นักผจญเพลง: Road To Ultra Thailand 2014


นักผจญเพลง

poster

            ห่างหายไปนานกับการออกไปรีวิวคอนเสิร์ตของผมที่พักหลังๆมาผมมักจะจำศีล(แต่ไม่ได้กินเจ)อยู่เหย้าเฝ้าเรือน อย่างไรก็ตามในช่วงก่อนหน้านี้กระแสงานอีเว้นท์ใหญ่ๆที่เชิญศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับ Internationalมาแสดงที่บ้านเราเมืองเราก็มีช่วงที่ต้องสะดุดหยุดเว้นวรรคกันไป เนื่องจาก “ปัญหาต่างๆของบ้านเมืองที่ยังไม่ลงตัว” ทำให้ศิลปินหลายท่านเลือกที่จะปฏิเสธไม่เดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตนว่า(อาจ)จะเป็นอันตราย…ถึงกระนั้นเมื่อเคราะห์หามยามดีเข้าสู่ช่วงปลายปีในเดือนกันยายน เหล่าผู้จัดงานบันเทิงเริงรมย์คงจะเล็งเห็นว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและอยู่ตัวจึงตัดสินใจจัดงานคอนเสิร์ตต่างๆขึ้นอีกครั้ง โดยมีความหลากหลายทั้งแนวเพลงและศิลปินให้เลือกชมกัน อันเห็นได้จากเว็บไซต์ขายบัตรเข้าชมงาน อาทิเช่น Thaiticketmajorมีการทยอยลงปฏิทินคอนเสิร์ตศิลปินที่จะเปิดการแสดงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand ที่ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศแบบสดๆในวันศุกร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานคอนเสิร์ตของกลุ่มแฟนเพลงแนว “EDM”(Electronic Dance Music)หรือที่ศัพท์วัยรุ่นเรียกกันว่า “เพลงตื้ด” นั่นเอง…

 

