รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม “เอวี รีซีฟเวอร์” 2

รู้จักมากอีกนิดหัวใจชุดโฮม เอวี รีซีฟเวอร์ 2

อ.ธนากร(ชูเกียรติ) จันทรานี

 

เนื้อหา

 

  1. เอวี รีซีฟเวอร์ปลายยุคเลเซอร์ดิสก์
  2. ระบบเสียงแผ่นดีวีดีวิดีโอ
  3. เอวี รีซีฟเวอร์ต้นยุคดีวีดี
  4. บทบาท THX กับเอวี รีซีฟเวอร์ยุคดีวีดี
  5. THX ดอลบี้ดิจิตอลเอวี รีซีฟเวอร์
  6. THX Ultra เอวี รีซีฟเวอร์
  7. THX Select เอวี รีซีฟเวอร์
  8. THX Surround EX
  9. THX Ultra 2 เอวี รีซีฟเวอร์

 

 

  1. เอวี รีซีฟเวอร์ปลายยุคเลเซอร์ดิสก์

 

                การปรับปรุงครั้งสำคัญของเอวี รีซีฟเวอร์ช่วงปลายยุคเลเซอร์ดิสก์เพื่อรองรับระบบเสียงเซอราวด์แบบดิจิตอลสมบูรณ์แบบที่พัฒนาโดยดอลบี้แล็บเจ้าเก่า เป็นการพลิกผันครั้งใหญ่ของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์เพื่อให้ผู้ชมภาพยนตร์ได้รับอรรถรสสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เกิดขึ้นหลังดอลบี้แล็บพัฒนาระบบเสียงดิจิตอลเซอราวด์แบบแรกที่สามารถบันทึกสัญญาณเสียงได้เต็มแถบความถี่ที่หูได้ยิน(20-20,000 เฮิตซ์) ลงในแชนแนลเสียงแยกอิสระจำนวน 5 แชนแนลและแชนแนลเสียงเอฟเฟ็คความถี่ต่ำระหว่าง 20-120 เฮิตซ์อีกหนึ่งแชนแนลเรียกระบบเสียง ดิจิตอลเซอราวด์ 5.1 แชนแนล ใช้งานครั้งแรกเป็นซาวด์แทร็ภาพยนตร์ 35 มิลลิเมตรเรื่อง Batman Returns ออกฉายเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1992 ระบบเสียงใหม่ใช้ชื่อเรียกทางการค้าว่าดอลบี้เซอราวด์ดิจิตอล (Dolby Surround Digital )หรือ ดอลบี้เซอราวด์ดิจิตอลเอซี-3 (Dolby Surround Digital AC-3) บันทึกในบริเวณเซลลูลอยด์ที่อยู่ระหว่างรูของร่องหนามเตยของฟิล์มภาพยนตร์โดยวิธีบันทึกแบบแสง(Optical Recording) และบันทึกเสียงอะนาลอกสเตอริโอไว้ในร่องเสียงระบบแสงเดิมของฟิล์มภาพยนตร์ด้วยสำหรับโรงภาพยนตร์ที่ไม่มีเครื่องถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ดิจิตอล

 

ภาพนิ่ง1

 

รูปที่ 1 ร่องเสียงดอลบี้เซอราวด์ดิจิตอลที่บันทึกแบบแสงไว้ในร่องหนามเตยฟิล์มภาพยนตร์ 35 มม.

 

ปีค.ศ. 1995 บี้แล็บได้ปรับปรุงใช้เป็นระบบเสียงเสริมของเลเซอร์ดิสก์ที่บันทึกระบบภาพ NTSC  เรียกระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 (Dolby Surround AC-3) โดยใช้วิธีนำขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอล ดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 มอดูเลตกับพาหะเสียงแชนแนลขวาของเลเซอร์ดิสก์ในแบบ QPSK เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับแถบความถี่เสียงดิจิตอล ที่บันทึกอยู่บริเวณปลายแถบความถี่ด้านต่ำของสัญญาณที่บันทึกในแผ่นโดยยอมเสียพื้นที่เสียงอะนาลอกไปหนึ่งแชนแนล แถบความถี่เสียงอะนาลอกที่เหลืออีกหนึ่งแชนแนล (แชนแนลซ้าย) จะบันทึกซาวด์แทร็คระบบเสียงอะนาลอกเอฟเอ็มโมโน(L+R) สำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 และหน่วยถอดรหัสเสียงดิจิตอลพีซีเอ็มสเตอริโอ เลเซอร์ดิสก์ที่บันทึกระบบภาพ PAL ไม่สามารถบันทึก ระบบเสียง ดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ได้เพราะสัญญาณภาพมีแถบความถี่กว้างจึงมีพื้นที่สำหรับเสียงเพียงระบบเดียวที่ต้องเลือกระหว่างระบบเสียงอะนาลอกเอฟเอ็มสเตอริโอบันทึกกับระบบเสียงดิจิตอลพีซีเอ็มสเตอริโอ ที่สามารถเข้ารหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์เดิมแบบเมตริกซ์รวมไปกับเสียงดิจิตอลพีซีเอ็มสเตอริโอ หรือเสียงอะนาลอกเอฟเอ็มสเตอริโอ เท่านั้น ทำให้บรรดาผู้ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ในบ้านแถบทวีปยุโรปต้องสั่งซื้อเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกามาใช้เพราะสามารถเล่นแผ่นระบบภาพ NTSC ที่บันทึกซาวด์แทร็คดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 ได้ เป็นเหตุให้เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ระบบภาพ PALที่ผลิตจำหน่ายในประเทศแถบยุโรปมียอดจำหน่ายไม่สูงมากนัก

