมต่อไอลิ้งค์ใช้ส่งขบวนข้อมูลเสียงดิจิตอลที่เล่นจากแผ่นทุกชนิดไปถอดรหัสที่เอวี รีซีฟเวอร์แบบมีจุดรับเข้าไอลิ้งค์ รุ่นท้อป VSX-AX10i ที่ไพโอเนียร์ปรับปรุงจากรุ่น VSX-AX10 ขึ้นมารองรับเช่นกัน

 

 

10

รูปที่ 10 เครื่องเล่น DVD แบบ UNIVERSAL รุ่นแรกของ Pioneer ซีรี่ส์ ELLITE รุ่น DV-S755Ai มีจุดส่งออก HDMI 1.0 และ i.LINK อัพสเกลภาพได้ 720p/1080i และเอวี รี ซีฟเวอร์ Pioneer VSX-AX10i รุ่นแรกที่มีจุดรับเข้า i.LINK

 

  1. ระบบเชื่อมต่อ DENON Link

 

 

11

รูปที่ 11 โลโก้ (ซ้าย) ปลั๊ก (กลาง) และซอคเก็ต (ขวา) ของระบบเชื่อมต่อ DENON Link

 

เดนอนเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่พัฒนาระบบเชื่อมต่อเสียงดิจิตอลที่เรียกชื่อทางการค้าว่าเดนอนลิ้งค์ (DENON Link) สำหรับใช้ถ่ายโอนเสียงดิจิตอลระหว่างเครื่องเล่นดีวีดีไปถอดรหัสที่เอวี รีซีฟเวอร์เฉพาะของเดนอนเท่านั้นโดยใช้ขั้วต่ออีเธอเน็ต (RJ-45) และสายเชื่อมต่อพิเศษที่เดนอนผลิตขึ้นจำหน่ายโดยเฉพาะเช่นกันเริ่มใช้ระบบเชื่อมต่อเดนอนลิ้งค์ อีดิชั่นแรก กับเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอแบบยูนิเวอร์แซล รุ่น DVD-A1-N และเอวีเซอราวด์แอมป์รุ่น AVC-A1SR-N วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นปีค.ศ. 2002

 

 

 

12

รูปที่ 12 เครื่องเล่นดีวีดีแบบยูนิเวอร์แซลและเอวีเซอราวด์แอมปลิไฟเออร์แบบมีระบบเชื่อมต่อ DENON Link เจนเนอเรชั่นแรกของ Denon

 

  1. เอวี รีซีฟเวอร์กับระบบเชื่อมต่อ HDMI

 

 

 

13

 

รูปที่ 13 โลโก้ (ซ้าย) ปลั๊ก (กลาง) และซอคเก็ต (ขวา) ของระบบเชื่อมต่อ HDMI

 

        ระบบเชื่อมต่อ HDMI (High -Definition Multimedia Interface) เวอชั่นแรก (1.0) ที่เริ่มใช้กับเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอแบบยูนิเวอร์แซลเมื่อปลายปีค.ศ. 2002 มีจุดประสงค์หลักเพียงเพื่อส่งออกขบวนข้อมูลสดภาพดิจิตอลคอมโปเนนต์วิดีโอที่เล่นจากแผ่นดีวีดีวิดีโอไปเข้าหน่วยแสดงภาพแบบมองตรง (แอลซีดีทีวีและพลาสม่าทีวี), ทีวีแบบใช้หน่วยแสดงภาพแบบฉายด้านหลัง (Rear Projection TV) และวิดีโอโปรเจ็คเตอร์ (Video Projector) แบบใช้อุปกรณ์สร้างภาพจิ๋ว (Micro Display Device) เช่น แอลซีดี (LCD), แอลคอส (LCoS) และดีแอลพี (DLP) แบบมีจุดรับเข้า HDMI โดยตรงทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ต้องแปลงเป็นภาพอะนาลอกก่อนส่งออกจากเครื่องเล่นแล้วไปแปลงกลับเป็นภาพดิจิตอลที่หน่วยแสดงภาพอีกครั้งซึ่งต้องผ่านกระบวนการแปลงถึงสองขั้นตอนทำให้คุณภาพของภาพถูกลดทอนลง แม้ระบบเชื่อมต่อ HDMI เวอชั่น 1.0 สามารถถ่ายโอนระบบเสียงแบบบีบอัดสูญเสียงของแผ่นดีวีดีวิดีโอและระบบเสียงลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอได้แต่ยังไม่มีการผลิตเอวี รีซีฟเวอร์แบบมีจุดรับเข้า HDMI เวอชั่น ขึ้นมารองรับ

ปีค.ศ. 2004 ระบบเชื่อมต่อ HDMI ได้รับการปรับปรุงครั้งแรกให้ สามารถถ่ายโอนระบบเสียงของแผ่นดีวีดีออดิโอได้เรียก HDMI เวอชั่น 1.1 และเริ่มนำมาใช้งานกับเอวี รีซีฟเวอร์และเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลดีวีดีรุ่นท้อปที่วางจำหน่ายตอนปลายปี โดยมีจุดประสงค์หลักคือถ่ายโอนขบวนข้อมูลภาพดิจิตอลคอมโปเนนต์จากเครื่องเล่นผ่านเอวี รีซีฟเวอร์ออกไปเข้าทีวีมอนิเตอร์แบบมีจุดรับเข้า HDMI แม้ว่าคุณสมบัติของ HDMI 1.1 จะสามารถถ่ายโอนขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลลิเนียร์พีซีเอ็ม 5.1 แชนแนล (LPCM Multi-channel) และระบบเสียงเอ็มแอลพีมัลติแชนแนล (MLP Multi-channel) ของดีวีดีออดิโอและเสียงดิจิตอลของดีวีดีวิดีโอทุกแบบได้แต่การถ่ายโอนเสียงดิจิตอลความละเอียดสูงจากแผ่นไปถอดรหัสที่เอวี รีซีฟเวอร์ยังคงใช้วิธีถ่ายโอนผ่านระบบเชื่อมต่อแบบไอลิ้งค์ เช่นเดิมเพื่อให้ถ่ายโอนเสียงดิจิตอลของแผ่นเอสเอซีดีได้ด้วย

ปีนี้เอวี รีซีฟเวอร์ระดับท้อปและระดับกลางเริ่มมีการบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียง Dolby Pro Logic IIx และปรับปรุงให้เล่นไฟล์เสียงดิจิตอล WMA 9 Pro ที่รับเข้าทางจุดต่อ USB ได้

 

 

 

14

รูปที่ 14 เครื่องเล่นดีวีดีแบบยูนิเวอร์แซล Onkyo DV-SP1000 Integra มีจุดส่งออกภาพ HDMI 1.0 และจุดส่งออกเสียงดิจิตอลความเร็วสูง i.LINK วางจำหน่ายปลายปีค.ศ. 2003

 

 

 

15

 

รูปที่ 15 เอวี รีซีฟเวอร์รุ่นท้อป TX-NR1000 รุ่นแรกที่มีจุดรับเข้า i.LINK ของ Onkyo วางจำหน่ายปลายปีค.ศ.2003