10153726_817606674949352_8124161661209267188_n

คอนเสิร์ต Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand จัดขึ้นที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคหรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า ไบเทค บางนา ในวันศุกร์ที่ 26 กันยายน ฮอลล์ 106 ตั้งแต่เวลา 17.30 – 02.00 น. ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่มีช่วงระยะเวลาการเล่นยาวนานมาก…จนขาแด๊นซ์ต่างหมดแรงไปตามๆกัน ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านบางคนอาจจะแอบคิดว่าไปลำบากไม่สะดวกเลย-รถติด-เดินทางไกล-เปลืองค่ารถ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางเหล่านั้นสามารถทุเลาลงได้ครับเนื่องจากเราๆท่านๆสามารถใช้บริการขนส่งมวลชนอย่าง “รถไฟฟ้าBTS”ไปถึงที่ ไบเทค บางนา ได้เลย โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าสถานีแบริ่งแล้วลงเมื่อถึงสถานีบางนา ต่อจากนั้นให้ออกที่ทางออกหมายเลย 1 เดินย้อนไปเล็กน้อย(หันหน้าสวนกับทางที่รถมุ่งหน้า)จะมีทางเชื่อมที่สามารถทะลุไปถึงฮอลล์ด้านในได้โดยตรง เรียกได้ว่าสะดวกและสามารถประหยัดค่าเดินทางไปได้พอสมควรทีเดียว ยอมรับกันตามตรงว่าผมก็เพิ่งจะรู้ได้ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมงาน Road to Ultra Thailand ได้ไม่นาน เมื่อผมเดินทางมาถึงประมาณ 19.00 น. ก็พบกับกลุ่มมวลชนที่ล้นหลามนับพันกระจายอยู่รอบนอกพื้นที่การแสดง มีทั้งกำลังรอเพื่อน, หาซื้อบัตร และ มารับบัตรตามที่ตกลงซื้อ-ขายกันไว้ ซึ่งปัญหา ณ จุดนี้ผมอยากจะเตือนทุกๆท่านว่าหากสนใจจะเข้าชมงานไหนให้ซื้อบัตรการแสดงแบบ Early Bird(บัตรที่ขายจำนวนจำกัดก่อนวันที่จะเปิดขายอย่างเป็นทางการ) ไว้ก่อนเป็นดีที่สุดเพราะทั้งถูกและปลอดภับกว่าราคาบัตรที่ขายภายหลังมาก นับรวมไปถึงตั๋วผีที่ผมแอบได้ยินแว่วๆมาว่าราคาบัตรต่อใบงานนี้พุ่งขึ้นไปสูงถึง 4,500บาท โอ้!!!แม่เจ้า…แพงกว่า Early Bird เป็นเท่าตัวก็ว่าได้ แต่เป็นธรรมดาครับบางคนที่ไม่รู้ข่าวมาก่อนย่อมยินดีจ่ายในราคาที่ไม่เหมาะสมแบบนี้เพื่อเข้าไปสนุกในงานที่บรรยากาศโดยรอบนั้นล่อใจดีเหลือเกิน แถมผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Samsungที่เป็นสมาร์ทโฟน อาทิเช่นรุ่น Galaxyยังได้รับสิทธิพิเศษมากมายทั้ง เครื่องดื่มฟรี, พื้นที่นั่งพักเป็นโซน และ ช่องทางพิเศษที่สะดวกรวดเร็วกว่าในการเข้าชมงาน(Fast Track)ก่อนที่จะเข้าภายในบรรยากาศคอนเสิร์ต…ผมขออนุญาตแนะนำให้ทางผู้จัดทำป้ายของบู๊ทThaiticketmajorสำหรับผู้ที่ต้องการมาแลกบัตรจริงเข้างาน(ซื้อผ่านอินเตอร์เนต)และผู้ที่ต้องการซื้อบัตรหน้างาน “ให้มันชัดเจนหรือใหญ่กว่านี้นิดนึง”เพราะปกติบู๊ทของ“ไทยทิคเก็ตเมเจอร์”จะมีการเปิดเคาน์เตอร์ด้านในเป็นกิจจะลักษณะทำให้สังเกตได้ง่าย แต่ไฉนเลยวันนั้นกลับไม่เปิดเคาน์เตอร์ประจำตรงจุดที่คนที่เคยมาคอนเสิร์ตที่นี่คุ้นเคยกันดี แต่กลับไปตั้งอยู่ด้านนอกข้างๆบู๊ทของสื่อมวลชนแถมป้ายบอกก็เล็กกระจิ๋วหลิวจนหลายๆคนเดินตามหากันไม่เจอ(รวมผมกับเพื่อนเข้าไปด้วย) แล้วยังมีพนักงานคอยดูแลอยู่ไม่น่าจะถึง 