 

 

 

 ภาพนิ่ง2

รูปที่ 2 แถบความถี่สัญญาณภาพและเสียงที่บันทึกในเลเซอร์ดิสก์ระบบ PAL(บน) NTSC (ล่าง)

 

 

เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ที่ออกแบบรองรับการเล่นแผ่นเลเซอร์ดิสก์ระบบเสียง Dolby Surround AC-3 เริ่มวางจำหน่ายปลายปีค.ศ. 1995 มีจุดส่งออกสัญญาณเสียง Dolby Surround AC-3 เรียกว่า AC-3 RF OUTPUT สำหรับต่อเข้าเอวี รีซีฟเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ให้มีจุดรับเข้าสัญญาณเสียง Dolby Surround AC-3RF เรียก AC-3 RF INPUT และมีหน่วยถอดรหัสเสียง Dolby Surround AC-3 บรรจุอยู่ภายในออกวางจำหน่ายในปี เดียวกัน เนื่องจากหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ที่ใช้ในเอวี รีซีฟเวอร์ได้รับการออกแบบให้สามารถถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์ได้ด้วยโลโก้ที่ใช้จึงแสดงไว้ทั้งดอลบี้เซอราวด์เอซี33 และดอลบี้โปรโลจิคดังแสดงในรูปที่ 3 ขวา

 

 ภาพนิ่ง3

รูปที่ 3 โลโก้ระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์ดิจิตอลของฟิล์มภาพยนตร์ (ซ้าย) และของเอวี รีซีฟเวอร์ที่มีหน่วยถอดรหัสระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ช่วงปลายยุคเลเซอร์ดิสก์ (ขวา)

 

 

ภาพนิ่ง4

รูปที่ 4 เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์แบบมีจุดส่งออก AC-3 RFและ AC-3/LPCM DIGITAL OUT (บน) ดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 โปรเซสเซอร์ (กลาง) และเอซี-3 เอวี รีซีฟเวอร์แบบมีจุดรับเข้า AC-3 RFและ AC-3/LPCM DIGITAL IN (ล่าง) ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายปีค.ศ.1995

 

เนื่องจากที่ตัวเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ไม่มีหน่วยถอดรหัสเสียง ดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 บรรจุอยู่ภายในเมื่อเล่นเลเซอร์ดิสก์ระบบเสียง ดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 เครื่องเล่นจะส่งขบวน ข้อมูลเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 ที่มอดูเลตอยู่กับคลื่นพาหะเสียงอะนาลอก แชนแนลขวาที่เรียกว่าสัญญาณ เอซี- 3 อาร์เอฟ(AC-3 RF Signal) ออกทางจุด AC-3 RF Output ที่อยู่ด้านหลังเครื่องเล่นผู้ใช้ที่ต้องการฟังซาวด์แทร็คระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 จึงต้องซื้อ อุปกรณ์ถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี- 3 แบบแยกชิ้นที่เรียกว่าดอลบี้เซอราวด์เอซี-3โปรเซสเซอร์ (Dolby Surround AC-3 Processor) หรือเอวี รีซีฟเวอร์ที่มีหน่วยถอดรหัสเสียง ดอลบี้เซอราวด์เอซี-3บรรจุอยู่ภายใน(Dolby Surround AC-3 AV Receiver) มาต่อร่วมระบบ โดยใช้สาย สาย AC-3RF ที่ต้องแยกซื้อต่างหากต่อเชื่อมระหว่างจุด AC-3 RF OUTPUT ที่เครื่องเล่นกับจุด AC-3 RF INPUT ที่ เอวี รีซีฟเวอร์หรืออุปกรณ์ถอดรหัส (ดูรูปที่ 5)

 

 ภาพนิ่ง5

รูปที่ 5 วิธีต่อร่วมระบบเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์กับดอลบี้เซอราวด์เอซี 3 เอวี รีซีฟเวอร์ทางสาย AC-3 RF

 

 

เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์,หน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอร์ราวด์เอซี 3 และเอวี รีซีฟเวอร์ที่มีหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้เซอร์ราวด์เอซี 3 รุ่นท็อปของบางบริษัทเริ่มมีการนำระบบเชื่อมต่อเสียงดิจิตอลแบบ S/PDIF* มาใช้งานเพื่อให้สามารถถ่ายโอนขบวนข้อมูลเสียงดิจิตอลที่เล่นจากแผ่นซีดีเพลง, เลเซอร์ดิสก์ระบบเสียงดิจิตอล (Digital Sound) หรือเลเซอร์ดิสก์ระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี3 ส่งออกจากจุดดิจิตอลออดิโอเอาต์พุต (DIGITAL OUT) แบบโคแอกเชียลไปเข้าจุดรับเข้าเสียงดิจิตอล(DIGITAL IN)ที่เอวี รีซีฟเวอร์หรือโปรเซสเซอร์โดยไม่ต้องผ่านสาย AC-3 RF เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นดังแสดงไว้ในรูปที่ 6 อย่างไรก็ตามทั้งการต่อแบบผ่านสายดิจิตอลหรือสาย AC-3RF จะต้องมีสายเสียงอะนาลอกสเตอริโอเชื่อมต่อไว้ด้วยเพื่อเป็นทางผ่านเสียงอะนาลอกสเตอริโอเมื่อเล่นเลเซอร์ดิสก์ระบบเสียงอะนาลอกเอฟเอ็มสเตอริโอ

(*S/PDIF ย่อมาจาก Sony Philips Digital Interconnect Format แต่มักถูกเรียกย่อเป็น Sony Philips Digital Interface เป็นระบบเชื่อมต่อเสียงดิจิตอลสำหรับเครื่องใช้ในบ้านแบบแรกที่พัฒนาโดยโซนี่กับฟิลิปส์เมื่อกลางทศวรรษ 80s เพื่อใช้ถ่ายโอนเสียงดิจิตอลลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอจากเครื่องเล่นซีดีไปยังหน่วยแปลงเสียงอะนาลอกเป็นดิจิตอล (DAC) ผ่านทางสายแบบโคแอคเชียลเชื่อมหัวต่อแบบอาร์ซีเอ (RCA Connector) หรือสายแบบใยแก้วนำแสงเชื่อมหัวต่อแบบทอสลิ้งค์ (TOSLINK) ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากลใช้ชื่อรหัส IEC958 Type II  ปรับปรุงครั้งแรกเพื่อรองรับการถ่ายโอนเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 เมื่อปีค.ศ.1992 ต่อมาเปลี่ยนชื่อรหัสเป็น IEC60958 เมื่อปีค.ศ.1998)

 

 

 

 

 ภาพนิ่ง6

รูปที่ 6 วิธีต่อร่วมระบบดอลบี้เซอราวด์เอซี-3โปรเซสเซอร์กับซิสเต็มเสียงอะนาลอกโดยใช้จุดเชื่อมต่อเสียงดิจิตอล

 

 

 

  1. ระบบเสียงแผ่นดีวีดีวิดีโอ

 

หลังเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปีค.ศ. 1996 แผ่นดีวีดีวิดีโอที่ผลิตออกวางจำหน่ายก่อนปีค.ศ. 1999 เกือบทั้งหมดใช้ซาวด์แทร็คระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอล (Dolby Digital) ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางการค้าใหม่ของระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ที่เปลี่ยนในยุดดีวีดี   มีดีวีดีวิดีโอคอนเสิร์ตเพียงไม่กี่ไตเติ้ลใช้ซาวด์แทร็คระบบเสียงลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอความละเอียด 48 kHz/ 16 bit บางไตเติ้ลใช้ซาวด์แทร็คทั้งดอลบี้ดิจิตอล 5.1 แชนแนล และลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอความละเอียด 48 kHz/ 16 bit บางไตเติ้ลใช้ซาวด์แทร็คทั้งดอลบี้ดิจิตอล 5.1 แชนแนล และลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอความละเอียด 48 kHz/ 24 bit เช่นไตเติ้ล James Taylor live at the Beacon Theater ของ Sony Music Entertainment Inc. และบางไตเติ้ลบันทึกเพียงภาพนิ่งและระบบเสียงลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอความละเอียดสูงสุดเต็มสเปคแผ่นดีวีดีวิดีโอคือ LPCM Stereo 96 kHz/ 24 bit เช่นแผ่น 24/96 DAD ของ Classic Records เป็นต้น