5 คน ในส่วนนี้ผมขอตำหนิตรงๆเลยว่า ไม่ได้ใส่ใจกับลูกค้าที่ซื้อบัตรผ่านช่องทางอินเตอร์เนตได้ดีเพียงพอเมื่อเทียบกับงานอื่นๆก่อนหน้านี้ มาต่อกันในส่วนของการดูแลจัดการภายในของคอนเสิร์ตดูบ้าง ขอเริ่มกันที่สายรัดข้อมือที่สามารถเติมเงินได้(แต่ไม่ทอนนะ)เพื่อนำไปซื้อเครื่องดื่มภายในงาน สำหรับแนวคิดนี้ผมสนับสนุนมากๆจะได้ลดปัญหาสิ่งของสูญหาย แต่ยังคงติดในเรื่องของการวางพื้นที่ของบู๊ทเครื่องดื่มที่ด้านในตัวคอนเสิร์ตน่าจะมีที่ใหญ่แค่ 1 ที่ ด้านหน้าก่อนเข้าคอนเสิร์ตอีก 1 ที่ และ ด้านนอกตรง Smoking Area อีกหนึ่งที่ ในความเห็นส่วนตัวของผมมองว่าบู๊ทด้านในยังคงมีน้อยเกินไปทำให้คนรอซื้อเครื่องดื่มกันนาน ที่สำคัญในตอนหลังที่ผู้คนร่วมงานทะลักเข้ามาหลักหลายพันคน(อาจถึงหมื่น)ทำให้หลายๆคนมีความยากลำบากในการจะเดินออกไปซื้อด้านนอกฮอลล์และกลับเข้ามา จึงเลือกที่จะต่อแถวรอที่บู๊ทด้านในมากกว่า ที่ผมกล้าพูดว่าเพิ่มจำนวนบู๊ทได้ก็เพราะว่าเท่าที่ผมเคยมางานคอนเสิร์ตที่ ไบเทค บางนา ครั้งนี้ถือว่าจัดฮอลล์ใหญ่ที่สุด, คนมาร่วมเยอะที่สุด และ พื้นที่ในการใช้สอยโดยรอบใหญ่ที่สุด ขออนุญาตตำหนิต่อเกี่ยวกับเรื่องของห้องน้ำที่อยู่ภายในฮอลล์ด้านใน ซึ่งสงวนศิทธิ์ให้ใช้แต่บัตร VIP. โดยบัตรแบบอื่นให้ไปต่อแถวด้านนอกที่เป็นรถสุขา…ขอบอกตามตรงเลยครับว่าจำนวนรถที่จอดรองรับแค่คันสองคันกับคนหลักเป็นพันๆหมื่นๆที่ไม่ใช่ VIP. มันจะไปเพียงพออะไร แถมเรื่อง Priority ของการเข้าห้องน้ำให้กับบัตรที่ราคาแพงกว่ามันดูไม่ค่อยน่าพิเศษเท่าไหร่กับราคาบัตรที่กำหนดมา โดนส่วนตัวแล้วผมอยากเสนอให้เปิดใช้ห้องน้ำตามปกติแต่ในส่วนของบัตรราคาแพงทั้ง VIP. และ VVIP. ก็เสนอสิทธิพิเศษอื่นๆไปแทน…เพื่อไม่ให้ยืดยาวจนเลยเถิดผมขอเขียนถึงภาพรวมของคอนเสิร์ตในเรื่องของ Performance โดยรวมและรายละเอียดยิบๆย่อยๆต่างๆที่เกิดขึ้นในงานแบบสรุปรวมเพราะถ้าหากเจาะไปในการแสดงของ DJ. แต่ละคน เกรงว่าคงไม่สามารถลิสต์รายชื่อเพลงได้ถึง 10 เปอร์เซนต์ ซึ่งงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailandนั้นเปรียบเสมือนงานที่จัดขึ้นมาเพื่อวัดกระแสความนิยมของผู้ที่ชื่นชอบในแนวดนตรี Electronic Dance Musicในประเทศไทย อาทิเช่น House และ Tranceที่เป็นที่นิยมในแถบยุโรปและอเมริกา โดยถ้าหากมีการจัดคอนเสิร์ต Road to…ที่ประเทศใดแล้วได้รับการตอบรับดี ในปีถัดไปก็จะมีลุ้นได้จัดUltra Music Festivalตัวเต็ม ซึ่งเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่มีการเดินสายไปทั่วโลกเพื่อเอาใจแฟนเพลงแนวนี้โดยเฉพาะ โดยถ้าวัดจากรายชื่อศิลปินที่มาเล่นในงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand นั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวในวงการนี้ เอาแค่ 4 ศิลปินหลักๆ อาทิเช่น W&W, Martin Garrix, Fedde Le Grandeและ Alessoที่แต่ละคนยอดผู้ชมในคลิปผลงานบนเว็บไซต์ Youtubeนั้นมีตั้งแต่หลักล้านไปยันร้อยล้านเลยทีเดียว แต่ทั้งหมดอาจจะยังไม่ถึงขั้นเป็นTop Ten