แม้เมื่อปีค.ศ.1997 มีการวางจำหน่ายเลเซอร์ดิสก์บันทึกระบบเสียงเสริม ดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ 5.1 แชนแนล ไตเติ้ลแรก   Jurassic Park   และมีบางบริษัทผลิตเครื่องถอดรหัสเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ 5.1 แชนแนลแบบแยกชิ้นวางจำหน่ายตามมาในปีเดียวกันก็ตาม สตูดิโอผลิตภาพยนตร์ในฮอลลีวูดยังไม่มีการผลิตแผ่นดีวีดีวิดีโอระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ออกวางจำหน่ายในช่วงเวลานั้นจนกระทั่งถึงปีค.ศ.1999 (มีแผ่น DVD ภาพยนตร์ Animation ระบบเสียง DTS เรื่องแรก “The Regend of Mulan” ที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ฉายโรงออกวางจำหน่ายเพียงไตเติ้ลเดียวปลายปีค.ศ.1998)

สตูดิโอในฮอลลีวูดเริ่มวางจำหน่ายแผ่นดีวีดีวิดีโอภาพยนตร์ซาวด์แทร็คระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ล็อตแรกในปีค.ศ. 1999  ได้แก่ Dance with Wolves (Image), Dante’s Peak, Water World, The Shadow, Liar Liar, Babe และ Daylight (Universal) ใช้บิทเรตเสียงสูงสุด 1,509 kbps. และ Saving Private Ryan ใช้บิทเรต 754 kbps. หลังจากนั้นแผ่นดีวีดีวิดีโอระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ที่วางจำหน่ายเกือบทั้งหมดใช้บิทเรต 754 kbps.

 

ปีค.ศ. 1999 ดอลบี้แล็บร่วมงานกับทีม THX ของลูกัสฟิล์ม พัฒนาระบบเสียงดิจิตอลเซอราวด์ 6.1 แชนแนลแบบเมตริกซ์เรียกชื่อทางการค้าว่าดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ (Dolby Digital Surround EX) ใช้เป็นซาวด์แทร็คภาพยนตร์ไตเติ้ลแรก   Star War Episode 1 : The Phantom Menace ออกฉายเมื่อเดือนพฤษภาคม 1999 พร้อมกันนี้ได้ผลิตเลเซอร์ดิสก์และดีวีดีวิดีโอภาพยนตร์ระบบเสียงเดียวกันออกวางจำหน่ายปลายปีเดียวกัน ดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ใช้วิธีรวมสัญญาณเสียงเซ็นเตอร์ของแชนแนลเซอราวด์จำนวน 1 แชนแนลมากับแชนแนลเสียงเซอราวด์ซ้ายและ ขวาแบบเมตริกซ์(Matrix) เรียกว่าแชนแนลเรียเซ็นเตอร์ (Rear Center), เซอราวด์เซ็นเตอร์ (Surround Center)หรือเซอราวด์แบ็ค (Surround Back)

 

หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีทางค่ายดีทีเอสก็พัฒนาระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ 6.1 แชนแนลแบบดิสครีต (ใช้แชนแนลเสียงแยกอิสระ 6 แชนแนล) เรียกชื่อทางการค้าว่าระบบเสียง DTS-ES Discrete 6.1 ch. ใช้เป็นซาวด์แทร็คแผ่นดีวีดีวิดีโอภาพยนตร์ไตเติ้ลแรก The Haunting ออกวางจำหน่ายเมื่อปีค.ศ. 2000 แต่เนื่องจากระบบเสียงดีทีเอสอีเอสดิสครีต 6.1 แชนแนลต้องใช้บิทเรต 1,509 kbps. ทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่บันทึกมากทำให้หลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งปีค่ายดีทีเอสได้ปรับปรุงใช้เป็นระบบเสียง 6.1 แชนแนลแบบเมตริกซ์ (โดยต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ดอลบี้แล็ป) เรียกระบบเสียงดีทีเอสอีเอสเมตริกซ์ 6.1 แชนแนล (DTS-ES Matrix 6.1 ch.) ที่สามารถใช้กับบิทเรต 754 kbps. ได้

จากสถิติการวางจำหน่ายแผ่นดีวีดีวิดีโอตั้งแต่เริ่มแรกมาจนถึงปีค.ศ. 2011 ระบุไว้ว่ามีจำนวนสูงกว่า 50,000 ไตเติ้ล เกือบทั้งหมดใช้ระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอล แผ่นดีวีดีโซน 1 ใช้ระบบเสียง DTS 5.1 แชนแนลอยู่เพียงประมาณ 500 ไตเติ้ล ที่ใช้ระบบเสียง 6.1 แชนแนลเช่นระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์มีวางจำหน่ายไม่ถึงสองร้อยไตเติ้ล ส่วนแผ่นที่ใช้ระบบเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์แบบดิสครีตและเมตริกซ์มีวางจำหน่ายอย่างละไม่ถึงหนึ่งร้อยไตเติ้ลรวมกันแล้วยังมียอดจำหน่ายน้อยกว่าแผ่นระบบเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ แผ่นที่ใช้ระบบเสียงลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโออย่างเดียว ก็มีวางจำหน่ายเป็นจำนวนไม่มากเช่นกัน

 

 

  1. เอวี รีซีฟเวอร์ต้นยุคดีวีดี

 

เอวี รีซีฟเวอร์ที่ผลิตหลังเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอวางจำหน่ายมีการปรับปรุงคุณสมบัติหลายครั้ง เอวี รีซีฟเวอร์ที่วางจำหน่ายปีค.ศ.1997 ได้รับการปรับปรุงให้สามารถรองรับระบบเสียงหลักของแผ่นดีวีดีวิดีโอได้ครบทุกแบบเช่นการรับขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลระบบเสียงดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 ที่เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็นดอลบี้ดิจิตอล (Dolby Digital) และลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอหรือแอลพีซีเอ็มสเตอริโอ(LinearPCM Stereo/LPCM Stereo) ความละเอียด 48 kHz/ 20 bit เข้ามาประมวลผล ถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกได้ ต่อมาปรับปรุงให้สามารถรับขบวนข้อมูลสดเสียงดีทีเอสดิจิตอลเซอราวด์ 5.1 แชนแนล เข้ามาประมวลผล ถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอกได้และรองรับขบวนข้อมูลสดเสียงดิจิตอลลิเนียร์พีซีเอ็มสเตอริโอที่ความความละเอียดสูงขึ้นเป็น 48 kHz/24 bit วางจำหน่ายปลายปีค.ศ.1998 และ ใช้ DAC ความความละเอียดสูงขึ้นเป็น 96 kHz/24 bit(เฉพาะรุ่นท็อป) วางจำหน่ายปลายปีค.ศ.1999 ต่อมาปรับปรุงให้รับขบวนข้อมูลสดระบบเสียงดิจิตอลเซอราวด์6.1 แชนแนลทั้งดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ , ดีทีเอสอีเอสดิสครีต และดีทีเอสอีเอสเมตริกซ์ เข้ามาประมวลผล ถอดรหัสและแปลงเป็นเสียงอะนาลอก และ ใช้ DAC ความความละเอียดสูงขึ้นเป็น 192kHz/24bit (เฉพาะรุ่นท็อป) วางจำหน่ายปลายปีค.ศ.2000 เป็นต้น

 

 ภาพนิ่ง7

 

รูปที่ 7 โลโก้ดอลบี้ดิจิตอล ที่ใช้แทนโลโก้ดอลบี้เซอราวด์เอซี-3 เริ่มใช้ตั้งแต่ปีค.ศ.1996

 

 

 

  1. บทบาท THX กับเอวี รีซีฟเวอร์ยุคดีวีดี

 

ก่อนเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอวางจำหน่าย ทีมงาน THX ของสตูดิโอลูกัสฟิล์มก็มีความเคลื่อนไหวเพื่อรองรับคุณสมบัติของแผ่นดีวีดีวิดีโอเช่นกันโดยได้จัดทำโปรแกรม THX สำหรับเอวี รีซีฟเวอร์, เอวีปรี/โปรเซสเซอร์, เอวีเซอราวด์แอมป์ที่บรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดิจิตอลเซอราวด์แบบดอลบี้เซอราวด์เอซี-3, เครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอและแผ่นดีวีดีวิดีโอ   มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์หลายรายเข้าร่วมโปรแกรมและผลิตอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน THX ออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายปีค.ศ. 1997 เช่น THX Dolby Digital AC-3 A/V Surround Amplifier, THX Dolby Digital AC-3 A/V Surround Pre/Processor, THX Dolby Digital AC-3 A/V Surround Amplifier และ THX Certified Dolby Digital AV Receiver เป็นต้น

 

 

  1. THX ดอลบี้ดิจิตอลเอวี รีซีฟเวอร์

 

ดอลบี้ดิจิตอลเอวี รีซีฟเวอร์ที่เข้าร่วมโปรแกรม THX ยังคงมีคุณสมบัติพื้นฐานด้านเทคนิคของ THX เหมือนกับ THX ดอลบี้โปรโลจิคเอวี รีซีฟเวอร์ แต่มีความแตกต่างกันตรงที่เพาเวอร์แอมป์ที่ใช้แยกอิสระ 5 ชุดต้องมีกำลังออกไม่ต่ำกว่า 80 วัตต์เท่ากันทุกแชนแนล เมื่อขับลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ 8 โอห์มและมีกำลังสำรองเพียงพอขับโหลดที่เป็นลำโพงค่าอิมพีแดนซ์ต่ำ 3.2 โอห์มได้ โดยให้อัตรากำลังออกสูงขึ้นเป็นแชนแนลละ 211 วัตต์ และเพิ่มระบบควบคุมการทำงานของวงจรเซอราวด์ดิโครีเลชั่น (Surround Decorrelation) ที่เรียกว่า อะแดปตีฟดิโครีเลชั่น (Adaptive Decorrelation) ซึ่งมีวงจรตรวจแชนแนลเสียงเซอราวด์ เพื่อสั่งให้วงจรเซอราวด์ดิโครีเลชั่น ทำงานเฉพาะเมื่อตรวจพบว่าสัญญาณเสียงแชนแนลเซอราวด์เป็นโมโน(ดอลบี้เซอราวด์) เท่านั้น