ของโลกในขณะนี้ ถ้าหากมองในมุมกลับกับก็อาจเป็นไปได้ว่าทางผู้จัดใหญ่อย่าง Ultra ต้องการที่จะแบ่งเกรดของงานออกเป็นสองแบบคือ Road To… ที่เป็นตัวทดลอง กับ Ultra Music Festival ให้ชัดเจน โดยผมมองว่าการตอบรับในประเทศไทยจากที่ถามหลายๆคนมองว่าปีหน้ามีลุ้นที่จะได้รับเลือกให้จัดงาน Ultra Thailand สูงทีเดียวละครับ เพราะภาพของคอนเสิร์ตที่ออกมาไม่มีภาพลักษณ์ของผู้ชมที่ทะเลาะเบาะแว้ง, อาละวาด หรือ ทำลายบรรยากาศของงานให้เสียเลยแม้แต่น้อย อันนี้คงต้องขอชมผู้จัดงานด้วยที่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ 5 โมงเย็นยันเกือบตีสาม เครื่องเสียงที่ใช้ภายในงานก็ถือว่ามีเสียงที่กระหึ่มมากๆภายในตัวพื้นที่ที่จัดแสดงงาน แล้วที่สำคัญเสียงที่เล็ดลอดออกไปรบกวนภายนอกพื้นที่จัดงานนั้นถือว่าน้อยมากๆหากเทียบกับงานอื่นแล้ว การคุมซาวด์ก็ยอดเยี่นมเป็นมืออาชีพเพราะตลอดการแสดงผมยังไม่ได้ยินเสียงที่หลุดแอมป์แตกหรืออะไรที่รบกวนโสตประสาทเลยแม้แต่น้อย ส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้จัดเซ็ตติ้งเสียงให้มาถึงผู้ชมที่อยู่ด้านหลังเพิ่มอีกเล็กน้อยเพราะว่าเมื่อเทียบกับโซนอื่นๆแล้วอาจจะเบาไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามภาพรวมในงานที่มีขนาดใหญ่ระดับนี้ผมขอยกนิ้วให้เลยครับว่าผู้จัดสามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ และอยากให้มีงานดีๆแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆเยอะๆนานๆ สำหรับศิลปินในคืนนั้นที่ผมคิดว่าสามารถแสดงโชว์ของตัวเองออกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุดในมุมมองของผมเองนั้นยกให้คู่หูอย่าง “W&W” ที่แม้จะเป็นวงเปิดที่ขึ้นก่อน “Martin Garrix” ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว แทนที่สองคู่หูจะเปิดแบบธรรมดาๆเลี้ยงอารมณ์รอตัวเอกขึ้น ที่ไหนได้กลับกลายเป็นจัดเต็ม เปิดหัวให้คนดูโดดกันทั้งฮอลล์ จนไม่รู้ว่า “Martin Garrix” จะหวั่นๆแล้วเปลี่ยน Playlist เพลงที่เซ็ตไว้บ้งรึเปล่าในคืนนั้น?

 

W&W 01

                สุดท้ายนี้ผมขอขอบพระคุณ “คุณ แก้ว” เป็นอย่างสูงที่เอื้อเฟื้อบัตรสื่อมวลชนให้ผม ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailandซึ่งความรู้สึกที่ผมได้รับหลังจากกลับมานั้น คือ มันส์เต็มอิ่มตามที่หลายๆคนคาดการณ์เอาไว้ว่า แสง, สี และ เสียง ต้องอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า “เยี่ยมยอด”โดยหวังว่าคงจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับท่านผู้อ่านผมยังคงยืนยันที่จะฝากฝังแบบเดิมอยู่เสมอว่า อยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสบรรยากาศในคอนเสิร์ตดูบ้าง เพราะมันเป็นสื่อที่แตกต่างจาก Source อื่นๆแบบสิ้นเชิง แม้ว่าจะไม่ได้มีเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้งแบบ Vinyl ไม่ได้มีการปรุงแต่งให้เสียง Clear ชัดแบบ CDแต่ถ้าวัดกันเรื่องอารมณ์และภาพแบบสดๆที่จับต้องได้รวมถึงบรรยากาศโดยรอบผมยกให้ Concert ชนะคะแนนแบบขาดลอยครับ…