 

 

ภาพนิ่ง8

 

รูปที่ 8 โครงสร้าง หน่วยประมวลผลดิจิตอลของ THX Dolby Digital AV Receiver

 

 

ภาพนิ่ง9

รูปที่ 9 THX Dolby Digital AC-3 A/V Surround Pre/Processor รุ่น AVC-A1 และ THX Multi-channel Power Amplifier รุ่น POA-T3/T2 ของ Denon ที่วางจำหน่ายเป็นรายแรกเมื่อปลายปีค.ศ.1997

 

 

 ภาพนิ่ง10

 

 

 

 

 

รูปที่ 10 THX Dolby Digital AC-3 A/V Surround Amplifier รุ่น AVC-A1 ของ Denon ที่วางจำหน่ายเป็นรายแรกเมื่อปลายปีค.ศ.1997

 

 

 

 ภาพนิ่ง11

 

 

รูปที่ 11 THX Certified Dolby Digital AV Receiver รุ่น VSX-D906S ของ Pioneer ที่วางจำหน่ายปลายปีค.ศ. 1997

 

 

  1. THX Ultra เอวี รีซีฟเวอร์

 

ปีค.ศ. THX ได้ปรับปรุงโปรแกรม THX ใหม่โดยแยกออกเป็นสองโปรแกรมได้แก่โปรแกรมทีเอชเอกซ์อัลตร้า(THX Ultra) สำหรับอุปกรณ์ชุดโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์และโปรแกรมทีเอชเอกซ์ซีเลค (THX Select) สำหรับอุปกรณ์ชุดโฮมเธียเตอร์ระดับราคาปานกลาง

 

เอวี รีซีฟเวอร์, เอวีปรี/โปรเซสเซอร์, เอวี เซอราวด์แอมป์, เครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอ ที่เข้าโปรแกรมทีเอชเอกซ์อัลตร้า มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของ THX เดิมทุกอย่าง เริ่มใช้โลโก้ THX Ultra แทน THX เดิมตั้งแต่ปีค.ศ. 1999 เพื่อรับรองคุณภาพอุปกรณ์ชุดโฮมเธียเตอร์ไฮเอนด์สำหรับใช้ในห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่โดยประเมินกับห้องต้นแบบที่มีปริมาตร 3,000 ลูกบาศก์ฟุต ที่ระยะชมภาพ 12 ฟุต     THX Ultra ยังคงบรรจุคุณสมบัติพื้นฐานด้านเทคนิค 4 ข้อของ THX ไว้เช่นเดิมเพื่อสร้างคุณภาพเสียงของอุปกรณ์ชุดโฮมให้ได้ใกล้เคียงกับเสียงที่ซาวด์เอนจิเนียร์ ได้ยินในห้องมิกซ์เสียงลงฟิล์มภาพยนตร์มากที่สุด ทีเอชเอกซ์อัลตร้าเอวี รีซีฟเวอร์ เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปลายปีค.ศ 1999

ภาพนิ่ง12

รูปที่ 12 โลโก้   THX Ultra เริ่มใช้แทนโลโก้ THX ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 1999

 

 

  1. THX Select เอวี รีซีฟเวอร์

 

 

ทีเอชเอกซ์ซีเลค(THX Select) เป็นเครื่องหมายรับรองประสิทธิภาพของเอวี รีซีฟเวอร์และลำโพงชุดโฮมเธียระดับกลางที่ใช้ในห้องชมขนาดเล็กถึงขนาดกลางประเมินกับห้องต้นแบบที่มีปริมาตร 2,000 ลูกบาศก์ฟุต ที่ระยะชมภาพ 10-12 ฟุต   ยังคงบรรจุคุณสมบัติพื้นฐานด้านเทคนิค 4 ข้อของ THX ไว้เช่นเดียวกับทีเอชเอกซ์อัลตร้า แต่ใช้เกณฑ์กำหนดประสิทธิภาพต่ำกว่า เช่น เพาเวอร์แอมป์ไม่ต้องมีกำลังออกและกำลังสำรองสูงเท่าทีเอชเอกซ์อัลตร้า

 ภาพนิ่ง13

รูปที่ 13 โลโก้THX Select ที่ใช้งาน ระหว่างปีค.ศ.2000-2003

 

 

  1. THX Surround EX

 

ทีเอชเอกซ์เซอราวด์อีเอกซ์ (THX Surround EX) เป็นเครื่องหมายจดทะเบียนลิขสิทธิ์ กรรมวิธีปรับปรุงหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ (Dolby Digital Surround EX) ที่ลูกัสฟิล์ม ร่วมมือกับดอลบี้แล็บพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับฟิล์มภาพยนตร์, เลเซอร์ดิสก์และดีวีดีวิดีโอเมื่อปีค.ศ. 1999 โดยมีข้อตกลงว่า THX   เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยระหว่าง ปีคศ. 1999 ถึงวันที่ 1พย. 2001

 

ทีเอชเอกซ์เซอราวด์อีเอกซ์ปรับปรุงการถอดรหัสเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์โดยสร้างแชนแนลเสียงเซอราวด์หลังที่เรียกว่าแชนแนลเซอราวด์แบ็ค (Surround Back) หรือเซอราวด์เซ็นเตอร์ (Surround Center) เพิ่มเป็นสองแชนแนลได้เป็นระบบเสียงเซอราวด์ 7.1 แชนแนลโดยใช้หน่วยเซอราวด์ดิโครีเลชั่น (Surround Decorrelation) สร้างแชนแนลเสียงเซอราวด์แบ็คซ้าย(Surround Back Left:SBL) กับแชนแนลเสียงเซอราวด์แบ็คขวา (Surround Back Right:SBR) ที่มีเฟสเสียงกลางแหลมแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยเพื่อสร้างสนามเสียงเซอราวด์ให้กว้างมากขึ้น เอวี รีซีฟเวอร์ที่ใช้หน่วยถอดรหัสเสียงทีเอชเอกซ์เซอราวด์อีเอกซ์ซึ่งใช้ชุดขยายเสียง ที่มีค่ากำลังออกเท่ากัน7 ชุด จะมีโลโก้ THX Surround EX แสดงอยู่ด้านหน้าเครื่อง เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปลายปีค.ศ. 1999 หลังหมดระยะเวลาครอบครองลิขสิทธิ์ของTHX Surround EX เอวี รีซีฟเวอร์บรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ (6.1 แชนแนล) ที่ผลิตจำหน่ายตั้งแต่ปีคศ. 2002 เป็นต้นมาใช้โลโก้เป็น Dolby Digital EX (ดูรูปที่ 15) เพื่อแสดงให้รู้ว่าบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงท 6.1 แชนแนลและใช้หน่วยขยายเสียง 6 ชุดโดยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับดอลบี้แล็ปเพียงรายเดียว

ตั้งแต่ปีค.ศ.2002 เป็นต้นมา THX ได้รวมหน่วยถอดรหัสทีเอชเอกซ์เซอราวด์อีเอกซ์(7.1แชนแนล)ไว้เป็นแพคเกจเดียวกับโปรแกรมทีเอชเอกซ์ซีเลคและโปรแกรมทีเอชเอกซ์อัลตร้า2 โดยใช้โลโก้แสดงที่แสดงไว้ในรูปที่ 14

 

ภาพนิ่ง14

 

รูปที่ 14 โลโก้ THX Surround EX ที่ใช้งานระหว่าง ปีค.ศ. 1999-2001 (ซ้าย) และโลโก้ใหม่ที่ใช้งานตั้งแต่ปีค.ศ. 2002 (ขวา)

 

ภาพนิ่ง15

รูปที่ 15 โลโก้ระบุการบรรจุหน่วยถอดรหัสเสียงดอลบี้ดิจิตอลเซอราวด์อีเอกซ์ของเอวี รีซีฟเวอร์ระบบเสียง 6.1 แชนแนลที่เริ่มใช้เมื่อปีค.ศ.2002

 

 

  1. THX Ultra 2 เอวี รีซีฟเวอร์

 

เมื่อย่างเข้าสู่สหัสวรรษ 2000 เริ่มมีการผลิตเครื่องเล่นดีวีดีวิดีโอรุ่นท็อปที่มีคุณสมบัติส่งออกภาพแบบโปรเกรสซีฟสแกน ออกวางจำหน่าย เนื่องจากสัญญาณภาพแบบโปรเกรสซีฟสแกนจะมีแถบความถี่กว้างกว่าสัญญาณภาพแบบอินเทอเลซถึงหนึ่งเท่าตัว เอวี รีซีฟเวอร์,เอวีเซอราวด์แอมป์และเอวีปรี/โปรเซสเซอร์ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายอยู่ในช่วงเวลานั้นมีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่รองรับสัญญาณภาพแบบโปรเกรสซีฟสแกนได้ทำให้สัญญาณภาพที่ส่งจากเครื่องเล่นผ่านซิสเต็มไปยังทีวีมอนิเตอร์เกิดการสูญเสียรายละเอียดภาพตรงส่วนความถี่สูงทำให้ภาพขาดความคมชัดและความเข้มข้นของสี ทีเอชเอกซ์จึงได้ปรับปรุงเกณฑ์ประสิทธิภาพของโปรแกรม ใหม่เรียกว่าทีเอชเอกซ์อัลตร้าทู (THX Ultra 2) ที่เพิ่มคุณสมบัติด้านการรองรับสัญญาณภาพแบบโปรเกรสซีฟ และอัลกอริธึ่มประมวลผลสัญญาณเสียงใหม่ที่เรียกว่าทีเอชเอกซ์แอดวานซ์สปีคเกอร์อเรย์ (THX Advanced Speaker Array :ASA)  เพื่อสร้างเสียง 7.1 แชนแนลจากแหล่งเสียง 5.1 แชนแนลที่เล่น มีโหมดใช้งาน 3 โหมดได้แก่โหมด THX Cinema,โหมด THX Music และโหมด Games ทุกแหล่งสัญญาณเสียงที่รับเข้ามาไม่ว่าจะเป็น ระบบเสียง 5.1 แชนแนลหรือระบบเสียง 6.1 แชนแนลจะถูกตรวจโดยอัตโนมัติแล้วประมวลผลสร้างสนามเสียงโอบล้อมที่มีความกลมกลืนทั้งทิศทางและบรรยากาศส่งออกจากลำโพงเซอราวด์ที่ใช้ทั้งหมด 4 ตู้ เอวี รีซีฟเวอร์และเอวีปรีแอมป์ที่เข้าร่วมโปรแกรมจึงต้องใช้หน่วยขยายเสียงที่มีค่ากำลังออกได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและเท่ากันทุกแชนแนล และได้รับการเซ็ตอัพตำแหน่งปรับความดังเสียง 0 dB ไว้ที่ระดับอ้างอิงทีเอชเอกซ์ (THX Reference Level) ดังนั้นเครื่องที่เข้าร่วมโปรแกรม THX Ultra 2 นอกจากจะมีคุณสมบัติพื้นฐานด้านเทคนิค 4 ข้อของทีเอชเอกซ์แล้วยังต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังนี้

 

  1. วงจรสวิตช์สัญญาณภาพมีแถบความถี่ตอบสนองครอบคลุมกว้างเพียงพอรองรับสัญญาณภาพแบบ โปรเกรสซีฟสแกนได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดภาพส่วนขาวดำและสี
  2. ใช้อัลกอริธึ่มประมวลผลสัญญาณ ASA สร้างเสียง 7.1 แชนแนลจากแหล่งสัญญาณ 5.1 แชนแนลได้ 3 โหมด THX Cinema และ THX Music
  3. ใช้เพาเวอร์แอมป์ 7 ชุดสำหรับเล่นเสียงจากแหล่งเสียงมัลติแชนแนลทุกแบบโดยใช้ลำโพงทั้งหมด 7 ตู้ (สำหรับแชนแนลเสียงเซอราวด์แบ็ค 2 ตู้) กับ Subwoofer 1 ตู้ เป็นอย่างต่ำ
  4. มีสวิตช์ปรับ Boundary Gain Compensation(BGC) สำหรับชดเชยลดเสียงเบสที่ดังมากเกินไป ในกรณีที่วางลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้ ชิดผนังมากเกินไป
  5. เซ็ตอัพตำแหน่งปรับความดังเสียง 0 dB ไว้ที่ THX Reference Level

 รูปที่ 17

 

 

รูปที่ 16 โลโก้ THX Ultra 2 (ซ้าย)ที่ใช้คู่กับโลโก้ THX Surround EX (ขวา) ใช้งานระหว่างปลายปีค.ศ.2001-2002

 

 รูปที่ 18

 

รูปที่ 17 โลโก้รวมระหว่าง THX Ultra 2 กับ THX Surround EX Ultra 2 เริ่มใช้ตั้งแต่ปลายปีค.ศ.2002

 

ที่กล่าวถึงไปแล้วทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงการสร้างความเข้าใจรูปแบบและคุณสมบัติของเอวี รีซีฟเวอร์,เอวีเซอราวด์ และเอวี ปรี/โปรเซสเซอร์ต้นยุคดีวีดีที่ผู้เขียนเชื่อว่ายังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ในบทความตอนที่ 3 จะคุยกันถึงเรื่องคุณสมบัติเอวี รีซีฟเวอร์ที่วางจำหน่ายในช่วงก่อนเปลี่ยนถ่ายสื่อโฮมเธียเตอร์จากแผ่นดีวีดีวิดีโอไปสู่แผ่นบลู-เรย์ คอยติดตามอ่านนะครับ